Hello Dublin

Haven’t posted anything here for like a year. This is just a quick one the mark the fact that I have moved from Bangkok to Dublin recently and most likely will be here for the next four years. — Khao San road, I miss you already.

Hope to have a productive and fun time in this city (so far so good). Getting back to the student life at the age of 40 is interesting. I will doing a research on the governance of artificial intelligence system and the protection of privacy at ADAPT Centre, under SFI Centre for Research Training in Digitally-Enhanced Reality (D-REAL) training program, and now registered as a PhD student (yay! student discounts are underway) at Trinity’s School of Computer Science and Statistics.

Will of course still associated with Thai Netizen Network and the works on digital rights in Thailand and Southeast Asia.

นานๆ โพสต์ที หวังว่าหลังจากนี้จะโพสต์สม่ำเสมอขึ้น ถึงดับลินแล้ว ชีวิตโอเค วันนี้เป็นวันที่ 12 นับตั้งแต่ลงเครื่อง มีมิตรสหายท่านหนึ่งไปรับถึงสนามบินด้วย ขอบพระคุณ

แดดดีมากวันนี้ วันอื่นนี่ฝนตกเกือบทุกวัน มากบ้างน้อยบ้าง เหยียบกระเบื้องน้ำปรี้ดไปสองแผ่นนับตั้งแต่มา ทำให้หายคิดถึงกรุงเทพได้ 55555

“อยากกด Like จนมือสั่น”

สืบเนื่องจากกรณีตำรวจอยากดูข้อมูลการพูดคุยกันของประชาชนบนโซเชียลมีเดีย

นิตยสาร Way สัมภาษณ์ประมาณสิงหาปีที่แล้ว ฉบับสั้น “5 คำถาม” ตีพิมพ์ลงฉบับ 56 ธีมเล่ม “Human 2.0”

ส่วนฉบับยาวเพิ่งออกมาเมื่อเดือนนี้ (ก.พ. 2557) ในชื่อว่า “อยากกด Like จนมือสั่น” ว่าด้วยความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงบนสื่อสังคม การแสดงออกทางการเมือง การควบคุมสื่อ และสิทธิมนุษยชน

ภาพประกอบนี้ถ่ายที่ชั้น 2 ตึกคณะนิติ จุฬา หน้าร้านถ่ายเอกสาร – โซฟานี่ก็ไปยืมมาจากร้านถ่ายเอกสาร ช่วยกันยกกับพี่ช่างภาพ

eh?

‪#‎ไม่เอาพรกฉุกเฉิน‬

อย่างน้อยก็ยังดีนะครับ มีคนเห็นร่วมกันมากขึ้นว่าพ.ร.ก.ฉุกเฉินมันแย่

กลไก “ตลาดนโยบาย” ที่ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนใจเลือกของใหม่ได้ทุกๆ ระยะเวลาที่กำหนด 4 ปี 5 ปีก็ว่าไป อย่างน้อยมันก็เปิดโอกาสให้อำนาจมันเปลี่ยนมือไปมานะครับ

ซึ่งก็จะทำให้เราแต่ละคน ไปอยู่ในสถานะทางการเมืองต่างๆ กัน อยู่ข้างผู้มีอำนาจบ้าง อยู่ข้างผู้ไม่มีอำนาจบ้าง เวียนๆ กันไป ทั้งการเมืองระดับชาติระดับท้องถิ่น สิ่งนี้เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้ครับ ว่ามันรู้สึกยังไง เวลาอยู่ยืนอยู่ตรงนั้นและตรงนี้

น่าจะทำให้คนเราเข้าอกเข้าใจกันได้มากขึ้น และไม่เลวใส่กันจนเกินพอดี

ประสบการณ์การไปอยู่ต่างประเทศอย่างหนึ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับผมคือ การเป็น “พลเมืองชั้นสอง” อย่างเต็มตัว

ใครที่อยู่กับอำนาจนำมานานๆ อาจจะรู้สึกไม่สะดวกหรืออึดอัด แต่ก็อยู่ที่ว่าเราจะมองมันเป็นโอกาสในการเรียนรู้หรือเปล่าน่ะครับ

แบ่คแบ่คสไตล์ #style #guide

เวลาต้องทำกำหนดการสัมมนา ผมมีนิสัยเหล่านี้

  • เอาเรื่องสำคัญอย่าง วัน เวลา สถานที่จัดงาน หมดเขตลงทะเบียนวันไหน ไว้ต้นๆ — พวกผู้จัดร่วมจัด ไว้ท้ายๆ
  • ถ้าหาลิงก์แผนที่ได้ อย่างน้อยก็ Google Maps จะพยายามใส่ไว้ที่ท้ายที่อยู่งาน
  • ใช้การเขียนเวลาแบบ 24 ชั่วโมง (ไม่ใช้ am/pm) และใช้ : คั่น ชั่วโมง:นาที (ไม่ใช้ .)
  • พักช่วง พยายามหาคำอื่นที่ไม่ระบุคำว่า coffee — เพราะผมไม่กินกาแฟ
  • ไม่ใส่ยศ ตำแหน่ง ฯลฯ ใดๆ หน้าชื่อ เพราะรู้สึกว่ารุงรัง และบางทีถ้าใส่ผิดมีเคืองกันอีก (เช่นเป็นรศ.แล้ว ยังใส่ผศ.)
  • แน่นอนว่า ตัวสะกดชื่อ เป็นเรื่องสำคัญ ต้องค้นเน็ตเพื่อเอาให้แน่นอนอีกครั้ง
  • ถ้าคนเหล่านั้นมีบัญชีทวิตเตอร์ จะใส่ไว้ข้างชื่อ
  • ที่ชื่อสถาบัน องค์กรสังกัด ฯลฯ จะพยายามทำลิงก์
  • ฟอร์แมตเบอร์โทรศัพท์ ชอบใช้ 0-123-456-789 (มือถือ) และ 0-1234-5678 (บ้าน) ถ้าเป็นงานที่ต้องติดต่อกับต่างชาติด้วย ก็ใส่รหัสประเทศข้างหน้า +66-
  • ที่หัวเรื่องบล็อก ต้นทวีต/โพสต์เฟซ จะใส่ “[วันที่]” ไว้ด้วย เช่น “[15 ก.พ.] สัมมนา….”
  • ถ้าออกเป็นเมล (หรือ plain text อื่นๆ) ลิงก์ต่างๆ ที่ใช้ จะพยายามให้ไม่ยาวเกินไป ใช้ลิงก์แบบย่อถ้าจำเป็น — ดู อย่าเยอะ: อ้างอิง URL แบบให้มนุษย์พออ่านออก
  • ถ้ามี #hashtag ของงาน ก็จะใส่ไว้ด้วย ทั้งในกำหนดการ และในทวีต

คิดว่าการทำกำหนดการแบบนี้ ช่วยให้คนจะมาร่วมงาน มีข้อมูลมากขึ้น พอจะรู้เกี่ยวกับวิทยากรมากขึ้น พอจะหาทางมางานได้ง่ายขึ้น ลดความสับสน รวมถึงก่อน/ระหว่างงานก็จะได้มีส่วนร่วมกับงานได้มากขึ้น เพราะรู้ทวิตเตอร์วิทยากรและแฮชแท็กของงานแล้ว

โพสต์ครั้งแรกในเฟซบุ๊ก และมีมิตรสหายท่านหนึ่งกล่าวเสริมว่า “โปรดแจ้งว่ามีกินฟรีหรือไม่ด้วยครับ ขอบคุณครับ”

ส่วนมิตรสหายอีกท่านสอง เมนต์ว่า “เราว่าฟอร์แมตเบอร์โทรศัพท์แบบที่พี่แบ่คบอกมันจำยากง่ะ คือถ้าเคยเป็นคนต่างจังหวัดมาก่อน การแยก 0xx-yyy-zzz มันทำให้พอจะรู้ได้ว่าเบอร์ที่ให้มามันอยู่ที่ไหน แบบอย่างน้อยก็เดาภาคที่อยู่ของเบอร์ได้แบบเร็วๆ ไปเลย”

ผมว่าแบ่งแบบไหนมันก็เลขเดียวกันอ่ะ ก็แยกภาคแยกจังหวัดได้เหมือนกัน มันเป็นเรื่องชินหรือไม่ชินมากกว่า ถ้าชินก็มองแล้วนึกได้เร็ว ถ้าไม่ชินก็ช้า แต่ผมชอบแบ่งแบบที่ว่า เพราะมันลงตัวดี มือถือก็เป็นชุดเลขสามตัวสามชุด บ้านก็สี่ตัวสองชุด

สถาปัตยกรรม ความคิด คำ คน / เดินทางไปในที่

หนังสือสองเล่มชื่อคล้าย ๆ กัน เล่มแรกเก็บได้จากร้านหนังสือก็องดิด เมื่อปีที่แล้ว เล่มสองฉกมาจากร้านหนังสือใกล้ ๆ สตาร์บั๊คส์ นิมมาน เชียงใหม่ เมื่อไม่นานนี้

“คนและความคิดทางสถาปัตยกรรม” โดย ต้นข้าว ปาณินท์ (สำนักพิมพ์สมมติ, 2553) เล่มนี้อ่านจบแล้วรอบนึงแบบงง ๆ และอยากจะอ่านซ้ำอีก หลักใหญ่ใจความอันหนึ่งที่จับได้ คือคอปเซปต์ของ Raum ที่เราจำเป็นต้องเข้าใจ เมื่อจะอ่านทฤษฎีพื้นที่สำนักเยอรมัน เพราะมันไม่ได้เป็นแค่ “space” ที่ว่าง ที่ไม่ว่าง ในฐานะนักเรียนมานุษยวิทยา ผมชอบคำว่า “คน” ในชื่อหนังสือเล่มนี้ ผมเชื่อว่าโจทย์ของสถาปัตยกรรมคือ คุณจะเอาคนไปไว้ตรงไหน ผมไม่คิดว่าเราจะมีความสุขในเมืองที่ถูกออกแบบมาเพื่อรถ ผมไม่ชอบสะพานลอย สะพานลอยคือวัตถุแห่งความชั่วร้าย มันคือตัวแทนของแนวคิดที่เอารถยนต์เป็นใหญ่

“คำ ความคิด สถาปัตยกรรม” โดย ปิยลดา เทวกุล ทวีปรังษีพร (สำนักพิมพ์ลายเส้น, 2554) ยังไม่ได้อ่านเยอะนัก พลิกผ่าน ๆ แต่บทที่ว่าด้วยโพสต์โมเดิร์นนั้นน่าสนใจดี คืออยากอ่านเพิ่มเติม เพื่อจะได้เห็นว่า โพสต์โมเดิร์นในฐานะขบวนการและในฐานะโลกทัศน์ของยุคสมัย ในทางสถาปัตยกรรมแล้วมันยังไง

เมื่อตอนที่ “ดีไซน์+คัลเจอร์” เล่มแรก โดย ประชา สุวีรานนท์ (สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน, 2551) ออกมา ผมกรี๊ดหนังสือเล่มนี้มาก จำได้ว่าซื้ออยู่หลายเล่ม เอาไปฝากคนนั้นคนนี้ รวมถึงห้องสมุดที่คณะ คือปลื้มน่ะ อยากจะมีคนคุยเรื่องเดียวกัน

มีอยู่ครั้งหนึ่งไปเดินข้าวสาร เห็นเสื้อยืดลายสวยดี สกรีนคำว่า “คนชั้นกลาง” เป็นภาษาไทย จีน อังกฤษ (หลายคนคงเคยเห็นผมใส่) ก็ได้คุยกับคนขาย บอกว่าเป็นนักศึกษา เรียนสถาปัตย์อยู่บางมด มีวิศวะคนนึง ในกระเป๋าผมวันนั้นมี “ดีไซน์+คัลเจอร์” อยู่พอดี นึกขึ้นมาได้ ก็เลยเอามาเปิด ๆ ให้เขาดู เล่าเรื่องหนังสือ และคะยั้นคะยอให้น้องเขาไป

เมื่อปีที่แล้ว ไปลิทัวเนียกะฮังการี ก็พก “คนและความคิดทางสถาปัตยกรรม” ไปด้วย ช่วงเวลาที่เดินทาง ใกล้ไกล น่าจะเป็นช่วงที่ได้อ่านหนังสือเยอะที่สุดสำหรับผม ที่บูดาเปสต์พวกเราได้พบกับนักเรียนไทยนางหนึ่ง ที่ต้อนรับขับสู้แนะนำโน่นนี่กับพวกเราเป็นอย่างดี ก็นึกขึ้นมาได้อีกว่า อืม ตอนที่เราอยู่ไกลจากเมืองไทย ก็มีความรู้สึกว่าหนังสือภาษาไทยนี่มันเป็นของมีค่าว่ะ คือหาอ่านลำบาก (ไม่นับ “คู่สร้างคู่สม” ที่พบได้ในแม้กระทั่งซูเปอร์มาร์เก็ตเวียดนาม) ก็เลยฝากเอาหนังสือที่ว่าเล่มนั้น พร้อมกับ “วารสารอ่าน” ฉบับล่าสุด ให้กับเธอ (ตอนที่พก “อ่าน” ไปนั้น ก็คิดในใจอยู่แล้วว่า จะไม่เอากลับ จะฝากใครสักคนนี่แหละ)

เมื่อคืน ไปนั่งกินเบียร์แถวพระอาทิตย์ เนื่องในโอกาสอากาศเย็น เอา “คำ ความคิด สถาปัตยกรรม” ไปอ่านด้วย ปกติร้านที่ไป คนจะไม่เยอะ เงียบ ๆ แต่สงสัยเพราะอากาศดี คนเต็มทุกโต๊ะเลย มีฝรั่งจากเฮมล็อกมาแจมด้วย ใส่สูทมาเต็มยศ พร้อมเด็กตัวเล็กตัวใหญ่สองคน โต๊ะตรงข้ามเป็นนักศึกษากลุ่มเบ้อเร่อ เฮฮา ได้คุยด้วย เป็นนักศึกษาสถาปัตย์ธรรมศาสตร์กับบางมด

กลับมาบ้าน หนังสือเปลี่ยนมือไปอยู่กับคนอื่นอีกแล้วล่ะ

ผมเป็นพวกเรี่ยราดนะ

(โพสต์ครั้งแรกในโน๊ตเฟซบุ๊ก 19 มี.ค. 2011)

Keep 2012 and Move On, Comrades!

สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็นในปี 2012: ความรัก ความฝัน ผู้คนเป็นล้านๆ
Let’s breaking out the door. Let’s dancing on the floor.

สวัสดีปีใหม่มิตรสหายท่านหนึ่งทุกท่าน
Thanks all the Movers that I have and haven’t met in 2012, good stuffs! Let’s pushing 2013 together!! 😉

My 2012 in review on Facebook.

(เพลงประกอบ: Dancing โดยคณะ Musketeers)

Hello, bact.cc :)

บ้านใหม่

คิดอยากจะรวมเอกสารโน่นนี่ที่เคยทำในช่วงที่ผ่านมา ให้มันหาให้มันโหลดได้ง่าย ๆ จากที่เดียว เลยมาเปิดใหม่ตรงนี้

จดโดเมนมาสักพักแล้ว ถือฤกษ์วันเกิดในการย้ายละกันนะ 22 เมษา 2011 เป็นของขวัญให้ตัวเอง :p

หมวดหมู่ต่าง ๆ ยังไม่เรียบร้อย รอจัด รอปรับกันต่อไป อีกทั้ง tag ต่าง ๆ ก็รอใส่รอแก้เพิ่มเติม เช่นเดียวกับโพสต์จำนวนมาก ที่ import มาจาก bact.blogspot.com แล้ว url มันจะยังเป็นภาษาไทย พยายามจะไล่แก้ให้มันเป็น url สวย ๆ อยู่

พยายามจะกลับมาบล็อกให้สม่ำเสมอขึ้นเหมือนช่วงปี 2005-2006

My Moving Moving 2010 in Moving Pictures

ภาพเคลื่อนไหวจาก 2553 ปีแห่งการ เคลื่อนที่ ของผม

ปีที่ผ่านมา ถ่ายรูป ถ่ายวีดิโอ อัดเสียง ไว้เยอะมาก จากงานต่าง ๆ ที่โน่นนี่ รวมทั้งบนท้องถนน แต่ก็เป็นลักษณะถ่ายเก็บ ๆ เสียส่วนมาก คือเก็บเข้ากรุไปเลย ไม่ได้ดู ไม่ได้เอามาทำอะไรเท่าไหร่นัก เหมือนว่าในโลกแห่งสื่อดิจิทัล ที่การบันทึกมันทำได้ง่าย ได้เร็ว ได้ถูก เราก็เอาแต่บันทึก แต่ไม่ค่อยได้กลับมาย่อยของพวกนี้เข้าหัวเท่าไหร่

ช่วงสัปดาห์ท้ายปี คาบเกี่ยวปีใหม่ มีโอกาสถอดเทปของที่ค้างไว้ (จากงาน Open Data – ยังมีค้างอยู่สองคน) แล้วก็มาตัดต่อวีดิโอจากปาร์ตี้ จากงาน และจากเรียน วันนี้คิดว่าน่าจะโพสต์ ๆ รวมไว้เสียหน่อย รวมถึงวีดิโออื่น ๆ ในปีที่ผ่านมาด้วย (ยังมีของค้างจาก Mekong ICT Camp 2 ที่รอเพื่อนตัดอยู่ ชุดนั้นเยอะมาก)

วีดิโอคลิปส่วนมาก ถ่ายจาก Kodak PlaySport Zx3 (ใช้สนุกดี) และ Canon PowerShot G10 แล้วเอามาตัดต่อด้วยโปรแกรม iMovie ’09 เป็นโปรแกรมใช้ได้คล่องมือแล้วพอสมควร

เหล่านี้คือ ภาพ/ภาพ จาก สายตา/สายตา ของผม

กึ่ง/สาระ/รูป : พื้นที่ กลาง ๆ กับ ชุมชน มหาวิทยาลัย (เวิร์กช็อปการทำสารคดี มานุษยวิทยาสถาปัตยกรรม ศิลปากร; 2010.12.22) ↓↓↓

ปาร์ตี้ แบบพอเป็นพิธี – Happy New Year เบา เบา (เฮฮากับนักเรียนมานุษยวิทยา; 2010.12.21) ↓↓↓

ปัตย์ ศรีอรุณ : คน เมือง พื้นที่ออนไลน์ (ออนไลน์ศึกษา เน็ตติเซ่นมาราธอน 2553; 2010.11.23) ↓↓↓

I say something (ร้องเพลงบนถนน Ximending ไทเป; 2010.10.28) ↓↓↓

Sean Ang: Social Media, Democracy, and Asian Values (ผู้อำนวยการ Southeast Asian Centre for e-Media (SEACeM) @ Internet Governance Forum ครั้งที่ 10; 2010.09.xx) ↓↓↓

Internet Governance and Human Rights: Frank La Rue (ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในเสรีภาพในการแสดงออก แห่งองค์การสหประชาชาติ @ IGF10; 2010.09.13) ↓↓↓

Internet Governance and Human Rights: Anriette Esterhuysen (ผู้อำนวยการบริหาร Association for Progressive Communications (APC) @ IGF10; 2010.09.13) ↓↓↓

ปอกมะม่วง แบบบันดุง Mango crafting – Bandung fruit cart (บันดุง อินโดนีเซีย; 2010.07.xx) ↓↓↓

@pruet โชว์น้ำจิ้ม ถก e-read #BarCampCM (บาร์แคมป์เชียงใหม่ 3; 2010.06.12) ↓↓↓

วิธีดูช่อง 11 NBT เพื่อความสมานฉันท์ (anti-propaganda; 2010.03.22) ↓↓↓

มีอีก ที่ arthittube

2553 เป็นปีที่มีอะไรเกิดขึ้นเยอะแยะเยอะแยะ ทั้งกับสังคมรอบตัวที่ผมต้องอยู่กับมันหรือผ่านไปเจอมัน โดยเฉพาะในมิติการเมือง ซึ่งแน่นอนว่ามันก็ทำให้เกิดอะไรขึ้นกับตัวผมเยอะแยะเช่นกัน แล้วก็ใช่ว่าจะรับมือกับทุกเรื่องได้ดี บางเรื่องที่มีโอกาสจะได้ทำ ก็ทำไม่ไหวซะอย่างนั้น คือมันเยอะจัด แทรกเข้ามา พุ่งเข้ามา

2554 นี่ หลัก ๆ ก็คงจะเน้นไปที่วิทยานิพนธ์ กับเรื่องเกี่ยวข้อง เช่น ข่าว การเปิดข้อมูลภาคสาธารณะ อะไรแบบนี้แหละ เอาให้มันจบ ๆ ซะที

สวัสดีปีใหม่ทุกคน (แฟนคลับด้วย :p)

technorati tags: , ,