Thailand Human Rights blog

Thai Coalition for the Protection of Human Rights Defenders (HRD-TH)
Campaign Committee for Human Rights

เว็บล็อกของ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.)

http://www.oknation.net/blog/humanrights

“สิทธิมนุษยชน คือจุดเริ่มต้นแห่งสันติภาพ”

technorati tags:
,

Where is Somchai ?

“ ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกใช้ผ้าผูกตาทั้งสองข้าง และถูกเตะบริเวณปากและใบหน้า ผลักให้ผู้ต้องหาที่ 1 ล้มลงและใช้เท้าเหยียบหน้า และมีคนปัสสาวะใส่หน้าและปาก ใช้ไฟฟ้าช็อตบริเวณลำตัวและบริเวณอวัยวะเพศถึง 3 ครั้ง

ผู้ต้องหาที่ 2 ถูกใช้ผ้าปิดตาทั้งสองข้าง และเตะบริเวณลำตัว ใช้รองเท้าตบหน้าและบังคับให้นอนแล้วให้คนปัสสาวะรดหน้า

ผู้ต้องหาที่ 3 ถูกใช้ผ้าปิดตาทั้งสองข้าง ถูกเตะบริเวณลำตัวหลายแห่ง ใช้มือตบบริเวณกกหูทั้งสองข้าง ใส่กุญแจมือไพล่หลัง ใช้เชือกมัดข้อเท้าทั้งสองข้าง และใช้ไฟฟ้าช็อตตามลำตัวและหลัง

ผู้ต้องหาที่ 4 ถูกใช้ผ้าปิดตาทั้งสองข้าง บีบคอ ใส่กุญแจมือไพล่หลัง และใช้ไม้ตีด้านหลังจนศีรษะแตก ได้ใช้เชือกแขวนคอกับประตูห้องขัง ใช้มือทุบบริเวณลำตัวและได้ใช้ไฟฟ้าช็อตด้านหลัง

ผู้ต้องหาที่ 5 ถูกใช้ผ้าปิดตาทั้งสองข้าง และถูกตบด้วยเท้าบริเวณหน้าและปาก ตบบริเวณกกหู ต่อยท้อง และใช้ไฟฟ้าช็อตหลายครั้ง”

กรุงเทพฯ, 12 มีนาคม 2547

ฮอนด้า ซีวิค สีเขียวคันหนึ่งวิ่งอยู่บนถนนย่านรามคำแหงมุ่งหน้าสู่ลำสาลี สักพักรถของเขาก็จอดลง พร้อมๆ กับรถเก๋งสีดำอีกคันหนึ่งที่มาจอดต่อท้าย เขาลงจากรถฮอนด้าสีเขียวมาพูดคุยกับเจ้าของรถคันข้างหลัง จากนั้นก็ถูกดึงตัวขึ้นรถไป

เขาขึ้นรถคันนั้นไป แล้วเขาก็ไม่กลับมาอีกเลย

เขาคือผู้เขียนข้อความด้านบน เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2547 เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากหน่วยงานต่างๆ ให้แก่ผู้ต้องหา

เขาชื่อ สมชาย นีละไพจิตร

3 ปีแล้ว สมชายอยู่ไหน ?

technorati tags:
,

Thai Human Wrongs Commission ?

ข่าวจากไทยรัฐ 22 พ.ย. 2549

มีคดีปกครองที่น่าสนใจคดีหนึ่งเกี่ยวกับข้อพิพาทในสำนักงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติระหว่างผู้บริหาร ซึ่งเป็นกรรมการองค์กรอิสระกับผู้บริหารฝ่ายประจำ

เรื่องนี้ยืดเยื้อยาวนานและซับซ้อนราวกับรามเกียรติ์

นั่นคือกรณีที่ นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งถูกย้ายไปเป็นที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง ให้เพิกถอนคำสั่งของ นายเสน่ห์ จามริก ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่สั่งให้ นพ.ชูชัย ไปลงชื่อปฏิบัติราชการไปกลับที่ห้องทำงานประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่า เป็นคำสั่งที่เลือกปฏิบัติ ผู้สั่งไม่มีอำนาจสั่ง และคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย

หลังจากสู้กันในศาลปกครองชั้นต้นจนมีการอุทธรณ์คดีในศาลปกครองสูงสุด จนในที่สุดศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาออกมาแล้ว ตามคดีหมายเลขดำที่ อ.542/2547 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.229/2549 โดยมีเนื้อหาสาระที่สำคัญว่า

ผู้ถูกฟ้องคดีคือ นายเสน่ห์ มีคำสั่งให้เฉพาะผู้ฟ้องคดี คือ นพ.ชูชัย ต้องลงนามปฏิบัติราชการทั้งเวลามาและกลับที่ห้องทำงานของผู้ถูกฟ้องคดีทุกวัน โดยที่ข้าราชการอื่น ๆ ในสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รวมทั้งผู้ซึ่งได้รับคำสั่งแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแทนผู้ฟ้องคดี ก็มิได้มีคำสั่งให้ถือปฏิบัติ เช่นเดียวกับผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด

กรณีจึงเห็นว่าการออกคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีดังกล่าว มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ฟ้องคดี

นอกจากนี้ ศาลปกครองสูงสุดยังเห็นว่า อำนาจในการสั่งจัดทำบัญชีลงเวลาปฏิบัติราชการในส่วนของข้าราชการ ไม่ใช่เป็นอำนาจของประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่เป็นอำนาจของเลขาธิการ

ดังนั้น จึงเป็นการออกคำสั่งโดยไม่มีอำนาจและเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีฟังไม่ขึ้น จึงสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ออกคำสั่งดังกล่าว

นอกจากคดีนี้แล้ว ยังมีข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ถูกบีบคั้นจากการบริหารที่ใช้อำนาจของกรรมการกลุ่มหนึ่ง มีการฟ้องร้องคดีไปที่ศาลปกครองกลางแล้ว 23 คดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีที่เกี่ยวกับการโยกย้ายที่เป็นไปโดยไม่สุจริต และมีการร้องทุกข์ในคดีอาญาอีก 3 คดี

ที่น่าอนาถคือเรื่องราวเหล่านี้ไม่สมควรเกิดขึ้นในหน่วยงาน อย่างสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเลย.

ตายละ แล้วที่ กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย (FACT) ไปฝากเรื่องกับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะรอดมั๊ยเนี่ย ?

โอ้ย ประเทศชาติ – -” สนุกจริง ๆ

[ผ่าน kom]

tags:
,

She is a loser. All the ordinary people is.

จากที่ถามเอาไว้เมื่อวันก่อน .. พรเพชร เหมือนศรี เป็นใคร ?


พรเพชร เหมือนศรี (ชื่อเดิม: พรพิศ) เป็นหญิงชาวนาจากจังหวัดนครสวรรค์
ผู้ใช้เวลากว่าครึ่งค่อนชีวิต ในการต่อสู้กับอำนาจรัฐและระบบราชการ เพื่อรักษาที่ดิน มรดกชิ้นสุดท้ายที่พ่อกับแม่เธอทิ้งไว้ให้

การต่อสู้เริ่มตั้งแต่สมัยคุณพ่อของเธอ นายพิม เหมือนศรี เมื่อได้รับทราบว่า ที่ดินที่ตนได้ซื้อจากเจ้าของที่ดินเดิม และได้ทำไร่ทำนาจนทางราชการยกให้เป็นไร่ตัวอย่าง ได้ถูกประกาศให้เป็น ที่ดินสงวน หวงห้ามสำหรับเลี้ยงสัตว์
(“เขตสาธารณะเลี้ยงสัตว์ทุ่งเขาพระ”) ซึ่งในการทำรังวัดนั้น ดำเนินการอย่างไม่โปร่งใส และเจ้าหน้าที่มีการบังคับให้ชาวบ้านเซ็นชื่อในเอกสารที่ไม่มีข้อความใด ๆ

จดหมายร้องเรียนฉบับแรก เขียนขึ้นเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2511 โดยนางหนู เหมือนศรี แม่ของพรเพชร

การร้องเรียนได้ผ่านกระบวนการราชการมากมาย จากหน่วยงานหนึ่ง ไปยังอีกหน่วยงานหนึ่ง
ย้อนกลับไปกลับมา เหมือนจะให้ผู้ร้องเรียนท้อถอยเบื่อหน่าย และล้มเลิกไปเอง

กระทรวงมหาดไทย กรมที่ดิน กรมประชาสงเคราะห์ หน่วยงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ในสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร … จนถึง นายกรัฐมนตรี (ถนอม กิตติขจร, เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์, เปรม ติณสูลานนท์, ชาติชาย ชุณหะวัณ) … เหล่านี้คือผู้คนและหน่วยงาน ที่พรเพชรและชาวบ้านได้เข้าร้องเรียน อย่างยาวนานต่อเนื่อง … แต่ปัญหาต่าง ๆ ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข

เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2547 พรเพชรส่งจดหมายถึงนายกสภาทนายความ เป็นการส่งเอกสารเพิ่มเติม เพื่อให้ช่วยส่งเรื่องพิพาทกรณีที่ดิน ขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญ … เป็นจดหมายร้องเรียนฉบับสุดท้ายของเธอ ก่อนจะถูกลอบทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต ในวันที่ 31 พ.ค. 2547

36 ปี

ดูเหนื่อยมั๊ยครับ ?


พ.ศ. 2531 พรเพชรได้รับ รางวัลนักสิทธิมนุษยชนดีเด่น

(พร้อมกับ เสน่ห์ จามริก ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคนปัจจุบัน — คนเดียวกับที่บอกว่า รัฐประหารครั้งนี้คือทางออก ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน)


อ้างอิง:

“ไดอารี่ จดหมายร้องเรียน แถลงการณ์ ฯลฯ: แกะรอย ‘ความรู้’ จากเอกสารของ พรเพชร เหมือนศรี หญิงชาวนาจังหวัดนครสวรรค์” โดย ทวีลักษณ์ พลราชม

น.68-89 จุลสาร “หอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์” ฉบับที่ 10 (มิ.ย. 2549 – พ.ค. 2550)

tags: , , ,

The People’s Agenda

สรุปบางส่วนจาก
คำประกาศสมัชชาสังคมไทย
“โลกที่เท่าเทียม ประชาชนสร้างได้”

23 ตุลาคม 2549 ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา

เพื่อบรรลุเจตนารมณ์ เราจะ

  1. อยู่บนพื้นฐานความเป็นธรรม ความเท่าเทียม สิทธิเสมอภาค สันติภาพ
  2. ไม่รอคอย/หวังพึ่งใคร แต่จะเข้าไปมีส่วนร่วมทุกรูปแบบด้วยตัวเอง
  3. ยึดหลักการอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน

การปฏิรูปการเมืองในครั้งนี้ จะต้อง

  1. ปฏิรูปการใช้อำนาจรัฐ เคารพ สิทธิ เสรีภาพ ศักดิ์ศรีมนุษย์ ไม่แยก เพศ พิการ ชาติพันธุ์
  2. ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั่วถึง เท่าเทียม
  3. ให้ประชาชนสามารถกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง ในทุกด้าน
  4. ให้ภาคประชาชนตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐได้อย่างเข้มแข็ง
  5. สร้างความเท่าเทียมและเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ กระจายโอกาสการเข้าถึงทรัพยากร

การปฏิรูปมีสาระสำคัญดังนี้ (วาระประชาชน)

  1. ประชาชนร่วมการเมืองโดยตรง มีสิทธิกำหนดนโยบายสาธารณะทุกขั้นตอน
  2. การตรวจสอบอำนาจรัฐ ในกรณีทุจริต ใช้อำนาจในทางที่ผิด ละเมิดสิทธิประชาชน ต้องไม่มีอายุความ
  3. ระบุในรัฐธรรมนูญว่า ประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ
  4. ปฏิรูปสื่อ ส่งเสริมให้เกิดสื่อชุมชนและสื่อสาธารณะ อิสระปลอดแทรกแซง
  5. ส่งเสริมองค์กรประชาชนให้เข้มแข็ง สามารถถ่วงดุลตรวจสอบอำนาจรัฐ
  6. ส่งเสริมภาคประชาชนให้ร่วมในองค์กรอิสระ เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนทุกส่วนร่วมได้
  7. ชุมชนมีอำนาจในการจัดการทรัพยากร ธรรมชาติ ชีวภาพ วัฒนธรรม
  8. ปฏิรูปที่ดิน ภาษีที่ดินก้าวหน้า กองทุนที่ดิน ระบบโฉนดที่ดินชุมชน
  9. เกษตรยั่งยืน และเก็บภาษีสารเคมีทางเกษตร
  10. คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค มีองค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ที่เป็นอิสระจากรัฐ
  11. ข้อตกลงเขตการค้าเสรีโปร่งใส ต้องจัดทำกฎหมายเฉพาะ เพื่อเป็นกรอบในการตัดสินใจ
  12. สันติภาพภาคใต้ เคารพและให้สิทธิคนในพื้นที่ร่วมแก้ปัญหา สร้างความเข้าใจในสังคมไทย

เราขอยืนยันเจตนารมณ์อีกครั้งว่า
การปฏิรูปสังคม เศรษฐกิจและการเมืองที่เป็นธรรม
ประชาชนเท่านั้นที่สร้างได้

อ่านรายละเอียดเต็ม ๆ (ข้างบนนั่นย่อมา)


ข่าวข้าง ๆ:

TSF: “ถ่ายรูปไว้ก่อน ค่อยเชิญตัววันหลัง” ความจริงบนการเคลื่อนไหวภายใต้อัยการศึก

ทหาร 5 นาย พร้อมอาวุธเอ็ม 16 เดินไปที่ กลุ่มสมัชชาสังคมไทย เพื่อจะขอเชิญตัวผู้แจกใบปลิวของกลุ่ม 19 กันยาต้านรัฐประหาร โดยระบุความผิดว่า ‘ข้อความในใบปลิวขัดต่ออัยการศึก’ แต่ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าห้อมล้อม จนร้อยโทผู้บังคับบัญชาต้องเอื้อนเอ่ย “ถ่ายรูปไว้ก่อน ค่อยเชิญตัววันหลัง”

TSF : ประมวลภาพเดินหน้า! สมัชชาสังคมไทย

tags: