OST สตูดิโอคอมม่วน / เสือโคร่ง / มะเดี่ยว

โพสต์เพลงเฉยๆ นี่แหละ ไปดูเกรียนฟิคชันมา ก็ชอบเช่นเดียวกับที่ชอบ Home และ รักแห่งสยาม โดยผู้กำกับคนเดียวกัน มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล

เพลงแรกจาก เกรียนฟิคชัน เพลงหลังจาก Home ทั้งสองเพลงเล่นและร้องโดย เสือโคร่ง มีมะเดี่ยวเขียนเนื้อร้องด้วยทั้งสองเพลง

หนังอีกเรื่องที่เพลงประกอบเพราะ คือ Final Score

พออายุเยอะ ก็นึกถึงช่วงมัธยมน่ะครับ :p

Shakespeare Must Die!!

Shakespeare Must Die!!

Shakespeare Must Die!!

Shakespeare Must Die!!

อ่านการดีเฟนท์จากผู้สร้างเชคสเปียร์ต้องตายแล้วก็ยืนยันว่ายังไงเราก็ต้องดีเฟนท์ให้หนังมันได้ฉาย …. เพื่อที่เราจะได้เลือกด่ามันด้วยสมองของตัวเอง — Aof Dent

www.shakespearemustdie.com

*ภาพประกอบดัดแปลงจากผลงานของ มานิต ศรีวานิชภูมิ หนึ่งในผู้กำกับหนังดังกล่าว

[29 พ.ค., 5 มิ.ย.] ซีรี่ส์เสวนา: ชีวิต / ศิลปะ / ออนไลน์

ริเริ่มโดย @warong

อาทิตย์ 29 พ.ค. 2554 15:00 น. @ The Reading Room สีลม 19
“คนยุค’เน็ตกับเพลงและหนัง: ความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมจากโลกออนไลน์”
คุยกับ วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา (filmsick), ไกรวุฒิ จุลพงศธร, อธิป จิตตฤกษ์

อาทิตย์ 5 มิ.ย. 2554 15:00 น. @ ร้านหนังสือก็องดิด แยกคอกวัว
“มุขปาฐะ คัดลอก การพิมพ์ การโหลด: เหลียวมองการเดินทางอันยาวนานของกิจกรรมการอ่าน”
คุยกับ ภาณุ ตรัยเวช, วันรัก สุวรรณวัฒนา, กิตติพล สรัคคานนท์

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://thainetizen.org/node/2634

อย่าลืมฉัน / Don’t Forget Me (short documentary on “Mra bri”) #6OCT

สารคดีสั้น ว่าด้วย ผีตองเหลือง ผู้ขาดอารยะ ล้าหลัง

Remember, Remember, the Sixth of October

technorati tags: , ,

ขอกะเค้าด้วย #bts

จะถ่ายกับพี่เคนก็ใช่ที่ ไม่รู้จะเอาไง เราก็ยืนเก้ ๆ กัง ๆ

ผมไม่ใช่วิศวกรนะครับ

ในขณะนั้น คริส หอวัง ก็แอบมองเราอยู่ … เฮ้อ~

รถไฟฟ้ามาหานะเธอ สนุกดี ฉากเป็นการ์ตูนญี่ปุ่น และ GTH มีความสามารถในการ craft เอาสปอนเซอร์ทั้งหลายเข้าไปอยู่ในบทภาพยนตร์จริง ๆ — นี่อาจจะเป็นแนวทางใหม่ของการทำภาพยนตร์ ก๊อปปี้ได้ไม่ว่า เพราะเอ็งก็ก๊อปโฆษณาไปด้วย สปอนเซอร์ดีใจ

อ้อ ระบบรถไฟฟ้า BTS ยังไม่มีสิ่งอำนวยสะดวกที่เพียงพอสำหรับผู้พิการ

จาก ห้องต่อพงษ์ เว็บไซต์มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย:

รถไฟฟ้า BTS เริ่มต้นการก่อสร้างในปี พ.ศ. 2535 ในขณะนั้นกลุ่มคนพิการทราบว่าทั้ง 24 สถานีไม่มีลิฟต์หรือหนทางที่จะทำให้คนพิการเข้าใช้ได้เลย กลุ่มคนพิการได้เรียกร้องแต่ถูกเพิกเฉย ได้ชุมนุมประท้วงในปี พ.ศ. 2535 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัยนั้นได้รับปากที่จะดำเนินการติดตั้งลิฟต์ ให้แล้วก็เพิกเฉยอีกจนต้องมีการชุมนุมใหญ่ทั้งในปี พ.ศ. 2538 และ ปี พ.ศ. 2542 จนรัฐบาลยอมติดตั้งลิฟต์ 5 สถานี จาก 24 สถานี โดยระบุว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมภายหลัง นับเป็นเวลาสิบกว่าปีที่กลุ่มคนพิการได้ประสานกับกรุงเทพมหานครและบริษัทฯ มาโดยตลอด ทั้งสองหน่วยรับปากแต่ไม่มีการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ทำให้ต้องพึ่งบารมีศาลปกครองโดยการยื่นฟ้องดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การใช้ชีวิตในสังคมที่คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้ทั้งด้านเศรษฐกิจและอิสระภาพในการเดินทาง

วันที่ 22 กันยายน 2552 ศาลปกครองยกฟ้อง — ผู้ว่าฯไม่ผิด และ บีทีเอสไม่ต้องสร้างลิฟต์

ติดตามข่าวสารกลุ่มคนพิการ ในประเด็น universal access / freedom of movement ได้ที่:

www.NoAccessNoFreedom.com

technorati tags:
,
,
,
,

หนีตามกาลิเลโอ / ผู้มาก่อนกาล / ที่เมืองไทยไม่ต้องการ

หาก คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย ในสังคม คนดีเมืองไทยไม่ต้องการ ไม่ไหว
ทางหนึ่งคือ หนีตามกาลิเลโอ ไปเป็น ยิปซี ร่อนเร่ เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อ พิสูจน์ความเชื่อของตัว … แต่ทุกอย่างไหม ที่ทำแบบนั้นได้ มีอะไรบ้างไหม ที่จำเป็นต้องสู้ที่นี่ สู้จากข้างใน

ข่าวเมืองไทยต้อนรับแสดงความยินดีกับ เภสัชกร กฤษณา ไกรสินธุ์ ทำให้ผมนึกถึงกลอนบทนี้:

พ่อสร้างชาติด้วยสมองและสองแขน
พ่อสร้างแคว้นธรรมศาสตร์ประกาศศรี
พ่อของข้านามระบือชื่อปรีดี
แต่คนดีเมืองไทยไม่ต้องการ

คุณจะทำดีทำเด่น ทำอะไรก้าวหน้าก็เถอะ ถ้ามันเข้ากับระบบเก่า ระบบที่มีอยู่เดิมไม่ได้ คุณก็จะไม่ได้รับการยอมรับ – โชคยังดี ที่ในโลกสมัยนี้ โอกาสในการออกนอกประเทศหนึ่งไปทำงานที่อื่น มันเปิดกว่าเดิม โดยเฉพาะถ้าเป็นงานที่ไม่ได้ติดกับพื้นที่ ทำให้คนที่ทำงานจริงจัง สามารถได้รับการยอมรับในที่อื่น แม้บ้านเกิดที่เขาอยากทำงานให้ จะไม่เหลียวแล (แต่ขอเฮด้วยตอนดังแล้ว)

ใน Another week of trying to comprehend fuzzy politics บทความโดย Tulsathit Taptim ในหนังสือพิมพ์ The Nation, September 2, 2009 (via @BangkokPundit) พูดไว้ได้น่าสนใจ ว่า ความผิด ของ จักรภพ เพ็ญแข และ ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล นั้นก็คือการที่พวกเขาใช้ชีวิตพ้นคนอื่น ๆ ไปล่วงหน้าไกลเกินไป guilty of living too far ahead in time

ผมนึกถึง จิตร ภูมิศักดิ์ ปัญญาชนนักปฏิวัติ ผู้ท้าทายความคิดจารีตทั้งในการศึกษาวรรณคดี ประวัติศาสตร์ นิรุกติศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา และทฤษฎีการเมือง แต่ด้วยความเป็น ผู้มาก่อนกาล ของเขา สุดท้ายถูกรัฐเผด็จการรุกไล่ ต้องเข้าป่า และถูกยิงเสียชีวิตในวัยเพียง 36 ปี

ทุกวันนี้ งานของจิตรถือได้ว่าเป็นงานชุดสำคัญชุดหนึ่งที่บุกเบิกแผ้วทางให้กับวงวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ไทย

ผมนึกถึง กาลิเลโอ กาลิเลอี นักคิดคนสำคัญในการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ ที่เชื่อว่าโลกนั้นไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ และดวงอาทิตย์ไม่ได้หมุนรอบโลก อย่างที่ศาสนจักรบอกให้เชื่อตามตัวอักษรของไบเบิ้ล สุดท้ายเขาถูกขับออกจากศาสนา และถูกกักบริเวณในบ้านจนกระทั่งเสียชีวิต

ทุกวันนี้ เราทุกคนทราบกันดีว่า ที่กาลิเลโอว่าไว้นั้น ไม่ผิด

ความผิดของคนเหล่านี้ ดูจะมีเพียงอย่างเดียวคือ พวกเขามากันเร็วเกินไป

พวกเขาอาจจะพูดสิ่งที่ถูก แต่เมื่อในเวลาที่เขาพูด คนในสังคมยังไม่อยากฟัง ถูกก็กลายเป็นผิดได้

หนีตามกาลิเลโอ อาจจะเป็นหนังที่ร่วมสมัยกว่าที่เราเห็นผาด ๆ

 

หนังสือไกด์บุ๊กเขาบอกไว้ เราไม่ควรทำให้ใครรู้ว่าเรากำลังหลงทาง …

ฉันเกิดอยู่แดนอีสาน ถิ่นกันดารที่เขาดูหมิ่นดูแคลน จากไกลไปหากินต่างแดน ก็อาลัยแสนเมื่อจำต้องพรากบ้านมา ร่อนเร่พเนจรไป เหมือนนกไพรไร้พงพนา …

เหี้ย ผมร้องไห้

We have come a very long way, but obviously the likes of Jakrapob and Da Torpedo remain unsatisfied. Yet if they are guilty of living too far ahead in time, what can be said about the 18-year sentence when murderers, rapists or big-time fraudsters are given less?

เรามากันไกลมากแล้ว แต่ก็เห็นกันอยู่ว่า คนอย่าง จักรภพ และ ดา ตอร์ปิโด นั้นยังไม่เป็นที่พอใจ. แต่ถ้าพวกเขามีความผิดเพราะใช้ชีวิตพ้นคนอื่น ๆ ไปล่วงหน้าเกินไป, แล้วจะพูดอะไรดีกับโทษ 18 ปี เมื่อฆาตกร นักโทษข่มขืน หรือพวกฉ้อโกงต้มตุ๋นรายใหญ่ กลับได้รับโทษน้อยกว่า?

technorati tags: 

"Nothing To Say" "ไม่มีอะไรจะพูด" silent films screening – 31 Oct at Pridi Institute

ไม่มีอะไรจะพูด โครงการพิเศษเกิดขึ้นโดยกลุ่มศิลปินแขนงต่าง ๆ มากกว่าห้าสิบคน อาทิ ผู้กำกับหนัง (ทั้งในระบบและอิสระ), นักวาดภาพประกอบ, ศิลปินภาพถ่าย, นักเรียนหนัง, ครูหนัง, นักวิชาการ, นักเขียน, นักวิจารณ์หนัง, บล็อกเกอร์, นักแสดง, นักดนตรี, ผู้กำกับละครเวที, ศิลปินทัศนศิลป์และสื่อผสม จัดฉายวิดีโอเงียบบนกำแพงตึก เกี่ยวข้องกับสังคม และการเมือง เพื่อสะท้อนภาพความคิดของศิลปินในฐานะประชาชนชาวไทย ที่มีต่อสภาพบ้านเมืองของประเทศไทยในปัจจุบัน โดยได้รับความร่วมมือจาก สถาบันปรีดี พนมยงค์ และมูลนิธิหนังไทย

โดยในครั้งที่ 1 นี้ จะแสดงบนกำแพงภายในตึกสถาบันปรีดี พนมยงค์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ เทศกาลศิลปะนานาพันธุ์: ศิลปกับสังคม ครบรอบ 35 ปี 14 ตุลาคม 2516 (เทศกาลนี้มีวันที่ 18 ต.ค. – 2 พ.ย. 2551) โดยโครงการ ไม่มีอะไรจะพูดนี้ จะจัดแสดงครั้งแรก ในวันที่ 31 ต.ค. 2551 ตั้งแต่เวลา 1 ทุ่มเป็นต้นไป พร้อม ๆ กับการแสดงคอนเสิร์ตของวง สไตลิชนอนเซ้นส์, แบร์การ์เด้น, และ อัศจรรย์จักรวาล

รายชื่อศิลปินทั้ง 53 คน/กลุ่ม มีดังนี้: ทรงยศ สุขมากอนันต์, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, โลเล, เกี้ยมอี๋, นัดดา ธนทาน, กรกฤช เจียรพินิจนันท์, ธีระวัฒน์ มุลวิไล, โสรยา นาคะสุวรรณ, อโนชา สุวิชากรพงศ์, จักรกฤษณ์ อนันตกุล, ภาณุ อารี, ไกรวุฒิ จุลพงศธร, จุฬญาณนนท์ ศิริผล, ญาณิน พงศ์สุวรรณ, วิรัส ยั่งยืน, นพพันธ์ บุญใหญ่, สถิตย์ ศัตรศาสตร์, ปฐมพล เทศประทีป, เจตน์ เศรษฐฐิติ, โอฬาร เนตรรังษี, พัลลภ ฮอหรินทร์, วิชาติ สมแก้ว, ปราโมทย์ แสงศร, ศาสตร์ ตันเจริญ, นฆ ปักษนาวิน, ชนาธิป จูน, พิชชานันท์ เลาหะพรสวรรค์, D I E, นนทวัฒน์ นำเบญจพล, Sunday Syndrome, สุชาดา สิริธนาวุฒิ, สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์, สิทธิเดช โรหิตะสุข, ชลิดา เอื้อบำรุงจิต, สัณห์ชัย โชติรสเศรณี, ดรสะรณ โกวิทวณิชชา, ก.ก.ป.อ., ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ, รักช้างน้อย, สุรชาญ มั่นคงวงศ์ศิริ, ธมน ศรีขาว, เด็ด จงมั่นคง, วศิน มิตรสุพรรณ, อนุชา บุญยวรรธนะ, ภาวิไล บางอ้อ, ชูเกียรติ วงศ์สุวรรณ, ผดุงพงศ์ ประสาททอง, พลัฎฐ์ สังขกร, ปนัฐา ดิษสุวรรณกุล, พัชร เอี่ยมตระกูล, ภิญญุดา ตันเจริญ, สายฟ้า ตันธนา, และ ธัญสก พันสิทธิวรกุล

รายละเอียดเพิ่มเติม ที่เว็บไซต์ไทยอินดี้ http://thaiindie.com/

[ผ่าน ไบโอสโคป]

technorati tags:
,
,
,

ReadCamp started (some how), call for SELF-organization ;)

คอนเซปต์ของ ReadCamp หรือ “กางมุ้งอ่าน” ก็ยังตามที่ทวีตคุย ๆ กัน และที่โพสต์ถามลงใน Culture Lab คือจะเป็นงานลักษณะ unconference ทำนอง BarCamp ที่ชวนผู้ร่วมงานมาเสนอเรื่องการ “อ่าน” แล้วก็แลกเปลี่ยนกัน

อ่าน หนังสือ. อ่าน หนัง. อ่าน เพลง. อ่าน โปสเตอร์. อ่าน โฆษณา. อ่าน เสื้อยืด. อ่าน พฤติกรรม. อ่าน trend. อ่าน วัฒนธรรม. อ่าน ปุ่มบนไมโครเวฟ user interface. อ่าน ตึก สถาปัตยกรรม. อ่าน การ์ตูน. อ่าน ภาพวาด งานศิลปะ. … …

นั่นคือ เป็น “อ่าน” ในความหมายที่กว้างที่สุดนั่นเอง. ทั้งการอ่านตามตัวบท ตีความ วิพากษ์ วิจารณ์ หรือกระทั่งรื้อแล้วเล่าใหม่.

การอ่านในความหมายกว้างนี้ เชิญชวนหรือเอาเข้าจริงก็อาจจะถึงขั้นเรียกร้องให้ผู้อ่านตั้งคำถามกับสิ่งที่พวกเขาอ่าน. ทำไมเขาถึงอ่านได้เช่นนั้น. อะไรทำให้เขามีทัศนคติหรือวิจารณ์งานชิ้นใดอย่างที่เขาทำ. ผู้เขียนต้องการสื่ออะไร อะไรที่ทำให้ผู้เขียนสื่อเช่นนั้น. ไม่ว่าจะตอบได้หรือไม่ก็ตาม แต่การตั้งคำถามนี้จะนำไปสู่ความตระหนักที่ว่า สิ่งต่าง ๆ เป็นอย่างที่มันเป็นอยู่ด้วยเหตุผลบางสิ่งเพื่อตอบคำถามบางอย่าง ไม่มีสิ่งใดที่เป็นอย่างที่มันเป็นอย่างไร้เดียงสาอย่างน้อยความหมายที่เราให้กับมันก็ไม่เคยไร้เดียงสา.

ด้วยการแสดงให้เห็น-ด้วยการลงมืออ่านด้วยกัน เราจะเห็นความเป็นไปได้ที่แตกต่าง/ขัดแย้งมากมายในการอ่าน และประสบการณ์จะค่อย ๆ ทำให้เราตระหนักว่าไม่มีการอ่านแบบใดหรือความหมายแบบไหนที่ถูกต้องที่สุด-ดีที่สุด. อำนาจในการอ่านเป็นของผู้อ่านแต่ละคน ไม่ใช่ของผู้ผูกขาดการอ่านรายไหน หรือกระทั่งผู้เขียน. ถ้าไม่ชอบใจเรื่องที่เขาเล่ามา เราก็รื้อมันซะ แล้วเล่าใหม่. ทำได้ และจริง ๆ เราก็ทำมันอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว (ทีวีเล่าข่าวจากนสพ.ให้เราฟัง เราไปเล่าต่อให้เพื่อนฟัง .. ในทุกขั้นจริง ๆ แล้วมันก็มีการเขียนใหม่ – เลือกที่จะเล่าอะไร และไม่เล่าอะไร เพิ่มอะไรเข้าไป หรือเปลี่ยนลำดับเรื่องและวิธีการเล่า).

สิ่งต่าง ๆ ไม่ไร้เดียงสา. ผู้เขียน/สร้างก็ไม่ไร้เดียงสา และผู้อ่าน/ใช้ก็ไม่ไร้เดียงสา. ในทุก ๆ การอ่านมีการต่อรองอำนาจกันอยู่. เพื่อก้าวไปสู่โลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่เปิดกว้าง ผู้อ่าน-ซึ่งอันที่จริงก็เป็นผู้เขียนในคนเดียวกัน-จำต้องหลุดไปจากอำนาจการอ่านของผู้อื่น และเปิดพรมแดนการอ่านและให้ความหมายของตัวเอง. เพราะ เสรีภาพในการอ่าน คือเสรีภาพขั้นต้นในการสร้างสรรค์.

งาน ReadCamp นี้ที่เราวางแผนกันนี้ ก็หวังว่าจะเป็นเวทีให้คนมาแลก “การอ่าน” ของตัวกัน เพื่อสร้างบรรยากาศและขยายพรมแดนความคิดสร้างสรรค์.

งานนี้จะใช้ชื่อหลักว่า “ReadCamp” (รีดแคมป์) ล้อกับ BarCamp, โดยมีชื่อรองภาษาไทยว่า “ทุกอย่างอ่านได้”. โดยวางแผนไว้ว่าจะจัดในช่วงปลายพฤศจิกายนนี้. เว็บไซต์อยู่ที่ http://culturelab.in.th/readcamp/

ใครสนใจ มาร่วมจัดกันครับ – ติดต่อพูดคุยกันได้ที่เมลกลุ่ม youfest (at) googlegroups.com (ต้องสมัครสมาชิกก่อนจึงจะส่งได้ ถ้าส่งแล้วมีปัญหาได้ไม่ได้อย่างไร ติดต่ออีเมล arthit (at) gmail (dot) com ได้ครับ)

[ โพสต์ครั้งแรก 2008.09.29 ใน ReadCamp ]

technorati tags: , , ,

standing-o-nation

มันไม่ใช่เรื่อง จะ xxx หรือไม่ xxx

มันคือเรื่อง ถ้ามีคน xxx หรือไม่ xxx ท่าทีของคุณต่อเขาจะเป็นยังไง ?

คุณจะปกป้องสิทธิของคนที่ คิดเห็นไม่เหมือนคุณหรือกระทั่งขัดแย้งกับคุณ รึเปล่า ?


หนังเรื่อง “แสงศตวรรษ” (และหนังอื่น ๆ จาก Kick The Machine) ที่ฉายในโรง ก่อนฉาย มีหนังสั้น ๆ เรื่องหนึ่งนำ …

เปิดฉากสั้น ๆ ด้วยสาว ๆ กำลังจิบน้ำชาคุยกันที่ศาลาริมน้ำ เพื่อนคนหนึ่งชวนให้ฟังซีดีเพลงสรรเสริญ ที่เพลงไปเจิมปลุกเสกมา พร้อมอวดว่าจะเอาไปเปิดที่โรงหนัง ความศักดิ์สิทธิ์จะกระจายแผ่ออกไปทั่วโรงหนัง นั่นประไร ดังไปถึงอีกฝั่งคลองโน่น

และที่เหลือของหนัง ก็บรรเลงเพลงสรรเสริญที่ว่า เป็นฉากในโรงยิม มุมมองของภาพหวุนวนไปรอบ ๆ โรงยิม เผยให้เห็นกิจกรรมทุกอย่างที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันในโรงยิม คนตีแบตกัน ที่กลางคอร์ทสาว ๆ ที่ศาลาริมน้ำตะกี้นี้ มานั่งร้อยมาลัยกัน รอบ ๆ คอร์ทมีไฟสปอตไลท์ตั้งส่องเข้ามา คนสองสามคนที่ยืนข้าง ๆ เหมือนเป็นกองถ่ายหนัง อีกด้านของโรงยิม คนกลุ่มใหญ่กำลังเต้นแอโรบิก ภาพมุมวน เพลงบรรเลงแซ่ซ้อง สรรเสริญกิจวัตรประจำวันของคนธรรมดา ๆ

หนังสั้นเรื่องดังกล่าว ชื่อ “The Anthem” [เพลงสรรเสริญ] (2549, 35มม., 5 นาที) และเพลงสรรเสริญที่ว่า ไม่ได้หมายถึงเพลงสรรเสริญฯ ที่เราคุ้นชิน มันออกจะติดจังหวะเทคโนแอโรบิกไปเสียหน่อยด้วยซ้ำ

The Anthem เป็นหนังสั้น เป็นเพลงที่เชิดชูหนังและคนดูหนัง … หลังจากยืนเชิดชูบุคคลพิเศษกันไปแล้ว ก็นั่งสบาย ๆ เชิดชูบุคคลธรรมดากันต่อ — โดยที่ไม่ต้องยืนก็ได้

“ That exhilaration comes through in The Anthem as well. Daily life as it’s being lived is captured, with all the errant sounds and light flutters that this implies. Rather than being a devotional to royalty, Weerasethakul’s anthem praises instead the people who are likely to sit in a movie theater, waiting anxiously for the lights to go down. And they do—a group of dancers enter the frame, just to the right of the court, and begin practicing a synchronized number. They take exactly three steps in unison before we cut to black, and the credits roll. ”

Quiet Bubble

 


ร่วมให้กำลังใจ “นายโชติศักดิ์ อ่อนสูงและเพื่อน”
กรณีถูกตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเนื่องจากไม่ยืนแสดงความเคารพ “เพลงสรรเสริญพระบารมี”


pittaya เอ่ย

technorati tags: 

Syndrome and a Century Thailand’s Edition statement-screening – 10 Apr

Syndrome and a Century Thailand’s Edition statement-screening
Thursday, April 10, 2008 20:00
@ Paragon Cineplex, Siam Paragon
with film freedom exhibition and talks

ขอเชิญเล่นเกมส์ตอบคำถาม ชิงบัตรชมภาพยนตร์เรื่อง
แสงศตวรรษ ฉบับ Thailand’s Edition รอบปฐมทัศน์
วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายนนี้ เวลา 20.00 น.
ณ โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน

[หมายเหตุ: Thailand’s Edition (ฉบับ “ไทย ๆ”) จะมีการเซ็นเซอร์อย่างหนักหน่วง 6 ฉาก ซึ่งผู้กำกับยืนยันที่จะไม่นำช่วงที่ถูกเซ็นเซอร์ออกไป แต่จะแทนที่ด้วย “ความมืด” แทน เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ร่วมกันอย่างชัดเจนว่า มี “บางอย่าง” หายไป .. มีคนกำหนดว่า เราควรจะได้ดู หรือไม่ได้ดูอะไร ใน Thailand นี้ — การฉายภาพยนตร์ครั้งนี้ สาระจึงมีมากกว่า “ตัวภาพยนตร์” เอง แต่รวมถึง “การจัดฉาย” ซึ่งเป็น statement อย่างหนึ่ง ด้วย]

โดยหลังหนังจบ จะมีการเปิดโอกาสให้พูดคุยซักถามคุณเจ้ย อภิชาตพงศ์ วีระเศรษฐกุล

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูคำถามและรายละเอียดได้ที่ http://www.thaifilm.com ใครตอบคำถามถูกก่อนมีสิทธิ์ได้บัตรก่อน (รางวัลละ 2 ใบ จำกัดเพียง 20 รางวัลเท่านั้น)


นอกจากนี้ ในวันดังกล่าว ช่วงเวลา 18. 00 น. ยังมีการเสวนาพูดคุยเรื่อง “เสรีภาพของสื่อภาพยนตร์” โดยมีวิทยากรได้แก่ คุณอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, อ.กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน (อ.แดง) และ ตัวแทนจากคณะกรรมการปฏิรูปสื่อ ณ บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ (งานนี้ไม่มีบัตร ก็มีสิทธิ์มาร่วมฟังได้ครับ)

ตลอดระยะเวลาที่แสงศตวรรษเข้าฉาย จะมีการตั้งบอร์ดนิทรรศการเรื่อง “การตรวจพิจารณาภาพยนตร์ในประเทศไทย” ท่านที่สนใจสามารถเดินไปอ่านข้อมูลสนุก ๆ ได้ที่ บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์


หากท่านไม่อยากเสียเวลาเล่นเกมส์เสี่ยงดวงชะตา ท่านก็ยังสามารถติดต่อซื้อบัตรเข้าชมภาพยนตร์ได้ที่ ห้องจำหน่ายตั๋วโรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ หรือ ทาง Movie line 0-2515-5555 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิหนังไทยฯ เพื่อการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของผู้สร้างและผู้ชมภาพยนตร์ในประเทศไทย ต่อไป

ส่วนคำถามที่ว่า แสงศตวรรษ จะเข้าฉายนานเท่าไรนั้น อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแรงสนับสนุนจากผู้ชมว่าจะมาอุดหนุนกันมากน้อยขนาดไหนนะ ครับ หากอุดหนุนกันเยอะๆ หนังก็คงฉายไปอีกยาว


คำถามชิงบัตรเข้าชม แสงศตวรรษ Thailand’s Edition มีดังนี้ครับ

1. เหตุใดคุณหมอผู้หญิงถึงต้องจิบเหล้า
  ก. แก้ความประหม่าที่จะต้องไปออกรายการโทรทัศน์
  ข. แก้กลุ้มใจเพราะทะเลาะกับสามี
  ค. แก้ความประหม่าที่จะต้องไปทำการผ่าตัดคนไข้
  ง. แก้เครียดเพราะฉากเดียวที่ตัวเองแสดงในหนังถูกสั่งตัดออก

2. พระศักดาเล่นเครื่องดนตรีชนิดใด
  ก. กลองชุด
  ข. กีต้าร์
  ค. ซอสามสาย
  ง. ระนาดเอก

3. ฉากใดต่อไปนี้ ถูกสั่งให้ตัดออกจากภาพยนตร์แสงศตวรรษ อันเนื่องมาจากความไม่เหมาะสม
  ก. พระวิ่งหนีผี
  ข. พระใบ้หวย
  ค. พระสูบบุหรี่
  ง. พระเล่นเครื่องร่อนบังคับวิทยุ

4. แฟนหมอหน่องต้องย้ายไปทำงานที่ไหน
  ก. แผนกควบคุมภาพยนตร์ กองกำกับการ 2 กองทะเบียน กองบัญชาการหน่วยสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  ข. กลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
  ค. จังหวัดชลบุรี
  ง. ฝ่ายจริยธรรม แพทยสภา

5. ภาพยนตร์เรื่องใดเป็นผลงานกำกับของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
  ก. ก๊อตซิล่า (Godzilla)
  ข. สัตว์ประหลาด (Tropical Malady)
  ค. อีที เพื่อนรัก (ET Extraterritorial)
  ง. ผีชีวะ (Resident Evil)


ไปกันเยอะ ๆ ครับ ถึงสุดท้ายจะไม่มีบัตร ก็ไปกันครับ ไปดูนิทรรศการ ไปร่วมเสวนา

ไปร่วมกันแสดงว่า วัฒนธรรม ไม่ใช่เรื่องของผู้มีอำนาจจะมากำหนดสร้างได้ ว่าอะไรเป็น หรืออะไรไม่เป็น

วัฒนธรรมคือวิถีชีวิต เราสร้างวัฒนธรรมของเราเองได้

[ ที่มา http://www.thaifilm.com/newsDetail.asp?id=352 | ผ่าน filmsick สุดหล่อ (เราก๊อปตะเองมาทั้งดุ้นเลยน้า~ :P) ]

technorati tags:
,
,
,
,
,