Democracy Monument, days after the 2006 Coup

ปฏิรูปกองทัพ ขยายงานบริการ สร้างรายได้ เพิ่มดาวน์ไลน์ คุณเองก็ทำได้

(บันทึกจากการไปนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ลำปาง เมื่อหลายเดือนก่อน)

ที่พักที่อยู่นี่ มีพลทหารสองนายดูแลด้วย ประมาณว่าเจ้าของเป็นทหาร (ขับรถมีสติกเกอร์ กอ.รมน.) เลยมาเรียกมา “ปฏิบัติราชการ” ช่วยนายเสียหน่อย ปัดกวาดเช็ดถู ยกเก้าอี้ และเสิร์ฟเบียร์ลูกค้า :p

คนนึงบอกว่าช่วงเมษาปีที่แล้ว ถูกเรียกไปอยู่ในราบ 11 ด้วย คือถูกเรียกหมด ไม่รู้ว่าจากไหนจากไหนมั่ง ไม่รู้จักเลย แล้วก็เฮลิคอปเตอร์ รถถัง ฯลฯ เพียบ แต่ปกติเขาอยู่ภาคใต้

Democracy Monument, days after the 2006 Coup

กำลังคิดว่า ไอ้ที่กองทัพบอกว่าลดกำลังพลไม่ได้นู่นนี่นั่น เวลามีคนไปกระทุ้งว่าต้องปฏิรูปกองทัพ ลดกำลังพล (และลดตำแหน่งนายพลกินเงินตำแหน่ง) ชะรอยจะเป็นเพราะว่าเดี๋ยวจะขาดแคลน “แรงงานนอกระบบ” เหล่านี้ — เจ๋งกว่าแรงงานพม่าอีกอ่ะ ค่าจ้างก็ถูกกว่า (i.e. ประชาชนจ่ายให้) ไม่บ่นไม่งอน (อย่าหือกะผู้บังคับบัญชานะฮะ ) ไม่ต้องปวดหัวเรื่องใบอนุญาต แถมเป็นบุญเป็นคุณกันอีกอ่ะ อุตส่าห์ดึงตัวมานะเนี่ย จะได้ไม่ต้องไปทำงานหนักฝึกหนักในกองทัพ มาอยู่สบาย ๆ กะนาย :p

นึกถึงธุรกิจห้องจัดเลี้ยงของกองทัพนะ เคยไปงานแต่งงานเพื่อนที่ลพบุรี คนเสิร์ฟนี่พลทหารทั้งนั้น เออ ดีฮะ นี่ถ้าลดกำลังพลลงไป สงสัยจะต้องเดินไปผัดเอง เสิร์ฟเอง ล้างเอง ดี ๆ ๆ อย่าลดครับ เดี๋ยวผมเมื่อย (นี่ไง “กองทัพรับใช้ประชาชน”!)

อูรา นอกจากจะถือครองทรัพยากร ที่ดิน และ คลื่นความถี่ มหาศาลแล้ว กองทัพยังถือครองทรัพยากรแรงงานอีกโคตรเยอะเลยนะเนี่ย รวย รวย รวย (แต่ไม่พอไง พวกนี้มันรวยท่ายาก ไปรวยท่าง่ายแบบงบลับ งบซื้ออาวุธไรงี้ดีก่า ไม่ปวดหัว)

ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ (ชื่ออย่างเป็นทางการนี่ยาวเกิน พิมพ์ไปก็คงจะผิดเปล่า ๆ) และที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (หลังรัฐประหาร) รปภ.ทั้งหมด ก็เป็นทหาร หรือไม่ก็ดูแลโดยองค์การทหารผ่านศึก ทำกันเป็นเรื่องเป็นราว

แบบนี้ยังไงก็คงลดไม่ได้ มีแต่ต้องเพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม ให้กองทัพเขามีรายได้ เลี้ยงตัวเองได้ จะได้ไม่ต้องพึ่งพาหรือเชื่อฟังรัฐบาลน่ะ

แฮปปี้ไทยแลนด์

งบประมาณทหารต่อจีดีพีของไทย หลังรัฐประหาร ถีบตัวขึ้นไปสูงกว่าอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ (ซึ่งมีแนวชายแดน/ชายฝั่งและจำนวนประชากรมากกว่าเรา) และขยับเข้าใกล้เวียดนาม (ซึ่งเป็นประเทศคอมมิวนิสต์)

Thailand's military spending 1978-2010

งบประมาณกองทัพไทย ก่อนรัฐประหาร อยู่ที่ประมาณ 1% ของ GDP, หลังรัฐประหารขึ้นมาที่ประมาณ 2% (และมีแนวโน้มสูงขึ้น). คิดเป็นตัวเงิน ก่อนรัฐประหาร อยู่ที่ประมาณ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ, หลังรัฐประหารขึ้นมากกว่าเท่าตัว เป็นประมาณ 4.5 พันล้าน.

ต้นปี 2554 สภากลาโหม อนุมัติจัดตั้งกองพลทหารม้าที่ 3 งบประมาณผูกพัน 10 ปี 7 หมื่นล้านบาท เป็นของขวัญให้ พล.อ.เปรม

หลังจากนั้นไม่นาน กระทรวงกลาโหมเปิดแผนพัฒนากองทัพ 2554-2563 เสนอโครงการในฝัน ว่ากองทัพจะต้องได้งบประมาณ 1,307,731 ล้านบาทใน 10 ปีนี้ และในจำนวนนี้ 1,292,977 ล้าน (เกือบ 99%) จะใช้ในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์

20 เม.ย. 2554 ในช่วงสุดท้ายก่อนยุบสภา คณะรัฐมนตรีของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม 4,318 ล้านบาทให้กับกองทัพเพื่อจัดซื้ออาวุธ “ทิ้งทวน”

ชิล


* ภาพประกอบโดย @pittaya สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ CC by

Published by

bact

bact' is a name

One thought on “ปฏิรูปกองทัพ ขยายงานบริการ สร้างรายได้ เพิ่มดาวน์ไลน์ คุณเองก็ทำได้”

  1. งบประมาณทหารน่าแบ่งมาพัฒนาด้านการศึกษาบ้าง. มาคิดอีกทีหากไม่เร่งพัฒนาการศึกษาให้เรียนฟรีจนจบป.ตรี เห็นทีจะล่าหลังลงคลอง.

Leave a Reply