‘Censorship’ 2.0 : RoyalVDO.com – an organized User-DUPLICATED Content campaign

ดูคำชักชวนและวิธีการ ใน RoyalVDO.com ที่เชิญชวนให้คนนำวีดิโอเกี่ยวกับในหลวงไปอัปโหลดตามที่ต่าง ๆ เยอะ ๆ เพื่อเป็นการ “ถวายงาน” แก่ในหลวงท่านแล้ว ก็เห็นว่าควรจะเขียนอะไรบางอย่าง ก่อนที่อะไร ๆ มันจะบิดเบี้ยวเลยเถิดไปหมดในสังคมนี้ …

แม้แนวคิดโดยรวมของ RoyalVDO.com นั้น “เชื่อได้ว่า” คงจะมีเจตนาดี ผมพบว่ามัน “เกินพอดี” ไปหน่อย …

จากหน้า เกี่ยวกับ ของเว็บไซต์ดังกล่าว :

หากมีคนไทยจำนวนหนึ่ง ช่วยกัน DownLoad คลิปวิดีโอ แล้วนำไป UpLoad เข้าใน YouTube หรือเว็บ
อื่นๆ วันละตอน สองตอน หรือมากกว่า จนรวมกันได้มาก เป็นหมื่น เป็นแสน หากจะมีการสืบค้น โดยใช้คำ
ว่า King Thai หรือ King of Thailand หรืออื่นๆ ก็จะพบเป็นหมื่นเป็นแสนเรื่อง
ซึ่งแน่นอนในจำนวนนั้น ย่อม
จะมีคลิปวิดีโอ ที่ไม่เหมาะสม จาบจ้วง ปนอยู่ด้วย แต่กว่าจะดูคลิปนั้นได้คงจะลำบาก ซึ่งนับเป็นการ “สร้าง
น้ำดี ไล่น้ำเสีย” อย่างได้ผล

ส่วนบางท่าน อาจไม่มีเวลา DownLoad / UpLoad ก็สามารถร่วมกัน ถวายงานได้ โดยการเข้าไป โหวต ให้
เรื่องดีๆ นั้น มีดาว เรทติ้งสูง เพื่อให้เมื่อมีการสืบค้น คลิปดีๆ จะได้อยู่ในหน้าแรกๆ ส่วนคลิปไม่ดี (ถ้ามี)ก็
จะไปอยู่ในหน้าหลังๆ ลึกๆ โอกาสจะดูคลิปนั้น ก็คงจะลำบาก

(ตัวเน้น นั้นผมเน้นเอง)

ตามคำนิยามของ Google (เจ้าของ YouTube) ชัดเจนอย่างที่สุดว่านี่คือการทำ duplicate content ทำซ้ำเนื้อหาเยอะ ๆ โดยตั้งใจ เพื่อผลทางอันดับการค้นหา

Duplicate content […]

However, in some cases, content is deliberately duplicated across domains in an attempt to manipulate search engine rankings or win more traffic. Deceptive practices like this can result in a poor user experience, when a visitor sees substantially the same content repeated within a set of search results.

อย่างไรก็ตาม, ในบางกรณี, เนื้อหานั้นถูกทำซ้ำอย่างจงใจทั่วโดเมนต่าง ๆ เพื่อผลในการถูกจัดอันดับโดยเสิร์ชเอนจิ้น หรือเพื่อให้ได้จำนวนเข้าชมมากขึ้น. วิธีปฏิบัติที่ลวงตาเช่นนี้ อาจทำให้เกิดประสบการณ์ใช้งานที่ไม่ดี, เมื่อผู้ชมเห็นเนื้อหาเดียวกันจำนวนมากซ้ำ ๆ ในผลลัพธ์การค้นหา.

ในโลกข้อมูลข่าวสารทุกวันนี้ ลำพังปัญหา information overload มีข้อมูลข่าวสารล้นเกิน มันก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว แล้วจะไปซ้ำเติมปัญหาด้วยการทำซ้ำเนื้อหาอีกหรือ ? เนื้อหาที่ซ้ำ ๆ กันอย่างนี้ ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อ findability คือจะหาอะไรก็หาไม่ค่อยจะเจอ เจอก็เจอแต่ที่ซ้ำ ๆ ที่เคยเจอไปแล้ว เสียทั้งเวลา พลังงาน ทรัพยากร และอารมณ์ … ไม่มีอะไรที่ “พอเพียง” แม้สักอย่างเดียว

ทาง YouTube ได้แสดงออกอย่างชัดเจน ว่าไม่ต้องการเนื้อหาซ้ำ ๆ ลักษณะนี้ ดังจะเห็นได้จากคำอธิบายข้อความแสดงสถานะ Video Status Messages: Rejected (duplicate upload) ที่ระบุว่ามีการตรวจสอบแฟ้มวีดิโอทุกชิ้นที่ได้อัปโหลดเข้าไป เพื่อหลีกเลี่ยงวีดิโอที่ซ้ำ

แน่นอนว่าคุณบอกว่าคุณ “รักในหลวง” อยากจะเผยแพร่ผลงานของท่าน – ซึ่งประเด็นข้อนี้ไม่มีปัญหาอะไรเลย คนทั่วโลกเขาก็อัปโหลดคลิปต่าง ๆ เพราะอยากจะเผยแพร่อะไรบางอย่างเหมือน ๆ กัน ทุก ๆ คนมีสิทธิ์ที่จะทำได้

แต่ในขณะเดียวกัน ปรากฏว่า คุณก็อยากจะเอาเนื้อหา “อื่น ๆ” ออกไปให้พ้นหูพ้นตาชาวโลกเสียด้วย – ปัญหาในกรณีนี้คือ คุณจะอ้างสิทธิ์อะไร ในการไปรบกวนการใช้งานของผู้อื่น ? ที่แม้จะรักในหลวงเหมือนท่าน แต่เขาก็ยังต้องการใช้ YouTube และอินเทอร์เน็ตในเรื่องอื่น ๆ ด้วย ไม่ใช่เอาไว้ดูคลิปในหลวงเพียงอย่างเดียว

อะไรที่ไปกระทบรบกวนการใช้งานอื่น ๆ ?

เอาแค่ใน YouTube คีย์เวิร์ดชุดหนึ่งที่ทางเว็บ RoyalVDO.com แนะนำให้ใช้ คือ “King Thai”
นั้นก็ถูกใช้ร่วมกับคลิปอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับในหลวงพระองค์ปัจจุบันเลย (ไม่ว่าจะในทาง “ดี” หรือ “ไม่ดี” ตามคำนิยามของกลุ่มผู้จัดทำ RoyalVDO.com) เช่น Three King Cobras and a Thai Man in Cambodian Snake Show (โชว์งู), The Lion King – Hakuna Matata (Thai Ver.) (เพลงการ์ตูน),
King Naresuan Trailer 2! (ตัวอย่างหนัง นเรศวร), The king Of Phayao Thailand.01 (พ่อขุนงำเมือง), Cremation ceremory for King Rama VIII Part1 (พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ร.8) ฯลฯ

หรือมีคลิปอีกจำนวนหนึ่ง ที่เป็นคลิปที่เกี่ยวข้องกับในหลวง ถวายพระพรแด่ในหลวงพระองค์ปัจจุบัน แต่ไม่ได้มาจาก RoyalVDO.com
เช่น we love the king (ถวายพระพร จากพสกนิกรไทยในซิดนีย์ เมื่อปีที่แล้ว ถูกดันไปอยู่หน้า 16), Thailand Happy Birthday King! (ถวายพระพร ปีนี้ ถูกดันไปอยู่หน้า 17) — ซึ่งคำถามในกรณีนี้คือ ทางกลุ่ม RoyalVDO.com และผู้ “ร่วมด้วยช่วยกัน” สนับสนุนในทางต่าง ๆ นั้น จะอ้างว่ารักในหลวงมากกว่าคนอื่น ๆ หรืออย่างไร จึงอ้างสิทธิ์ได้ว่า คลิปแสดงความรักของฉันต้องมาก่อนคลิปแสดงความรักของคนอื่น ?

คลิปเหล่านี้ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับในหลวงแต่ไม่ได้มาจาก RoyalVDO.com และที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับในหลวง
แต่ใช้คีย์เวิร์ดหรือ tag ร่วมกับที่ RoyalVDO.com ใช้ ถูกดันลงไปอยู่หน้าท้าย ๆ เพราะต้องหลีกทางให้กับ คลิปจาก RoyalVDO.com เช่น
King Thailand : His Majesty the Kings Diplomatic Ingenuity (ซ้ำกัน 10+ ชิ้น),
King Thai King Bhumibol : Support for the Tsunami Survivors (ซ้ำกัน 8+ ชิ้น),
King Thailand : Songs Written by His Majesty the King (ซ้ำกัน 8+ ชิ้น),
King Thailand King Bhumibol : The Musical Monarch (ซ้ำกัน 10+ ชิ้น),
และอีกหลายสิบหลายร้อยคลิปที่ซ้ำ ๆ (ลองดูรายการผลลัพธ์การค้นหา “king+thai” และในแต่ละหน้าที่แสดงคลิปลองดูในช่อง Related Videos ด้านขวา)
ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ต้องการดูคลิปอื่น ๆ ที่ไม่ใช่จาก RoyalVDO.com บ้าง ก็จำเป็นต้องกดไล่ลงไปทีละหน้า ซึ่งในขณะนี้ต้องกดไปไม่ต่ำกว่าสิบหน้าจึงจะเจอคลิปอื่น ๆ บ้าง (ตามภาษาชาวเน็ต ในเว็บบอร์ดหรือห้องสนทนาในอินเทอร์เน็ต การกระทำเช่นนี้เรียกว่า flooding – ไม่รู้ว่าน้ำดีหรือน้ำเสียล่ะ รู้แต่ว่าน้ำท่วม ท่วมจนล้น)

แม้ตัวเนื้อหาของแต่ละคลิปนั้นจะได้จัดทำมาอย่างดี แต่ด้วยจำนวนซ้ำ ๆ ของมัน นอกจากไม่ได้ช่วยเพิ่มคุณค่าในทางเนื้อหาแล้ว (ดูคลิปเนื้อหาเหมือนกัน 10 ชิ้น ก็ไม่ได้ต่างอะไรก็ดูคลิปเดียว) ยังไปรบกวนการจะค้นพบเนื้อหาอื่น ๆ ด้วย (ซึ่งนี่เป็นเรื่องซีเรียสมากในโลกอินเทอร์​เน็ตทุกวันนี้ อินเทอร์เน็ตอย่างที่เรารู้จักในปัจจุบัน ไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่มีเสิร์ชเอนจิ้น-ที่ไม่ใช่ไดเรกทอรีสารบัญเว็บแบบ Yahoo! ในสมัยเริ่มแรก) ด้วยเหตุนี้ ความซ้ำ ๆ กันของคลิป จึงทำให้คลิปที่ซ้ำหมายเลข 2, 3, … นั้นมีสถานะไม่ต่างไปจาก อีเมลขยะ หรือ spam ในตู้จดหมาย – นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้ว ยังทำให้ยุ่งยากอีก

แล้วด้วยความเร็วอินเทอร์เน็ตระดับประเทศไทยของเรา ยิ่งทำให้มันกระทบต่อการใช้งานของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การ “ป่วน” (อาจจะโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์) แบบนี้ ถึงที่สุดแล้ว ในทางปฏิบัติ effectively ก็เป็นการปิดกั้นการเข้าถึง “เซ็นเซอร์” กลาย ๆ นั่นเอง แม้ไม่ได้ปิดกั้นโดยสิ้นเชิงเสียทีเดียว แต่ก็ทำให้เกิดความยากลำบาก (ซึ่งนี่เป็นข้อที่กลุ่มผู้จัดทำรู้ดี เพราะได้บอกอย่างชัดเจนในหน้า “เกี่ยวกับ” ดังกล่าว)

ผมไม่แน่ใจว่า ทางกลุ่มผู้จัดทำ RoyalVDO.com ได้ตระหนักบ้างไหมว่า อินเทอร์เน็ตนั้นเป็นพื้นที่สาธารณะ ที่ชาวเน็ตทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน วิญญูชนผู้มีอารยะพึงใช้พื้นที่สาธารณะอย่างเอาใจเขามาใส่ใจเรา ทรัพยากรใดที่มีจำกัด ก็พึงใช้ร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ใช่ใช้ราวกับว่าอินเทอร์เน็ตทั้งหมดเป็นของข้าคนเดียว จะทำอย่างไรก็ได้ จะใส่อะไรลงไปเท่าไหร่ก็ได้ โดยคิดถึงแต่จุดประสงค์ของตัวเอง และแม้เว็บไซต์อย่าง YouTube นั้นตามกฎหมายจะเป็นพื้นที่เอกชน แต่ตัวมันก็เป็นพื้นที่ที่มีคนหลาย ๆ คนมาใช้ร่วมกัน จนเกิดเป็นชุมชนขึ้น ผู้เข้าใช้งานทุกคนก็พึงเคารพคนอื่น ๆ ในชุมชนด้วย

… นั่นก็เรื่องหนึ่ง

แต่ความล้นเกินก็คือความล้นเกิน ความไม่ “พอเพียง” นั้นไม่มีที่สิ้นสุด ในหน้า “เกี่ยวกับ” ของ RoyalVDO.com ยังได้แนะนำต่อไปว่า :

ส่วนท่านที่เป็น ผู้บริหาร , เจ้านาย หรือ ครูอาจารย์ ท่านก็มีโอกาสถวายงานได้ โดยการ สั่งการ หรือมอบ
หมายให้ ลูกน้อง/ลูกศิษย์ UpLoad อย่างน้อยวันละ 1 เรื่อง และโหวต อย่างน้อย วันละ….. เรื่อง ก็ยังได้

เห็นแนวคิดอะไรไหมครับ ส่งเสริมการ abuse the power ไหมครับ ? เจ้านายสั่งให้ลูกน้องทำอะไร ๆ … ก็ยังได้

ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนล้วนมีปัญหากับการทุจริตคอรัปชั่น การซื้อเสียง การฉ้อโกง ที่ออกมาเดินขบวนกันเยอะ ๆ ใส่เสื้อเหลืองเสื้อแดงสีต่าง ๆ ตะโกนว่าจะสู้เพื่อในหลวง ก็เพราะมีปัญหากับการฉ้อฉลคดโกงทั้งนั้น (ส่วนอะไรคือสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าฉ้อฉลคดโกง ก็ว่ากันไป อาจจะไม่เหมือนกัน) แล้วลองพิจารณาสิครับ ว่าที่เชิญชวนให้ “สั่งการ หรือมอบ
หมายให้ ลูกน้อง/ลูกศิษย์ UpLoad อย่างน้อยวันละ 1 เรื่อง และโหวต อย่างน้อย วันละ….. เรื่อง ก็ยังได้”
นี้ มันเข้าข่ายอะไร ใช้อำนาจหน้าที่ จัดตั้ง ให้ลงคะแนนให้ ใช่ไหม ถ้าเป็นการเลือกตั้ง ก็เข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้งน่ะแหละ ว่าง่าย ๆ (ซึ่งถ้าผู้บริหารพรรครู้เห็นเป็นใจกับการกระทำแบบนี้ ก็อาจจะถึงขั้นยุบพรรคและตัดสิทธิ์ทางการเมืองผู้บริหาร 5 ปีก็ได้ เป็นเล่นไป)

รักพ่อนั้นดีครับ แต่อย่ารักกันแบบหน้ามืดตามัว หูหนวกตาบอด รักกันแบบพอดี ๆ พอเพียงแบบที่ท่านว่า จะเป็นผลดีต่อพระเกียรติของท่านมากกว่า

เลิกเถอะครับ ทำอะไรให้มันพอดี ๆ เสียบ้าง อย่าให้น่าเกลียด

technorati tags:
,
,
,
,
,
,
,
,
,

Folk Doctor Foundation

เว็บไซต์เพื่อการรักษาสุขภาพและหาความรู้เกี่ยวกับโรคและอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ด้วยตัวเอง

หมอชาวบ้าน
http://doctor.or.th/

ตรวจสุขภาพด้วยต้วเอง,
แพทย์ทางเลือก,
โรคจากการทำงาน,
แม่และเด็ก, …

technorati tags:
,
,
,

History of TLWG and LTN, by Ott

ประวัติความเป็นมาของกลุ่ม Thai Linux Working Group (TLWG) และเว็บไซต์ Linux.Thai.Net (LTN)
เขียนโดยพี่อ็อท ภัทระ เกียรติเสวี (Ott) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มจัดทำเว็บไซต์ดังกล่าว พี่อ็อทมีส่วนร่วมกับการพัฒนาลีนุกซ์ในเมืองไทยตั้งแต่ช่วงแรก ๆ คือ Linux-SIS

เอกสารนี้คัดลอกมาจาก http://linux.thai.net/plone/about/history ซึ่งปัจจุบันส่วน Plone ซึ่งเป็น CMS ตัวเดิมของ Linux.Thai.Net นั้นเลิกใช้แล้ว ด้วยความกลัวว่าจะสูญหายไป จึงขออนุญาตคัดลอกมาไว้ ณ ที่นี้ครับ

ตามบันทึกเอกสารนี้ปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2548 ลิงก์ต่าง ๆ ด้านล่างนี้ เป็นไปตามเอกสารต้นฉบับ ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ (บางลิงก์ก็ตายแล้ว เช่น http://linux.thai.net/old-proposal.html) รวมถึงตัวสะกดทุกอย่างก็คงไว้อย่างเดิมด้วย เพื่อเหตุผลในการอ้างอิง — สำหรับลิงก์ที่ผมคิดว่าน่าจะเพิ่มเติมเข้าไปเพื่อประโยชน์ในค้นคว้าเพิ่มเติม จะรวบรวมเอาไว้ด้านท้ายเอกสารทั้งหมดครับ (หลังคำว่า [จบเอกสาร])

[เริ่มเอกสาร]


History of TLWG and LTN

ความเป็นมา

การใช้ Linux ในประเทศไทยนั้นมีมานานแล้ว ในระยะแรกนั้นการใช้งานส่วนใหญ่จะมีอยู่ตาม สถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัย หลังจากนั้นก็ได้แพร่หลายไปยังบริษัทเอกชน ที่ประกอบธุรกิจด้าน Internet และภาคเอกชนอื่นๆ รวมถึงภาครัฐ อย่างไรก็ดี การใช้งาน Linux ในระยะแรกยังเป็นไปอย่างไม่ง่ายดายสำหรับผู้ใช้ทั่วไปนัก เนื่องจากวิธีการใช้งานที่ค่อนข้างซับซ้อน และ เอกสารภาษาไทยยังมีไม่มาก ผลิตผลของคนไทยหรือที่เกี่ยวข้องกับภาษาไทยบน Linux มีกลุ่มที่เด่นๆ เช่น ไกวัล ลินุกซ์ เน้นทำ Distribution แบบธุรกิจ, บูรพาลินุกซ์เป็น Distribution จากมหาวิทยาลัยบูรพา และกลุ่ม ZzzThai ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนไทยในมหาวิทยาลัย Electro Communications ที่โตเกียว ทำการพัฒนาด้านภาษาไทย และ Thai Extension (ชุดซอฟต์แวร์ที่ลงเพิ่มบน Linux ปกติแล้วทำให้ใช้งานภาษาไทยได้) นอกจากนี้ยังมีนักพัฒนาอิสระกระจายอยู่ทั่วไป

ในปี 2540 (1997) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) โดย ห้องปฏิบัติการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ได้มีการนำเอาซอฟต์แวร์ Linux มาพัฒนาเป็น Internet Server สำหรับโรงเรียน เพื่อใช้เป็นเครื่องบริการในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของโรงเรียน ใน โครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย (SchoolNet) ) ภายใต้ชื่อ Linux School Internet Server (Linux SIS) โดยเน้นการพัฒนาให้ง่ายต่อการติดตั้งและการใช้งาน สำหรับครูในโรงเรียน และประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถใช้งานแทนอินเทอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ราคาสูง
โดย Linux-SIS 1.0 ได้ออกเผยแพร่ในเดือนเมษายนปี 2540 (1997) เวอร์ชั่น 2.0 ในเดือนมีนาคมปี 2541 (1998)

หลังจากที่ Linux-SIS 2.0 ได้ออกเผยแพร่ ทีมพัฒนา Linux-SIS ของเนคเทค ได้มีโอกาสพบปะกับกับ ผู้ใช้และนักพัฒนาจากสถาบันและหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน และมีความเห็นตรงกันที่จะรวมกลุ่มกันขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ และร่วมกันพัฒนาซอฟต์แวร์ Linux ให้เหมาะกับการใช้งานของคนไทยมากขึ้น ให้ทำงานไม่ซ้ำซ้อนกัน จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง Thai Linux Working Group และเวบไซต์ http://linux.thai.net (LTN) ในเดือนกันยายน 2541 (1998)

เป้าหมายอันดับแรกของ TLWG และ LTN ก็คือ จัดทำบริการ mailing list ที่มีการเชื่อมต่อกับ newsgroup (โดยความสนับสนุนจากคุณวุฒิชัย ที่ประเทศญี่ปุ่น) และ wwwboard เพื่อให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้มาสนทนากันได้โดยสะดวก และเปิดเผย ตามวิธีที่ชอบ และมีการรวบรวมงานพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องภาษาไทย ซึ่งตอนแรกนั้นอยู่ กระจัดกระจายกันไป เข้ามาไว้ด้วยกัน และมีแผนหนึ่งปีคร่าวๆ ที่จะทำ Linux Distribution ที่เน้นการใช้งานภาษาไทยบน Desktop โครงร่างแผนการคร่าวๆ สามารถดูได้ที่ http://linux.thai.net/old-proposal.html โดยขณะนั้นยังตั้งชื่อเป้าหมายผลิตภัณฑ์เป็น Thai Linux 1.0 (ภายหลังเมื่อเสร็จแล้ว ถูกตั้งชื่อเป็น MaTEL และ Linux-TLE ตามลำดับ ดังจะกล่าวต่อไป) การทำงานของ TLWG ได้รับการสนับสนุนอย่างมากด้านทรัพยากรจาก NECTEC

งานพัฒนาของกลุ่มคน TLWG ได้เริ่มโดยการปรับปรุง Thai Extension (ซึ่งเป็นส่วนเพิ่มเติมภาษาไทย ที่จะไปลงเพิ่มเติมบนซอฟต์แวร์ Linux แล้วทำให้ใช้งานภาษาไทยได้) ต่อจากที่ตัวที่ คุณพูลลาภและคุณไพศาล (ขณะนั้นเป็นนักเรียนไทยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น, กลุ่ม ZzzThai ที่กล่าวข้างต้น) ได้พัฒนาไว้ (TE_Jan22.tar.gz ซึ่งประกอบด้วยฟอนต์ไทย, ผังแป้นพิมพ์ไทย, เทอร์มินัลภาษาไทย และอื่นๆ) ให้ใช้งานได้บน Red Hat 6.0/Mandrake 6.0 โดยคุณพูลลาภยังเป็นกำลังสำคัญในการทำงานดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากนักพัฒนาในแหล่งอื่น เช่น NECTEC โดยเฉพาะทางฝ่าย ห้องปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาภาษาและวิทยาการความรู้ (Linguistics and Knowledge Science Laboratory) หรือที่รู้จักกันในนามของ LINKS ซึ่งในขณะนั้นมีงานพัฒนาภาษาไทยใน Mule/Emacs (โดย ดร.วิรัช ศรเลิศล้ำวาณิช ร่วมกับทาง ElectroTechnical Laboratory (ETL) ประเทศญี่ปุ่น), LaTeX ภาษาไทย (โดย ดร. สุรพันธ์ เมฆนาวิน พร้อมฟอนต์จากการทำงานร่วมกันของ ดร.วิรัช และ Yannis Haralambous ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานชื่อฟอนต์จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ว่า “นรสีห์”), โปรแกรมตัดคำภาษาไทย swath (โดย คุณไพศาล เจริญพรสวัสดิ์), พจนานุกรมไทย-อังกฤษ Lexitron และ th_TH locale หรือข้อกำหนดธรรมเนียมท้องถิ่นไทย (โดยคุณเทพพิทักษ์ การุญบุญญานันท์); คุณวุฒิชัย อัมพรอร่ามเวทย์ ซึ่งพัฒนาเทอร์มินัลภาษาไทยและโปรแกรมตัดคำไทย cttex; คุณพฤษภ์ บุญมา ซึ่งพัฒนาการเรียงคำไทยใน MySQL; คุณ ]d ซึ่งพัฒนา windowmaker และโปรแกรมแสดงสถานะภาษาแป้นพิมพ์ nonlock; ไกวัลซอฟต์แวร์ซึ่งช่วยพัฒนา KDE front-end สำหรับ Lexitron และอื่นๆ อีกพอสมควร รายละเอียดสามารถดูได้ที่
ftp://linux.thai.net/pub/thailinux/software/software.old/TE/redhat-6.0-6.1 (เดิมอยู่ที่ NECTEC FTP:
ftp://ftp.nectec.or.th/pub/thailinux/software/TE/redhat-6.0-6.1/)

หลังจากที่มี Thai Extension แล้ว ก็มีแนวความคิด ที่จะทำให้ใช้งาน Linux กับภาษาไทย ได้ง่ายขึ้นไปอีก โดยจัดทำเป็น Linux Distribution ที่มีการติดตั้ง Thai Extension ไว้ให้เรียบร้อยเลย ตามแผนที่วางไว้คร่าวๆ ในตอนแรก (Thai Linux 1.0) โดยมุ่งจะให้เข้าถึงผู้ใช้ทั่วไป (ต่างจาก Linux-SIS ที่มุ่งเป้าหมายไปที่ผู้ดูแลระบบ สำหรับการใช้งานด้าน Server) เน้นการใช้งานเป็นเครื่อง Desktop PC โดยรวบรวมซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับภาษาไทยต่างๆ ที่มีและพัฒนาบางส่วนที่ยังขาด

ในเดือนกรกฏาคม 2542 (1999) (ประมาณสิบเดือนหลังจากเริ่มก่อตั้ง TLWG) Linux Distribution ใหม่ ในนาม MaTEL (Mandrake and Thai Extension Linux) ก็ได้ออก
เผยแพร่เวอร์ชั่น 6.0 โดย NECTEC มีการจัดงานสัมมนา Workshop on Open Source/Linux I โดยการสนับสนุนของ ETL และ CICC และ MaTEL-Linux ก็ถูกเผยแพร่ในรูป CD ในงานนั้นด้วย

หลังจากนั้น การพัฒนาได้ดำเนินต่อไป และ MaTEL ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Linux-TLE (Linux Thai Language Extension) เนื่องจากเพื่อไม่เป็นการยึดติดกับ Mandrake Linux
มากเกินไป เวอร์ชั่น 6.01 และ 6.1 ได้ถูกเปิดเผยสู่สาธารณชน ต่อมาในเดือน กันยายน 2542

Linux-TLE มีให้ดาวน์โหลดฟรีจาก ftp.nectec.or.th และแจกในรูป CD ในงานสัมมนาต่างๆ เช่น Linux Demo Day (ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) หรือ ตามโอกาสที่มีผู้ให้การสนับสนุน เช่น จาก www.linuxboard.com และนิตยสาร IT Soft

การใช้งาน Linux ในกลุ่มผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป ได้เป็นไปอย่างแพร่หลายมากขึ้น Linux มีการสนับสนุนการใช้งานภาษาไทยที่ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม Linux ยังไม่อยู่ในจุดที่เรียกว่าสมบูรณ์แก่การใช้งาน Desktop ทั่วไป ยังต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติมอีกพอสมควร งานพัฒนา จึงมีดำเนินต่อไป โดยมุ่งพัฒนาปรับปรุงให้การใช้งาน Linux ในงาน Desktop เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ ขอบเขตงานของ Linux-TLE ได้ขยายกว้างขึ้น และมีงานที่ต้องทำมากขึ้น เกินแรงที่ทางกลุ่ม TLWG ซึ่งเป็นเพียงอาสาสมัครอิสระจะนำการพัฒนา Distribution และเผยแพร่ได้ ทางเนคเทคซึ่งมีส่วนร่วมในทีมพัฒนา Linux-TLE มาตั้งแต่แรกๆ จึงได้รับช่วงต่อเป็นผู้นำการพัฒนาและเผยแพร่ Linux-TLE ในเวอร์ชั่นถัดๆ มา ตั้งแต่ต้นปี 2543 (2000)

ภายใต้การดูแลของเนคเทค Linux-TLE ได้รับการตั้งชื่อเป็นภาษาไทยว่า “ลินุกซ์ทะเล” และใช้สัญลักษณ์รูปปลาโลมาตั้งแต่เวอร์ชัน 3.0 เป็นต้นมา โดยมาจากแนวคิดของ ดร. วิรัช ศรเลิศล้ำวาณิช นอกจากนี้ ยังได้กำหนดชื่อรหัสประจำรุ่นเป็นชื่อทะเลของไทยอีกด้วย

ลินุกซ์ทะเล 3.0 ชื่อรหัส “ตะรุเตา” ออกเผยแพร่เป็นครั้งแรกในงานนิทรรศการของเนคเทค เมื่อ 14 มิถุนายน 2543 (2000) ใช้ RedHat 6.2 เป็นฐาน ซึ่งรุ่นนี้ เริ่มมีการแพตช์ไฟล์บางไฟล์ของ XFree86 แต่ก็โดยอาศัย RPM script ในแพกเกจพิเศษ ยังไม่มีการ patch upstream source โดยตรง

ในระหว่างนี้ ในหมู่ TLWG ได้มีการพบโค้ด XIM (ระบบการป้อนอักขระ) ภาษาไทยในซอร์สของ XFree86 (พบโดย คุณพฤษภ์ บุญมา) ซึ่งยังทำงานไม่สมบูรณ์ ซึ่งทำให้เริ่มเห็นปัญหาที่ต้องแก้ไขเพิ่มใน XFree86 แต่ใน Linux-TLE 3.0 ได้ใช้วิธีขัดตาทัพ เลี่ยงปัญหาไปก่อน

ลินุกซ์ทะเล 4.0 ชื่อรหัส “สิมิลัน” เปิดตัวเมื่อ 13 ตุลาคม 2544 (2001) ดูแลโดยทีมงานของคุณโดม เจริญยศ ตามที่เนคเทคว่าจ้าง โดยคุณโดมได้เปลี่ยนไปใช้ Redmond Linux (ปัจจุบันคือ Lycoris) รุ่น beta เป็นฐาน และได้เผยแพร่ไปกับหนังสือ “ลินุกซ์ทะเล” ซึ่งเขียนโดยคุณกริช นาสิงห์ขันธุ์ จัดพิมพ์โดยบริษัท ซีเอ็ดยูเคชัน จำกัด นับเป็นลินุกซ์ทะเลรุ่นแรก ที่แพร่กระจายไปสู่ผู้ใช้ทั่วประเทศอย่างทั่วถึง และในรุ่นนี้ ได้รวบรวมงานที่นักพัฒนาใน TLWG ได้ทำงานร่วมกับโครงการต้นน้ำอย่าง XFree86 ไว้ด้วย คือการแก้ไขปัญหาการป้อนอักขระภาษาไทยด้วย XIM โดยใช้ key symbol ของไทยแท้ๆ จากเดิมที่ใช้การ hack ผ่าน symbol ของภาษาละติน รวมทั้งการแก้ไขชื่อรหัสภาษาไทยใน X จาก TACTIS เป็น TIS-620 ด้วย

สำหรับการแก้ไข XIM นี้ ความจริงมองเห็นกันมานานแล้ว แต่ถูกเร่งโดยปัญหาที่เกิดจากการแก้ผังแป้นพิมพ์ไทยของนักพัฒนา Mandrake ทำให้เราใช้ Latin hack ต่อไปไม่ได้ แต่ผลดีที่ได้ ก็คือการป้อนข้อมูลภาษาไทยที่มีการตรวจลำดับตามข้อกำหนด วทท (รายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติม) นับเป็นจุดเริ่มต้นอีกจุดของการทำงานเรื่องภาษาไทยบนระบบเดสก์ทอปขนานใหญ่ในเวลาต่อมา

ลินุกซ์ทะเล 4.1 ชื่อรหัส “พีพี” เปิดตัวเมื่อ 14 มีนาคม 2545 (2002) ในงานประชุม TLUG ที่ Software Park ลินุกซ์ทะเล 4.1 ออกตามรุ่น 4.0 มาติดๆ ด้วยปัญหาเรื่องการตอบคำถามผู้ใช้ เนื่องจากทีมงานไม่คุ้นเคยกับ Redmond Linux และการทำลินุกซ์แผ่นเดียวทำให้ขาดแคลนเครื่องมือหลายอย่าง ลินุกซ์ทะเล 4.1 ได้ย้อนกลับมาใช้ RedHat เป็นฐานอีกครั้ง โดยทำเพิ่มจาก RedHat 7.2 ในรุ่นนี้ เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ได้รับความช่วยเหลือมากมายจากบุคคลในชุมชน TLWG ทั้งผ่านเมลส่วนบุคคล และผ่าน mailing list เช่น การแก้ gswitchit applet เพื่อแสดงภาษาไทย (คุณพฤษภ์ บุญมา), การปรับปรุง ThaiLaTeX (คุณชนพ ศิลปอนันต์) ฯลฯ ดังรายนามที่ปรากฏในปกซีดี ทำให้ระบบภาษาไทยสมบูรณ์ขึ้นมาก และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกอย่าง คือการใช้ระบบ apt เป็นครั้งแรก

ลินุกซ์ทะเล 4.1 เป็นรุ่นแรกที่มีกระแสตอบรับผ่านสื่อต่างๆ มากมาย เพราะเป็นช่วงที่มีการตื่นตัวเรื่องลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศ อันเนื่องมาจากการตรวจจับของ BSA ซึ่งเสียงตอบรับก็มีทั้งด้านบวกและด้านลบ เพราะความไม่คุ้นเคยของผู้ใช้ และความไม่พร้อมต่อความคาดหวังของมหาชนในการใช้งานเดสก์ทอปของลินุกซ์นั่นเอง

ท่ามกลางกระแสลินุกซ์และโอเพนซอร์สในประเทศที่ทะลักเข้ามา ชุมชน TLWG ไม่สามารถรองรับผู้ใช้ลินุกซ์ทะเลได้เพียงพอ จึงได้เกิดเว็บ OpenTLE ขึ้นมารองรับโครงการโอเพนซอร์สของเนคเทคโดยเฉพาะ โดยเริ่มเปิดใช้ตั้งแต่ลินุกซ์ทะเล 5.0 เป็นต้นมา

Linux-TLE เวอร์ชั่นถัดๆ มามีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมาก รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Linux-TLE ในปัจจุบันสามารถดูได้ที่ OpenTLE

LTN และ TLWG ยังคงบทบาทที่จะเป็นแหล่งพบปะของนักพัฒนา และสนับสนุนการพัฒนาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และ เปิดเผยต่อไป โดยเน้นการพัฒนาแบบแก้ไข, ปรึกษาสาธารณชน(ในกรณีที่การพัฒนาของท่านมีผลกับคนไทยโดยรวม) และส่งกลับไปยังต้นน้ำ เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผลโดยอัตโนมัติในเวอร์ชั่นถัดๆ ไป โดยสนับสนุนการใช้งานในทุกๆ Distribution

ในเดือนสิงหาคมปี 2001 นักพัฒนานำโดยคุณเทพพิทักษ์ การุญบุญญานันท์ ได้พัฒนาซอฟต์แวร์
LibThai 0.1.0 เป็นคลังรวมโปรแกรม, ฟังก์ชั่นต่าง (ในรูปที่เรียกว่า Library) ที่เกี่ยวข้องกับการใช้และสนับสนุนภาษาไทย ในแต่ละ applications เช่น การตัดคำ, การจัดการเกี่ยวกับ character และ string สำหรับภาษาไทย, input และ output method เพื่อให้นักพัฒนาท่านอื่นๆ สามารถนำไปใช้และอ้างอิงได้

TLWG ได้รับการสนับสนุนอย่างมากจาก ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (เนคเทค) ตั้งแต่ก่อตั้ง ในด้านทรัพยากรต่างๆ ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ อย่างไรก็ตาม TLWG เป็นกลุ่มงานอิสระ ที่ประกอบด้วยนักพัฒนาอิสระจากทั่วทุกมุมโลก ไม่เฉพาะจากองค์กรหนึ่งองค์กรใด และ ดำเนินงานโดยอิสระ ไม่ขึ้นต่อหน่วยงานใดๆ

Created by ott
Last modified 2005-02-21 03:21 PM


[จบเอกสาร]

ลิงก์/บันทึก

  • ott – ผู้เขียน ภัทระ เกียรติเสวี (Ott) หนึ่งในผู้ริเริ่มจัดทำเว็บไซต์ LTN ภัทระมีส่วนร่วมพัฒนาลีนุกซ์ในเมืองไทยตั้งแต่ช่วงแรก ๆ คือ Linux-SIS ปัจจุบันอยู่บริษัทเมตามีเดียเทคโนโลยี ผู้พัฒนาพจนานุกรม Longdo และแผนที่ Longdo
  • Kaiwal Linux โดยบริษัท ไกวัล ซอฟต์แวร์ (เชน) จำกัด (kaiwalsoftware.com – ลิงก์ตาย) ไกวัลเป็นลีนุกซ์ดิสทริบิวชันเชิงพาณิชย์ตัวแรกของไทย ก่อตั้งโดย กานต์ ยืนยง ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น GrandLinux เมื่อปี พ.ศ. 2545; ปัจจุบันกานต์เป็นผู้จัดการธุรกิจ แผนกพัฒนาธุรกิจ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน)
  • Burapha Linux โครงการบูรพาลีนุกซ์ ลีนุกซ์ดิสทริบิวชันโดยมหาวิทยาลัยบูรพา
  • ZzzThai โครงการสื่อไทย
  • University of Electro-Communications โตเกียว ญี่ปุ่น
  • Thai Extension ส่วนขยายสำหรับลีนุกซ์ เพื่อให้ใช้ภาษาไทยได้
  • SchoolNet โครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
  • Linux SIS เดิมชื่อ Linux School Internet Server เป็นลีนุกซ์ดิสทริบิวชันสำหรับโรงเรียน ต่อมาขยายเป็น Linux School or Small Office Internet Server รองรับการใช้งานของสำนักงานขนาดเล็กด้วย
  • “คุณพูลลาภ” ZzzThai (บล็อกเก่า, บล็อกที่ MM) พูลลาภ วีระธนาบุตร ขณะนั้นเป็นนักเรียนไทยที่ญี่ปุ่น ปัจจุบันอยู่บริษัทเมตามีเดียเทคโนโลยี เช่นเดียวกับภัทระ ปัจจุบันทำงานที่ Tanabutr Photobook
  • “คุณไพศาล” swath ไพศาล เจริญพรสวัสดิ์
    ปัจจุบันศึกษาต่อปริญญาเอกด้านแปลเสียงพูดอัตโนมัติ ที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน; swath เป็นโปรแกรมตัดคำภาษาไทย
  • “ดร.วิรัช” เนคเทค Mule/Emacs วิรัช ศรเลิศล้ำวาณิช นักวิจัยด้านเทคโนโลยีภาษาและความรู้ที่เนคเทค; Emacs เป็นโปรแกรมแก้ไขข้อความตัวหนึ่งที่นิยมมากบนยูนิกซ์/ลีนุกซ์ สามารถเพิ่มความสามารถต่าง ๆ ได้สะดวก; Mule (Multilingual Environment) เป็นส่วนขยายให้ Emacs รองรับการใช้งานหลายภาษา
  • “คุณวุฒิชัย ที่ประเทศญี่ปุ่น” วุฒิชัย อัมพรอร่ามเวทย์ ปัจจุบันอยู่บริษัทเมตามีเดียเทคโนโลยี เช่นเดียวกับภัทระ

ตัวผมตอนนี้กำลังทำการบ้านเรื่องชุมชนซอฟต์แวร์เสรี วัฒนธรรมแฮกเกอร์ อะไรทำนองนี้ในเมืองไทยอยู่ครับ ใครมีข้อมูล มีเรื่องเล่า หรือพบเจออะไรน่าสนใจ ก็บอกกันได้นะครับ ขอบคุณมากครับ 🙂

2008.10.01 – ปรับปรุงข้อมูลคุณพูลลาภ จากคุณพูลลาภ

technorati tags:
,
,

CiteULike serious-crash course

ในชั้นเรียนเมื่อวันพุธแรกของวิชา อาจารย์แนะนำให้ใช้ EndNote สำหรับเก็บเอกสารอ้างอิง และช่วยเขียนอ้างอิง citation ทำบรรณานุกรม

ผมเองซึ่งใช้ EndNote (ของบริษัท Thompson Reuters) ไม่ได้ เพราะมันรันได้เฉพาะบน Windows และ Mac OS X ไม่มีลีนุกซ์ ก็เลยเสนอไปว่า มันมีทางเลือกอย่าง CiteULike (www.citeulike.org) อยู่นะ ซึ่งก็มีความสามารถพวกนั้นเหมือนกัน อาจจะสะดวกไม่เท่าในแง่การผนวกกับ Microsoft Word แต่ก็โอเคนะ

(มานั่งนึก ๆ ทีหลัง บางทีทางเลือกนี้คงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่า EndNote … ถ้าพูดในแง่ราคา ตราบใดที่ยังเป็นนักศึกษาหรือทำงานในมหาวิทยาลัย เขาก็มีสัญญาอนุญาตของมหาวิทยาลัยให้ใช้อยู่แล้ว … ถ้าพูดในแง่ความสะดวกที่อยู่บนเว็บ เดี๋ยวนี้มันก็มี EndNoteWeb ให้ใช้ … แต่ถ้าคิดถึงเรื่องว่า สักวันหนึ่งเราก็คงไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัยต่อไป แล้วอยากจะใช้ข้อมูลเก่า ๆ ที่เราเก็บไว้ล่ะ คิดว่าคุ้มไหมที่จะซื้อ EndNote ในตอนนั้น หรือว่าใช้ CiteULike ไปเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย ?)

เว็บ CiteULike นี้ หลายคนก็คงรู้จักกันอยู่แล้ว แต่ในชั้นเรียนประมาณ 15 คนนั้น รวมอาจารย์เป็น 16 มีผมรู้จักอยู่คนเดียว — ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับผมเรียนคอมพิวเตอร์มาคนเดียวรึเปล่า ที่เหลือเขาเรียนสังคมศาสตร์/มนุษยศาสตร์กันหมดเลย

วิธีใช้อย่างละเอียด รวมถึงวิธีใช้งานกับ EndNote โดยห้องสมุดของโคโลราโด เดนเวอร์ (ภาษาอังกฤษ)

จะใช้ CiteULike ต้องสมัครสมาชิกก่อนถึงจะใช้ได้ สมัครฟรี ใช้ฟรี

แต่ละคนก็จะมีหน้าของตัวเอง มีประมาณว่าห้องสมุดของตัวเอง นี่ตัวอย่างหน้าของผม
http://www.citeulike.org/user/arthit/

จะเห็นมีรายการเปเปอร์อยู่ยาว ๆ นั่นคือที่ผมใส่เข้าไปเอง
พร้อมกับรายละเอียดสั้น ๆ เช่น ชื่อคนเขียน เราอ่านไปรึยัง
มีคนอื่นอ่านอยู่มั๊ย-กี่คน ฯลฯ

เราใส่ป้ายเพื่อแบ่งหมวดหมู่ได้ด้วย เช่น anthropology ethnography thai อะไรก็ว่าไป

แต่ละอันกดเข้าไปดูได้ เช่น อันนี้

ที่สะดวกคือ สำหรับคนที่จะเขียนเอกสารวิชาการ
เราสามารถเลือกรูปแบบการอ้างอิงได้ด้วย ว่าจะเอาแบบไหน
ตรงใต้ชื่อบทความ ลองกดเปลี่ยนจาก Plain เป็นอย่างอื่นดู
เช่น APA, Elsevier, Harvard, Oxford ฯลฯ

ถ้าใครใช้โปรแกรมอย่าง EndNote หรือ LaTeX
สามารถสร้าง RIS record หรือ BibTeX record เพื่อเอาไปใช้ในโปรแกรมพวกนั้นได้ด้วย

แล้วถ้าเรามีแฟ้ม pdf เราสามารถอัพโหลดไปเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ได้ด้วย
ก็จะช่วยจัดการเรื่องเก็บเปเปอร์ให้เราได้ (มันเปลี่ยนชื่อแฟ้มให้ด้วย เป็นรูปแบบ ชื่อคน ปี ให้ดูง่าย ๆ)
ไปใช้เครื่องไหนที่ไหนก็ยังมีเปเปอร์ที่เราเคยเก็บไว้อยู่
(ตัวแฟ้ม pdf ส่วนตัวนี่แชร์ไม่ได้ เว้นว่าเรามีสิทธิเผยแพร่)

ส่วนเวลาเพิ่มเปเปอร์นี่ไม่ยาก แค่กด ๆ ไม่กี่ที ลองไปที่ post
จะมีอธิบายอยู่ (ต้องล็อกอินก่อน)

นอกจากก็เก็บไว้ดูเองคนเดียวแล้ว
ก็ยังสามารถสร้างกลุ่มได้ด้วย เอาลิงก์มาแบ่ง ๆ กันได้
เช่นในห้องสมุดของกลุ่มนี้
จะเห็นว่ามีหลาย ๆ คนเอาลิงก์มาใส่

เช่นผมลองสร้างกลุ่มของรุ่นไว้ เอาไว้เก็บเปเปอร์ที่พวกเราต้องอ่านกัน
หรือว่าที่มันเกี่ยว ๆ

สำหรับคนที่จะตามงานในวารสารต่าง ๆ สามารถค้นหาได้ที่หน้า Journals: Current Issues

ค้นหาได้ด้วย เช่นค้นคำว่า “cultural studies” ก็จะเป็นรายการวารสารต่าง ๆ ที่มีคำว่า cultural และ studies

แต่ละอันเลือกกดเข้าไปดูได้ ว่าล่าสุดมีบทความอะไรตีพิมพ์แล้วบ้าง
เช่นลองกด “Cultural Studies”
ก็จะเป็นรายการบทความในวารสาร Cultural Studies

ถ้าดู ๆ แล้ว มีอะไรน่าสนใจ สามารถเพิ่มบทความที่ต้องการ ลงในห้องสมุดของเราเองได้ โดยการกดที่ลิงก์ [copy]

(ปรับปรุงจากอีเมลที่ส่งหาเพื่อน ๆ และอาจารย์ ในชั้นเรียน)

technorati tags:
,
,

hidden text in Kapook again

รู้จาก duocore.tv และตามไปอ่านในบล็อก mormmam และ pittaya

เรื่องเดิม ๆ ครับ คล้าย ๆ กับที่เคยเป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ กับการทำ search engine “optimization”

Big blackhat SEO in thailand again (รูปภาพ นิกกี้ เพลย์บอย หนุ่มหล่อ ถ่ายแฟชั่น ยั่วน้ำลาย ชาวเกย์)

Hidden text again (รูปภาพ Wonder Girls 5 สาวสวย ดาราเกาหลี)

เท่าที่ดู คราวนี้นี่ไม่ได้เป็น spam เพราะว่าเนื้อหาก็ออกมาทำนองคำค้นพวกนั้น (ไม่เหมือนครั้งก่อน) แต่อย่างไรก็ตาม hidden text นี่มันก็ถือว่าเอาเปรียบเว็บไซต์อื่น ๆ เขา ในแง่ว่าไปดันอันดับคนอื่นในเสิร์ชเอนจิน (ไม่ได้ใช้ clear text เหมือนกันหมด แฟร์ ๆ)

ทั้งนี้ ดูจากโค้ด HTML ในหลาย ๆ หน้า ก็ไม่น่าจะใช่ user-generated content ด้วยแน่ ๆ (อย่างที่เคยอ้างในครั้งก่อน) น่าจะเป็นการเขียนโปรแกรมแทรกชุดคำดังกล่าวเข้าไป

กรณีนี้ผิดไหม ผมก็คงไปตัดสินแทนใครไม่ได้ แต่ละองค์กรก็มีแนวนโยบายการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกันไป เว็บไซต์ไหน เสิร์ชเอนจินไหน ผู้ใช้คนไหน จะคิดอย่างไร ก็เป็นเรื่องของเขาละกันครับ แต่ก็คงจะน่ารักดี ถ้า ทำก็บอกว่าทำ ไม่ต้องโกหก บ่ายเบี่ยง เลี่ยงประเด็น หรือดิสเครดิตคนที่เขาชี้ให้เห็น ไม่มีอะไรน่าอาย ถ้าคิดว่ามันไม่ผิดครับ 🙂

technorati tags:
,
,

design @ KMUTT, BKK, WEB

REDEK – Research and Design Service Center KMUTT คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

designXTENSION – หลักสูตรพิเศษด้านการออกแบบ เลือกเรียนได้ตามอัธยาศัย มีทั้งหลักสูตร 1 ปี 2 ปี หรือเลือกเรียนเฉพาะวิชาได้ เรียนที่อาคาร Bangkok CODE ถนนสาทรใต้ — ที่น่าสนใจเช่นโมดูล human centered design และวิชา interface design (ดูรายชื่อวิชาที่เว็บ Bangkok CODE จะอัพเดทกว่า)

อีกทีที่มีสอนการออกแบบให้ลงเรียนได้ตามชอบใจคือ ศูนย์ศิลปะนานาชาติ สมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพ (Alliance Française de Bangkok)

แถม (พักนี้แถมเยอะ) : TCDCCONNECT ทีซีดีซีคอนเน็ค เชื่อมคนทำงานสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน มีบทความ มีลิงก์น่าสนใจ และแนะนำบล็อกด้านออกแบบหรือไอเดียใหม่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ

“ TCDCCONNECT เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลข่าวสารและความรู้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทย ในการพัฒนาธุรกิจของตนเอง ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักศึกษาและผู้สนใจด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์
เพื่อพัฒนาไปสู่การประกอบอาชีพในอนาคต ”

แถม (ไม่เลิก) : ของเก่าเล่าใหม่ เว็บ fuse ที่ปล่อยของสำหรับคนมีของ (งานทั้งหมดเป็นครีเอทีฟคอมมอนส์) — และนิตยสาร “ฟิ้วววว” เล่มเล็ก ที่เคยแถมพกมากับไบโอสโคป กำลังจะโตเป็นเล่มใหญ่แล้ว (เห็นไหม ของแถม ไม่ใช่เรื่อง แถม ๆ)

technorati tags:
,
,
,

xxx.kapook.com

This news in English: Blackhat SEO on Kapook.com, at Quando Omni Flunkus Moritati blog

In Japanese 日本語: kapook祭り, タイだ。

เสาร์ 22 มีนา บ่ายโมง – Kapook ชวนคุยเรื่องนี้
@ บ้านไร่กาแฟ เอกมัย (BTS เอกมัย)

pittaya เจ้าเก่าของเรา คุ้ยแคะแกะเว็บเอาเปรียบชาวบ้าน มาให้เราดูกันอีกแล้วครับ

คราวนี้เป็นเว็บยอดฮิตซะด้วย…

xxx.kapook.com

จะเป็นยังไง ลองไปอ่านที่ pittaya เขียนไว้ดู ได้รู้ได้เห็นทั้งหมดแล้วก็ เฮ่อ… อีกแล้วหนอ…

“คลิป sex xxx หนังโป๊ เรื่องเสียว”

เหล่านี้ล้วนเป็นคำที่ติดอันดับการค้นหาสูงอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย
และมันก็ยั่วยวนเหลือเกิน ที่จะนำคำเหล่านี้มาใส่ไว้ในเว็บของตัว เพื่อหวังทำอันดับการค้นหาให้สูงขึ้น
หรือที่เราเรียกกันว่า Search Engine Optimization (SEO)

การทำ SEO นั้น จะว่าไปก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ แต่มันก็มีขอบเขตอยู่ —
การนำเอาคำสำคัญ (คีย์เวิร์ด) ต่าง ๆ มาใส่ไว้ในหน้าเว็บ ทั้ง ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาของเว็บเลย
หรือพูดอีกอย่างก็คือ ใส่เข้ามาเพื่อหวังผลให้อันดับเว็บสูงขึ้นเท่านั้น เป็นเรื่อง อืม จะใช้คำว่าอะไรดี ขี้โกง ได้มั๊ย ? หรือพูดให้สุภาพหน่อยก็คือ ไม่มีความรับผิดชอบต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ต (ทำไมลิงก์ของคุณ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการหา ถึงต้องขึ้นมากินที่ลิงก์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกว่าด้วย ?
หรือพูดอีกอย่างก็คือ ทำให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ลำบากขึ้น ถ้าใช้คำของกูเกิลก็คือ “detract from users’ ability to locate relevant information”)

xxx.kapook.com Blackhat SEO
"xxx" on Truehits

การทำแบบนี้ เรามีชื่อเรียกมันว่า blackhat SEO หรือ spamdexing (spam + indexing ทำให้มีดัชนีขยะในเสิร์ชเอนจิ้น “สแปมเด็กซิ่ง” ชื่อเท่มะ)
และ spamdexing นี้ ก็ผิดนโยบายของกูเกิลและเสิร์ชเอนจิ้นต่าง ๆ ด้วย (อย่างที่ได้ว่าไปแล้วข้างบน)

บางคนอาจจะบอกว่า เอ๊ะ แต่ถ้ากดเข้าไปดูที่ xxx.kapook.com นี่ เราก็จะเจอเนื้อหาหวิว ๆ อะไรเต็มไปหมดเลยนี่ ก็ไม่เห็นจะ spam ตรงไหน หา xxx ก็ได้ xxx ก็โอเคนี่
… ลองไปดูที่ pittaya ชำแหละโค้ด HTML ครับ จะเห็นว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้น

นอกจากนี้ ลิงก์ที่โยงออกไปจากหน้า xxx.kapook.com นี้ จำนวนหนึ่ง ก็เป็นหน้าสำหรับทำ spamdexing เช่นกัน
เช่นหน้า http://hilight.kapook.com/view/19283
เราจะพบว่า ในหน้านั้นเราจะเจอคำซ้ำ ๆ จำนวนหนึ่ง เพื่อดักเสิร์ชเอนจิ้นอีกเช่นกัน

“ขายตัว ขาย sex เซ็กส์ เซ็กซ์”

kapook spamdexing

ลองดูเรื่องนี้เพิ่มได้จาก ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ครับ มีทั้งประเด็น hidden text, 1×1 pixels div, SEO rewrite เพื่อเพิ่ม keyword density พร้อมภาพประกอบครับ

 

เอาละ… ลำพังข้อหา spamdexing ก็สาหัสพอแล้ว
แต่สำหรับกรณี xxx.kapook.com นี้ยังไม่หมดแค่นั้น
เพราะยังมีเรื่องของ conflict of interest ด้วย!

conflict of interest ความสนใจขัดแย้งกันเอง ลักลั่นอย่างไร ?

เว็บ Kapook.com นี้ เจ้าของคือ บริษัท บัณฑิต เซ็นเตอร์ จำกัด มี คุณปรเมศวร์ มินศิริ เป็นกรรมการผู้จัดการ

บังเอิญว่าคุณปรเมศวร์คนเดียวกันนี้ ก็เป็นผู้จัดการ โครงการอินเทอร์เน็ตสีขาวเพื่อเยาวชน อีกด้วย (สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ-สสส. และ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)
และเกี่ยวข้องทางใดทางหนึ่งกับ ปลาวาฬ เบราเซอร์ ซึ่งมีสโลแกนว่า “ท่องเน็ตปลอดภัย ห่วงใยเยาวชน” (สนับสนุนโดย กระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สสส. และ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)

อ้อ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ที่สนับสนุนทั้งสองโครงการดังกล่าว มีคุณปรเมศวร์เป็นนายกสมาคมด้วย

thaicleannet.com

ใช้ xxx ด้วย – ต้าน xxx ด้วย

ก็งง ๆ ดีครับ

อาจจะเป็นว่า ธุรกิจก็จะเอา เงินสนับสนุนจากกองทุนก็อยากจะได้ … มันเลือกลำบาก
ก็เลยขอทั้งสองอย่างแล้วกัน … สมัยนี้ใคร ๆ ก็อยากรวยเร็วกันทั้งนั้นนี่นา — บางทีคุณที่ไปว่าเขา ตัวคุณเองถ้ามีโอกาสก็อาจจะทำแบบที่เขาทำก็ได้ จริงไหม ?

ตอนนี้ หลังจาก pit โพสต์ไปไม่นาน Kapook เขาก็ปิด xxx.kapook.com หนีไปแล้ว (ทำเป็นหน้าว่าง ทั้งหน้ามีแค่ <html></html> … “อินเทอร์เน็ตสีขาว” สมใจ) ใครอยากดูร่องรอย ตามไปดูได้ที่ Google cache (หน้า ณ วันที่ 13 มี.ค. 2551 เวลา 00:14:28 GMT) ไม่สมบูรณ์เท่าหน้าจริง พวกเลย์เอาท์นี่เละหมดเลย แต่เนื้อหายังน่าจะครบดี (ดูแบบที่เลย์เอาท์ยังดี ๆ อยู่ ได้ที่บล็อก pittaya เขาจับไว้ได้ทันก่อนโดนลบ) — update: Yahoo! Search cache เก็บไว้ได้ครบทุกอย่างเลย เจ๋งมากลองไปดูได้ครับ

xxx-kapook-com in Google cache (1)
xxx-kapook-com in Google cache (2)

หลักฐานอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า xxx.kapook.com เคยมีอยู่จริง เช่นที่หน้า http://play.kapook.com/vdo/show-31427 ของกระปุกเอง

"xxx.kapook.com" on Google

คลิกเข้าไปแล้วเป็นแบบนี้ มีบอกให้ไป “ติดตามต่อได้ที่ xxx.kapook.com”

play.kapook shows xxx.kapook.com address

 

pittaya อัพเดทวันนี้ (2008.03.20): xxx.kapook.com กลับมาอีกแล้ว ในแบบ ‘เนียนเนียน’ ขึ้น — ข้อความดูเบาลง แต่ใน meta ยังมีคีย์เวิร์ดครบอยู่นะครับ

pit ยังเกาะติด (2008.03.20): Kapook XXX กลายเป็น Kapook X-File?

ต่อมา ผู้จัดการออนไลน์ CyberBiz ลงข่าว ปรเมศร์ยกกรณี xxx.kapook.com บทเรียนราคาแพง ประมาณว่าเป็นความผิดพลาด ไม่ได้ตั้งใจ

ซึ่ง pit ก็ให้ความเห็นต่อคำชี้แจงของกระปุก และ MorMMaM ผู้เชี่ยวชาญ SEO ก็ร่วมชี้จุดน่าสงสัยในคำชี้แจงด้วย — โดยสรุป สั้น ๆ แล้วก็คือ ที่กระปุกว่ามา มันฟังไม่ค่อยขึ้น หลักฐานมันฟ้องชัดเกินไป เว็บ kapook.com มันหลายหน้า ตามแก้ยังไม่หมด และถึงจะแก้ได้หมดแล้ว แต่ที่ Google Cache / Google search results / ลิงก์จากหน้าเว็บอื่น ๆ มันก็ยังอยู่อยู่ดี และไปตามแก้ไม่ได้ด้วย

 

→ สรุปความเห็นผมต่อกรณีนี้+ลำดับเหตุการณ์ ที่ Goliath vs Networked Davids

 

อย่าเผลอ… ครั้งที่แล้วก็ทีนึงแล้ว เรื่อง iframe ขนาด 0 พิกเซล กับฮิตหน้าโฆษณา

 

[ ข่าวนี้ที่ pittaya, Zickr, duocore, Blognone, พันทิป.คอม, lab.tosdn, อารยชน, Manager, SEM, SEO knowledge in Thailand, projectlibthaida (Japanese 日本語 ภาษาญี่ปุ่น)Quando Omni Flunkus Moritati (English ภาษาอังกฤษ) ]

technorati tags: 

codepad + pastebin

เจ๋งอ่ะ codepad

เวลาอยากจะแชร์โค้ดอะไรเล็ก ๆ กับเพื่อน แปะลง IM มันก็เละ ๆ ดูยาก จะเปิดเมลส่ง ก็ดูลำบาก

หรือ บางทีจะลองโค้ดอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ เช็คว่ามันใช่อย่างที่คิดรึเปล่า แต่ไม่มีคอมไพเลอร์ใกล้มือ

codepad ช่วยได้!

ลองเล่นดู แปะโค้ดอะไรก็ได้ลงไป แล้วจะลองรันด้วยก็ได้ หรือจะแค่แปะเฉย ๆ ก็ได้
จากนั้นเราจะได้ url มาอันนึง (ทำนองเดียวกะพวก tinyurl) ไว้ส่งไปให้เพื่อนได้ ทีนี้เพื่อนก็สามารถเข้าไปที่ url ที่ว่า เพื่อดูโค้ดเมื่อไหร่ก็ได้ (พร้อม syntax highlight ด้วย)

ชอบ ๆ

วันก่อน คุณชาญวิทย์ Groovy/Grails แนะนำ pastebin ในอีเมลกลุ่ม ตอนนั้นคิดว่าเจ๋งแล้ว เจอ codepad เข้าไป เราว่าเจ๋งกว่าอ่ะ ในแง่โค้ดนะ แต่ pastebin ก็รองรับภาษาเยอะกว่ามาก พวกล็อกไฟล์ก็ได้ด้วย diff หรือ config ไฟล์ก็ได้อีก

ลองเลือกใช้ดูครับ

[ ผ่าน duocore | thai-grails-user ]

technorati tags:
,
,

politicalbase.in.th

เปิดแล้ว: ศูนย์ข้อมูลการเมืองไทยpoliticalbase.in.th

“แต่การเข้ามีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนโดยเพียงเฉพาะในเลือกตั้งอย่าง เดียวยังไม่เพียงพอ การตรวจสอบการทำงานของพรรคการเมืองทั้งก่อนและหลังจากช่วงการเลือกตั้งยัง เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง การเริ่มโครงการ politicalbase.in.th ก็เกิดมาจากการตระหนักถึงความจำเป็นดังกล่าวนี้ ทั้งนี้เพื่อลดภาระและต้นทุนการเข้าถึงข้อมูลของนักการเมือง และพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบนโยบายและความเชื่อมโยงทางการเมือง”

ทางผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากประชาชนผู้มีสิทธิ์มีเสียง โดยการช่วยกันเพิ่มข้อมูล ทีละเล็กละน้อย ค่อย ๆ สะสมเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะทั้งหมด – ตัวเว็บไซต์เป็นลักษณะวิกิที่เปิดให้ทุกคนเพิ่มและแก้ไขข้อมูลได้ โดยมีกองบรรณาธิการตรวจสอบที่มาของข้อมูลในเบื้องต้น

ศูนย์ข้อมูลการเมืองไทยpoliticalbase.in.th – โดยการสนับสนุนของ

มูลนิธิฟรีดิชเนามัน (เยอรมนี), สถาบันทีอาร์เอ็น (ไทย), และ สยามอินเทลลิเจนซ์ยูนิต

แนะนำมูลนิธิฟรีดิชเนามันสั้น ๆ — มูลนิธิฟรีดิชเนามัน (Friedrich-Naumann-Stiftung) เป็นมูลนิธิของประเทศเยอรมนีเพื่อสนับสนุนการเมืองแบบเสรีนิยม (มีความเกี่ยวพันกับพรรคเสรีประชาธิปไตย (FDP) ของเยอรมนี) โดยสนับสนุนเสรีภาพของปัจเจกและแนวคิดเสรีนิยม มูลนิธิดำเนินงานตามแนวคิดอุดมคติของ ฟรีดิช เนามัน ที่เชื่อว่าประชาธิปไตยจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อพลเมืองมีการศึกษาและได้รับข่าวสารทางการเมืองอย่างเพียงพอ ซึ่งตามแนวคิดนี้ การศึกษาการบ้านการเมือง (civic education) เป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับการมีส่วนร่วมทางการเมือง และสำหรับประชาธิปไตย

technorati tags:
,
,
,