เรารู้จักกันอย่างไร

เพื่อนบ้าน เรียนด้วยกัน ร่วมงานกัน โผล่มามั่วใน ICQ หรือคุยกันในเว็บบอร์ด หรือแชร์ไฟล์เพลงกัน (อย่าง Audio Galaxy หรือ KaZaa มันจะมีัให้คุยกันได้).. เพื่อนของเพื่อนของเพื่อน.. อืม

เดี๋ยวนี้มันมีทางให้รู้จักกันเยอะนะ

ไม่ต้องเห็นหน้า แต่อาจจะรู้อะไรเกี่ยวกับเรามากกว่าคนที่เราเห็นหน้าทุกวันก็ได้

คนที่เราเดินสวนกันไปมาตามถนน แล้วเดินผ่าน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ก็อาจจะเ็ป็นใครซักคน ที่เราคุยด้วยในเนต สนิทสนม

แต่ก็คงไม่แปลก แบบนั้นเดี๋ยวนี้คงมีเยอะแยะ

อีกแบบที่เป็นไปได้ ถ้าความสัมพันธ์มันมีหลายทาง

คือ การที่เรารู้จักคนๆ นึง มากกว่าหนึ่งทาง โดยที่เราไม่รู้ว่า ตัวตนต่างๆ เหล่าันั้น คือคนๆ เดียวกัน

เช่น คุณอ่านบล็อกผม ไอ้นี่คือ bact’ รู้จัก และอาจจะเคยโต้ตอบกันตามเว็บบอร์ดอื่นๆ

แล้วคุณก็อาจจะเคยร่วมงานกับผม หรือรู้จักกันที่ไหนซักที่ แบบว่าเจอหน้าค่าตากัน ติดต่อกัน

แต่ไม่รู้หรอก ว่าไอ้หมอนั่นน่ะ คือ bact’

เผลอๆ คุณอาจจะเคยมาโหลดเพลงที่ผมแชร์ไว้ใน Audio Galaxy สมัยก่อน (ซึ่งผมใช้ชื่อล็อกอินอื่น) ด้วยซ้ำ

กลายเป็นว่า คุณรู้จักผมสามทาง และอาจจะคิดไปว่า เป็นสามตัวตนที่ไม่เกี่ยวกัน (จริงๆ คือ ไม่ทันได้คิดอะไรน่ะ)

ตกลง ผม มีกี่ ผม เนี่ย?

ผมที่คุณรู้จัก จะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณรู้จักผมอย่างไร ทางไหน

แต่ที่สุด ทุกอย่างที่คุณรู้จัก มันก็คือผม แต่เป็น ผม ที่ ไม่ครบผม

อาจจะเป็น 1/10 ผม

บางคนที่มีสติ (และประสบการณ์ในการรู้จักคนแบบขาดๆ ผ่านช่องทางขาดๆ อย่างอินเทอร์เนตนี้) ก็จะหยุด ภาพของผม ไว้แค่นั้น
คือรู้จักมาแค่ 1/10 ผม ก็เก็บ ก็จำไว้แค่นั้น

แต่การจะรู้จัก จำใคร ในสภาพไม่เต็มคนอย่างนั้น คงจะจำลำบาก มันผิดธรรมชาติ นึกยาก

ก็คงจะเป็นอัตโนมัติสำหรับคนทั่วไป ที่จะเติม 9/10 ที่หายไป ด้วยจินตนาการ ความนึกคิดของตัวเอง เดาไปต่างๆ นาๆ

ให้ 10 คนนึก ก็จะได้ ผม 10 ผม โดยมีส่วนเหมือนกันอยู่แค่ 1/10 ที่เหลืออีก 9/10 นี่ ก็เอากันตามใจเลย

ไอ้นี่มันเป็นคนแบบนี้ อย่างนี้ เกิดเป็นคนเต็มๆ โดยสมบูรณ์

แต่มันเป็นใครก็ไม่รู้นะ มันไม่ใช่ผมของผม — มันเป็นผมของเขา เป็น ผมสมมติ

พอเกิดไอ้ตัวจินตนาการนั่นขึ้นมาในหัวของเขาๆ มันก็คงจะง่ายกว่าล่ะ ที่เขาๆ จะโต้ัตอบกับ ผมสมมติ

เขา หมายเลข 1 ก็จะโต้ตอบกับ ผมสมมติ หมายเลข 1

เขา หมายเลข 2 ก็จะโต้ตอบกับ ผมสมมติ หมายเลข 2

…ไปเรื่อย

มันง่ายกว่าหนิ ที่จะโต้ตอบกับ คนแบบเต็มๆ
10/10 คน ไม่ใช่ 1/10 คน
คุยกับ 1/10 คน ก็เหมือนกับอีก 9/10 คุยกับกำแพง คุยแล้วหวิวๆ ประหลาดๆ

ปัญหาคือ ตัวผมเองจะไปรู้ได้อย่างไร ว่าไอ้ 9/10 ที่เค้าจินตนาการขึ้นมาเนี่ย มันเป็นไง

ถึงคิดได้ว่า เวลามีใครด่าเราบนเว็บบอร์ด บนอินเทอร์เน็ต หรือกระทั่งที่สาธารณะทางกายภาพนี่แหละ
อย่าไปโกรธในทันที

เรารู้ได้ยังไง ว่าเค้าด่า เรา หรือด่า เราสมมติ

บางทีไอ้ที่เค้าด่าน่ะ เค้าอาจจะด่า ตัวเราในจินตนาการของเขา

ถ้าแบบนั้น ก็อย่าไปถือโทษ โกรธ หรือเอามาคิดติดใจ ให้ตัวเองวุ่นวายป่วยจิตไปด้วยเลย

มีให้ทำสองอย่าง หนึ่ง ไม่สนใจเลย หรือ สอง ช่วยเขาหน่อย บอกเขาว่าเราจริงๆ เป็นอย่างไร ถ้าเขาฟังก็ฟังไป ถ้าไม่ฟัง ก็ปล่อยเขาจินตนาการ อยู่ในโลกสมมติของเขาต่อไป มีใครช่วยอะไรได้ล่ะ

อืมม.. ก็นั่นแหละนะ

นี่ตอนเริ่มต้นจะเขียนอีกเรื่อง จบด้วยอีกเรื่อง เออ ดี

ว่าแต่ เรารู้จักกันอย่างไร?

เพิ่ม:
นี่ไม่ได้หมายถึงแค่ คนด่าเรา เกลียดเรา ยังรวมไปถึง คนที่ชมเรา รักเราด้วย

เขารักเขาชอบ เรา หรือ เราสมมติ ในแบบที่เขาอยากจะให้เป็นรึเปล่า
เมื่อไหร่ที่เขารู้ว่า เราไม่ได้เป็นอย่างในจินตนาการของเขา จะเลิกรักเลิกชอบมั๊ย?
.. อย่าไปหลงดีใจ ยึดมั่น รักได้ ก็เลิกรักได้

ที่ว่า รักของพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่กว่าไหนๆ หมด ก็คงเพราะเขาไม่เคยมีภาพ เราสมมติ รึเปล่า?
ก็เห็นกันมาตั้งแต่เกิด ไม่รู้จะไปสมมติอะไร สำคัญแค่ว่า นี่ลูกเรา

นี่ยิ่งพูด ยิ่งพล่ามนะ

Published by

bact

bact' is a name

5 thoughts on “เรารู้จักกันอย่างไร”

  1. คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจครับเราอาจจะมองตัวตนได้ไม่ครบซักที เพราะ อาตมัน ก็เป็นเพียง มายา

  2. “บางทีไอ้ที่เค้าด่าน่ะ เค้าอาจจะด่า ตัวเราในจินตนาการของเขา'' <– เจ๋งๆ ผมว่ามันเป็น general case อยู่แล้วเอา ต่อให้เห็นหน้ากัน ถูกเนื้อต้องตัว คบกันมานาน ตัวตนก็ยังอยู่ได้แต่ในจิตนาการอยู่ดี

  3. ฉันจะไปสนใจไอ้ bact' อะไรนี่จนกระทั่งมาเสียเวลาเขียนข้อความใน blog มันทำไมในเมื่อมันก็ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของมัน หรือจริงๆแล้วอาจจะไม่มีตัวมันอยู่เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นฉันควรจะสนใจสิ่งที่มันเห็นชัดๆว่าเกิดขึ้นแล้วจริงๆคือการรับรู้ของฉันเองมากกว่า ว่าฉันกำลังรู้สึกตอนนี้ว่าฉันจะไปสนใจไอ้ bact' อะไรนี่จนกระทั่งมาเสียเวลาเขียนข้อความใน blog มันทำไมในเมื่อมันก็ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของมัน หรือจริงๆแล้วอาจจะไม่มีตัวมันอยู่เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นฉันควรจะสนใจสิ่งที่มันเห็นชัดๆว่าเกิดขึ้นแล้วจริงๆคือการรับรู้ของฉันเองมากกว่า ว่า…

Leave a Reply