[jobs] โครงการวิจัยความเป็นส่วนตัวออนไลน์ รับสมัครงาน 2 ตำแหน่ง

เครือข่ายพลเมืองเน็ต รับสมัครเจ้าหน้าที่วิจัยประจำโครงการ “Thai Online Services’ Privacy Policy and Security Measures: Evaluation and Public Understanding” โครงการนี้จะสำรวจนโยบายความเป็นส่วนตัว มาตรการรักษาความปลอดภัย และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริการออนไลน์ในประเทศไทย และนำเสนอข้อค้นพบในรูปแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้บริโภคใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกใช้บริการ

นักวิจัยประจำโครงการ 1 ตำแหน่ง (ร่วมบริหารโครงการวิจัยด้วย)
ระยะเวลา: 21 เดือน (พ.ค. 2013 – ม.ค. 2015)
เงินเดือน: 31,400 บาท

นักศึกษาผู้ช่วยนักวิจัย 1 ตำแหน่ง (20 ชั่วโมง/สัปดาห์)
ระยะเวลา: 8 เดือน (พ.ค. 2013 – ธ.ค. 2013)
เงินเดือน: 10,000 บาท

เปิดรับสมัครถึงวันที่ 12 เม.ย. 2013 – ประกาศผล 25 เม.ย.

ดูรายละเอียดคุณสมบัติ หน้าที่รับผิดชอบ และวิธีการสมัคร ที่เว็บไซต์เครือข่ายพลเมืองเน็ต

โครงการวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดโครงการวิจัยระดับนานาชาติ “Surveillance and Freedom: global understandings and rights development (SAFEGUARD)” ซึ่งมีโครงการวิจัย 19 โครงการใน 16 ประเทศ และทำงานร่วมกับองค์กร Privacy International สหราชอาณาจักร

เครือข่ายพลเมืองเน็ตเป็นกลุ่มรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชนและอินเทอร์เน็ต ก่อตั้งปี 2008 มีบทบาทในการผลักดันการแก้ไขพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ การส่งเสริมความเข้มแข็งของสื่อพลเมือง และความเข้าใจในวัฒนธรรมออนไลน์

คำ “ออกตัว” — มาราธอน เล่มแรก

หนังสือ มาราธอน: อินเทอร์เน็ต การเมือง วัฒนธรรม ฉบับออกตัว

ด้านล่างนี้น่าจะเป็น “คำนำ” หนังสือเล่มครั้งแรกของผม วันนี้เพิ่งจะได้จับ ผมเลือกใช้คำว่า “มาราธอน” กับกิจกรรมของเครือข่ายพลเมืองเน็ตนี้ เพราะเห็นด้วยว่าการศึกษาและรณรงค์ประเด็นใดก็ตาม ไม่สามารถสำเร็จได้ชั่วข้ามคืน มาราธอนคือการวิ่งระยะไกล ข้ามเขตแดนและส่งข่าวสาร หนังสือเล่มวางตำแหน่งตัวเองเป็นจุดสตาร์ท ดังคำออกตัว

—-

“เราเดินด้วยคำถาม” ผมได้ยินคำพูดนี้ครั้งแรกจากบล็อกของพี่แจง ฐิตินบ โกมลนิมิ นักข่าวที่ทำงานในสามจังหวัดชายแดนใต้มานานหลายปี ผมหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะทำอย่างคำพูดดังกล่าวได้บ้าง

หนังสือเล่มนี้รวบรวมบทความและบทสนทนาว่าด้วยอินเทอร์เน็ตที่เกี่ยวกับการเมือง สังคม และวัฒนธรรม จากกิจกรรมที่เครือข่ายพลเมืองเน็ตได้มีส่วนร่วม ในช่วงปี 2010 ถึง 2011 ซึ่งเป็นสองปีที่เราได้เห็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองและความขัดแย้งทางสังคมปรากฏอย่างชัดเจนกว้างขวางบนพื้นที่ออนไลน์ที่เชื่อมกับออฟไลน์ ตั้งแต่การชุมนุมและการสลายการชุมนุมเมื่อต้นปี 2010 ไปจนถึงการเลือกตั้งทั่วไปและน้ำท่วมใหญ่ในปี 2011*

ขอบคุณ นฤมล กล้าทุกวัน ที่รับเป็นบรรณาธิการให้หนังสือเล่มนี้ กระบวนการต่างๆ กินเวลาหลายเดือน “มาราธอน” เกินกว่าที่ผมบอกกับเธอไว้ในคราวแรกมาก ผมน่าจะรู้จักนฤมลที่คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ท่าพระจันทร์ คนรอบตัวผมหลายคนรู้จักนฤมลในวาระต่างกันไป จำนวนหนึ่งวนเวียนอยู่ในแวดวงสื่อใหม่และความเคลื่อนไหว “ไม่เอารัฐประหาร”

ในช่วงปี 2004-2007 สื่อออนไลน์อย่างประชาไท มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน โอเพ่นออนไลน์ วิกิพีเดียไทย พลวัต ดูโอคอร์ เว็บบอร์ดและบล็อกต่างๆ รวมทั้งวงสนทนาที่จัดโดยเว็บไซต์บล็อกนัน กลุ่มผู้ใช้ลีนุกซ์ในประเทศไทย ยูเฟส บาร์แคมป์ ไบโอสโคป ไทยอินดี้ และงานแสดงศิลปะดอคูเมนทา ได้ทำให้ผมรู้จักผู้คนมากมายที่ผมจะได้ร่วมงานด้วยในอีกหลายปีให้หลัง เป็นการเปลี่ยนสายงานจากที่เคยอยู่ในแวดวงซอฟต์แวร์และภาษาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มาสู่การขับเคลื่อนประเด็นสิทธิเสรีภาพของพลเมืองที่เกี่ยวข้องกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ ยิ่งรู้จักคนเหล่านี้มากขึ้น ผมก็ยิ่งเดินทางมากขึ้น

“ชีวิตคือการเดินทาง” และสำหรับคนรุ่นผม (เกิด 1979 เรียนโรงเรียนเอกชนชายล้วน อาศัยอยู่ในเขตเมือง และสามารถเข้าถึงเครื่องเล่นเกมแฟมิคอม) ตัวอย่างที่ให้ภาพได้ชัดที่สุดอันหนึ่งก็คือ วิดีโอเกมอาร์พีจี (role-playing game: RPG) อย่างไฟนอลแฟนตาซีหรือดราก้อนเควสต์ที่ผู้เล่นสวมบทบาทตัวละครสมมติออกเดินทางไปตามดินแดนต่างๆ เพื่อ “เก็บเพื่อน” หรืออีกนัยหนึ่งคือการเก็บประสบการณ์และความสามารถต่างๆ เพื่อถึงจุดหนึ่งจะได้คลี่คลายปริศนาของเกมและเตรียมความพร้อมไปสู่การปราบเจ้าจอมมารบอสใหญ่อันจะเป็นจุดสิ้นสุดของเกม

ในระหว่างทางของกิจกรรมต่างๆ ที่ถูกบันทึกรวบรวมลงหนังสือเล่มนี้ ผมได้พบเจอบุคคลต่างๆ จำนวนมาก บ้างตั้งใจ บ้างเป็นเหตุบังเอิญอันน่ายินดี ผมรู้สึกจริงๆ ว่าชีวิตเป็นการเดินทาง แม้อุปลักษณ์เกมอาร์พีจีในแบบดั้งเดิมอาจไม่ทาบสนิทเสียทีเดียวกับชีวิตของเราหลายคน เพราะเราไม่มีหรือไม่เคยนึกถึงบอสใหญ่ที่จะต้องปราบในตอนสุดท้าย แต่อย่างน้อยการได้พบสิ่งต่างๆ รวมทั้งผู้คนระหว่างเดินทาง ก็ทำให้เราได้ทราบถึงภารกิจหรือที่ภาษาเกมเรียกว่า “เควสต์” ในช่วงชีวิตหนึ่งๆ ที่เราอยากจะเอาชนะให้ได้ น่าจะด้วยเหตุนี้ ที่ทำให้นักเดินทางจำนวนหนึ่ง มักบอกว่า สิ่งสำคัญของการเดินทางไม่ใช่จุดหมาย แต่คือการเดินทางโดยตัวของมันเอง พูดหล่อๆ แบบให้เอาไปทวีตต่อได้ก็อาจจะพูดว่า เรามองไปที่จุดหมายเพื่อมองเข้ามาในตัวเราเอง

ความน่าสนใจของการศึกษา “โลกเสมือน” หรือ “โลกออนไลน์” สำหรับผม จึงอยู่ที่การที่มันหยิกตัวเราให้ตื่นจากความเคยชิน และเดินกลับมาดู (revisit) ทบทวนแนวคิดที่เราเคยยอมรับเกี่ยวกับ “โลกจริง” หรือ “โลกออฟไลน์” ว่ายังใช้ได้อยู่ไหม หรือจำเป็นต้องปรับแก้ ยืดขยาย หรือล้มมันทิ้งเสียให้หมด? สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงนักวิชาการกลุ่มเล็กๆ ที่ตั้งคำถาม แต่คนทั่วไปในสังคมเองก็คิดกับมันหรือคิดผ่านมันมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน บันทึกการเดินทางแบบ “ยินดีที่ไม่รู้จัก” ใน กวน มึน โฮ หนังรักตลกที่ดังที่สุดในปี 2010 เปิดประเด็นให้เราคิดมากขึ้นเกี่ยวกับความเป็นนิรนาม และ Top Secret วัยรุ่นพันล้าน หนังอิงประวัติผู้ประกอบการในปี 2011 ก็เดินเรื่องด้วยสัญลักษณ์จากวิดีโอเกมอาร์พีจี ความเป็นดิจิทัล (digitality) และการเคลื่อนย้าย/เปลี่ยนสถานะ (mobility) ได้ปรากฏสู่ภาษาในวัฒนธรรมร่วมสมัยมากขึ้นเรื่อยๆ

สถานที่ส่วนใหญ่ในงานเทศกาล เน็ตติเซ่นมาราธอน เมื่อปี 2010 อยู่ในบริเวณที่เดินถึงกันได้ คือย่านสี่แยกคอกวัว ถนนข้าวสาร และท่าพระจันทร์ (อีกสามแห่งอยู่ไกลออกไป ที่สีลม เกษตร และเชียงใหม่) เราตัดสินใจเลือกที่พักย่านถนนข้าวสารให้กับวิทยากรที่มาจากต่างเมือง ดัดแปลงห้องปรับอากาศในร้านอาหารใต้โรงแรมให้เป็นห้องสัมมนา ด้วยจุดประสงค์อยากให้วิทยากรได้เจอคนแปลกหน้า/นักเดินทาง ได้เดินสัมผัสเมืองเพราะหัวข้อหนึ่งในงานจะว่าด้วยเมืองกับอินเทอร์เน็ต และทดลองจัดงานในพื้นที่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากลำบากนัก เพราะสิ่งที่เรามองหานั้นก็เหมือนกับที่ผู้ใช้เน็ตจำนวนมากมองหาตามร้านกาแฟ คือ ที่นั่ง ไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต – ด้วยความไม่พร้อมหลายประการในปี 2011 ขนาดของงานได้ลดลงและไม่ได้มีสถานะเป็นเทศกาล – ปี 2012 นี้เราอยากกลับมาคึกคักอีกรอบ

ขอบคุณร้านหนังสือก็องดิด, The Reading Room, Cubic Creative Play Cube, Chiang Mai Commons, โรงแรมวิลล่า ชาช่า, ภาควิชาปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สาขาวิชาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, และคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำหรับสถานที่และการประสานงานวิทยากร จิราพร ธิโสภา, ธัญญธร สายปัญญา, นุตประวีณ์ สมดี, อนรรฆ พิทักษ์ธานิน, ณัฐเมธี สัยเวช, วิชัย แสงดาวฉาย, ยอดพงษ์ จริยวิทยาวัฒน์, วสุมล บุณยเกียรติ, วนัสนันท์ ศรีไพศาล, พิสิฐ ศรีปราสาททอง, พิเชฐ ยิ่งเกียรติคุณ, ทวีพร คุ้มเมธา, วรงค์ หลูไพบูลย์, และเยาวลักษณ์ ศรณ์เศรษฐกุล สำหรับการบันทึกและการประสานงานอื่นอีกสารพัด และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กับมูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์ ที่วิ่งมาด้วยกันตลอด

ด้วยความระลึกถึง สมเกียรติ ตั้งนโม กับโครงการทางการเมืองที่ยังไม่เสร็จของเขา

กรุงเทพ, มีนาคม 2012

* ผู้สนใจสถานการณ์อินเทอร์เน็ตไทยตามลำดับเวลาในปี 2011 สามารถดูเพิ่มเติมได้ใน “รายงานประจำปีเครือข่ายพลเมืองเน็ต: เสรีภาพและวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตไทย พ.ศ. 2554” (เครือข่ายพลเมืองเน็ต 2555) และดูการอภิปรายเรื่องสื่อใหม่กับสิทธิเสรีภาพ การเคลื่อนไหว และการหาเสียงได้ใน “สื่อใหม่กับการเคลื่อนไหวทางการเมือง” (มูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์ 2555)

—-

เผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือ “มาราธอน: อินเทอร์เน็ต การเมือง วัฒนธรรม ฉบับออกตัว”
จัดจำหน่ายโดย สายส่งศึกษิต บริษัท เคล็ดไทย จำกัด 0-2225-9536~40

สั่งซื้อออนไลน์: เคล็ดไทย | ซีเอ็ด | นายอินทร์
ห้องสมุดและองค์กรสาธารณประโยชน์ ติดต่อ contact (at) thainetizen.org เพื่อรับหนังสือโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

รายชื่อผู้ร่วมก่อการจำนวนหนึ่ง

พฤหัด 1 + พบค่ำ 4: สร้างวัตถุดิบเพื่อสังคมความคิด [19 พ.ค. 2555]

สไลด์งานพฤหัด ThursDIY เมื่อวันพฤหัส
รอบนี้หัดทำแผนที่ OpenStreetMap โดย @kenggggg โอเพ่นดรีม พี่เทพก็มาด้วย

ตามลิงก์นี้เลย http://opd.me/osmpresentation

ผมเองสำรวจแค่แถวลิโด เดินนิดเดียว เหนื่อย คนอื่น ๆ เขาไปทั่วสยามเลย ได้จุดโน่นนี่มาใส่แผนที่เต็มเลย ใช้ Walking Papers ช่วย สะดวกดี ฝรั่งในกรุ๊ป Thai OpenStreetMap แนะนำมา

—-

โน๊ตงานโรงเรียนพ(ล)บค่ำ ครั้งที่ 4 เมื่อค่ำวาน @nuling สมบัติ บุญงามอนงค์ มาบรรยายและแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “โลกคู่ขนาน Online-Offline กับอัตราเริ่งดิจิทัล พายุ Social Network”

แน่นอนว่าโน๊ตนี้มันผ่านการบันทึก/ความเข้าใจของผม ส่วนไหนที่ผมเพิ่มเติมเข้าไปชัดๆ ที่หนูหริ่งไม่ได้พูดเลย จะอยู่ใน […] แล้วก็มันไม่ได้ตามลำดับเวลานะครับ ผมนึกอะไรได้ก็ใส่ ๆ ไป บรรทัดต้น ๆ นี่โน๊ตระหว่างฟัง หลัง ๆ นี่เอาจากที่จำได้ละ เอาไว้รอดูวิดีโอเต็ม ๆ จาก YouTube ของ @ReadingRoomBKK ได้

  • การปฏิวัติดิจิทัล คลื่นนี้ได้ไล่ตีไล่พังสิ่งต่างๆ ไปเรื่อยๆ
  • หนูหริ่งพูดถึงการเรียงพิมพ์ ทำปรินต์คอมพิวต์สมัยก่อน โปรแกรม PageMaker (สมัยก่อนทำหนังสือให้เอ็นจีโอ)
  • ไม่เคยรู้ว่ามัน copy & paste Ctrl-C Ctrl-V ได้ การก๊อปปี้เป็นพลังของดิจิทัล [/me Kopimism!!]
  • เศร้าในเน็ตแบบขำๆ เรื่องโทรเลขหายไป สิ่งต่างๆ เริ่มหายไป
  • แต่เราเศร้าแบบหวนรำลึก เราไม่ได้ใช้มันจริงๆ หรอก เหมือนเครื่องพิมพ์ดีดเก่าๆ มาตั้งเก๋ๆ เป็นเครื่องประดับ
  • บิล เกตส์ บอกว่า อินเทอร์เน็ตวิ่งด้วยความเร็วหมา (1 ปีหมา = 7 ปีคน)
  • อัตราเร่งมันทบขึ้นไปเรื่อยๆ BlackBerry สองปีหายไปแล้ว
  • เครื่องบินถ้าเร่งไม่ถึงจุดหนึ่งมันบินไม่ได้ เป็นจุดเปลี่ยน
  • อาหรับสปริง ข้างนอกก็พร้อมแล้ว สภาพมันแห้งมาก พอข้างในอินเทอร์เน็ตร้อนได้ที่ จุดไฟ ข้างนอกก็ติดทันที สภาวะมันพร้อม ไม่มีแกนนำ
  • ประวัติศาสตร์ประชาชนไม่ถูกบันทึก (เดี๋ยวอันนี้จะโยงไปเรื่อง Wikipedia ที่คุยตอนหลัง)
  • ต้นทุนที่ต่ำลง ทำให้การผลิตแบบเดิมล่มสลาย
  • แต่มันไม่ได้ ล้มของเก่า แล้วเอาของใหม่ขึ้น มันเหมือนต้นไทร
  • มีต้นไม้เก่าอยู่ นกบินผ่าน ขี้เมล็ดไทรใส่ ต้นไทรค่อยๆ ขึ้น ค่อยๆ ครอบต้นเก่า
  • โครงสร้างเศรษฐกิจสังคมเดิมถูกสิ่งใหม่ค่อยๆ โอบ จนกลืนของเก่าหายไป
  • พูดถึงคนทำธุรกิจ web hosting สมัยก่อน คุยแล้วเขาบอกว่าไม่ได้ทำเพื่อทำกำไรวันนี้ แต่เพื่อวางที่ทางของตัวเองในอนาคตข้างหน้า
  • คนที่มีวิสัยทัศน์ จะเริ่มทำสิ่งที่เขาเห็นว่าอนาคตจะเกิด จะสะสมทุนทางสังคมตั้งแต่ตอนนี้
  • โกดัก เจ๊งเพราะไม่ยอมเปลี่ยน
  • โกดักมีห้องวิจัยที่ทำกล้องดิจิทัลเป็นรายแรกๆ แต่ผู้บริหารตัดสินใจไม่สนับสนุน
  • โกดักยึดกับโมเดลธุรกิจเดิม ยึดกับคุณค่าของฟิลม์ที่ตอนนั้นคุณภาพยังเหนือกว่ามาก ไม่เห็นว่าดิจิทัลจะมาแทนได้
  • การส่งสคส.แต่ละปี บอกอะไรบางอย่างกับเรา มียุคส่งการ์ดออนไลน์ ส่ง SMS ล่าสุดส่ง Whatsapp มันบอกถึงเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป [เหมือนเป็นหมุดหมายของแต่ละปี]
  • โลกเราตอนนี้มีคนทุกสปีด คนไม่เข้าใจเรา เพราะมองโลกด้วยสปีดที่ต่างกับเรา
  • พูดถึงโฆษณาการรถไฟแห่งประเทศไทยตัวล่าสุด คนอีกสปีดหนึ่ง
  • ตอนหลังมาพูดถึงเรื่องการทำงานและการไม่ปรับตัวของเอ็นจีโอไทย
  • มีคนถามเรื่องเซ็นเซอร์ หนูหริ่งบอก รถก็ต้องมีเบรก เบรกเป็นไอเดียที่น่าจะขัดกับการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของรถ แต่รถก็ต้องมีเบรก การเซ็นเซอร์ก็อาจจะเป็นงั้น มันจำเป็นต้องมี ไม่ใช่เรื่องที่แยกจากกัน บางทีมันต้องไปด้วยกัน เหมือนกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตอนนี้ มีเฉพาะฝั่งใดฝั่งหนึ่งไม่ได้ ต้องมีทั้งสองฝั่ง มันเป็นของกันและกัน
  • ผู้เข้าร่วม (หมี) บอกว่า ไม่เห็นด้วย เขาเห็นว่า เบรกนี่เราเลือกได้ว่าจะเหยียบเมื่อไหร่ แต่เซ็นเซอร์นี่มันเหมือนสิ่งกีดขวางบนถนน เราเลือกไม่ได้ มันเต็มไปหมด
  • ผู้เข้าร่วม (ดิว) ถามเรื่องความเห็นออนไลน์ ที่ทุกคนแสดงความคิดเห็นได้เสรี แล้วจะไม่ยุ่งเหยิงเหรอ มันต้องมีการจัดระเบียบไหม – หนูหริ่งตอบว่า เสียใจด้วยที่จะต้องบอกว่า โลกข้างหน้ามันจะต้องยุ่งเหยิงแน่ แต่คนก็จะต้องปรับตัวเข้ากับมัน
  • [ถึงตรงนี้ผมจะบอกว่า สิ่งที่รัฐจำนวนหนึ่งใช้สำหรับจัดการความยุ่งเหยิงอาจจะเป็นการเซ็นเซอร์ แต่อีกสิ่งที่ใช้จัดการมันได้เหมือนกัน ก็คือ curator หรือ moderator ที่คอยคัดเลือก ตัด noise บางอย่างให้เราสะดวกขึ้น โดยที่เราเลือก curator เองได้ ตอนนี้องค์กรข่าวอย่าง New York Times หรือ The Guardian ก็มีตำแหน่ง curator คอยคัดเลือกข่าวจากความยุ่งเหยิงในโซเชียลมีเดีย – แต่สุดท้ายไม่ได้พูดนะ ประเด็นมันไหลไปเรื่องอื่นละ]
  • ผู้เข้าร่วม (แอม) ถามเรื่องการแคมเปญออนไลน์ว่ามันช่วยได้จริงหรือ หรือจะเป็นเพียง clicktivism [หรือ slacktivism] ที่คนก็แค่รู้สึกว่า ฉันได้ทำบางอย่างนะ แต่จริง ๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หนูหริ่งตอบว่าจากประสบการณ์ มันมีคนมาทำอะไรออฟไลน์จริง ๆ
  • หนูหริ่งพูดเรื่องโครงการรับบริจาคเสื้อนักเรียนมือสอง ความร่วมมือกันทางออนไลน์ ตั้งแต่สมัยฟอร์เวิร์ดเมล โครงการบริจาคคอมพิวเตอร์ ซ่อมคอมให้ใช้ได้ ปีนึงให้โรงเรียน 3,000 เครื่อง
  • โครงการบริจาคหนังสือของมูลนิธิกระจกเงา ปีนึงเกือบแสนเล่ม คัดแยกหนังสือ อันไหนใช้ไม่ได้เอาไปขายเป็นกระดาษ อันไหนใช้ได้เอาใส่เว็บ ทำเหมือน Amazon ให้โรงเรียนมาเลือกหนังสือที่อยากได้
  • ตอนนี้ติดปัญหาการคีย์ข้อมูลหนังสือเข้าระบบ ผู้ร่วมงาน (จุ๋ม) เสนอให้ใช้โปรแกรมอ่านบาร์โค้ด
  • ผมถามเรื่อง ทำไมหนูหริ่งสนใจเรื่อง Wikipedia ตอบว่า จะผลิตอะไรมันต้องใช้วัตถุดิบ การจะผลิตของในยุคนี้ [ยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เศรษฐกิจฐานความรู้] มันต้องอาศัยข้อมูลความรู้ วิกิพีเดียก็เหมือนเป็นวัตถุดิบอย่างนึง ที่จะใช้ในการผลิตความคิด เราต้องหาทางผลักดันลงทุนกับเรื่องนี้ ต้องสร้างวัตถุดิบรอเอาไว้ จะหวังแค่การศึกษาในระบบ หรือการจัดงานสัมมนาเสวนาไม่ได้
  • [หนูหริ่งเคย Voxer มาถามว่า วิกิพีเดียภาษาไทยมีคนเขียนกี่คน แอดมินกี่คน มีกี่บทความแล้ว ซึ่งถ้าเทียบกับภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน ในขนาดเศรษฐกิจใกล้เคียง อย่างภาษาบาฮาซา (เกือบสองแสนบทความ) และเวียดนาม (สี่แสนเศษ) ภาษาไทยมีขนาดเล็กกว่าอย่างชัดเจน (ราวๆ 74,000 บทความ)]
  • ในยุค search engine คนจะวิ่งหาที่เขาต้องการ เราแค่ทำมันรอไว้ ให้คนหาเจอ [พูดในบริบทการหาอาสาสมัครมาทำงานเพื่อสังคม แต่ผมว่าก็ใช้กับเรื่องวิกิพีเดียได้เหมือนกัน สร้างวัตถุดิบรอไว้]
  • ก่อนหน้านี้พูดถึงเรื่อง คนเราทำไมถึงต้องตาย [จากปาฐกถาในโอกาสเปิดตัวหนังสือ “เหมือนอยู่คนละโลก” เมื่อเดือนก่อน] คนเราตายเพราะโลกมีทรัพยากรจำกัด เราต้องให้โอกาสในการใช้ทรัพยากรกับคนอื่นที่เกิดใหม่ ตายเพราะมันมีปัญหาที่เราแก้ไม่ได้ ต้องให้โอกาสคนใหม่ ๆ เข้ามาแก้
  • เอ็นจีโอไทยมีปัญหา คนแก่ไม่ยอมตาย องค์กรก็ไปต่อไม่ได้ วิธีแก้แบบเก่า ใช้กับปัญหาแบบใหม่ไม่ได้แล้ว
  • หนูหริ่งบอกโชคดีที่ตอนมาเป็นเอ็นจีโอ ไม่มีสำนัก ไม่มีสาย สำนักคิดมันก็ดี ช่วยให้มีหลักในการทำงาน แต่ถึงวันนึงถ้ายังยึด มันจะตัน
  • จะใช้ของเก่าหรือใหม่ก็ได้ ขอให้มันทำงานได้ ไม่ใช่ใช้ของใหม่เพราะเห่อ
  • บอกว่าตอนทำงานศปพ. ตอนทำงานภัยพิบัติ เจอคนเยอะ ยังมีคนที่คิดว่าขอให้มีเทคโนโลยีดี ทุกอย่างก็จบ แก้ไขทุกอย่างได้ เวลาพรีเซนต์ก็จะโชว์เทคนิคตื่นตา คนจะตื่นเต้น
  • หนูหริ่งบอก ผมเบื่อพูดเรื่องการเมือง ผมเป็นอะไรมากมาย แต่พอมีเรื่องการเมือง คนลดผมให้เหลือแค่มิติทางการเมือง ศศินก็เหมือนกัน เขาบอกว่าเขาทำงานเรื่องป่า แต่คนจำเขาแค่เรื่องน้ำ เขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ ตอนนั้นออกมาพูดเพราะมันรู้สึกว่าต้องพูดเป็นเรื่องบ้านของเขา แต่คนก็ลดมิติหรือติดป้ายให้ศศิน ว่าศศิน=เชี่ยวชาญน้ำท่วม

อีกส่วนหนึ่งจากโรงเรียนพบค่ำ @isAmAre ทวีตเอาไว้ที่ @thainetizen กดดูได้ตามลิงก์ครับ https://twitter.com/thainetizen

โรงเรียนพบค่ำนี่ มีทุกวันศุกร์ที่ 3 ของเดือน (เดือนหน้าก็ ศุกร์ 15 มิถุนา) เริ่มทุ่มครึ่ง จัดที่ The Reading Room เป็นห้องสมุดศิลปะ ที่ สีลม ซอย 19 (อยู่ชั้น 4 มองหาบันไดเล็ก ๆ หลังร้าน Milk Plus) จัดโดย The Reading Room ร่วมกับเครือข่ายพลเมืองเน็ต (มีมูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์ สนับสนุน)

ปีนี้ธีมของโรงเรียนคือ “วัฒนธรรมเคลื่อนไหว – Moving Culture” ก็จะเกี่ยวกะเรื่อง mobile technology, mobility, mobilization, mobs, social movement ทั้งในทางเทคโนโลยี สื่อ ศิลปะ การเคลื่อนไหวทางสังคม

—-

ถ้ามีโอกาสก็อยากจะไปร่วมงานทำนองนี้ในจังหวัดต่าง ๆ นะครับ @pruet ชวนไปเวิร์กช็อป DIY ที่เชียงใหม่
ส่วนเมื่อวาน พี่บอย นักข่าวภาคใต้ ก็บอกว่า ลองไปทำที่ปัตตานีมั่งสิ ตอบตกลงไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่นะ ชวนมาก็ไปอ่ะ

—-

วันนี้ 19 พฤษภาคม 2555 ครบรอบ 2 ปีการสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ครับ #ที่นี่มีคนตาย

สืบพยานคดีสื่อ-คอมพิวเตอร์ กันยายน 2554 @ ศาลอาญา รัชดา

เดือนกันยา 2554 นี้ ที่ศาลอาญา รัชดา (MRT ลาดพร้าว) มีสืบพยานคดีที่เกี่ยวกับกฎหมายสื่อตลอดทั้งเดือน (เลยไปถึงตุลา) รวม 3 คดี ดังนี้

  • คดี “ประชาไท” (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14, 15) :
    1-2, 6-9, 20-21 ก.ย. [สืบพยานโจทก์ต่อ] + 11-14 ต.ค. [สืบพยานจำเลย]
  • คดี “เอกชัย ขายซีดี” (พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ มาตรา 4 , 54 , 82 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112) :
    19 ก.ย. [นัดตรวจพยานหลักฐาน]
  • คดี “ลุง SMS” (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2), 14(3) และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112) :
    23, 27-28 ก.ย. [สืบพยานโจทก์] + 29-30 ก.ย. [สืบพยานจำเลย]

ดูปฏิทินนัดสืบพยานได้ที่เว็บไซต์ iLaw http://ilaw.or.th/calendar/2011-09

ติดตามความเคลื่อนไหวของคดีได้ทางเว็บไซต์ เครือข่ายพลเมืองเน็ต และ ไอลอว์

ภาษาอังกฤษที่ FACT และ Siam Voices

ทวิตเตอร์ @thainetizen, @iLawClub, @Saksith, humanrightsSEA, และ hashtag #ThaiCCA (Thai Computer-related Crime Act)

[29 พ.ค., 5 มิ.ย.] ซีรี่ส์เสวนา: ชีวิต / ศิลปะ / ออนไลน์

ริเริ่มโดย @warong

อาทิตย์ 29 พ.ค. 2554 15:00 น. @ The Reading Room สีลม 19
“คนยุค’เน็ตกับเพลงและหนัง: ความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมจากโลกออนไลน์”
คุยกับ วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา (filmsick), ไกรวุฒิ จุลพงศธร, อธิป จิตตฤกษ์

อาทิตย์ 5 มิ.ย. 2554 15:00 น. @ ร้านหนังสือก็องดิด แยกคอกวัว
“มุขปาฐะ คัดลอก การพิมพ์ การโหลด: เหลียวมองการเดินทางอันยาวนานของกิจกรรมการอ่าน”
คุยกับ ภาณุ ตรัยเวช, วันรัก สุวรรณวัฒนา, กิตติพล สรัคคานนท์

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://thainetizen.org/node/2634

Netizen Marathon 2010: Online Studies #nm10

ส่วนหนึ่งของเทศกาล Netizen Marathon 2010 — hashtag: #nm10

อาทิตย์ 28 พ.ย. 15:00 – 17:00
คุยกับสถาปนิก เรื่อง คนกับพื้นที่
เบญจมาส วินิจจะกุล และ ดวงฤทธิ์ บุนนาค
@ ร้านหนังสือและกาแฟก็องดิด ถนนตะนาว ใกล้สี่แยกคอกวัว [แผนที่] [Facebook event]

จันทร์ 29 พ.ย. 09:00 – 17:00
เวทีวิชาการสาธารณะเพื่อพัฒนาคำถามวิจัย ออนไลน์ศึกษา
@ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ตึกสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ชั้น 4 ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ [แผนที่]

ปฏิทินกิจกรรม เทศกาลเน็ตติเซ่นมาราธอน 2553
thainetizen.org/marathon
(Open Data BarCamp, Clip Kino, ReadCamp, ฯลฯ)

technorati tags: 

Anti-censorship website got blocked by Thai university and ISPs

Reports from Thai netizens to Thai Netizen Network‘s mailing list showing yet another attempt from Thai authorities to shut down any media that’s not on their side. Unsurprisingly (and that’s sad to say so), the time comes to Freedom Against Censorship Thailand (FACT). Two commercial ISPs and one university have been reported that they blocked the anti-censorship blog.

It was found on Saturday 2009.04.25. Users who using Internet service of TOT, Buddy Broadband or Kasetsart University will not be able to access http://facthai.wordpress.com/.

Ministry of ICT recently admits they blocked nearly 9,000 urls, of which 6,200 are concerned as a treat to national security. Thai Netizen Network website reports the 66 Red-Shirt/Red-Shirted urls that MICT sent to every ISPs and major websites, urging them to entirely blocked the urls. Noted that this list does not included FACT’s url, but it got blocked anyway. With enough ignorance, the MICT block list also includes http://ning.com/ (a social network service), http://www.cbox.ws/ (a chat box service), and http://www.no-ip.org/ (a dynamic DNS service) — common services used by many Thai netizens and bloggers, orange or pink, watching AF TV or not.

The authorities probably expected that every Thai should sacrifices not just their rights and freedom, but also conveniences in everyday life in this time of Media War.

Fortunate enough, some ISPs can think by and for themselves (+their customers). While blocking almost every other urls in the MICT list, they don’t touch ning.com and no-ip.org. OK, stupid enough, CSLoxinfo still blocked mashable.com, a (Red-Shirt, huh?) IT news site.

I see necessity in this very situation to repeat it over that:
Government’s Security IS NOT EQUAL TO National Security.

ความมั่นคงของรัฐบาล ไม่เท่ากับ ความมั่นคงของรัฐ

Summary report on http://facthai.wordpress.com/ blockage:
Can’t access (BAD) from (at least) 3 ISPs: TOT, Buddy Broadband, Kasetsart University [source]

  • TOT – BAD (2009.04.25 13:07)
  • Maxnet – OK (2009.04.25 13:48)
  • Kasetsart – BAD (2009.04.25 14:32)
  • CAT HiNet – OK (2009.04.25 16:04)
  • Comcast (US) – OK (2009.04.25 16:36)
  • TOT – BAD (2009.04.25 17:15)
  • TOT – BAD (2009.04.25 17:33)
  • True – OK (2009.04.25 17:40)
  • TOT – BAD (2009.04.25 21:49)
  • True – OK (2009.04.25 23:14)
  • Buddy – BAD (2009.04.26 02:16)
  • CSLoxinfo – OK (2009.04.26 11:26)

technorati tags: 

[LIVE] ถ่ายทอดสด งานคุยไปกินไป เครือข่ายพลเมืองเน็ต

เครือข่ายพลเมืองเน็ต นัดคุยไปกินไป ครั้งที่ 1
“เสรีภาพในโลกออนไลน์ ภายใต้ความย้อนแย้งของแนวคิดวัฒนธรรมเสรี vs กรอบเก่าๆของสังคมไทย อะไรคือสิ่งที่เราควรเรียนรู้ ยอมรับ และปรับตัว”

อาทิตย์ 29 มีนาคม 2552 เปิดห้อง 12:30 น. เป็นต้นไป
ณ ห้องประชุม GM Hall ศศนิเวศ (ตรงข้ามเรือนไทย) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ข้าง MBK)

กดปุ่ม Play (รูปสามเหลี่ยม) เพื่อแสดงภาพถ่ายทอดสด

Thai Netizen Network นำเสนอ, Thoth Media จัดให้

technorati tags: 

[29 Mar] TNN’s brown bag meeting ชิมไปบ่นไป

เครือข่ายพลเมืองเน็ต นัดคุยไปกินไป ครั้งที่ 1
ณ ห้องประชุม GM Hall ศศนิเวศ (ตรงข้ามเรือนไทย)
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ด้านข้าง MBK)
อาทิตย์ 29 มีนาคม 2552
เปิดห้อง 12:30 น. เป็นต้นไป

พบปะในแบบ brown bag meeting ในมื้อเที่ยงวันอาทิตย์ ทุกคนนำของกินที่ชอบติดไม้ติดมือกันมา เราจะคุยกันไปกินกันไป มีเครื่องดื่มง่าย ๆ บริการ

หัวข้อกว้าง ๆ ที่ตั้งไว้คือ “เสรีภาพในโลกออนไลน์ ภายใต้ความย้อนแย้งของแนวคิดวัฒนธรรมเสรี vs กรอบเก่าๆของสังคมไทย อะไรคือสิ่งที่เราควรเรียนรู้ ยอมรับ และปรับตัว” โดยจะมีหลาย ๆ คนมาคุยกันในเรื่อง

  • “ทำไมเราต้องสนใจเสรีภาพของโลกออนไลน์”
  • อะไรคือความหมายของ วัฒนธรรมเสรี (free culture) และ ความเป็น พลเมือง ‘เน็ต’(netizen)
  • สื่อออนไลน์มีความต่างจากสื่อมวลชน ชุมชนเน็ตคือวัฒนธรรมใหม่ที่ต้องเปิดกว้างแต่ใช่ว่าจะไร้ขอบเขต
  • เสรีภาพคือเสรีภาพเราไม่ควรยอมจำนนต่อการจำกัดเสรีภาพนั้น
  • บทเรียนจาก “ประชาไท” ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อพื้นที่เสรี
  • เสรีภาพจะมีความหมาย ต้องมาคู่ความรับผิดชอบและการเคารพศักดิ์ศรี เสรีภาพของผู้อื่น
  • ทบทวนหลักการของเสรีภาพ จากนักปรัชญาสู่มาตรฐานสากล สู่แนวทางการปฏิบัติจริง
  • เสรีภาพ – ความรู้ – ความคิด กับจิตวิญญาณประชาธิปไตย

ก่อนปิดงาน ร่วมระดมความคิดเห็น
“ก้าวต่อไปของเครือข่ายพลเมืองเน็ต”

กติกาเล็กน้อย

  • อยากให้ทุกคนเตรียมประเด็นเขียนใส่กระดาษเล็ก ๆ ถึงข้อเสนอในเรื่องการบังคับใช้ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่ดีกว่าในปัจจุบัน คนละ 1 ข้อ เขียนมาจากบ้านหรือมาเขียนที่งานก็ได้ เราจะแปะบนบอร์ดและรวบรวมไปทำเป็นข้อเสนอต่อไป
  • ช่วงพูดคุยกัน ขอให้ทุกคน คุยไปกินไปเป็นหลัก คือแบบว่า ถ้าไม่กางจอคอมพิวเตอร์ได้ก็จะดีมากแต่ถ้าจำเป็นก็ไม่ว่ากันอ่ะ
  • จะมีการถ่ายทำ สัมภาษณ์ ท่านที่สมัครใจเป็นสื่อรณรงค์ของพลเมืองเน็ตต่อไป โปรดเตรียมเสื้อผ้าหน้าผมให้พร้อมถูกถ่ายทำด้วย!

RSVP ที่ 0-2691-0574 (ติดต่อ ต้อม) หรือ freethainetizen (at) gmail,com

technorati tags: ,

STOP ONLINE MEDIA INTIMIDATION

English version here.

แถลงการณ์เรื่องการคุกคามสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์

สืบเนื่องจากกรณีพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้เข้าจับกุมนางสาวจีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท (http://www.prachatai.com) เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ของวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552 และได้มีการสืบปากคำพร้อมทำสำเนาข้อมูลในฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ส่วนตัวของ นางสาวจีรนุช และแจ้งข้อกล่าวหาว่าได้ทำการสนับสนุนผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหา เป็นผู้ให้บริการจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำผิด นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ซึ่งอาจเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยที่จะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงประเทศ และเผยแพร่ หรือส่งต่อ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) (3) (5) และ 15

เครือข่ายพลเมืองเน็ต คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) เครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย (FACT) เห็นว่าแม้รัฐอ้างว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นไปภายใต้อำนาจตามที่กฏหมายบัญญัติ ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเข้าข่ายการใช้อำนาจทางกฏหมายในการข่มขู่ คุกคาม สิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ ทั้งนี้เว็บไซต์ข่าวประชาไทถือเป็นหนังสือพิมพ์ออนไลน์ที่ทำงานบนกรอบของ จรรยาบรรณสื่อออนไลน์ซึ่งเป็นสื่อใหม่ที่เปิดพื้นที่ให้กับประชาชนผู้อ่านแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ทางผู้แลเว็บมีมาตรฐานที่เข้มงวดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ อยู่แล้วในการที่จะต้องเก็บข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ และการลบข้อความที่มีความละเอียดอ่อน และที่ผ่านมาก็ได้ประสานงานและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐเสมอมาในการลบข้อความดังกล่าว แต่โดยธรรมชาติของสื่ออินเทอร์เน็ตนั้นมีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา

ดังนั้น รัฐจำเป็นต้องใช้ความยืดหยุ่นในการกำกับดูแลสื่อออนไลน์ที่มีธรรมชาติทาง เทคโนโลยีแตกต่างจากสื่อทั่วไป อีกทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐควรยึดแนวทางการเจรจาประณีประนอมและใช้มาตรการที่ละมุนละม่อมไม่ใช่การปราบปราม

ทั้งนี้ข้อกล่าวหาว่าสื่อประชาไท สนับสนุนให้มีการนำเสนอเนื้อหาที่ขัดต่อความมั่นคงของชาตินั้นเป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไม่มีการให้คำนิยามที่ชัดเจนว่าจะนำไปสู่การขัดต่อความมันคงของชาติอย่างไร อีกทั้งเนื้อหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าละเมิดมาตรา 14 พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ นั้น ก็มิได้ปรากฏในเว็บข่าวประชาไทแล้วตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2551

ในทางตรงข้าม การใช้มาตรการที่อุกอาจเช่นการเข้าจับกุมในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่สร้างเงื่อนไขความยากลำบากในการขอประกันตัวของผู้ถูกกล่าวหา สะท้อนเจตนาที่จะสร้างแรงกดดันให้เกิดความตึงเครียดและก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความกลัว ความหวาดระแวงในสังคมมากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งในที่สุดแล้ว แนวทางของรัฐดังกล่าวจะไม่นำไปสู่การปกป้องสิ่งที่เรียกว่าความมั่นคงของชาติแต่อย่างใด

ดังนั้น ทั้ง 3 องค์กรดังกล่าว ซึ่งได้ร่วมกันยื่นหนังสือเสนอข้อเรียกร้องและคัดค้านการใช้นโยบายประกาศ สงครามกับสื่ออินเทอร์เน็ต (War Room) ให้กับนายกรัฐมนตรีโดยตรงเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2552 ซึ่งในครั้งนั้นนายกรัฐมนตรีได้รับปากที่จะใช้แนวทางการเจรจาร่วมกันโดยมีรูปธรรมในการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อให้ตัวแทนพลเมืองผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้พูดคุยเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน เพื่อแสวงหาแนวทางการปฏิบัติที่ควรจะเป็นร่วมกัน บนพื้นฐานของความเคารพในสิทธิเสรีภาพสื่อและพลเมืองตามหลักการสิทธิมนุยชนสากล

จากกรณีที่เกิดขึ้นนี้ ทาง 3 องค์กรมีข้อเรียกร้องต่อรัฐดังต่อไปนี้

  1. ขอให้รัฐยุตินโยบายการคุกคามสื่อออนไลน์ และ ไม่ใช้แนวทางการประกาศสงครามกับสื่ออินเทอร์เน็ต แต่เน้นการเจรจาและแสวงหาความร่วมมือบนพื้นฐานความเคารพต่อสิทธิเสรีภาพและเข้าใจธรรมชาติที่เป็นจริงของสื่อใหม่เช่นอินเทอร์เน็ต
  2. ขอให้รัฐบาลจัดเวทีและสร้างกลไกสำหรับการแลกเปลี่ยนให้ตัวแทนผู้ใช้สื่ออินเทอร์เน็ตและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจและกระทรวงไอซีทีฯ เพื่อนำไปสู่การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกันในการกำกับดูแลสื่อและชุมชนออนไลน์
  3. ขอให้รัฐยุติการผลิตซ้ำ ตอกย้ำทัศนคติเชิงลบ อันนำไปสู่ความบาดหมาง ตึงเครียดและสร้างรอยร้าวลึกขึ้นในสังคม โดยเฉพาะวิธีใส่ร้ายสื่อออนไลน์เช่นประชาไทว่าเป็น “เว็บหมิ่นฯหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ” “เป็นขบวนการทำลายล้าง” “มีคนหนุนหลัง” เป็นต้น เนื่องเพราะการใส่ร้ายดังกล่าวไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงแต่อย่างใด อีกทั้งสะท้อนถึงวุฒิภาวะในการบริหารประเทศของรัฐบาลประชาธิปไตย ซึ่งขัดต่อแนวทางการสร้างความเชื่อมั่นทั้งต่อพลเมืองไทยและประชาคมโลก

ทั้ง 3 องค์กรดังกล่าวข้างต้นมีความปรารถนาดีต่อรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐในการที่จะ ประสานความร่วมมือเรื่องสื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์บนการสร้างสมดุลย์ ระหว่างการกำกับดูแลกับสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ซึ่งรัฐมีหน้าที่โดยตรงที่ต้องธำรงพันธกิจอันสำคัญนี้

สุดท้ายนี้ เราขอให้สื่อมวลชนทุกแขนง รวมถึงสาธารณชน ร่วมกันแสดงจุดยืนเรียกร้องรัฐให้ใช้หลักรัฐศาสตร์ในการเจรจามากกว่าใช้กฏหมายปราบปราม เพื่อแสวงหาทางออกที่สร้างสรรค์ทดแทนการแก้ปัญหาด้วยการข่มขู่คุกคามอย่างที่ผ่านมา

ด้วยความเชื่อมั่นในสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีของพลเมือง

เครือข่ายพลเมืองเน็ต
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส)
เครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย (FACT)

วันที่ 8 มีนาคม 2552
วันสตรีสากล

(via Thai Netizen Network: แถลงการณ์เรื่องการคุกคามสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์, STOP ONLINE MEDIA INTIMIDATION)

technorati tags: , ,