เราเป็น เจ้า-ของ อะไรบ้างในยุคดิจิทัล?

คุยกับเพื่อนเรื่องการใช้ซอฟต์แวร์เสรี/โอเพนซอร์ส ก็นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ดูเหมือนเราจะใช้โอเพนซอร์สน้อยลงโดยเปรียบเทียบ คือตอนนี้ใช้สมาร์ตโฟนเยอะขึ้น แล้วมันไม่ค่อยมีโอเพนซอร์สเท่าไหร่

นึกๆ อืม มันก็คงเป็นไปแบบนี้แหละ ตอนนี้นึกไม่ออกว่าจะทำยังไง ถึงจะกลับมารู้สึกว่าเราเป็นผู้ควบคุมเครื่องและข้อมูลของเราเองได้มากขึ้นเหมือนเมื่อก่อน คือเรื่องมันเป็นงี้ ….

ในยุคคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

Hardware: เราเลือกฮาร์ดแวร์ได้ตามใจชอบ เสียก็ซ่อมหรือเปลี่ยนเป็นส่วนๆ ได้ พอจะทำได้ด้วยตัวเอง

Software: ซอฟต์แวร์ก็มีที่เป็นซอฟต์แวร์เสรี/โอเพ่นซอร์สให้เลือก จะใช้ OpenOffice, Linux อะไรก็ว่าไป

ในยุคโน๊ตบุ๊ก

Hardware: ตัวฮาร์ดแวร์นี่เริ่มยากละ เลือกเป็นชิ้นๆ ไม่ค่อยได้ มันมาเป็นเซ็ต ช่วงหลังๆ เสียก็ต้องเปลี่ยนยกบอร์ด ยังพออัปเกรดแรมและฮาร์ดดิสก์ได้ แต่ล่าสุด บางเครื่องเปิดฝาออกมาดูเองยังทำไม่ค่อยจะได้ อัปเกรดเองยาก หรือไม่รองรับการอัปเกรดเเลย กระจกจอภาพกับแผงวงจรจอติดกาวกันแน่น จะเปลี่ยนต้องเปลี่ยนทั้งฝาไปเลย

Software: ซอฟต์แวร์ไม่เปลี่ยนอะไรนัก เลือกได้เหมือนๆ เดิม ไม่ต่างจากสมัยเดสก์ท็อป

ในยุคมือถือ-คลาวด์

Hardware: ฮาร์ดแวร์นี่เสียก็เปลี่ยนยกแผงหรือแทบโยนทิ้งเพราะซ่อมไม่คุ้ม

Software: ซอฟต์แวร์ทางเลือกพวกโอเพนซอร์สก็หาลำบากหน่อย ส่วนหนึ่งก็เพราะยังไม่ค่อยมี โครงการเดิมๆ ก็ต้องใช้เวลาในการย้ายแพลตฟอร์ม (จนป่านนี้ OpenOffice/LibreOffice บนมือถือยังไม่เสร็จเลย) อีกส่วนก็เพราะลักษณะการใช้งานจำนวนนึงมันไปผูกอยู่กับคลาวด์มากขึ้น (เกี่ยวกับพื้นที่จัดเก็บที่จำกัดของอุปกรณ์มือถือด้วย) ทำให้แม้จะมีซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สฝั่งเซิร์ฟเวอร์ออกมาให้ใช้ (อย่าง ownCloud) แต่พอต้องติดตั้งที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ด้วย ผู้ใช้ทั่วไปก็ทำเองได้ยากขึ้น

ผู้(รับ)ใช้ ไม่ใช่ เจ้า-ของ

ดูเหมือนสภาพแวดล้อมทางเทคนิคในการประมวลผลข้อมูล สำหรับคนทั่วๆ ไป มันจะกลายเป็น “ผู้ใช้อย่างเดียว” มากขึ้นเรื่อยๆ คือทำอะไรกับเครื่องของตัวเองไม่ค่อยได้มากเท่าไหร่ ไม่เหมือนเมื่อก่อน

การควบคุมเหล่านี้มีหลายระดับ/ลักษณะ

ควบคุมด้วยความรู้

ระบบคอมมันซับซ้อนขึ้น คนทั่วไปมีความรู้ไม่มากพอที่จะซ่อมมันละ (นึกถึงรถยนต์สมัยก่อน กับรถยนต์ที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์สมัยนี้ สมัยนี้จะซ่อมเองก็วุ่นหน่อย)

ถ้าอยากมีความรู้ในการซ่อม ก็อาจจะต้องไปเทรนกับผู้ผลิต (และด้วยวงรอบการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เร็วขึ้น ก็ต้องไปเทรนเรื่อยๆ จะเทรนครั้งเดียวแล้วไปเทรนคนอื่นๆ ต่อเองก็ไม่ค่อยได้ มันไม่ทันน่ะ)

ควบคุมทางกายภาพ/การเข้าถึง

ต่อให้มีความรู้ การจะเข้าถึงจุดซ่อม มันก็ลำบาก ต้องใช้เครื่องมืองัดแงะพิเศษ ถ้าไม่มีเครื่องมือ ก็ทำไม่ได้ (การออกแบบมีแนวโน้มรวมชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างสนิทขึ้น แนบแน่นขึ้น)

อุปกรณ์ซ่อมพวกนี้ ผู้ผลิตก็อาจจะทำขายไง หรือขายไลเซนส์ให้คนอื่นไปทำขาย (ถ้าไม่ใช้อุปกรณ์ที่ใช้ไลเซนส์ถูกต้องในการซ่อม ก็ประกันขาดนะ)

ควบคุมด้วยกฎหมาย

ต่อให้มีความรู้ มีเครื่องมือ แต่ก็อาจจะซ่อมไม่ได้ถนัดอยู่ดี เพราะการเข้าถึงหรือแก้ไขอะไรบางอย่างในระบบ อาจหมายถึง “การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” ข้อหาเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์ที่มีระบบป้องกันทางเทคโนโลยีโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์

ผู้ผลิตอาจจะออกใบอนุญาตในการซ่อม เฉพาะคนที่มีใบอนุญาตถึงจะซ่อมได้ ก็จัดสอบกันไป

ชาวนาจะซ่อมรถแทรกเตอร์ของตัวเองเองก็ไม่ได้ เพราะบริษัทผู้ผลิตบอกว่ามันจะผิดกฎหมายลิขสิทธิ์นะ

เราอยู่ในสภาพแวดล้อมทางคอมพิวเตอร์ที่ต้องขออนุญาตกันมากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งๆ ที่มันเป็นเครื่องเป็นของที่เราซื้อมา แต่เราไม่ได้เป็น “เจ้า” ของมันอีกต่อไปแล้ว ผู้ผลิตต่างหากที่เป็น “เจ้า” จริงๆ ที่ควบคุมของที่เราซื้อมา

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ภาพประกอบโดย Karen Blakeman

ช่วงช่วง หลินฮุ่ย เคอิโงะ เสื้อแดง เอ็นจีวี นักศึกษา แพนด้า SEO OCR

OCRopus โอเพ่นซอร์สทูลคิตสำหรับงาน OCR รุ่น 0.4 ออกแล้วครับ น่าจะคอมไพล์อะไรต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นบนแพลตฟอร์มที่ไม่ใช่ GNU/Linux ครับ

ดาวน์โหลดได้ทันทีที่เว็บไซต์ OCRopus (โอเพ่นซอร์ส Apache License 2.0)

ที่หน้าเว็บ Course: OCRopus สอนการใช้งานและปรับแต่ง OCRopus มีวิธีเขียน Lua และ C++ เพื่อเรียกใช้ OCRopus ด้วย

แม้ OCRopus จะรองรับการเพิ่มเติมภาษาใหม่ ๆ เข้าไปได้ แต่ก็ต้องลงแรงหน่อย ตอนนี้ยังใช้ไทยไม่ได้โดยทันที

สำหรับคนที่มองหาตัวที่อ่านภาษาไทยได้ และไม่แพงนัก ลองหา ArnThai (อ่านไทย) มาทดสอบดู มีทั้งบนวินโดวส์และลีนุกซ์ (รุ่นบนลีนุกซ์เก่ากว่าหน่อย) ติดต่อเนคเทคได้ ถ้าสนใจนำไปใช้ ที่เคยถาม สามารถตกลงสัญญาอนุญาตได้หลายแบบ

สำหรับตัวที่มีประสิทธิภาพดีกว่านั้นและมีความสามารถเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่อ่านไทยได้ คือ ABBYY FindReader อ่าน PDF ได้ ใช้ได้หลายภาษา (ทายอัตโนมัติ) คง document logical structure, formatting, style, ฟอนต์, และตาราง อู้ฟู่หรูหรามาก (ขอบคุณ @sarasinb และ @thai101 สำหรับข้อมูล)

รีวิวซอฟต์แวร์ OCR ต่าง ๆ บนลีนุกซ์ : โดย groundstate, โดย Peter Selinger. บทความ optical cahracter recogntion ที่วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ มีลิงก์ไปหาซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ด้านล่างสุด.

technorati tags: , , , ,

jibjib – a tiny Twitter client for your Java ME phone

Developed in open-source fashion by @sugree (93,216 tweets so far, as of 2008.01.13), jibjib* is a Twitter client designed for Twitter-addicted on-the-road.

50 KB in size, easily fits in any Java ME (J2ME) phone (CLDC 1.0 and MIDP 1.0 minimum), and still loaded with handy features like quick reply, url-friendly smart retweet, custom/auto word list for quick insertion (like @having or #gaza), and able to open url in a tweet directly. Another plus, small bandwidth consumption, via birdnest proxy (5-6 KB for 20-entries timeline).

And, good news, it’s free software! (free as in free beer and in free speech) You can download either stable or beta version at no cost.

#jibjib – Java ME Twitter client – http://jibjib.org/

*jibjib (จิ๊บจิ๊บ) – Thai for “tweet”, also means “small, easy matters”, and the best of all, it starts with ‘j’ … hey, it’s Java application, don’t you forget? :p

technorati tags:
,
,
,

experimental jibjib

jibjib จิ๊บจิ๊บ เป็นโปรแกรมทวิตเตอร์บนมือถือ Java ME พัฒนาโดย @sugree

เมื่อวานและวันนี้ ลองแก้ ๆ โค้ดเล่นเองดู อยากจได้นั่นได้นี่ แต่เกรงใจสุกรี ไม่อยากขอเยอะ :p ก็ลองทำเองดู มั่ว ๆ

ส่งแพตช์ไปครั้งแรกแบบไม่เคยลองคอมไพล์ วันนี้มาลองคอมไพล์ดู เอ้อ ไม่ผ่านจริง ๆ :p กว่าจะ build ได้ต้องลงเครื่องมือเพิ่มนิดหน่อย คือ ant-google, J2ME Polish, และ Antenna ไล่ดูเอาจากแฟ้ม build.xml ไดเรกทอรีอะไรต่าง ๆ ก็ ln -s เลียนแบบใน build.xml เอาเลย ง่ายดี จะได้ไม่ต้องตั้งใหม่

ที่อยากได้คือ:

  1. แก้บั๊ก retweet ข้อความที่พอรวมกับ “rt @xxx: ” แล้วยาวเกิน 140 ตัวอักษร (ก่อนหน้านี้ ใช้วิธีเพิ่มขนาดช่องข้อความเป็น 160 ตัวอักษร แก้ขัดไปก่อน)
  2. ใช้ปุ่มตัวเลขเป็นปุ่มลัดต่าง ๆ ได้ เช่น 2 = tweet, 4 = reply, 5 = retweet, * = favorite
  3. ความสามารถ ‘ย่อ’ ข้อความให้สั้นลงหน่อย

สุดท้ายแล้ว (2) ไม่เวิร์ก เพราะ keyPressed() มันใช้ได้เฉพาะ Canvas subclass, ตัว jibjib ใช้ Form สำหรับหน้าอ่านทวีต, List สำหรับหน้าดูรายการทวีต – ถ้าอยากได้ ต้องใช้ Polish GUI .. ซึ่งมันจะทำให้ jibjib อ้วนขึ้น จาก 52K ไปเป็น 104K ทันที = สองเท่า! ก็เลย เอาไว้ก่อนละกัน เดี๋ยวหาทางดี ๆ ก่อน

(1) นี่ทำงานได้ตามที่อยากได้ ส่วน (3) ก็พอไหว แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะมีปัญหาในการใช้งานจริงไหม จะไปย่ออะไรที่ไม่น่าย่อรึเปล่า

แถมเพิ่มมาคือ ตรงหัวเรื่อง title ของแต่ละหน้าจอ แทนที่จะเป็นคำว่า jibjib ไปตลอด ก็ให้หัวเรื่องมันสื่อถึงหน้าปัจจุบันหน่อย เช่นถ้ากำลังแสดง Friends Timeline อยู่ ก็จะขึ้นหัวว่า Friends

ลองทดสอบดูครับ

ตอนคอมไพล์/บิวด์ ใช้ ant compile ตามด้วย ant polish ตัวหลังนี้มันจะช่วยสร้างแฟ้ม jad และ jar สำหรับมือถือสเป็กต่าง ๆ ให้อัตโนมัติ มี preprocessor ให้ใช้ได้ด้วย เพื่อความสะดวกในการจะเรียกใช้บางฟังก์ชั่นที่มีเฉพาะในโทรศัพท์บางรุ่น

ตอนจะทดสอบในเครื่องคอมด้วยอีมูเลเตอร์ ต้องไปแก้แฟ้ม jad นิดหน่อย ตรง MIDlet-Jar-URL เอาให้มันชี้ไปที่ไหนซักที่ ที่เราเอาแฟ้มไปวางอยู่ (ถ้าไม่แก้ มันจะไปเรียกจาก jibjib.googlecode.com)

ทดสอบด้วยอีมูเลเตอร์ ใช้คำสั่ง j2mewtk/bin/emulator -Xdescriptor:dist/ชื่อแฟ้ม.jad

ส่งแพตช์เข้า issue tracker ไปแล้ว

build มาให้ทดลองใช้ชั่วคราวครับ ระหว่างรอ @sugree ตรวจโค้ดแพตช์

  • MIDP 2.0 / CLDC 1.0 jad | jar
  • MIDP 2.0 / CLDC 1.1 jad | jar
  • MIDP 2.1 / CLDC 1.1 jad | jar

ย้ำว่านี่เป็นรุ่นทดลอง-ทดสอบนะครับ ตัวโปรแกรมรุ่นอย่างเป็นทางการอยู่ที่เว็บสุกรี sugree.com/project/jibjib

มีซอร์สโค้ดให้ดูให้แก้ได้ เราก็มีโอกาสได้ลงมือเอง ถ้าอยากทำ/ต้องทำ

technorati tags:
,
,

Fund raise for APC 2008

APC 2008 (Associated Programming Contest 2008) เป็นการแข่งขันเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ภาษา C/C++ ออนไลน์ ลักษณะประมาณ Google Code Jam หรือโจทย์คอมพิวเตอร์โอลิมปิก งานนี้น้อง ๆ ทีมงานเขาจัดกันเอง ไม่ได้มีสปอนเซอร์อะไร ทำไปเพราะใจรักล้วน ๆ ก็เลยไม่ได้มีของรางวัลอะไร

sugree, mk, kengggg และหลาย ๆ คนเลยคิดว่า น่าจะสนับสนุนน้อง ๆ เขาหน่อย เลยจะแจกเสื้อยืดสวย ๆ เป็นที่ระลึกความภูมิใจ ให้กับ 50 คนแรก (ดูประกาศที่ Blognone)

ทีนี้จะหาเงินจากไหนดี เราก็ลงขันกันละกัน คนละนิดละหน่อย

ใครอยากช่วย ก็ลงขันกันทาง Chipin ได้ครับ เท่าไหนก็ได้ (หรือจะช่วยบอกต่อก็ได้ โดยกดที่ปุ่ม ‘Copy’ ข้างล่างนี้ แล้วลอกโค้ดไปแปะที่บล็อก/เว็บบอร์ด)

ไอเดียหลักของเรื่องนี้ น่าจะอยู่ที่ช่วยกันสร้างชุมชนเล็ก ๆ ต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นครับ เพื่อวันหนึ่งชุมชนเหล่านี้ก็จะได้โต ไปช่วยเหลือชุมชนอื่น ๆ ได้อีก

technorati tags:
,
,

Two Bits (book)

หนังสือ Two Bits: The Cultural Significance of Free Software โดย Christopher M. Kelty อาจารย์มานุษยวิทยาที่มหาวิทยาลัยไรซ์

อ่านฟรี (PDF – ครีเอทีฟคอมมอนส์ by-nc-sa)

คำบรรยายสรรพคุณ จากใบปลิว:

Drawing on ethnographic research that took him from an
Internet healthcare start-up company in Boston to media
labs in Berlin to young entrepreneurs in Bangalore, Kelty
describes the technologies and the moral vision that bind
together hackers, geeks, lawyers, and other Free Software
advocates. In each case, he shows how their practices and
way of life include not only the sharing of software source
code but also ways of conceptualizing openness, writing
copyright licenses, coordinating collaboration, and proselytizing. By exploring in detail how these practices came
together as the Free Software movement from the 1970s to
the 1990s, Kelty also considers how it is possible to understand the new movements emerging from Free Software:
projects such as Creative Commons, a nonprofit organization that creates copyright licenses, and Connexions, a
project to create an online scholarly textbook commons.

[ ผ่าน anthropologi.info ]

technorati tags: 

Read Windows Help on Ubuntu/Linux

ใช้ลีนุกซ์ เกิดจำเป็นต้องอ่านเอกสารในรูปแบบ CHM (Microsoft Compiled HTML Help) ขึ้นมาจะทำไง ?

สำหรับคนใช้ GNOME เรามี GnoCHM ครับ
(ส่วนพลพรรค KDE ลอง KchmViewer ดู – เหมือนอินเทอร์เฟซในการค้นหาจะสะดวกกว่าแฮะ)

บน Ubuntu ติดตั้ง GnoCHM ง่าย ๆ :

sudo apt-get install gnochm

หน้าตาเป็นงี้ (เปิดดู Rails CHM Documentation)

CHM viewer on GNOME

หรือใครสะดวกเป็น PDF กว่า เช่นจะเอาไปพิมพ์ลงกระดาษ ลอง chm2pdf ลงง่าย ๆ เช่นกัน :

sudo apt-get install chm2pdf

ทุกอย่างทำได้ (บางทีก็เหนื่อยหน่อย) ด้วยซอฟต์แวร์เสรี

technorati tags:
,
,

How to install Tahoma font, Ubuntu Studio theme and preload in Ubuntu (+ OpenSolaris 2008.05 debut)

from Ubuntu Forums – HOWTO: Tahoma Font in Breezy by Casey

ถึงจะใช้โอเพนซอร์ส บางทีเราก็จำเป็นต้อง/ถูกบังคับให้ใช้ฟอนต์ที่ไม่ใช่ซอฟต์แวร์เสรี
เช่น รายงานความคืบหน้าการวิจัยของเนคเทค ที่แม้จะระบุให้ใช้ OpenDocument Text (มาตรฐานเปิด-เยี่ยม) แต่ในขณะเดียวกันก็ระบุว่าให้ใช้ฟอนต์ Tahoma (เฉพาะระบบของไมโครซอฟท์-เฮ้ย)

วิธีติดตั้งฟอนต์ Tahoma บน Ubuntu (กนู/ลีนุกซ์ดิสโทรอื่น ๆ ก็ปรับ ๆ เอานะครับ)

  1. ลงแพคเกจ msttcorefonts ก่อน :
    sudo apt-get install msttcorefonts
  2. ดาวน์โหลดฟอนต์ Tahoma จาก http://download.microsoft.com/download/ie6sp1/finrel/6_sp1/W98NT42KMeXP/EN-US/IELPKTH.CAB :
    wget http://download.microsoft.com/download/ie6sp1/finrel/6_sp1/W98NT42KMeXP/EN-US/IELPKTH.CAB
  3. แตกแฟ้ม IELPKTH.CAB ออกมา, ในที่นี้เราจะใส่ไว้โฟลเดอร์ชั่วคราว tahomafont :
    cabextract -d tahomafont IELPKTH.CAB
  4. คัดลอกแฟ้มฟอนต์ทั้งหมดไปที่โฟลเดอร์ฟอนต์ msttcorefonts ของ Ubuntu :
    sudo cp tahomafont/*.ttf /usr/share/fonts/truetype/msttcorefonts/
  5. ลบโฟลเดอร์ชั่วคราว tahomafont เมื่อสักครู่นั้นทิ้ง :
    rm -rf tahomafont

เสร็จ

เกร็ด: น่าสนใจว่าแพคเกจ IELPKTH.CAB นี้ มันคือ Thai Language Pack ของ Internet Explorer ซึ่งนอกจากฟอนต์แล้ว ยังมีผังแป้นพิมพ์ไทย และรหัสอักขระไทย (CP 874) ด้วย


แถม : ลงธีมของ Ubuntu Studio บน Ubuntu ปกติ (เห็นใน twitter)

ถ้าจะเอาทั้งชุดเลย (รวมหน้าจอล็อกอิน, โปรแกรมเสริมบน desktop) :
sudo apt-get install ubuntustudio-look

ถ้าจะเอาแค่ธีม ไอคอน พื้นหลัง :
sudo apt-get install ubuntustudio-theme ubuntustudio-icon-theme ubuntustudio-wallpapers

ลงแล้วสวยดี แต่กับบางโปรแกรมใช้แล้วจะมองไม่ค่อยเห็น ปวดตาหน่อย ๆ
เช่น Firefox 3 นี่ จะมีปัญหาเรื่องสีกับตรงช่องที่อยู่ address bar คือสีที่ไฟร์ฟ็อกซ์ใช้สำหรับลิงก์ มันเป็นสีเขียว
แล้วสีของพื้นหลังของ widget ใน Ubuntu Studio นี่มันเป็นสีเทาดำ มันเลยอ่านยากมาก ไม่ดีเท่าไหร่ หรืออย่างเวลาทำไฮไลท์ข้อความในช่องที่อยู่ มันก็ไม่เปลี่ยนสีพื้นหลัง เปลี่ยนแต่สีอักษร ดูยากไปนิดนึง โปรแกรมอื่นไม่เป็นนะ เป็นแต่กับไฟร์ฟ็อกซ์นี่แหละ เข้าว่าเป็นเพราะไม่ได้เป็น GTK+


แถม 2 (ใจดี) : OpenSolaris 2008.05 ออกแล้ว (ข่าวที่ OSNews) เป็นดิสโทรอีกดิสโทรหนึ่งของ OpenSolaris (เอ่อ ชื่อดันเหมือนกันอีก คือนอกจาก OpenSolaris ที่เป็นดิสโทรแล้วเนี่ย ยังมีคนเอาซอร์สโค้ดจาก OpenSolaris.org ไปทำดิสโทรอื่น ๆ อีก เช่น Nexenta) มี Live CD ด้วย

ดิสโทร OpenSolaris นี้ ใช้ตัวจัดการแพกเกจตัวใหม่ที่ชื่อว่า Image Packaging System (IPS) ซึ่งเจ้า IPS นี่ ใช้ประโยชน์จากระบบแฟ้ม ZFS เช่นการทำ rollback กรณี โอ๊ะ ติดตั้งแพกเกจใหม่เข้าไปแล้วเจ๊ง จะย้อนกลับ ก็ใช้ความสามารถของ ZFS ทำ (ดิสโทรอย่าง Nexenta นั้นใช้ apt ซึ่งผู้ใช้ลีนุกซ์ค่าย Debian, Ubuntu จะคุ้นเคยกว่า)

รีวิวค่อนข้างดี แต่ก็ยังมีจุดต้องปรับปรุงเช่นเรื่องการแชร์แฟ้มกับ Samba ที่ยุ่งยากเกินไป ในรีวิวนั้นมีภาพจับหน้าจอให้ดูหลายรูป ดูในรูปคล้าย Linux Desktop ทั่วไปมาก เพราะใช้ GNOME 2.22 เหมือน ๆ กัน (ในภาพนั้นใช้ธีม Nimbus แบบเดียวกับที่มีใน Java 6 Update 10)

ถ้าไม่อยากดาวน์โหลด หรืออยากได้แผ่นมาเก็บ สั่งได้นะครับ ฟรี ค่าส่งก็ไม่คิด ผมสั่งไปแล้ว อยากรู้ว่าจะสวยเหมือนโลโก้รึเปล่า 😀


แถม 3 (ชิงร้อยชิงล้าน) : ในลีนุกซ์ เราสามารถเร่งความเร็วการโหลดโปรแกรมที่เราใช้บ่อย ๆ ได้โดยใช้โปรแกรม preload โปรแกรมนี้มันจะคอยดูพฤติกรรมการใช้งานโปรแกรมของเรา และก็ไปโหลดบางส่วนของโปรแกรมที่เราใช้บ่อย ๆ ขึ้นมารอไว้ในหน่วยความจำล่วงหน้า (เรียกอีกอย่างก็คือ โกง น่ะ) วิธีพวกนี้เราเรียกว่า pre-fetching ใน Windows XP ก็มี

วิธีติดตั้ง preload บน Ubuntu :
sudo apt-get install preload
แค่นั้นเลย แล้วมันก็จะทำงานอัตโนมัติอยู่หลังฉาก

ถ้าอยากดูว่ามันทำอะไรอยู่ ก็ :
sudo tail -f /var/log/preload.log
หรือถ้าอยากดูละเอียด ๆ เป็นรายแฟ้มเลย ก็ :
sudo less /var/lib/preload/preload.state

ที่มา : Linux Journal ฉบับล่าสุด (ล่าสุดที่เมืองไทยใน Bookazine นะ ไม่รู้ล่าสุดแค่ไหน), LifeHacker, และ Techthrob.com (อันหลังสุดนี่ละเอียดมาก มีวิธีการตั้งค่าโดยละเอียดด้วย)

technorati tags: , , , , ,

TYPO3 user groups in Thailand

TYPO3 เป็น CMS framework ที่มีความสามารถสูงตัวหนึ่ง เขียนด้วย PHP และเป็นซอฟต์แวร์เสรี (GNU GPL) TYPO3 ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการออกแบบเว็บ เพราะใช้ระบบเท็มเพลตที่มีความสามารถสูงและง่ายต่อการปรับแต่ง (บางคนก็บอกว่า flexible เกินจนซับซ้อน, too many levels of abstraction) และใช้งานได้ง่ายผ่าน TypoScript

ที่ผ่านมา ตัว TYPO3 เองไม่ค่อยดังเท่าไหร่ในบ้านเรา อย่างน้อยก็สำหรับกลุ่มคนทำเว็บที่มาจากสายโปรแกรมเมอร์ แต่วันนี้มีชุมขนผู้ใช้แล้วครับ:
http://forum.t3net.in.th/

FLOW3 จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของ TYPO3 รุ่นหน้า รุ่น 5.0 โดย FLOW3 นี้ จะไม่ได้เป็นแค่ CMS framework แล้ว แต่จะเป็น application framework กันเลยทีเดียว.
Domain-Driven Design, Dependency Injection และ Aspect-Oriented Programming เหล่านี้คือแนวคิดที่ใช้ออกแบบและสร้าง FLOW3

From my post on TYPO3 almost three years ago, with a feeling like it’s very quiet form TYPO3 in Thailand then (and even now, comparing to WordPress, Drupal or other CMSs) now a response (well, now quite ‘now’, it’s a month ago), from jn:

Update March 2008

Now things are starting to move in Thailand. We have TYPO3 user groups in Bangkok, Phuket (South) and Chiang Mai (North)

We also have a Bangkok based TUGTH forum, please visit here:
http://forum.t3net.in.th/

Growing community… it seems, congratulations! 😉

technorati tags: , , ,