Problems in Thailand

ปัญหาในเมืองไทย Problems in Thailand

วัตถุประสงค์ของบลอกนี้
เพื่อเป็นการรณรงค์ให้คนไทยช่วยกันสร้างสรรค์และพัฒนาให้ประเทศไทยน่าอยู่มากขึ้น โดยจะ

1. หยิบยกประเด็นปัญหาที่ใกล้ตัวในสังคม
2. ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบของปัญหา
3. เสนอวิธีแก้ไข
[4. ผู้อ่านนำไปปฏิบัติ ถ้าเห็นด้วย]

และจะนำเสนอสิ่งที่น่ายินดีในสังคมไทยควบคู่กันไป เพื่อเป็นกำลังใจและส่งเสริมให้คนไทยช่วยกันสร้างสรรค์สังคมไทยยิ่งๆขึ้นไป

ตัวอย่าง

โดย Burlight

tags: ,

White Collars’ Says

เสียงจากนักธุรกิจ (สงวนนาม):

“ ถ้าเราออกไปขับไล่ทักษิณ แล้วเกิดรบไม่ชนะ พวกเขากลับมาด้วยความอาฆาต พวกเราจะซวยหนัก ถูกเช็คบิลรายบริษัท ผมจึงอยากเสนอให้คุณทักษิณ เว้นวรรค ก็พอแล้ว ไม่ต้องถึงกับลาออก ”

“ การต่อสู้ครั้งนี้ ไม่เหมือนกับตอนที่นักธุรกิจชูธงเขียว ปฎิรูปการเมือง เพราะตอนนั้นมี ป๋าเหนาะ (เสนาะ เทียนทอง) เป็นไดโนเสาร์ เพียงตัวเดียว แต่การรบครั้งนี้ เรากำลังสู้รบกับมหาเศรษฐีที่มีเงิน 50,000-60,000 ล้าน (นะครับ) ”

“ ผมโดนสรรพากรเข้าไปเล่นงาน เรียบร้อยแล้ว เพียงเพราะผมออกไปเคลื่อนไหวขับไล่ทักษิณที่สนามหลวง ผมโดนเล่นงานเลย แต่ผมไม่กลัวมันหรอก สักวันสังคมจะเปลี่ยนแปลง ถ้าเรากลัวพวกมัน หัวหด สังคมก็ไม่เปลี่ยนแปลง ”

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สังคมต้องมีต้นทุนที่ต้องจ่ายเสมอ ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ หรอก และมาตรการที่ท้าทายกลุ่มทุนไทยรักไทยมากที่สุดก็คือ การเล่นกับตลาดหุ้น เพราะมันรวดเร็วและเสียหายฉับพลัน

“ การถล่มตลาดหุ้น น่าจะดีกว่าการไปเล่นเชิงสัญลักษณ์ เช่น การบอยคอตสินค้าของกลุ่มทุนไทยรักไทย หรือกลุ่มทุนสิงคโปร์
ผมถามง่าย ๆ คุณบอยคอตไม่ซื้อโตโยต้า เปลี่ยนไปซื้อฮอนด้า ก็เป็นของเสี่ยพงษ์ สารสิน และฮอนด้าก็ใช้ชิ้นส่วนของจึงรุ่งเรืองกิจ (มันก็แปะเอี๊ย1)
หรือไม่ใช้ เอไอเอส ไปใช้ ทรู มันก็ของกลุ่มซีพี หรือไปใช้ยี่ห้อ ดีแทค คุณแน่ใจหรือว่า ชัวร์ ”

ก็น่าจะเข้าใจและเห็นใจนะครับ เพราะแหม จะออกมาทำอะไรให้มันชัดเจน ก็แสนจะเสี่ยง ไม่โดนตรง ๆ จากอำนาจรัฐ ก็ยังมีอำนาจจากกลุ่มธุรกิจรายใหญ่ (ซึ่งสนับสนุนอำนาจรัฐ) อีก
ยิ่งในฐานะเจ้าของกิจการแล้ว ไม่ใช่แค่ความอยู่รอดของกิจการ แต่ยังต้องรับผิดชอบ (รึเปล่า ?) ชีวิตพนักงาน (และครอบครัว) อีก ก็คงต้องคิดหน้าคิดหลังหน่อย (หรือไม่พนักงานทั้งหลายก็ต้องเอาด้วยนี่แหละ :P)

1 กูเกิ้ลคำว่า “แปะเอี้ย” (ใช้ไม้โท) ดู ๆ แล้ว น่าจะแปลทำนองว่า “ครือ ๆ กัน” “พอ ๆ กัน”

Monday demonstrations

การเดินขบวนวันจันทร์ในเยอรมนีตะวันออก | Monday demonstrations in GDR | Montagsdemonstrationen 1989/1990 in der DDR

การเดินขบวนวันจันทร์ เมื่อ พ.ศ. 2532/2533 (ค.ศ. 1989/1990) ในเมืองไลป์ซิก ประเทศเยอรมนีตะวันออก เป็นชุดของการประท้วงทางการเมืองอย่างสงบจำนวนหลายครั้ง เพื่อประท้วงรัฐบาลเยอรมนีตะวันออก

การเดินขบวนเริ่มต้นหลังจากการสวดมนต์เพื่อสันติภาพกับบาทหลวง Christian Führer ที่โบสถ์นิโคไล และขยายจนเต็มใจกลางเมือง Karl Marx Platz ที่อยู่ใกล้ ๆ. หลังจากที่ทราบว่าโบสถ์สนับสนุนท่าทีของพวกเขา ชาวเยอรมันตะวันออกจำนวนมากที่ต้องการออกไปจากประเทศก็ได้เข้าร่วมในสนามของโบสถ์ และการเดินขบวนอย่างสงบก็ได้เริ่มขึ้น เพื่อเรียกร้องสิทธิ เช่น อิสระในการเดินทางไปต่างประเทศ และสิทธิเลือกตั้งรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย

เมื่อได้ทราบเรื่องนี้ จากโทรทัศน์และปากต่อปาก ประชาชนในเมืองอื่น ๆ ก็เริ่มการเดินขบวนอย่างในไลป์ซิก ชุมนุมกันที่จตุรัสเมืองทุก ๆ เย็นวันจันทร์. เมื่อถึงเดือนตุลาคม 2532 มีผู้เข้าร่วมชุมนุมถึง 250,000 คน

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เมืองไลป์ซิกได้รับการขนานนาม (อย่างไม่เป็นทางการ) ว่า Heldenstadt หรือ เมืองวีรชน เพลงที่โด่งดังจากการเดินขบวนครั้งนี้คือ Wir sind das Volk! – เราคือประชาชน.

แม้รัฐบาล SED (Socialist Unity Party of Germany) จะได้ขู่ว่าอาจจะใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซง แต่ในที่สุดก็ได้ยับยั้งการกระทำใด ๆ ดังกล่าวเอาไว้. การเดินขบวนสิ้นสุดลงในที่สุด เมื่อ มีนาคม พ.ศ. 2533 ในเวลาใกล้เคียงกับการเลือกตั้งหลายครั้ง ซึ่งนำไปสู่การรวมประเทศเยอรมนี


อ่า … ผิดกฎหมายนะครับ เดินขบวนแบบนี้เนี่ย 😛


Updated 2006.03.28: