Visualizing power relations of actors (in Data Protection Bill)

วาดกราฟความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำ (actor) ในกฎหมาย

This whole week I will participate in Internet Policy and Advocacy: Research Methods Workshop for South and Southeast Asia Actors at National Law University Delhi. (Nice way to spend my Songkran :p)

Shown at the bottom of this post is a presentation that I gave yesterday during the Case Study 1: The Power of Mapping Stakeholders, Decision Makers, and Implementers in Thailand’s Cyber Policy session, where we discussed examples of visualizing bills in graph (noun –verb-> noun), how this method can quickly reveal unbalanced power relations of actors(-to-be), and show why data protection mechanism in the current bill is probably structurally designed to fail.

Of course, the examples only rely on one type of source (written laws). Ideally, incorporating also data from other types of source (actual enforcement, unspoken rules, policy ethnographies, etc.) is encouraged, for a more complete picture.

Examples included Data Protection Committee relationships with National Cybersecurity Committee, Data blocking/removal mechanism from Article 20 of 2017 Computer-related Crime Act, media control after the 2014 Coup (NCPO Announcements and Orders), and the Ministry of ICT under NCPO structure.

Actor --Action-> Actor

Draw.io is a nice online drawing tool that you may like to try. No installation is required. Graph can also be drawn in a descriptive way using tools like GraphvizGephi and NodeXL.

Trans-Pacific Partnership และการแก้ไขกฎหมายลิขสิทธิ์ … จะคุ้มครองทุกฝ่ายให้แฟร์ๆ ได้ยังไง?

ความคิดเห็นเรื่องการเข้าเป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership Agreement) หรือ ทีพีพี (TPP) โดย Susan Chalmers @susan_chalmers ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและ(อดีต)ที่ปรึกษาด้านนโยบายของ InternetNZ ผู้ดูแลระบบโดเมนของนิวซีแลนด์ ซึ่งมาเมืองไทยเมื่อปลายปีที่แล้ว เพื่อแลกเปลี่ยนกับนักกฎหมายและผู้ประกอบการอินเทอร์เน็ตไทย

“นอกจากปัญหาเทคนิคทางกฎหมาย เช่นกรณี ‘สำเนาชั่วคราว’ แล้ว การเข้าร่วม TPP อาจทำให้เกิดการผูกขาดทางการค้า เช่นมาตราที่ว่าด้วยการนำเข้าซ้อน (parallel import) ระบุว่า เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิในการขอให้ประเทศสมาชิกห้ามนำเข้าสินค้าลิขสิทธิ์อย่างเดียวกันจากประเทศอื่น ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาหนังสือ สื่อการสอน ภาพยนตร์ เพลง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และงานอันมีลิขสิทธิ์อื่นมีราคาแพงขึ้นได้

ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยไทยที่ต้องการสั่งซื้อหนังสือเรียนชื่อเรื่องหนึ่ง จำเป็นต้องซื้อหนังสือดังกล่าวจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น มหาวิทยาลัยไม่สามารถซื้อหนังสือชื่อเรื่องเดียวกันจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศอื่นที่อาจมีราคาถูกกว่าได้ แม้จะเป็นสินค้าถูกต้องตามลิขสิทธิ์เหมือนกัน เนื่องจากจะเป็นการละเมิดข้อห้ามเรื่องการนำเข้าซ้อน

นอกจากนี้แล้ว ไทยยังต้องอยู่ภายใต้ความตกลงทริปส์พลัส (TRIPS+) ซึ่งเป็นความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่จะขยายระยะเวลาคุ้มครองลิขสิทธิ์จาก 50 ปีหลังการเสียชีวิตของผู้เขียนออกไปเป็น 70 ปีหลังการเสียชีวิตสำหรับเจ้าของงานที่เป็นบุคคลธรรมดา และอาจยาวนานถึง 95 ปีหลังการตีพิมพ์หรือยาวนานถึง 120 ปีหลังการสร้างสรรค์ผลงานสำหรับเจ้าของผลงานที่เป็นนิติบุคคล

การขยายเวลาคุ้มครองและกฎระเบียบที่อาจมองว่าเป็นการแทรกแซงกลไกตลาดมากขึ้นนี้ ถือเป็นข้อน่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในฐานะผู้นำเข้าสื่อมากกว่าการเป็นผู้ส่งออก”

ยังมีประเด็นความรับผิดของผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต สิทธิบัตรซอฟต์แวร์ และความสามารถในคิดค้นนวัตกรรมและความสามารถในการแข่งขันของประเทศสมาชิก อ่านฉบับเต็ม (ซึ่งมีอธิบายด้วย ว่าอะไรคือ TPP) ที่ นำเข้าซ้อน-สำเนาชั่วคราว-ขยายลิขสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญห่วง ไทยเข้าร่วม TPP อาจได้ไม่คุ้มเสีย ถอดความและสัมภาษณ์โดย ลีลา สัตยมาศ @officiallyleela