The New FSF: Free Service Foundation ?

(Yahoo ซื้อ Flickr แล้วนะ)

ใช้ IM ของ MSN (MSN Messenger)
ใช้บล็อกกะอีเมล ของ Google (Blogspot, GMail)
ใช้อัลบั้มรูปกะอีเมล ของ Yahoo (Flickr)

กระจัดกระจาย

เออ ดี แบ่งกันไปให้หมด ปวดหัว อยากได้ทุกอย่าง ที่เดียว ID เดียวอ่ะ
ต้องทำเองมั๊ยเนี่ย -_-“

แต่ทำเองก็ไม่ดีหรอก เพราะว่าจริงๆ ไอ้พวกนี้มันจะใช้ได้ดี มีคุณค่าขึ้นมา ก็ดีตรงที่เครือข่าย
ลำพัง application น่ะ มันก็เฉยๆ แต่มันดีขึ้นมาได้มากๆ ก็ด้วยคนที่เข้าไปใช้
ถ้าทำเองสร้างเอง ใช้อยู่คนเดียว มันก็ไม่มีพลังจาก social network ตรงนั้น
อย่าง Flickr ถ้ามันเชื่อมไปอัลบั้มชาวบ้านไม่ได้ (ผ่านทาง tag, ทาง contacts) มันก็แทบไม่มีอะไรต่างกะอัลบั้มรูปออนไลน์สมัยเก่าเลย

จะหวังให้มีการเชื่อมข้ามเครือข่าย? เปิดให้ใครๆ ก็เข้ามาเชื่อมได้?
(เช่น เราตั้งพื้นที่ส่วนตัวของเราขึ้นมาเอง บนเซิร์ฟเวอร์เราเอง แล้วให้ไปเชื่อมกับ Flickr, Blogspot, MSN Spaces โยง contacts กันไปมาได้)
ผ่านทาง Web API กลาง … ฝันเหอะ แค่โปรโตคอล IM นี่ยังรอกันไม่เลิกเลย

เราต้องการ Free Service Foundation ?
ต่อไปใครจะสนใจว่าใช้ “ซอฟต์แวร์” อะไร .. มีใครสนใจบ้างนะ?
ถ้ามือถือของเรา (‘โทรศัพท์มือถือ’? ป่าว ผมบอกแค่ ‘มือถือ’ มันเป็นอะไรมากกว่านั้นไปแล้วนี่) ทำอะไรได้ทุกอย่างที่เราต้องการ ผ่านบริการต่างๆ ทั้งฟรี และบอกรับสมาชิก
ใครจะสนใจว่าบริการเหล่านั้นใช้ซอฟต์แวร์อะไร ทำงานอะไร?
(โอเค สนนิดหน่อย ก่อนตัดสินใจใช้ เหมือนอ่านพวกหนังสือเครื่องเสียง เปรียบเทียบรุ่น สเปก ราคา ต่างๆ ก่อนซื้อ, แต่หลังจากนั้น เราก็ลืมไปเลย วันๆ กดรีโมตอย่างเดียว ไม่ได้สนแล้วว่าสเปกมันอะไรบ้าง ฟังเพลงเพราะ เลือกแทร็คได้ ทำอะไรๆ อย่างที่ต้องการได้ พอแล้ว เอาเวลาไปคิดเรื่องอื่นบ้าง ปวดหัว)

FSF เก่า (S สำหรับ Software/ซอฟต์แวร์) ก็ยังต้องมีอยู่ สำหรับสิ่งต่างๆ ที่อยู่ข้างใต้ (ผู้ใช้จะสนใจมันรึเปล่าไม่รู้ล่ะ แต่ของพื้นฐานมันต้องมี ไม่มีไม่ได้)
แต่เราคงต้องมี FSF ใหม่ (S สำหรับ Service/บริการ) เพิ่มขึ้นมาด้วย
ซอฟต์แวร์เป็นชิ้นๆ ไม่ได้ต่อกันเป็นบริการ ก็เหมือนแขนข้าง ขาข้าง ไม่ได้เอามาต่อกัน ความสามารถก็จำกัด?

มาตรฐานเปิด อย่างมาตรฐานเอกสาร พวก OpenDocument หรือพวกลูกหลาน XML อะไรทั้งหลายแหล่นั่น ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้น เป็นพื้นฐาน ของ FSF ใหม่นี้ได้
แต่อันนั้นมันกำหนดแค่ มาตรฐานข้อมูล ไม่ได้มีเรื่อง มาตรฐานการแลกเปลี่ยน

มาตรฐานการแลกเปลี่ยน พื้นฐานสุดตอนนี้ ก็คงเป็น TCP/IP, แล้วก็มีพวก web services ทั้งหลายมาซ้อนอยู่ด้านบน บอกว่าจะแลกเปลี่ยนกันยังไง ข้อตกลงต่างๆ (คำว่า protocol/โปรโตคอล แปลตรงๆ ก็คือ ข้อตกลง/พิธีสาร นั่นเอง)
แต่อย่างโปรแกรมที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน อย่างการเขียนบล็อก เว็บแต่ละที่ ถึงจะใช้ web service เหมือนกัน แต่ก็มี api ต่างกัน ไม่ได้มีอะไรที่ใช้ร่วมกันเลย (ส่วนการอ่านนี่ ก็คงผ่าน RSS, RDF, Atom อะไรพวกนี้ อันนี้ดีหน่อย)

หรือเราจะมีทางมีโปรโตคอลกลางสำหรับแชร์ contact list รึเปล่า? และบริการอื่นๆ ด้วย (สมุดนัดหมาย?)
แบบว่าลิขสิทธิ์ถือโดยองค์กรกลางอะไรซักอย่าง แล้วสัญญาอนุญาตการใช้งาน ก็เป็นแบบเสรี (Free Service License? .. ผมก็ตั้งชื่อไปงั้นแหละ ยังนึกไม่ออกว่ามันจะออกมาเป็นไง)
แล้วเจ้าเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการนี่ ก็ใครจะตั้งขึ้นมาก็ได้ เป็นลักษณะ distributed, decentralized กระจาย, ไม่รวมศูนย์
(อย่างของ Drupal? ชื่อเดียวล็อกอินเข้าเว็บ Drupal ที่ไหนก็ได้? .. หรือว่าอย่าง Liberty Alliance ที่เป็นระบบ single sign-on?)

สมมติ ผมตั้งเซิร์ฟเวอร์ (อาจจะที่โน๊ตบุ๊คผมนี่แหละ เป็น peer-to-peer ก็ได้) ของผมขึ้นมาเอง ใช้ซอฟต์แวร์ “Miss Photo” (นามสมมติ)เอาไว้เก็บรูปถ่ายต่างๆ ของผม มี รูปวัด รูปทะเล
จะมีทางยังไง ให้มันโยงหน้าที่แสดงรูปทะเลของผม เข้ากับรูปทะเลของคนอื่นๆ ที่เค้าใช้ซอฟต์แวร์ “ePhoto” ได้โดยอัตโนมัติ
ถ้าไม่มีมาตรฐานกลางเรื่องโปรโตคอล เรื่อง api เราไม่น่าจะทำได้นะ
แล้วถ้าไม่มีองค์กรอะไรที่เราเชื่อถือได้มาดูแลเรื่องนี้ .. อะไรจะมารับรองว่า มันจะเป็นกลาง และเสรีไปตลอด?

โมเดล ซอฟต์แวร์เสรี จะมาช่วยสร้าง บริการเสรี ได้รึเปล่า?

Free Service Foundation .. ตอนนี้ไกลตัวเราเกินไปมั๊ย?

หมายเหตุ: อยากเขียนเป็นภาษาอังกฤษนะ เผื่อคนชาติอื่นๆ จะได้อ่านด้วย
แต่ตะกี้มันแบบ ระเบิดออกมาทันทีน่ะ ยังไงถ่ายทอดเป็นภาษาแม่มันก็ไหลกว่า (จินตนาการไม่ถูกจำกัดด้วยความอ่อนหัดทางภาษา)
แต่ตอนนี้ก็ขี้เกียจแปลละ เหมือนที่พยายามจะพูด พูดเป็นภาษาไทยยังไม่ค่อยชัดเจนเลย แปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วจะไปกันใหญ่ -_-

Published by

bact

bact' is a name

4 thoughts on “The New FSF: Free Service Foundation ?”

  1. service มันเป็นการผลิตในลำดับตติยภูมิ แต่ software เป็นการผลิตในระดับปฐมภูมิ (comp sci) และทุติยภูมิ (software engineering) จึงควรตระหนักถึงความหมายของความว่า ฟรี หรือ เสรีภาพ ในที่นี้ว่าเสรีภาพในวัตถุดิบที่อยู่ในลำดับตติยภูมิมันควรจะหมายถึงอะไร โดยส่วนตัวคิดว่า service ของเอกชนไม่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพมากนัก แต่ถ้า service เกี่ยวข้องกับบริการของรัฐ service ก็ควรจะให้เสรีภาพแก่ผู้ใช้บริการและผู้ใช้บริการของรัฐก็สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือของระบบได้ ว่าสามารถปกป้องสิทธิ์และความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการได้จริง(ในระดับของการตรวจสอบที่เหมาะสมและโปร่งใส)

  2. น่าจะมีคนเขียนเรื่องทำนองนี้ไว้แล้วนะ ลองหาดู เผลอเผื่อมีโปรเจคต์

  3. อยากเห็นความหลากหลายของมาตรฐานมากกว่า แบบที่เค้าว่า ข้อดีของมาตรฐานคือมันมีให้เลือกมากมาย ซอฟต์แวร์เสรีคงส่งผลดีในระดับหนึ่งต่อมาตรฐานเปิด สังคมควรจะทำงานมากขึ้นเพื่อสนับสนุนความหลากหลายของมาตรฐาน เพื่อให้ระบบไม่โดนมาตรฐานครอบงำ เหมือนที่กำลังโดน xml ครอบงำ แต่ไม่ได้คัดค้านการมีมาตรฐานกลาง เช่น การใช้ xml เป็นสะพานระหว่างมาตรฐาน แต่อยากให้เป็นแค่ fall-back เพื่อไม่ให้ลดความเป็นไปได้ของการเกิดมาตรฐานใหม่ๆมากไป

  4. เหมือน XML เป็นรถบรรทุกธรรมดาๆ ใหญ่ เทอะทะ แต่วิ่งไปได้ทุกที่ แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นไม่ให้สร้างรางรถไฟสำหรับรถไฟความเร็วสูง? หรือว่าเรือข้ามแม่น้ำ (แต่ละแอพพลิเคชั่นมีความต้องการไม่เหมือกัน)รถบรรทุกนี่เอาไว้เป็น fall-back ถึงจะต้องอ้อม หรือไปช้า แต่ถนนที่รถวิ่งไปได้ น่าจะมีเยอะกว่าทำนองนั้น?

Leave a Reply