“อยากกด Like จนมือสั่น”

สืบเนื่องจากกรณีตำรวจอยากดูข้อมูลการพูดคุยกันของประชาชนบนโซเชียลมีเดีย

นิตยสาร Way สัมภาษณ์ประมาณสิงหาปีที่แล้ว ฉบับสั้น “5 คำถาม” ตีพิมพ์ลงฉบับ 56 ธีมเล่ม “Human 2.0”

ส่วนฉบับยาวเพิ่งออกมาเมื่อเดือนนี้ (ก.พ. 2557) ในชื่อว่า “อยากกด Like จนมือสั่น” ว่าด้วยความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงบนสื่อสังคม การแสดงออกทางการเมือง การควบคุมสื่อ และสิทธิมนุษยชน

ภาพประกอบนี้ถ่ายที่ชั้น 2 ตึกคณะนิติ จุฬา หน้าร้านถ่ายเอกสาร – โซฟานี่ก็ไปยืมมาจากร้านถ่ายเอกสาร ช่วยกันยกกับพี่ช่างภาพ

eh?

‪#‎ไม่เอาพรกฉุกเฉิน‬

อย่างน้อยก็ยังดีนะครับ มีคนเห็นร่วมกันมากขึ้นว่าพ.ร.ก.ฉุกเฉินมันแย่

กลไก “ตลาดนโยบาย” ที่ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนใจเลือกของใหม่ได้ทุกๆ ระยะเวลาที่กำหนด 4 ปี 5 ปีก็ว่าไป อย่างน้อยมันก็เปิดโอกาสให้อำนาจมันเปลี่ยนมือไปมานะครับ

ซึ่งก็จะทำให้เราแต่ละคน ไปอยู่ในสถานะทางการเมืองต่างๆ กัน อยู่ข้างผู้มีอำนาจบ้าง อยู่ข้างผู้ไม่มีอำนาจบ้าง เวียนๆ กันไป ทั้งการเมืองระดับชาติระดับท้องถิ่น สิ่งนี้เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้ครับ ว่ามันรู้สึกยังไง เวลาอยู่ยืนอยู่ตรงนั้นและตรงนี้

น่าจะทำให้คนเราเข้าอกเข้าใจกันได้มากขึ้น และไม่เลวใส่กันจนเกินพอดี

ประสบการณ์การไปอยู่ต่างประเทศอย่างหนึ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับผมคือ การเป็น “พลเมืองชั้นสอง” อย่างเต็มตัว

ใครที่อยู่กับอำนาจนำมานานๆ อาจจะรู้สึกไม่สะดวกหรืออึดอัด แต่ก็อยู่ที่ว่าเราจะมองมันเป็นโอกาสในการเรียนรู้หรือเปล่าน่ะครับ

แบ่คแบ่คสไตล์ #style #guide

เวลาต้องทำกำหนดการสัมมนา ผมมีนิสัยเหล่านี้

  • เอาเรื่องสำคัญอย่าง วัน เวลา สถานที่จัดงาน หมดเขตลงทะเบียนวันไหน ไว้ต้นๆ — พวกผู้จัดร่วมจัด ไว้ท้ายๆ
  • ถ้าหาลิงก์แผนที่ได้ อย่างน้อยก็ Google Maps จะพยายามใส่ไว้ที่ท้ายที่อยู่งาน
  • ใช้การเขียนเวลาแบบ 24 ชั่วโมง (ไม่ใช้ am/pm) และใช้ : คั่น ชั่วโมง:นาที (ไม่ใช้ .)
  • พักช่วง พยายามหาคำอื่นที่ไม่ระบุคำว่า coffee — เพราะผมไม่กินกาแฟ
  • ไม่ใส่ยศ ตำแหน่ง ฯลฯ ใดๆ หน้าชื่อ เพราะรู้สึกว่ารุงรัง และบางทีถ้าใส่ผิดมีเคืองกันอีก (เช่นเป็นรศ.แล้ว ยังใส่ผศ.)
  • แน่นอนว่า ตัวสะกดชื่อ เป็นเรื่องสำคัญ ต้องค้นเน็ตเพื่อเอาให้แน่นอนอีกครั้ง
  • ถ้าคนเหล่านั้นมีบัญชีทวิตเตอร์ จะใส่ไว้ข้างชื่อ
  • ที่ชื่อสถาบัน องค์กรสังกัด ฯลฯ จะพยายามทำลิงก์
  • ฟอร์แมตเบอร์โทรศัพท์ ชอบใช้ 0-123-456-789 (มือถือ) และ 0-1234-5678 (บ้าน) ถ้าเป็นงานที่ต้องติดต่อกับต่างชาติด้วย ก็ใส่รหัสประเทศข้างหน้า +66-
  • ที่หัวเรื่องบล็อก ต้นทวีต/โพสต์เฟซ จะใส่ “[วันที่]” ไว้ด้วย เช่น “[15 ก.พ.] สัมมนา….”
  • ถ้าออกเป็นเมล (หรือ plain text อื่นๆ) ลิงก์ต่างๆ ที่ใช้ จะพยายามให้ไม่ยาวเกินไป ใช้ลิงก์แบบย่อถ้าจำเป็น — ดู อย่าเยอะ: อ้างอิง URL แบบให้มนุษย์พออ่านออก
  • ถ้ามี #hashtag ของงาน ก็จะใส่ไว้ด้วย ทั้งในกำหนดการ และในทวีต

คิดว่าการทำกำหนดการแบบนี้ ช่วยให้คนจะมาร่วมงาน มีข้อมูลมากขึ้น พอจะรู้เกี่ยวกับวิทยากรมากขึ้น พอจะหาทางมางานได้ง่ายขึ้น ลดความสับสน รวมถึงก่อน/ระหว่างงานก็จะได้มีส่วนร่วมกับงานได้มากขึ้น เพราะรู้ทวิตเตอร์วิทยากรและแฮชแท็กของงานแล้ว

โพสต์ครั้งแรกในเฟซบุ๊ก และมีมิตรสหายท่านหนึ่งกล่าวเสริมว่า “โปรดแจ้งว่ามีกินฟรีหรือไม่ด้วยครับ ขอบคุณครับ”

ส่วนมิตรสหายอีกท่านสอง เมนต์ว่า “เราว่าฟอร์แมตเบอร์โทรศัพท์แบบที่พี่แบ่คบอกมันจำยากง่ะ คือถ้าเคยเป็นคนต่างจังหวัดมาก่อน การแยก 0xx-yyy-zzz มันทำให้พอจะรู้ได้ว่าเบอร์ที่ให้มามันอยู่ที่ไหน แบบอย่างน้อยก็เดาภาคที่อยู่ของเบอร์ได้แบบเร็วๆ ไปเลย”

ผมว่าแบ่งแบบไหนมันก็เลขเดียวกันอ่ะ ก็แยกภาคแยกจังหวัดได้เหมือนกัน มันเป็นเรื่องชินหรือไม่ชินมากกว่า ถ้าชินก็มองแล้วนึกได้เร็ว ถ้าไม่ชินก็ช้า แต่ผมชอบแบ่งแบบที่ว่า เพราะมันลงตัวดี มือถือก็เป็นชุดเลขสามตัวสามชุด บ้านก็สี่ตัวสองชุด

สถาปัตยกรรม ความคิด คำ คน / เดินทางไปในที่

หนังสือสองเล่มชื่อคล้าย ๆ กัน เล่มแรกเก็บได้จากร้านหนังสือก็องดิด เมื่อปีที่แล้ว เล่มสองฉกมาจากร้านหนังสือใกล้ ๆ สตาร์บั๊คส์ นิมมาน เชียงใหม่ เมื่อไม่นานนี้

“คนและความคิดทางสถาปัตยกรรม” โดย ต้นข้าว ปาณินท์ (สำนักพิมพ์สมมติ, 2553) เล่มนี้อ่านจบแล้วรอบนึงแบบงง ๆ และอยากจะอ่านซ้ำอีก หลักใหญ่ใจความอันหนึ่งที่จับได้ คือคอปเซปต์ของ Raum ที่เราจำเป็นต้องเข้าใจ เมื่อจะอ่านทฤษฎีพื้นที่สำนักเยอรมัน เพราะมันไม่ได้เป็นแค่ “space” ที่ว่าง ที่ไม่ว่าง ในฐานะนักเรียนมานุษยวิทยา ผมชอบคำว่า “คน” ในชื่อหนังสือเล่มนี้ ผมเชื่อว่าโจทย์ของสถาปัตยกรรมคือ คุณจะเอาคนไปไว้ตรงไหน ผมไม่คิดว่าเราจะมีความสุขในเมืองที่ถูกออกแบบมาเพื่อรถ ผมไม่ชอบสะพานลอย สะพานลอยคือวัตถุแห่งความชั่วร้าย มันคือตัวแทนของแนวคิดที่เอารถยนต์เป็นใหญ่

“คำ ความคิด สถาปัตยกรรม” โดย ปิยลดา เทวกุล ทวีปรังษีพร (สำนักพิมพ์ลายเส้น, 2554) ยังไม่ได้อ่านเยอะนัก พลิกผ่าน ๆ แต่บทที่ว่าด้วยโพสต์โมเดิร์นนั้นน่าสนใจดี คืออยากอ่านเพิ่มเติม เพื่อจะได้เห็นว่า โพสต์โมเดิร์นในฐานะขบวนการและในฐานะโลกทัศน์ของยุคสมัย ในทางสถาปัตยกรรมแล้วมันยังไง

เมื่อตอนที่ “ดีไซน์+คัลเจอร์” เล่มแรก โดย ประชา สุวีรานนท์ (สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน, 2551) ออกมา ผมกรี๊ดหนังสือเล่มนี้มาก จำได้ว่าซื้ออยู่หลายเล่ม เอาไปฝากคนนั้นคนนี้ รวมถึงห้องสมุดที่คณะ คือปลื้มน่ะ อยากจะมีคนคุยเรื่องเดียวกัน

มีอยู่ครั้งหนึ่งไปเดินข้าวสาร เห็นเสื้อยืดลายสวยดี สกรีนคำว่า “คนชั้นกลาง” เป็นภาษาไทย จีน อังกฤษ (หลายคนคงเคยเห็นผมใส่) ก็ได้คุยกับคนขาย บอกว่าเป็นนักศึกษา เรียนสถาปัตย์อยู่บางมด มีวิศวะคนนึง ในกระเป๋าผมวันนั้นมี “ดีไซน์+คัลเจอร์” อยู่พอดี นึกขึ้นมาได้ ก็เลยเอามาเปิด ๆ ให้เขาดู เล่าเรื่องหนังสือ และคะยั้นคะยอให้น้องเขาไป

เมื่อปีที่แล้ว ไปลิทัวเนียกะฮังการี ก็พก “คนและความคิดทางสถาปัตยกรรม” ไปด้วย ช่วงเวลาที่เดินทาง ใกล้ไกล น่าจะเป็นช่วงที่ได้อ่านหนังสือเยอะที่สุดสำหรับผม ที่บูดาเปสต์พวกเราได้พบกับนักเรียนไทยนางหนึ่ง ที่ต้อนรับขับสู้แนะนำโน่นนี่กับพวกเราเป็นอย่างดี ก็นึกขึ้นมาได้อีกว่า อืม ตอนที่เราอยู่ไกลจากเมืองไทย ก็มีความรู้สึกว่าหนังสือภาษาไทยนี่มันเป็นของมีค่าว่ะ คือหาอ่านลำบาก (ไม่นับ “คู่สร้างคู่สม” ที่พบได้ในแม้กระทั่งซูเปอร์มาร์เก็ตเวียดนาม) ก็เลยฝากเอาหนังสือที่ว่าเล่มนั้น พร้อมกับ “วารสารอ่าน” ฉบับล่าสุด ให้กับเธอ (ตอนที่พก “อ่าน” ไปนั้น ก็คิดในใจอยู่แล้วว่า จะไม่เอากลับ จะฝากใครสักคนนี่แหละ)

เมื่อคืน ไปนั่งกินเบียร์แถวพระอาทิตย์ เนื่องในโอกาสอากาศเย็น เอา “คำ ความคิด สถาปัตยกรรม” ไปอ่านด้วย ปกติร้านที่ไป คนจะไม่เยอะ เงียบ ๆ แต่สงสัยเพราะอากาศดี คนเต็มทุกโต๊ะเลย มีฝรั่งจากเฮมล็อกมาแจมด้วย ใส่สูทมาเต็มยศ พร้อมเด็กตัวเล็กตัวใหญ่สองคน โต๊ะตรงข้ามเป็นนักศึกษากลุ่มเบ้อเร่อ เฮฮา ได้คุยด้วย เป็นนักศึกษาสถาปัตย์ธรรมศาสตร์กับบางมด

กลับมาบ้าน หนังสือเปลี่ยนมือไปอยู่กับคนอื่นอีกแล้วล่ะ

ผมเป็นพวกเรี่ยราดนะ

(โพสต์ครั้งแรกในโน๊ตเฟซบุ๊ก 19 มี.ค. 2011)

Keep 2012 and Move On, Comrades!

สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็นในปี 2012: ความรัก ความฝัน ผู้คนเป็นล้านๆ
Let’s breaking out the door. Let’s dancing on the floor.

สวัสดีปีใหม่มิตรสหายท่านหนึ่งทุกท่าน
Thanks all the Movers that I have and haven’t met in 2012, good stuffs! Let’s pushing 2013 together!! 😉

My 2012 in review on Facebook.

(เพลงประกอบ: Dancing โดยคณะ Musketeers)

Hello, bact.cc :)

บ้านใหม่

คิดอยากจะรวมเอกสารโน่นนี่ที่เคยทำในช่วงที่ผ่านมา ให้มันหาให้มันโหลดได้ง่าย ๆ จากที่เดียว เลยมาเปิดใหม่ตรงนี้

จดโดเมนมาสักพักแล้ว ถือฤกษ์วันเกิดในการย้ายละกันนะ 22 เมษา 2011 เป็นของขวัญให้ตัวเอง :p

หมวดหมู่ต่าง ๆ ยังไม่เรียบร้อย รอจัด รอปรับกันต่อไป อีกทั้ง tag ต่าง ๆ ก็รอใส่รอแก้เพิ่มเติม เช่นเดียวกับโพสต์จำนวนมาก ที่ import มาจาก bact.blogspot.com แล้ว url มันจะยังเป็นภาษาไทย พยายามจะไล่แก้ให้มันเป็น url สวย ๆ อยู่

พยายามจะกลับมาบล็อกให้สม่ำเสมอขึ้นเหมือนช่วงปี 2005-2006

My Moving Moving 2010 in Moving Pictures

ภาพเคลื่อนไหวจาก 2553 ปีแห่งการ เคลื่อนที่ ของผม

ปีที่ผ่านมา ถ่ายรูป ถ่ายวีดิโอ อัดเสียง ไว้เยอะมาก จากงานต่าง ๆ ที่โน่นนี่ รวมทั้งบนท้องถนน แต่ก็เป็นลักษณะถ่ายเก็บ ๆ เสียส่วนมาก คือเก็บเข้ากรุไปเลย ไม่ได้ดู ไม่ได้เอามาทำอะไรเท่าไหร่นัก เหมือนว่าในโลกแห่งสื่อดิจิทัล ที่การบันทึกมันทำได้ง่าย ได้เร็ว ได้ถูก เราก็เอาแต่บันทึก แต่ไม่ค่อยได้กลับมาย่อยของพวกนี้เข้าหัวเท่าไหร่

ช่วงสัปดาห์ท้ายปี คาบเกี่ยวปีใหม่ มีโอกาสถอดเทปของที่ค้างไว้ (จากงาน Open Data – ยังมีค้างอยู่สองคน) แล้วก็มาตัดต่อวีดิโอจากปาร์ตี้ จากงาน และจากเรียน วันนี้คิดว่าน่าจะโพสต์ ๆ รวมไว้เสียหน่อย รวมถึงวีดิโออื่น ๆ ในปีที่ผ่านมาด้วย (ยังมีของค้างจาก Mekong ICT Camp 2 ที่รอเพื่อนตัดอยู่ ชุดนั้นเยอะมาก)

วีดิโอคลิปส่วนมาก ถ่ายจาก Kodak PlaySport Zx3 (ใช้สนุกดี) และ Canon PowerShot G10 แล้วเอามาตัดต่อด้วยโปรแกรม iMovie ’09 เป็นโปรแกรมใช้ได้คล่องมือแล้วพอสมควร

เหล่านี้คือ ภาพ/ภาพ จาก สายตา/สายตา ของผม

กึ่ง/สาระ/รูป : พื้นที่ กลาง ๆ กับ ชุมชน มหาวิทยาลัย (เวิร์กช็อปการทำสารคดี มานุษยวิทยาสถาปัตยกรรม ศิลปากร; 2010.12.22) ↓↓↓

ปาร์ตี้ แบบพอเป็นพิธี – Happy New Year เบา เบา (เฮฮากับนักเรียนมานุษยวิทยา; 2010.12.21) ↓↓↓

ปัตย์ ศรีอรุณ : คน เมือง พื้นที่ออนไลน์ (ออนไลน์ศึกษา เน็ตติเซ่นมาราธอน 2553; 2010.11.23) ↓↓↓

I say something (ร้องเพลงบนถนน Ximending ไทเป; 2010.10.28) ↓↓↓

Sean Ang: Social Media, Democracy, and Asian Values (ผู้อำนวยการ Southeast Asian Centre for e-Media (SEACeM) @ Internet Governance Forum ครั้งที่ 10; 2010.09.xx) ↓↓↓

Internet Governance and Human Rights: Frank La Rue (ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในเสรีภาพในการแสดงออก แห่งองค์การสหประชาชาติ @ IGF10; 2010.09.13) ↓↓↓

Internet Governance and Human Rights: Anriette Esterhuysen (ผู้อำนวยการบริหาร Association for Progressive Communications (APC) @ IGF10; 2010.09.13) ↓↓↓

ปอกมะม่วง แบบบันดุง Mango crafting – Bandung fruit cart (บันดุง อินโดนีเซีย; 2010.07.xx) ↓↓↓

@pruet โชว์น้ำจิ้ม ถก e-read #BarCampCM (บาร์แคมป์เชียงใหม่ 3; 2010.06.12) ↓↓↓

วิธีดูช่อง 11 NBT เพื่อความสมานฉันท์ (anti-propaganda; 2010.03.22) ↓↓↓

มีอีก ที่ arthittube

2553 เป็นปีที่มีอะไรเกิดขึ้นเยอะแยะเยอะแยะ ทั้งกับสังคมรอบตัวที่ผมต้องอยู่กับมันหรือผ่านไปเจอมัน โดยเฉพาะในมิติการเมือง ซึ่งแน่นอนว่ามันก็ทำให้เกิดอะไรขึ้นกับตัวผมเยอะแยะเช่นกัน แล้วก็ใช่ว่าจะรับมือกับทุกเรื่องได้ดี บางเรื่องที่มีโอกาสจะได้ทำ ก็ทำไม่ไหวซะอย่างนั้น คือมันเยอะจัด แทรกเข้ามา พุ่งเข้ามา

2554 นี่ หลัก ๆ ก็คงจะเน้นไปที่วิทยานิพนธ์ กับเรื่องเกี่ยวข้อง เช่น ข่าว การเปิดข้อมูลภาคสาธารณะ อะไรแบบนี้แหละ เอาให้มันจบ ๆ ซะที

สวัสดีปีใหม่ทุกคน (แฟนคลับด้วย :p)

technorati tags: , ,

ปริศนาไขกระจ่าง: ทำไมหน้าเป็นผื่น-แห้ง?

เมื่อวานไปหาหมอผิวหนังที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ตรงสาทร

คือผิวตรงหน้า รอบ ๆ จมูกและมุมปาก มันแห้งมาก ลอกเป็นขุย ๆ และเป็นผื่นแดง เป็น ๆ หาย ๆ มานานมากแล้ว ไปหาหมอพวกคลีนิคผิวหนัง-สิว มาทีนึง ก็หายไปพักนึง แล้วก็เป็นใหม่ ก็เลยคิดว่า ช่างมันเหอะ ปล่อยไปงี้แหละ (แต่เวลามันแห้งมาก ๆ แล้วผิวแตกนี่ โคตรเจ็บอ่ะ)

เข้าไปนั่งในห้องหมอยังไม่ทันทำไร คำถามแรกที่หมอถามก็คือ นอนดึกใช่มั๊ย?

ช็อค แหงะ รู้ได้ไง

ดูหน้าก็รู้แล้ว มีผื่น มีรอยโค้งๆ ตรงนี้
อย่านอนดึก อย่ากินเหล้า เดี๋ยวก็หาย
แต่เดี๋ยวมันก็เป็นใหม่นะ ไม่ต้องห่วง เป็น ๆ หาย ๆ ไปงี้แหละ อีกหลายร้อยครั้ง

แล้วหมอก็สั่งยาให้ มีสบู่ล้างหน้า (Physiogel ไปซื้อตามร้านอย่าง Boots เองก็มี) กะยาฆ่าเชื้อราสองเม็ด กินสัปดาห์ละเม็ด ส่วนครีมทาหน้าบรรเทาอาการแพ้-ผื่น พอบอกหมอไปว่ามีแล้ว หมอก็เลยถามว่าเป็นครีมอะไร
T.A. อะไรซักอย่างน่ะครับ เมื่อวานเพิ่งได้มา ทาไปครั้งเดียว มันโอไหมหมอ
ได้ ๆ ตัวนั้นใช้ได้ ถ้าหายเมื่อไหร่ก็หยุดทา มันมีสเตรียรอยด์น่ะ
หมอก็เลยขีดฆ่าครีมทาหน้าออกจากใบสั่งยา
ถ้ามีแล้วก็ไม่ต้องเอาไปอีก

ด้วยความสงสัยว่ามันเรียกว่าอะไร เลยถามให้พยาบาลเขียนชื่อโรคมาให้
มันเรียกว่า Seborrhoeic dermatitis หรือ โรคผื่นไขมันอักเสบ เรียกย่อ ๆ ว่า Sebderm

อ่านดูในวิกิพีเดีย ประมาณว่าเกี่ยวกับเชื้อราและยีสต์ที่อาศัยอยู่บนผิวหน้าของคน สิ่งมีชีวิตพวกนี้ปกติก็อยู่ร่วมกับคนไม่มีอันตรายอะไร แต่เมื่อไหร่ที่ภูมิต้านทานเราตก พวกนี้มันก็จะโตเกินปกติ อะไรแนว ๆ นี้ (อ่านในวิกิพีเดียแล้วมันดูซับซ้อนมาก และสาเหตุที่แท้จริงก็ยังไม่มีใครรู้ ที่รู้ตอนนี้เป็นเพียงการคาดเดา เกี่ยวกะเรื่องเครียดเรื่องอะไรด้วย ก็ว่าไป)

ภูมิต้านทานเราจะต่ำ เวลาอดนอน (ต้องนอนตอนกลางคืนด้วย นอนตอนกลางวันก็ไม่ได้) กินเหล้า อะไรแนว ๆ นี้
(เมื่อก่อนตอนที่เป็นงูสวัด ก็เหตุเดียวกัน ตอนนั้นหมอถามด้วยว่าเที่ยวผู้หญิงไหม เพราะถ้าเป็น HIV ก็ทำให้ภูมิต้านทานต่ำเหมือนกัน ตอนนั้นนอกจากยาฆ่าไวรัสที่หมอจ่ายมาแล้ว ยังให้กินวิตามินบีด้วย แนวว่าจะช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิ)

ใครไม่อยากจะเป็น มันก็มีวิธีป้องกันอยู่ ลองค้นจากเน็ต เลือกเอาอันที่สั้น ๆ และไม่จู้จี้จนเกินไป (แปลว่าพอจะปฏิบัติได้) เช่น

ความรุนแรงของ seborrheic dermatitis สามารถลดได้โดยการควบคุมปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ความเครียด ความอ่อนล้า การเปลี่ยนแปลงของอากาศ การปล่อยให้ผิวมัน การใช้แชมพูหรือโฟมล้างหน้าบ่อย การใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ การมีสิว และภาวะอ้วน

นายแพทย์กฤษณะ สุวรรณภูมิ

พยาบาลบอกไม่ให้กินหวานด้วย มันจะทำให้ยีสต์โต​ ง่ะ เหล้าเบียร์ก็อด โค้ก เยลลี่ แหงะ อดอีก

เราสังเกตได้ว่า เวลานอนดึก ทำงานติดต่อกันดึก ร่างกายจะร้อนด้วย แล้วหน้าก็จะมัน ๆ ไขมันนี่ดูจะเกี่ยวข้องกะการเกิดโรคด้วย

คนอื่น ๆ ที่เขาเป็นกัน ก็ประมาณนี้แฮะ นอนดึก

สรุปว่า อย่าเครียด อย่าอดนอน อะไรแนว ๆ นี้ แล้วมันก็จะดีเอง

ใช่ จริง ๆ แล้วต้องขอบคุณโรคพวกนี้นะ มันเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกาย
ว่าเธอใช้ฉันมากเกินไปแล้วนะ ให้ฉันพักได้แล้ว
พยาบาลบอก

technorati tags:
,
,