Information and Services Design, UC Berkeley

ออกแบบสารสนเทศและบริการ

Information and Services Design
School of Information
University of California, Berkeley

The Information and Services Design program was established at the UC Berkeley School of Information in 2007 to provide a focus for teaching and research on the skills and concepts required by a services-led and information-powered economy.

ปีการศึกษาหน้า หลาย ๆ มหาวิทยาลัยในเมืองไทย (เช่น รังสิต, SIIT, ศิลปากร, AIT) น่าจะเริ่มเปิด service sciences กันแล้ว

technorati tags:
,

Services Science seminar @ Science Park – 1 Feb

สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด และสถาบันอุดมศึกษาในโครงการ จัดการสัมมนาเรื่อง
“วิทยาการบริการ (Services Science) ในประเทศไทย”

พร้อมบรรยายพิเศษหัวข้อ
“นวัตกรรมสำหรับศตวรรษที่ 21”
โดย Mr. Nicholas Donofrio รองประธานกรรมการบริหาร ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ไอบีเอ็ม สำนักงานใหญ่

และการเสวนากลุ่มจากผู้ทรงคุณวุฒิ ในเรื่องวิทยาการบริการในประเทศไทย
โดยจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องความร่วมมือในการส่งเสริมการพัฒนาศาสตร์การบริการ เรื่องการพัฒนาบุคคลากร และเรื่องการจ้างงานในอุตสาหกรรมการบริการ ในประเทศไทย เป็นต้น

พฤหัสที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550
14.00 – 15.30 น.
ณ ห้องประชุมออดิทอเรียม ชั้น 3 ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย (ติดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต)

ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ:
สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
โทรศัพท์ 0-2501-3505~20 ต่อ 2015
โทรสาร 0-2501-3505~20 ต่อ 2001

อ่านเพิ่มเกี่ยวกับ “วิทยาการบริการ”

technorati tags:
,
,

Services Science

DuoCore ตอน 9 ช่วงสุดท้าย มีคุยถึง “วิทยาการบริการ” (services science) สาขาวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับการบริการ

สอนหนังสือ ร้านอาหาร รักษาพยาบาล ทำศพ จัดดอกไม้ ถ่ายรูปแต่งงาน ซ่อมคอม เขียนโปรแกรม ดูดส้วม ทำบัญชี นำเที่ยว ทำผม ขับรถ เก็บขยะ ฯลฯ พวกนี้คืองานบริการทั้งสิ้น รอบตัวเรา

จะทำยังไงให้ดีมีคุณภาพ ให้มีประสิทธิภาพ ให้เป็นที่พอใจของผู้รับบริการ และให้มีผลกำไรด้วย ?

นิตยสารบิสซิเนสวีค พูดถึงวิทยาการบริการ:
The New Discipline of Services Science

“It’s a melding of technology with an understanding of business processes and organization — and it’s crucial to the economy’s next wave”

“มันคือการรวมเทคโนโลยีเข้ากับความเข้าใจในกระบวนการและองค์กรธุรกิจ — และมันสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเศรษฐกิจยุคหน้า”

ด้วยว่าแง่มุมที่เกี่ยวกับ การบริการ นี้ มีทั้งแง่ของ ‘ศาสตร์’ (science), ‘การจัดการ’ (management), และ ‘วิศวกรรม’ (engineering)
ทางไอบีเอ็ม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการศึกษาวิจัยด้านนี้ ก็เลยเรียกมันว่า “Services Sciences, Management and Engineering” หรือย่อว่า “SSME”

IBM Research: Services Sciences, Management and Engineering:

“Services sciences, Management and Engineering hopes to bring together ongoing work in computer science, operations research, industrial engineering, business strategy, management sciences, social and cognitive sciences, and legal sciences to develop the skills required in a services-led economy.”

“วิทยาการ- การจัดการ- และ วิศวกรรมบริการ หวังที่จะนำงานด้าน วิทยาการคอมพิวเตอร์ การวิจัยดำเนินงาน วิศวกรรมอุตสาหการ ยุทธศาสตร์ธุรกิจ วิทยาการจัดการ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์พุทธิปัญญา/ปริชานศาสตร์ และนิติศาสตร์ มารวมกันเพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยภาคบริการ”

ในวิกิพีเดีย ให้ความหมาย SSME ไว้ว่า:

“SSME is an interdisciplinary approach to the study, design, and implementation of service systems – complex systems in which specific arrangements of people and technologies take actions that provide value for others. More precisely, SSME has been defined as the application of science, management, and engineering disciplines to tasks that one organization beneficially performs for and with another.”

“SSME เป็นวิธีทางสหวิทยาการเพื่อการศึกษา ออกแบบ และสร้างระบบบริการ – ระบบซับซ้อนที่การจัดเตรียมที่เฉพาะเจาะจงของคนและเทคโนโลยี จะปฎิบัติงานที่ก่อให้เกิดคุณค่าต่อผู้อื่น พูดให้ชัดเจนขึ้น SSME ถูกนิยามไว้ว่าเป็นการประยุกต์สาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์ การจัดการ และวิศวกรรมศาสตร์ เข้ากับงานที่องค์กรทำธุรกิจเพื่อผู้อื่น หรือทำร่วมกับผู้อื่น”

วันจันทร์ที่ผ่านมา ไปสัมมนา SSME (จัดโดยไอบีเอ็ม สวทช. ซิป้า สกอ. ฯลฯ) ทำให้รู้ว่า นอกจากงานบริการจะอยู่รอบตัวเราแล้ว สำหรับประเทศไทยของเราเนี่ย ภาคการบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง เป็นภาคธุรกิจที่ทำเงินเป็นกอบเป็นกำให้กับประเทศ และดูจะเหมาะกับจุดแข็งของคนและทรัพยากรในประเทศกว่าภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ เขาก็เลยเห็นว่า น่าจะมีการศึกษาศาสตร์เกี่ยวกับการบริการกันมากขึ้น เพื่อพัฒนาภาคการบริการของไทยให้ดียิ่งขึ้น

งานนี้มีไอบีเอ็มเป็นฝ่ายเริ่ม เข้าหาภาครัฐและภาคการศึกษา โดยก่อนหน้าในต่างประเทศ ไอบีเอ็มก็ได้ร่วมมือกับสถานศึกษาต่าง ๆ ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง SSME มาได้ระยะหนึ่งแล้ว ตอนนี้ก็จะมาทำกันในเมืองไทยด้วย โดยจะร่วมกันเปิดหลักสูตรด้าน SSME ในมหาวิทยาลัยไทย จะลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กัน 1 ก.พ. นี้ ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ ที่จะลงนามก็มี ภาคเอกชน (ไอบีเอ็ม) ภาคการศึกษา (คณะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ ม.รังสิต, SIIT ม.ธรรมศาสตร์, และ ม.ศิลปากร) และ ภาครัฐ (สวทช. กระทรวงวิทย์, ซิป้า กระทรวงไอซีที, สกอ. กระทรวงศึกษา)

สำหรับที่ SIIT ก็จะเปิดหลักสูตรปริญญาโท Services Science ในปีการศึกษาหน้า ก็คงจะเน้นไปทางเทคโนโลยีหน่อย วันที่สัมมนาก็มีอาจารย์จากภาคไอที เทคโนโลยีการจัดการ และการจัดการวิศวกรรม ไปร่วมด้วย ไว้มีข่าวอะไรเพิ่มเติม ก็คงจะได้มาบอกกัน — คิดว่าแนวที่เปิดนี้ สำหรับในส่วนของภาคไอที น่าจะเข้าทางพวกธุรกิจให้คำปรึกษาด้านสารสนเทศ การพัฒนาระบบธุรกิจ หรือพวกเอาท์ซอร์ส เพราะว่านอกจากความรู้ไอทีแล้ว ยังต้องการความรู้เกี่ยวกับระบบองค์กรและการดำเนินธุรกิจอีกด้วย

ตอนนี้ไปดูของที่อื่นก่อน

technorati tags:
,
,

The New FSF: Free Service Foundation ?

(Yahoo ซื้อ Flickr แล้วนะ)

ใช้ IM ของ MSN (MSN Messenger)
ใช้บล็อกกะอีเมล ของ Google (Blogspot, GMail)
ใช้อัลบั้มรูปกะอีเมล ของ Yahoo (Flickr)

กระจัดกระจาย

เออ ดี แบ่งกันไปให้หมด ปวดหัว อยากได้ทุกอย่าง ที่เดียว ID เดียวอ่ะ
ต้องทำเองมั๊ยเนี่ย -_-“

แต่ทำเองก็ไม่ดีหรอก เพราะว่าจริงๆ ไอ้พวกนี้มันจะใช้ได้ดี มีคุณค่าขึ้นมา ก็ดีตรงที่เครือข่าย
ลำพัง application น่ะ มันก็เฉยๆ แต่มันดีขึ้นมาได้มากๆ ก็ด้วยคนที่เข้าไปใช้
ถ้าทำเองสร้างเอง ใช้อยู่คนเดียว มันก็ไม่มีพลังจาก social network ตรงนั้น
อย่าง Flickr ถ้ามันเชื่อมไปอัลบั้มชาวบ้านไม่ได้ (ผ่านทาง tag, ทาง contacts) มันก็แทบไม่มีอะไรต่างกะอัลบั้มรูปออนไลน์สมัยเก่าเลย

จะหวังให้มีการเชื่อมข้ามเครือข่าย? เปิดให้ใครๆ ก็เข้ามาเชื่อมได้?
(เช่น เราตั้งพื้นที่ส่วนตัวของเราขึ้นมาเอง บนเซิร์ฟเวอร์เราเอง แล้วให้ไปเชื่อมกับ Flickr, Blogspot, MSN Spaces โยง contacts กันไปมาได้)
ผ่านทาง Web API กลาง … ฝันเหอะ แค่โปรโตคอล IM นี่ยังรอกันไม่เลิกเลย

เราต้องการ Free Service Foundation ?
ต่อไปใครจะสนใจว่าใช้ “ซอฟต์แวร์” อะไร .. มีใครสนใจบ้างนะ?
ถ้ามือถือของเรา (‘โทรศัพท์มือถือ’? ป่าว ผมบอกแค่ ‘มือถือ’ มันเป็นอะไรมากกว่านั้นไปแล้วนี่) ทำอะไรได้ทุกอย่างที่เราต้องการ ผ่านบริการต่างๆ ทั้งฟรี และบอกรับสมาชิก
ใครจะสนใจว่าบริการเหล่านั้นใช้ซอฟต์แวร์อะไร ทำงานอะไร?
(โอเค สนนิดหน่อย ก่อนตัดสินใจใช้ เหมือนอ่านพวกหนังสือเครื่องเสียง เปรียบเทียบรุ่น สเปก ราคา ต่างๆ ก่อนซื้อ, แต่หลังจากนั้น เราก็ลืมไปเลย วันๆ กดรีโมตอย่างเดียว ไม่ได้สนแล้วว่าสเปกมันอะไรบ้าง ฟังเพลงเพราะ เลือกแทร็คได้ ทำอะไรๆ อย่างที่ต้องการได้ พอแล้ว เอาเวลาไปคิดเรื่องอื่นบ้าง ปวดหัว)

FSF เก่า (S สำหรับ Software/ซอฟต์แวร์) ก็ยังต้องมีอยู่ สำหรับสิ่งต่างๆ ที่อยู่ข้างใต้ (ผู้ใช้จะสนใจมันรึเปล่าไม่รู้ล่ะ แต่ของพื้นฐานมันต้องมี ไม่มีไม่ได้)
แต่เราคงต้องมี FSF ใหม่ (S สำหรับ Service/บริการ) เพิ่มขึ้นมาด้วย
ซอฟต์แวร์เป็นชิ้นๆ ไม่ได้ต่อกันเป็นบริการ ก็เหมือนแขนข้าง ขาข้าง ไม่ได้เอามาต่อกัน ความสามารถก็จำกัด?

มาตรฐานเปิด อย่างมาตรฐานเอกสาร พวก OpenDocument หรือพวกลูกหลาน XML อะไรทั้งหลายแหล่นั่น ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้น เป็นพื้นฐาน ของ FSF ใหม่นี้ได้
แต่อันนั้นมันกำหนดแค่ มาตรฐานข้อมูล ไม่ได้มีเรื่อง มาตรฐานการแลกเปลี่ยน

มาตรฐานการแลกเปลี่ยน พื้นฐานสุดตอนนี้ ก็คงเป็น TCP/IP, แล้วก็มีพวก web services ทั้งหลายมาซ้อนอยู่ด้านบน บอกว่าจะแลกเปลี่ยนกันยังไง ข้อตกลงต่างๆ (คำว่า protocol/โปรโตคอล แปลตรงๆ ก็คือ ข้อตกลง/พิธีสาร นั่นเอง)
แต่อย่างโปรแกรมที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน อย่างการเขียนบล็อก เว็บแต่ละที่ ถึงจะใช้ web service เหมือนกัน แต่ก็มี api ต่างกัน ไม่ได้มีอะไรที่ใช้ร่วมกันเลย (ส่วนการอ่านนี่ ก็คงผ่าน RSS, RDF, Atom อะไรพวกนี้ อันนี้ดีหน่อย)

หรือเราจะมีทางมีโปรโตคอลกลางสำหรับแชร์ contact list รึเปล่า? และบริการอื่นๆ ด้วย (สมุดนัดหมาย?)
แบบว่าลิขสิทธิ์ถือโดยองค์กรกลางอะไรซักอย่าง แล้วสัญญาอนุญาตการใช้งาน ก็เป็นแบบเสรี (Free Service License? .. ผมก็ตั้งชื่อไปงั้นแหละ ยังนึกไม่ออกว่ามันจะออกมาเป็นไง)
แล้วเจ้าเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการนี่ ก็ใครจะตั้งขึ้นมาก็ได้ เป็นลักษณะ distributed, decentralized กระจาย, ไม่รวมศูนย์
(อย่างของ Drupal? ชื่อเดียวล็อกอินเข้าเว็บ Drupal ที่ไหนก็ได้? .. หรือว่าอย่าง Liberty Alliance ที่เป็นระบบ single sign-on?)

สมมติ ผมตั้งเซิร์ฟเวอร์ (อาจจะที่โน๊ตบุ๊คผมนี่แหละ เป็น peer-to-peer ก็ได้) ของผมขึ้นมาเอง ใช้ซอฟต์แวร์ “Miss Photo” (นามสมมติ)เอาไว้เก็บรูปถ่ายต่างๆ ของผม มี รูปวัด รูปทะเล
จะมีทางยังไง ให้มันโยงหน้าที่แสดงรูปทะเลของผม เข้ากับรูปทะเลของคนอื่นๆ ที่เค้าใช้ซอฟต์แวร์ “ePhoto” ได้โดยอัตโนมัติ
ถ้าไม่มีมาตรฐานกลางเรื่องโปรโตคอล เรื่อง api เราไม่น่าจะทำได้นะ
แล้วถ้าไม่มีองค์กรอะไรที่เราเชื่อถือได้มาดูแลเรื่องนี้ .. อะไรจะมารับรองว่า มันจะเป็นกลาง และเสรีไปตลอด?

โมเดล ซอฟต์แวร์เสรี จะมาช่วยสร้าง บริการเสรี ได้รึเปล่า?

Free Service Foundation .. ตอนนี้ไกลตัวเราเกินไปมั๊ย?

หมายเหตุ: อยากเขียนเป็นภาษาอังกฤษนะ เผื่อคนชาติอื่นๆ จะได้อ่านด้วย
แต่ตะกี้มันแบบ ระเบิดออกมาทันทีน่ะ ยังไงถ่ายทอดเป็นภาษาแม่มันก็ไหลกว่า (จินตนาการไม่ถูกจำกัดด้วยความอ่อนหัดทางภาษา)
แต่ตอนนี้ก็ขี้เกียจแปลละ เหมือนที่พยายามจะพูด พูดเป็นภาษาไทยยังไม่ค่อยชัดเจนเลย แปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วจะไปกันใหญ่ -_-