Ramen


DSC01210
Originally uploaded by arthit.

อยากกินราเม็งจัง

เมืองนี้มีร้านอาหารญี่ปุ่นประปราย
แต่ไม่มีร้านไหนขายราเม็งเลย
ส่วนใหญ่เป็นซูชิ ไม่ก็เบนโตะ หรือพวกคัทซึด้ง เท็นด้ง
..แต่อยากกินราเม็งมากกว่า

เย็นนี้จึงบำบัดความอยากของตัวเอง
ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยี่ห้อ Nissin รสทงคัทซึ
(ยี่ห้อญี่ปุ่น แต่ผลิตที่เนเธอร์แลนด์นะ)
หอมกลิ่มน้ำมันงาใช้ได้ เกือบๆ อร่อย

เอาไว้ทำงานเสร็จก่อน จะลองไปกลาสโกว์ใกล้ๆ
น่าจะพอมีบ้างสิ
ให้ถ่อไปถึงลอนดอนคงไม่ไหว (มีร้านนึงอร่อยตรง Regent St.)
แต่ก็เหอะ อยากกลับไปกินเมืองไทยจริ๊ง
..ชามละไม่ถึงปอนด์ 😛

(ภาพ ถ่ายที่ ดาชิราเม็ง สยามสแควร์, 2 ปีที่แล้ว)

Edinburgh Military Tattoo

วันนี้ไปดู Military Tattoo มา

ก็ทำนองโชว์การสวนสนาม ประมาณนั้น เจ๋งดี
ช่วงบางเพลงที่เล่น ก็รู้สึกขนลุกหน่อยๆ
โดยเฉพาะตอน Scotland the Brave กับ Auld Lang Syne
เสียง bagpipes นี่มัน .. สุด จริงๆ

Scotland the Brave ในแบบ bagpipes

ถ้ามีโอกาส ก็อยากกลับมาดูอีก

หรือแค่กลับมาอีก ก็พอ

ลูกค้าคนไทย / Godsent

วันนี้ทำงาน
(ผมทำงานร้านอาหารไทย วันศุกร์ กะ เสาร์
หกโมงเย็นถึงปิดร้าน ก็ประมาณห้าทุ่ม
บางทีทำวันอาทิตย์ ถ้าเค้าโทรมาเรียก แต่ไม่ได้ทำประจำ)
เจอลูกค้าคนไทยมากมาย แบบว่าตื่นเต้น ทำตัวไม่ถูก

—-

รายแรกนี่เป็นเพื่อนกับหนึ่ง (หนึ่งนี่คือนักเรียนที่นี่ ทำงานร้านเดียวกัน)
ชื่อ “น้ำต้น” ชื่อเท่เนอะ มาเที่ยวอังกฤษ แล้วก็ขึ้นมาหาหนึ่งที่สก็อต
หนึ่งไปรับน้ำต้นจากสถานีรถไฟประมาณสองทุ่ม พามากินข้าว
แล้วพาน้ำต้นไปบ้าน ก่อนจะกลับมาทำงานต่อ
ทั้งสองคนเรียนด้านชีววิทยาเหมือนกัน
ตัวน้ำต้นนี่เรียนอยู่ CalTech .. ได้ยินแล้วอึ้ง เก่งโคตร

CalTech เป็นมหาลัยที่ไม่ใหญ่
ข้อมูลจากวิกิพีเดีย บอกว่ามีนักศึกษาปริญญาตรีแค่ประมาณ 900 คน และระดับบัณฑิตศึกษาอีกประมาณ 1,000 คน
คือพูดได้ว่า เล็กว่าคณะบางคณะในมหาลัยไทยซะอีก

แต่ที่นี่ คือ science/engineering school ที่พูดได้ว่า เข้ายากที่สุดในสหรัฐ
แถมถ้านับสัดส่วนรางวัลโนเบล ฯลฯ ต่อหัว ในสายวิทยาศา่สตร์ ก็ไม่แน่ว่าที่นี่อาจจะเป็นที่หนึ่ง

Donald Knuth ผู้สร้าง TeX (ที่มีคนพัฒนาต่อจนเป็น LaTex) และผู้เขียนหนังสือคอมพิวเตอร์ชุดอมตะ The Art of Computer Programming เป็นศิษย์เก่าที่นี่ // Cleve Moler ผู้สร้าง MATLAB ก็เป็นศิษย์เก่าที่นี่ // Stephen Wolfram นักคณิตศาสตร์ผู้สร้าง Mathematica และเขียนหนังสือ A New Kind of Science ก็เป็นศิษย์เก่าที่นี่(อีกแล้ว)

แลบ JPL ที่โด่งดังของนาซ่า ก็อยู่ที่นี่
(แลบนี้มีคนไทยทำงานอยู่ด้วยนะ แบบว่าเก่งเกินไป เมืองไทยไม่มีอะไรให้ทำ :P)

แต่คนไทยส่วนใหญ่ได้ยินชื่อ CalTech แล้วคงนึกถึงปั๊มน้ำมันมากกว่า (Caltex)
‘ดัง’ สู้พวก MIT Stanford Harvard Berkeley ไม่ได้ ว่างั้น

—-

โต๊ะต่อมา เป็น คนไทย(ช)สอง ญี่ปุ่น(ญ)หนึ่ง
ตอนไปเสริฟ ก็ไม่รู้จะพูดอังกฤษหรือไทยดี
แบบว่า ก็มีญี่ปุ่นอยู่ใช่มะ จะพูดไทยก็น่าเกลียด
แต่ถ้าให้พูดอังกฤษกะคนไทย มันก็เขินๆ อ่ะ -_-“

ทำตัวไม่ถูก

—-

ถัดมาอีกเจ้า เป็นคนไทย ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง
มาสั่ง take away

ระหว่างรออาหาร ก็เลยได้คุยกัน
คุยไปคุยมา พี่เค้าถามว่าเราเป็นนักเรียนรึเปล่า เรียนอะไร
เราก็ว่าใช่ เรียน informatics ทำด้านคอม+ภาษา
พี่เค้าก็ว่า เอ้าเหรอ พี่เค้าก็ทำเกี่ยวกะด้านภาษาศาสตร์ ใช้พวก corpus ไรงี้เหมือนกัน อยู่ที่ลีดส์ (Leeds)
ก็เลยคุยไปถึงเรื่อง อ.สุดาพร กะ อ.วิโรจน์ ที่จุฬา
เพราะว่าดูเหมือนที่นั่นจะทำเรื่องคลังภาษามานานกว่าที่อื่นในเมืองไทย
(ตอนก่อนจะมาต่อที่นี่ ก็ไปปรึกษา อ.สุดาพร หลายทีอยู่เหมือนกัน ขอขอบคุณมาตรงนี้ด้วยครับ)
แล้วเราก็พูดถึงว่า อ.อัศนีย์ ที่เกษตร ก็ทำอยู่นะ เท่าที่ดูจากเนต แต่ไม่มีรายละเอียด
แล้วพี่เค้าก็บอกว่า อ.ธนารักษ์ ที่ SIIT ก็ทำเหมือนกัน
เราก็ อ้าว รู้จัก อ.ปิง ด้วยเหรอ งงเลย คือไม่คิดว่าจะมีคนต่างสายรู้จักน่ะ
เพราะว่ายังค่อนข้างใหม่อยู่ (แลบตั้งมาได้ประมาณสองปีเองมั้ง)
ก็เลยบอกพี่เค้าไปอีกว่า TCL ที่ตอนนี้ อ.วิรัช อยู่ ก็กำลังทำพวก lexicon อะไรพวกนี้อยู่เหมือนกัน เท่าที่ดูจากงานที่ตีพิมพ์เมื่อต้นปี
(มีลูกศิษย์ อ.ชุลีรัตน์ ไปอยู่ด้วยคนนึง คนที่ทำ automatic summarisation)

เราก็แบบ โห โชคดีจัง ทำงานอยู่ในร้านเฉยๆ
ก็มีคนที่ทำเรื่องเดียวกันมาให้คุย
เลยรีบให้อีเมลพี่เค้าไป เผื่อจะไปขอคำปรึกษา เหอะๆ 😛
พี่เค้าชื่อ เชอรี่

คิดๆ ดู เอาไว้เดี๋ยวทำ รายชื่อคนที่ทำงานด้านนี้ไว้ดีกว่า
ใครอยากติดต่อกับคนที่ทำเรื่องคล้ายๆ กัน จะได้ติดต่อกันได้
คนมีน้อย ก็รู้จักๆ กันไว้ให้หมดๆ แหละ เผื่อช่วยอะไรกันได้

บินเดี่ยวไปไม่รอด!

แหม เข้าบรรยากาศห้องเชียร์ช่วงนี้เหลือเกิน 😛

got da transcript

hmm.. not good not bad.

but hope it should be better than this.

anyway,
seriously, i realised that the efforts i’ve putted for the exams are not much enough.

to be honest,
passing the exam may considered as an “unexpected result”,
from the way i behaved during the exam period 😛

—-

AI Programming in Java 70 A
Data Intensive Linguistics 45 D*
Dialog and Natural Language Generation 59 C
Introduction to Computational Linguistics 53 C
Natural Language and Speech System Design 64 B
Speech Processing 1 57 C
Techniques in Natural Language Processing 2 67 B
Theoretical Linguistics 67 B
Average 60 B

* note: D means satisfied for diploma, but not for master degree.

—-

just another ‘average’ outcome.

not bad.
but not happy.
but it’s ok.

as ‘ok’, as ‘fine’, as ‘average’.

sounds like i’m ‘sick’ ner~

-_-“

but it’s not, really.

master project?

let’s see.

โลกแคบ

บ่นกับเพื่อนๆ หลายรอบแล้ว
โลกมันแคบเกิน

จะแคบด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่
จะแคบจริง หรือแคบเพราะระดับทางสังคมมันบีบให้แคบ
อย่างไรก็ตาม

เท่าที่ประสบกับตัวเอง
มันแคบเหลือเกิน

แคบมาก

เมื่อวานมีงานเลี้ยงนักเรียนไทยที่นี่
ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ทำกับข้าวมากินกันเฉยๆ
เนื่องในโอกาสไม่ได้เจอกันนาน
บางคนก็เรียนกันคนละที่ (คนละมหาลัย หรือว่าคนละตึก)
ไม่เคยได้เจอกัน ก็ได้มาเจอกัน รู้จักกัน

ก็ได้รู้จักพี่ๆ เพิ่มขึ้นสามสี่คน
มีขึ้นมาจาก Imperial ด้วย
เค้ามาประชุมวิชาการที่นี่พอดี ก็เลยพามากินข้าวด้วยกัน

มีพี่คนนึง เรียนเอกอยู่
Informatics เหมือนกัน
แต่ว่าสายเค้าจะอยู่อีกวิทยาเขตนึง นอกเมือง
ก็เลยพึ่งได้เจอกัน

ชื่อ พี่เจ

ก็คุยไปเรื่อยๆ ก็ได้รู้ว่าพี่เค้าเป็นอาจารย์ นี่ลามาศึกษาต่อ
แล้วก็เหมือนแว๊บๆ ได้ยินคำว่า ธรรมศาสตร์
ก็เลยถามพี่เค้าว่า เป็นอาจารย์ที่ธรรมศาสตร์เหรอ
พี่เค้าก็ อือ
เราเลยถามต่อ งี้ก็ต้องรู้จัก อ.กฤชรัช สิ
(สะกดไม่ถูก ภาษาอังกฤษ Kritchalach อ่ะ)

พี่เค้าก็ อ้อ รู้จักสิ พี่บอล เป็นรุ่นพี่เค้า
(อ. kt เค้าจบตรี วิทย์คอมธรรมศาสตร์ แล้วก็ไปเรียนต่อ
กลับมาเป็นอาจารย์ที่ SIIT
พี่เจเค้าก็จบตรีที่เดียวกัน)

แล้วก็เหมือนพี่เค้านึกอะไรขึ้นมาได้
อยู่ดีๆ ก็ถามเรา

เอ้ย นี่มาจาก ธรรมศาสตร์ SIIT ป่าว
ที่เคยไปสมัครโท วิทย์คอม มธ.

เราก็ เอ๋ รู้ได้ไงอ่ะ
ก็ยังไม่ได้บอกพี่เค้าเลยว่าเรามาจากไหน
แล้วเรื่องเคยไปสมัครโทนั่น ยิ่งแทบไม่มีใครรู้

พี่เค้าก็ต่ออีก
ที่ senior project ทำอะไร compression ภาษาไทยใช่มั๊ย
เราก็ เฮ้ย อะไรเนี่ย

ปรากฏว่า พี่เค้าเคยเป็นคณะกรรมการ สัมภาษณ์เราตอนนั้น

สุดยอด -_-“

แล้วดันจำได้อีกนะ
แบบทุกเม็ดเลย

เรานี่ หน้าพี่เค้ายังจำไม่ได้เลย
ว่าเคยเจอกันมาก่อน

งงไปเลย

พี่เค้าบอกว่า จำเราได้
เพราะเค้าว่าสงสัยว่า จะ compress ไปทำไมวะ ภาษาไทย
มันก็แค่ sequence ปกตินี่นา
คือมันตะหงิดๆ อยู่ในหัว ว่างั้น

พี่เจ — อาจารย์ วรวรรณ มะเริงสิทธิ์

พูดถึงโทนี่วิทย์คอมนั่น
ตกลงก็เรียนไม่จบหรอก
เรียนอยู่แค่ซัมเมอร์เทอมเดียว
แล้วก็ลาออก ยังไม่ทันได้สอบเลย

มันแบบ เราหวังไว้อีกอย่างน่ะ
แล้วหลักสูตรมันไม่ได้เป็นแบบที่เราคิด
(ไม่ได้ว่าไม่ดีนะ)
ก็เลยออกดีกว่า

คิดๆ ไป ถ้าตอนนั้นเรียนต่อ

ก็คงไม่ได้มาที่นี่
แล้วก็ไม่ได้เจอพี่เค้าที่นี่

อาจจะเจอพี่เค้าที่ไหนซักแห่ง
อาจจะเป็นที่ธรรมศาสตร์นี่แหละ

แต่ความสัมพันธ์ มันก็จะเป็นอีกแบบ
อาจจะออกมาเป็นลักษณะ
ครู ลูกศิษย์ เทือกนั้น

หรือ อีกที
ถ้าเราไม่ได้ทำไอ้โปรเจกต์
ที่ทำให้พี่เค้า “ตะหงิดๆ” นั่น
พี่เค้าก็อาจจะจำเราไม่ได้หรอก

ก็อาจจะได้เจอพี่เค้าที่นี่เหมือนกัน
แต่เรื่องที่จะได้คุยกัน
หรือ first impression กับการรู้จักครั้งแรก
(ที่มีส่วนสำคัญ กับลักษณะความสัมพันธ์ในโอกาสต่อไป)
มันก็คงไม่ได้ออกมาเป็นแบบนี้

นึกถึงหนัง the butterfly effect

Informatics Jamboree 2004

เมื่อวานไปฟังบรรยายเปิดงานมา
เกี่ยวกะ Testing, Optimization, and Games
ไม่รู้เรื่องหรอก

เดี๋ยววันนี้ไปอีก จะเข้าตอน 11 โมง
ไปฟังนักเรียน PhD พูด
น่าจะมีไอเดียอะไรใหม่ๆ

มีนักเรียนไทยคนนึงด้วยนา
(อายุจริงๆ นี่น้อยกว่าผม แต่เค้าเรียน PhD แล้ว
ได้ทุน ORS ด้วย เก่งชะมัด)
เค้าทำเกี่ยวกะ temporal logic อะไรประมาณนี้แหละ
ดูหัวข้อที่เค้าจะพูดได้ ที่นี่

อยากมีงานแบบนี้มั่ง
มันไม่ค่อยเป็นทางการมาก
เลิกแล้วก็ไปคุยกันต่อที่ผับอะไรได้
แล้วมันก็ได้งาน ..หมายถึงได้คุยเรื่องงานด้วยนะ

—-

แต่จบงานเมื่อวาน เราไปดูดนตรีแทน
พี่ต้อม คนไทยที่เรียนเอกดนตรีอยู่ที่นี่ชวนไป
คนไทยไปเยอะมาก
เล่นใน hall ของ school เค้า
แต่หิวข้าว เลยออกมาก่อนเริ่ม
ไปได้ดูจริงๆ อีกที ก็ที่ผับใกล้ๆ
คือเค้าเล่นใน hall จบแล้ว
ก็ไปเล่นต่อใน pub
อาจารย์ที่ดูแลก็ตามไปด้วย

ชื่อวง Zizu
มีคนจีนเล่นขิม ฝรั่งอีกสามคน เล่นอะไรซักอย่างคล้ายๆ กีต้าร์
เบส (เบสแบบที่เหมือนไวโอลินน่ะ)
ขลุ่ย แล้วก็ พิณ มั้ง ดูๆ ไปก็คล้ายๆ จะเข้ บ้านเรา
หลายๆ อย่าง สลับๆ กันเล่น

กอไผ่ ก็มาด้วย ยังไม่กลับ
แล้วก็มีโชว์ ระนาดเอก กะ ปี่มอญ (ไม่รู้เรียกถูกรึเปล่า)
ตามด้วย แคน ช่วงแคนนี่สนุกมาก มี โห่ ฮิ้ว ด้วย
.. ในผับนี่แหละ 😛

มีอาจารย์คอมพิวเตอร์จาก มช. ขึ้นมากะคณะนี้ด้วย
เลยได้คุยกันเรื่อง knowledge representation นิดๆ หน่อยๆ

ไปๆ มาๆ
กิจกรรมทางวิชาการของเราส่วนใหญ่
จะไปเกิดในผับนะ -_-“

Thai Music Discovery Day

You’re cordially invite to an inauguration event of:

Thai Music Discovery Day

IT’s FREE!!! and also featuring our very own & unique culture!!!

Date: Sunday May 16, 2004
Time: 11:00 – 18:00
Venue: St. Cecilia’s Hall, Niddry Street, Cowgate, Edinburgh

The weekend events include educational workshops for young people, with demonstration of South-East Asian music by the Thai music ensemble Korphai and fusion musicby the band Zizu based in Edinburgh.

The event will be ended by the showing of the newly-launched Thai film The Overture (โหมโรง), which is based on the true story about a master in Thai classical music whoses his music as a mean of resistance against the cultural reformation initiated by the Thai authorities.

After this Korphai will visit the SOAS, University of London and Music Festival 2004 in Edinburgh for their performances and workshops as well.

Free admission,

Spread the news 😉

—-
Korphai @ Vienna (Thai Percussion Days 2004)
The Overture