ใช้โปรแกรมเข้ารหัสก็ยังไม่ปลอดภัย ถ้าโดนดักก่อนหน้านั้น

ตำรวจเยอรมนียอมรับ ใช้โทรจัน R2D2 สอดแนมประชาชนจริง

@jiew ส่งข่าวนี้จากบล็อก Naked Security มาให้ดู ก็เลยแปล จากข่าวนี้ก็ทำให้พบว่า Skype หรือโปรแกรมเข้ารหัสอะไรต่าง ๆ นั้นก็ไม่ได้ช่วยทำให้การสื่อสารของเราปลอดภัย ถ้าเกิดเราไม่ดูแลเครื่องของเราให้ดี ให้รอดพ้นไปจากพวกมัลแวร์สปายแวร์ทั้งหลาย ที่ดักข้อมูลในจังหวะที่ยังไม่ถูกเข้ารหัส … ปัญหาคือแล้วจะไปรู้ได้ยังไง ว่าเครื่องเรามีสิ่งเหล่านั้นติดตั้งอยู่

หรือควรจะใช้วิธีทำงานบน Live CD ? แบบเขียนไม่ได้ :p

sorry sorry sorry (เสียใจแต่ไม่ขอโทษ เสียใจแต่ไม่ขอโทษ เสียใจแต่ไม่ขอโทษ)

ธันวาคม 1970 วิลลี บรันดท์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีตะวันตก คุกเข่าต่อหน้าอนุสาวรีย์การจราจลโดยชุมชนแออัดเพื่อต่อต้านนาซี ในวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ขอโทษประชาชนชาวโปแลนด์ที่ถูกนาซีฆ่าตาย 6 ล้านคน ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

วิลลี บรันดท์ คุกเข่าขอโทษ

กุมภาพันธ์ 2008 รัฐบาลออสเตรเลีย โดย Kevin Rudd นายกรัฐมนตรี กล่าวคำขอโทษอย่างเป็นทางการ สำหรับสิ่งที่รัฐบาลก่อน ๆ ได้กระทำผิดต่อชาวพื้นเมืองอะบอริจินในอดีต จากทั้งกฎหมายและนโยบาย ที่สร้างความเจ็บปวดรวดร้าว เศร้าโศกเสียใจ ทุกข์ทรมาน และความสูญเสีย

The Australian government has made a formal apology for the past wrongs caused by successive governments on the indigenous Aboriginal population.

Prime Minister Kevin Rudd apologised in parliament to all Aborigines for laws and policies that inflicted profound grief, suffering and loss.

มิถุนายน 2010 เดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวคำขอโทษต่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ อาทิตย์นองเลือด (Bloody Sunday) ในไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งกองกำลังของสหราชอาณาจักรได้สังหารผู้ชุมนุมประท้วงชาวคาทอลิกไป 13 คน เหตุการณ์นองเลือดดังกล่าวนำไปสู่ความขัดแย้งที่เพิ่มมากขึ้น การขยายตัวของกองกำลังไออาร์เอ (Irish Republican Army) และเหตุการณ์ความไม่สงบต่าง ๆ ในไอร์แลนด์เหนือต่อเนื่องมาอีกเกือบ 20 ปี

There is nothing equivocal. There are no ambiguities. What happened on Bloody Sunday was both unjustified and unjustifiable. It was wrong.

ซอรี่ ซอรี่ ซอรี่ …

แต่พูดซอรี่นี่ เดี๋ยวก็โดน เสียใจ แต่ไม่ขอโทษ ได้ :p

technorati tags:
,
,

Pose and Sound

“Wieviele starben? Wer kennt die Zahl? An deinen Wunden sieht man die Qual der Namenlosen die hier verbrannt im Hoellenfeuer aus Menschenhand.”

“How many died? Who knows the number? In your wounds one can see the agony of the nameless ones, who burned to death here in a hellfire made by human hand.”

“กี่ชีวิตจากไป? ใครเล่ารู้จำนวน? มองบาดแผลคุณ เห็นทรมานอีกมากมายไม่รู้ชื่อ ที่ม้วยมอดที่นี่ ในเพลิงนรกโดยน้ำมือมนุษย์.”

— from a memorial at cemetery Heidefriedhof in Dresden

Not just only sounds of air raids in the past, but also the pose of that time. When you’re under that raid, this is of course the natural pose you would do, cup your hands on your ears. This interactive installation in Dresden do its best to gives its audience experience of February 1945.

ไม่ใช่เพียงแค่เสียงระเบิดโจมตีทางอากาศจากช่วงเวลานั้น ที่คุณจะได้ยินทางหู แต่ร่างกายของคุณจะอยู่ในท่าทางเดียวกันกับผู้คนในขณะนั้นด้วย ก้มหัว มือป้องหู หลบ(เสียง)ระเบิด

การจัดแสดงที่คำนึงถึง และมอบประสบการณ์แก่ผู้เข้า ‘ร่วม’ ที่ไม่เพียงเป็นผู้เข้า ‘ชม’. เราคิดว่านี่เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของ interface/interaction design, museum design.

Touched Echo by Markus Kison

Touched Echo ออกแบบโดย Markus Kison (UdK – University of the Arts Berlin) จัดแสดงระหว่างวันที่ 2007.10.03 – 2008.10.31 ที่ Brühlsche Terrrasse, Dresden เยอรมนี

via One Floor Up, Yanko Design, core77 (น่าจะได้มาจาก Ninnaya หรือ anpanpon อีกทีนึง)

(originally drafted since 2008.08.12, but never been posted til today – เคลียร์ของตกค้างในบล็อก :p)

technorati tags:
,
,
,
,
,

computer crime?

ความผิดตามกฎหมายนั้น มีทั้งที่เป็น ความผิดอาญา (crime) และความผิดที่ไม่ใช่อาญา

หากจะพิจารณาว่า อะไรควรจะนับเป็น อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ (computer crime) และอะไรที่จะนับเป็นเพียง ความผิดที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เราจำเป็นจะต้องพิจารณาว่า อะไรคือ ความผิดอาญา และอะไรที่ไม่ใช่

บางส่วนจากบทความ การกำหนดความผิดอาญา ตามกฎหมายเยอรมัน – สุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์ ที่ BioLawCom.de เพื่อการศึกษาแนวคิดในการกำหนดความผิดอาญา ในประเทศอื่น

ในการถกเถียงเกี่ยวกับข้อปรับปรุงกฎหมายอาญาเมื่อสิบปีก่อนนั้น ประเด็นที่ว่า กฎหมายอาญาควรที่จะมีไว้เพื่อคุ้มครองนิติสมบัติเท่านั้น เป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญมาก กล่าวคือ กฎหมายอาญาควรที่จะมีไว้เพื่อคุ้มครองเฉพาะ “สมบัติ” (บางประการที่กำหนดไว้เท่านั้น อย่างเช่น ชีวิต (มาตรา 211 เป็นต้นไป), ความปลอดภัยของร่างกาย (มาตรา 223 เป็นต้นไป), ชื่อเสียง (มาตรา 185 เป็นต้นไป)

การที่กฎหมายอาญามีหน้าที่ในการให้ความคุ้มครองนิติสมบัติ หรือสิ่งที่กฎหมายประสงค์จะคุ้มครองนั้น ทำให้ความสงบเรียบร้อยของสังคมเป็นจริงขึ้นมาได้ จึงกล่าวได้ว่ากฎหมายอาญาเป็นระเบียบแห่งการคุ้มครองและระเบียบสันติภาพ ที่มีรากฐานมาจากระเบียบแห่งคุณค่าในทางจริยศาสตร์สังคมของรัฐธรรมนูญ

จากรากฐานความสัมพันธ์ดังกล่าวทำให้กฎหมายอาญามีภารกิจในการที่จะให้ความคุ้มครองแก่คุณค่าพื้นฐานของการมีชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคม, การคงไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยของสังคม และ ในกรณีที่มีการละเมิดต่อบทบัญญัติในกฎหมายอาญา ก็จะมีมาตรการบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย

จากหลักการดังกล่าวก่อให้เกิดผลที่สำคัญอย่างน้อย 2 ประการดังนี้ กล่าวคือ

1. การกระทำที่เป็นแต่เพียงการขัดต่อศีลธรรมอันดี ไม่เป็นความผิดอาญา

ในกรณีนี้จะเกี่ยวข้องกับความผิดอาญาที่เป็นความผิดเกี่ยวกับเพศ กล่าวคือ ก่อนปี ค.ศ. 1969 ความผิดเกี่ยวกับรักร่วมเพศของผู้ใหญ่, ความผิดเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์, ความผิดเกี่ยวกับการเป็นคนกลางให้บุคคลที่ไม่ได้แต่งงานกันมีเพศสัมพันธ์ต่อกัน, การเผยแพร่ภาพลามกอนาจาร เป็นการกระทำที่เป็นความผิดอาญา แต่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1969 เป็นต้นมา การกระทำดังกล่าวไม่เป็นความผิดอาญาอีกต่อไป เหตุผลก็เพราะว่า การกระทำดังกล่าวที่แม้ว่าจะเป็นการกระทำที่ขัดต่อศีลธรรม แต่หากได้กระทำโดยบุคคลที่บรรลุนิติภาวะและโดยความยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่ายแล้ว อีกทั้งไม่เป็นการรบกวนบุคคลอื่นๆ ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นแต่เพียงการกระทำที่ขัดต่อศีลธรรม แต่ไม่ใช่เป็นการกระทำที่เป็นการทำให้เสียหายแก่สิ่งที่กฎหมายมุ่งประสงค์จะคุ้มครอง

ประเด็นปัญหาว่า การกระทำที่เป็นแต่เพียงการกระทำที่ขัดต่อศีลธรรม แต่ไม่ใช่เป็นการกระทำที่ทำให้เสียหายแก่สิ่งที่กฎหมายมุ่งประสงค์จะคุ้มครอง ควรจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่นั้น เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันมาเป็นเวลายาวนาน ตามร่างของประมวลกฎหมายอาญาในปี ค.ศ. 1962 ยังถือว่าการรักร่วมเพศเป็นความผิดอาญา ในทางตรงกันข้าม ในมาตรา 2 ของร่างประมวลกฎหมายอาญาที่เป็นทางเลือกในปี ค.ศ. 1966 ที่ร่างโดยศาสตราจารย์ทางกฎหมายอาญา จำนวน 14 ท่าน บัญญัติไว้ชัดเจนว่า โทษทางอาญาและวิธีการเพื่อความปลอดภัยเป็นสิ่งที่มีไว้เพื่อที่จะคุ้มครองนิติสมบัติ และเป็นการวางรากฐานแนวความคิดทางเสรีนิยม โดยก่อให้เกิดผลที่ทำให้ การกระทำที่เป็นแต่เพียงขัดต่อศีลธรรม แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สิทธิของบุคคลอื่นแล้ว ไม่เป็นการกระทำที่จะเป็นความผิดอาญาอีกต่อไป

ซึ่งในการแก้ไขปรับปรุงประมวลกฎหมายอาญาในครั้งต่อ ๆ มา ในส่วนที่เกี่ยวกับความผิดทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นในปี ค.ศ. 1969 (25.6.1969) และ ปี ค.ศ. 1973 (27.11.1973) ได้มีการแก้ไขกฎหมายอาญาโดยวางอยู่บนพื้นฐานแนวความคิดที่ว่า กฎหมายอาญามีไว้เพื่อที่จะคุ้มครองนิติสมบัติ

2. การกระทำที่เป็นแต่การละเมิดต่อระเบียบ ไม่เป็นความผิดอาญา

ในกรณีนี้มีเหตุผลมาจากแนวคิดที่ว่า กฎหมายอาญามีไว้เพื่อที่จะคุ้มครองนิติสมบัติที่มีอยู่ก่อนแล้ว กล่าวคือ เป็นการคุ้มครองสิทธิของปัจเจกชนที่มีอยู่ก่อนที่จะมีรัฐ ส่วนการละเมิดต่อกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของรัฐที่ไม่ได้มีไว้เพื่อที่จะคุ้มครองนิติสมบัติ หากแต่เป็นกฎเกณฑ์ที่ออกมาเพื่อให้ภารกิจที่เกี่ยวกับระเบียบสาธารณะ และภารกิจในการที่จะทำให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเป็นไปได้โดยเรียบร้อยนั้น การละเมิดต่อกฎเกณฑ์ดังกล่าวถือว่าเป็นแต่เพียงการละเมิดต่อระเบียบที่ไม่ควรที่จะนำมาตรการการลงโทษทางอาญามาใช้บังคับ

จากแนวความคิดดังกล่าว จึงทำให้การกระทำบางอย่าง เช่น การทำร้ายร่างกายเป็นความผิดอาญา ส่วนการกระทำบางอย่าง เช่น การจอดรถในที่ห้ามจอด การไม่แจ้งย้ายเมื่อมีการย้ายที่อยู่ เป็นต้น ไม่เป็นการกระทำที่เป็นความผิดอาญา เพราะเนื้อหาของข้อห้ามไม่ให้กระทำ หรือ ข้อบัญญัติให้กระทำดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยรัฐ กล่าวคือ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่มีอยู่แต่เดิมก่อนที่จะมีรัฐ และด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่นิติสมบัติ

technorati tags: , ,

New German Data Retention Act

เชกูวาราเขียน เยอรมันสอดแนม ที่ BioLawCom.de
เป็นเรื่อง กฎหมายใหม่ของเยอรมนี ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมต้องเก็บข้อมูลจราจรของผู้ใช้บริการ เป็นเวลา 6 เดือน
(คุ้น ๆ เหมือนพ.ร.บ.คอมฯ ของบ้านเรามั๊ยครับ ?)

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2007 รัฐสภาเยอรมันผ่านกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายต่าง ๆ เพื่อควบคุมตรวจสอบการติดต่อสื่อสาร
และเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนความผิด มาฉบับหนึ่งครับ
ท่ามกลางเสียงประท้วงจากคนเยอรมันนับพันนับหมื่นคน
เพราะในกฎหมายฉบับดังกล่าว มีบทบัญญัติใหม่ ที่กระทบสิทธิพวกเขาอย่างมากบรรจุอยู่ด้วย

“Vorratsdatenspeicherung” (Data-Retention) เป็นคำเรียกรวม ๆ ที่หมายถึง
การกำหนดหน้าที่ให้ผู้ให้บริการการโทรคมนาคม ต้องเก็บสำรอง “ข้อมูลจราจรทางการติดต่อสื่อสาร” (Traffic Data) ของประชาชนผู้ใช้บริการทุกคนเอาไว้เป็นระยะเวลา 6 เดือน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนการกระทำความผิด …ก็คือข้อกำหนดเจ้าปัญหาที่ว่า

ข่าวจาก European Digital Rights และ Deutsche Welle:

technorati tags:
,
,

documenta 12

DOCUMENTA
KASSEL
16/06—23/09
2007

anpanpon ก็พูดถึงไปแล้ว
เราเองก็อยากไปดู มิถุนา-กันยานี้

ด็อกคูเมนต้าคืออะไร ? วิกิพีเดียเขาว่างี้
(ถ้าแปลผิดก็ช่วยบอกด้วยนะ, จริง ๆ ไปดู ภาษาเยอรมัน ละเอียดกว่า):

documenta เป็นงานแสดงศิลปะสมัยใหม่และศิลปะร่วมสมัยที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งของโลก ซึ่งในปัจจุบันจัดขึ้นทุก ๆ ห้าปี ที่เมืองคาสเซิล ประเทศเยอรมนี งานแสดงนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1955 โดย Arnold Bode ซึ่งเป็นศิลปิน อาจารย์ และผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Bundesgartenschau (งานแสดงพืชสวนสหพันธ์) ซึ่งจัดขึ้นที่คาสเซิลในตอนนั้น. งาน documenta ครั้งแรกนั้นถือว่าประสบความสำเร็จ ผิดจากความคาดหมายส่วนใหญ่ เนื่องจากมันแสดงผลงานจากศิลปินซึ่งนับว่ามีอิทธิพลอย่างยิ่งอยู่แล้วในขณะนั้นต่อศิลปะสมัยใหม่ เช่น ปีกัสโซ หรือ วาสสิลี่ คานดินสกี้. ในงาน documenta หลายครั้งล่าสุดจัดแสดงผลงานจากทุกทวีป – อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นงานสร้างสรรค์ขึ้นมาเฉพาะสถานที่ (site-specific art)

ชื่อ documenta นั้นโดยปกติจะใช้ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด และมักจะย่อเหลือแค่ “d” (เช่น “d 12”) และบางครั้งก็อาจจะเรียกงานนี้ว่า “พิพิธภัณฑ์ร้อยวัน” จากระยะเวลาแสดงงาน

documenta นั้นเป็นที่รับรู้กันว่าเป็นงานแสดงศิลปะที่สำคัญที่สุดของโลกงานหนึ่ง

งาน documenta ครั้งที่ 12 จะเริ่มวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2550 โดยมีหัวข้อหลัก (เยอรมัน: Leitmotive) 3 หัวข้อ คือ

  • หรือความทันสมัยคือความโบราณของเรา ? (เยอรมัน: Ist die Moderne unsere Antike?)
  • อะไรคือชีวิตที่เปลือยเปล่า ? (Was ist das bloße Leben?)
  • จะต้องทำอะไรอีก ? (Was tun?)

โดยในงานครั้งที่ 12 นี้ ทาง documenta ได้ร่วมมือกับสื่อมวลชนทางเลือกของไทย จัดทำนิตยสารเฉพาะกิจ ในชื่อ Bangkok Documenta no1 มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวและความเป็นไปของสถานการณ์ประชาธิปไตยใน ปัจจุบัน ซึ่งมีทั้งบทความจากประเทศไทยและทั่วโลก จัดพิมพ์เป็นภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์ openbooks

อ้อ นิตยสารเฉพาะกิจที่ว่านี่ วางแผงแล้วนะครับ ตั้งแต่งานหนังสือที่ผ่านมา (วันท้าย ๆ)

ถ้าได้ไปก็ดีสิ

[ลิงก์ documenta 12]


ป.ล. อัพเดท Introduction to Computers (and things related to) (เกี่ยวกับการศึกษาสารสนเทศและสิ่งรอบข้าง) – เพิ่มลิงก์, มีความเห็นน่าสนใจจากคนอื่น ๆ มาเพิ่มอีก

technorati tags:

Kulturhauptstadt Essen

มิถุนายน พ.ศ. 2548 เมืองเอสเซ่น (Essen) ได้รับเลือกเป็น เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของยุโรป ประจำปี ค.ศ. 2010

ปลายเดือนนี้ วางแผนจะไปดูงาน Talking Cities ที่เอสเซ่น

Talking Cities – The Micropolitics of Urban Space

an exhibition at ENTRY2006 – PERSPECTIVES AND VISIONS IN DESIGN
26 August to 3 December 2006, Zeche Zollverein, Essen, Germany

“Architecture should allow people
to think the unthinkable!”
CEDRIC PRICE

tags:
|
|
|
|
|

Civil Disobedience 2549

อารยะแข็งขืน = อารยะขัดขืน = การดื้อแพ่งแข็งขืนแบบอารยะ = การแข็งขืนแบบอารยะ = civil disobedience

อารยะแข็งขืน 10 ประการ

บทวิเคราะห์: เปิดองค์กรรากหญ้า เปิดแนวรบใหม่รุกไล่ทักษิณ | กรุงเทพธุรกิจ 12 มีนาคม 2549

โฆษกพันธมิตรฯ ชี้ พร้อมดื้อแพ่ง ถ้าใช้ พรก.ฉุกเฉิน | กรุงเทพธุรกิจ 14 มีนาคม 2549

related: การเดินขบวนวันจันทร์ในเยอรมนีตะวันออก

Monday demonstrations

การเดินขบวนวันจันทร์ในเยอรมนีตะวันออก | Monday demonstrations in GDR | Montagsdemonstrationen 1989/1990 in der DDR

การเดินขบวนวันจันทร์ เมื่อ พ.ศ. 2532/2533 (ค.ศ. 1989/1990) ในเมืองไลป์ซิก ประเทศเยอรมนีตะวันออก เป็นชุดของการประท้วงทางการเมืองอย่างสงบจำนวนหลายครั้ง เพื่อประท้วงรัฐบาลเยอรมนีตะวันออก

การเดินขบวนเริ่มต้นหลังจากการสวดมนต์เพื่อสันติภาพกับบาทหลวง Christian Führer ที่โบสถ์นิโคไล และขยายจนเต็มใจกลางเมือง Karl Marx Platz ที่อยู่ใกล้ ๆ. หลังจากที่ทราบว่าโบสถ์สนับสนุนท่าทีของพวกเขา ชาวเยอรมันตะวันออกจำนวนมากที่ต้องการออกไปจากประเทศก็ได้เข้าร่วมในสนามของโบสถ์ และการเดินขบวนอย่างสงบก็ได้เริ่มขึ้น เพื่อเรียกร้องสิทธิ เช่น อิสระในการเดินทางไปต่างประเทศ และสิทธิเลือกตั้งรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย

เมื่อได้ทราบเรื่องนี้ จากโทรทัศน์และปากต่อปาก ประชาชนในเมืองอื่น ๆ ก็เริ่มการเดินขบวนอย่างในไลป์ซิก ชุมนุมกันที่จตุรัสเมืองทุก ๆ เย็นวันจันทร์. เมื่อถึงเดือนตุลาคม 2532 มีผู้เข้าร่วมชุมนุมถึง 250,000 คน

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เมืองไลป์ซิกได้รับการขนานนาม (อย่างไม่เป็นทางการ) ว่า Heldenstadt หรือ เมืองวีรชน เพลงที่โด่งดังจากการเดินขบวนครั้งนี้คือ Wir sind das Volk! – เราคือประชาชน.

แม้รัฐบาล SED (Socialist Unity Party of Germany) จะได้ขู่ว่าอาจจะใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซง แต่ในที่สุดก็ได้ยับยั้งการกระทำใด ๆ ดังกล่าวเอาไว้. การเดินขบวนสิ้นสุดลงในที่สุด เมื่อ มีนาคม พ.ศ. 2533 ในเวลาใกล้เคียงกับการเลือกตั้งหลายครั้ง ซึ่งนำไปสู่การรวมประเทศเยอรมนี


อ่า … ผิดกฎหมายนะครับ เดินขบวนแบบนี้เนี่ย 😛


Updated 2006.03.28: