เมืองกระสอบทราย: คำอธิบายจินตภาพ

ของในถุงยังชีพ อาจซื้อแพงกว่าราคาตลาด
การซื้อแพงกว่าราคาตลาด อาจเป็นการทุจริต
ต้องติดตามตรวจสอบ ประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ดีแล้ว

ส่วนกรุงเทพธุรกิจ ต้องปรับปุรงการเขียนคำอธิบายภาพโดยด่วน

กรุงเทพธุรกิจ ศุกร์ 11 พ.ย. 2554 หน้า 16 เขียนคำอธิบายภาพว่า
“ถุงยังชีพพิรุธ : น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ เปิดถุงยังชีพที่ระบุชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในระหว่างการประชุมสภา ปรากฏว่าภายในถุงบรรจุเพียงมาม่าและปลากระป๋อง ซึ่งไม่เหมาะสมและมีราคาแพงเกินไป”

ในภาพข่าว มีกระป๋องผักกาดดองและกระป๋องข้าวสวยปรุงสุก
ในเนื้อข่าวรายงานรายการของในถุงยังชีพ มีข้าวสาร ข้าวปรุงสุก ปลากระป๋อง แกงเขียวหวาน ฯลฯ

ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา

ว่าด้วย “ถุงยังชีพ” #thaiflood 2011

ไอ้เรื่องถุงยังชีพหรือของบริจาคนี่สารภาพว่าเบื่อนะ ด่ากันไปต่าง ๆ นานา

ยังยืนยันว่า การแยกบรรจุใหม่ยังไงก็จำเป็น ไม่ใช่สักแต่ว่าขน ๆ ไปโยน ๆ ให้ผู้ประสบภัย
โดยไม่รู้ว่าของข้างในมันใช้ได้ใช้ไม่ได้ หรือกำลังจะเน่าเหม็นหมดอายุหรือไม่

และถ้าคิดถึงเรื่องการขนส่ง การใส่ลงไปเฉพาะของที่จำเป็นและใช้ได้ ก็จะช่วยให้ขนของไปช่วยคนได้เยอะขึ้นด้วย

ความผิดพลาดหรือจะเรียกว่าห่วยในการจัดการอะไรก็ตาม มันเกิดขึ้นได้แน่นอน แต่คิดนิดนึงได้ไหม ก่อนจะผสมโรง

นึกถึงบริจาคเลือดน่ะ เราให้เลือดเราไปรวม ๆ กัน ทั้งเกล็ดเลือด เม็ดเลือด ศูนย์รับบริจาคเขาก็เอาไปคัดก่อน ใช้ได้ไหม มีเชื้ออะไรไหม กรุ๊ปอะไร บางทีเม็ดเลือดใช้ไม่ได้ ก็เก็บไว้เฉพาะเกล็ดเลือด ฯลฯ แล้วถึงเวลาจัดเก็บเขาก็เก็บแยกส่วนกัน เพราะส่วนประกอบแต่ละส่วนของเลือด มันมีวันหมดอายุไม่เท่ากัน

เราบริจาคสิ่งของช่วยเหลือ ก็ให้คิดว่าเหมือนบริจาคเลือด อย่าไปยึดติด ว่าจะต้องอยู่ในถุงในสภาพที่ฉันบริจาคไป จะแยกส่วนไม่ได้ จะนั่นจะนี่ ขอให้ของแต่ละส่วนมันไปถึงคนที่ต้องการใช้จริง ๆ ก็พอไหม จะแยกร่างยังไงก็แล้วแต่เถิด — และประเด็นการตรวจสอบการทำงานของศปภ.มันควรจะอยู่ตรงนี้ ว่าของอะไรไปถึงมือใครอย่างเหมาะสมหรือไม่ ไม่ใช่ว่ายังแปะชื่อฉันอยู่ไหม หรือมีอะไรในถุงบ้าง เพราะของที่จำเป็นสำหรับพื้นที่หนึ่ง อาจจะไม่จำเป็นสำหรับอีกพื้นที่ก็ได้

อย่างที่เคยคุยไปในสเตตัสก่อนหน้านี้แล้ว ว่าข้อมูลที่จุด ๆ เดียวมันไม่ได้ช่วยให้เราเข้าใจอะไรมากนัก มันใช้ตั้งคำถามได้ แต่มันไม่ใช่คำตอบโดยตัวมันเอง จะหาคำตอบก็ให้ดูมันทั้งกระบวนการ

เราตรวจสอบศปภ.เพื่อผู้ประสบภัย ไม่ใช่ตรวจสอบเพื่อสนองความกระสันในร่างกายของเรา

(จากสเตตัสเฟซบุ๊ก 7 พ.ย. 2554)

Country IS Body. Bangkok IS Head. #thaiflood

เห็นด้วยในหลักการว่า จำเป็นต้องรักษาบางส่วนที่สำคัญเอาไว้เพื่อให้รักษาส่วนอื่น ๆ ต่อไปได้ … แต่:

1) ทำไมต้องเป็นกรุงเทพ
2) ทำไมต้องมีที่เดียว ประเทศมันตั้งใหญ่
3) เมืองมันตั้งใหญ่ เวลาบอกว่ารักษาไว้ จะจิ้มตรงไหนของเมือง เหตุผลคืออะไร สมมติ เอสพลานาดนี่มันเป็นศูนย์กลางของความช่วยเหลือไหม

สำหรับคนจำนวนมาก คำพูดแบบ “ต้องรักษาส่วนน้อยไว้ เพื่อรักษาส่วนใหญ่” พูดยังไงมันก็ถูก – ถูกแบบเหมาโหลเลย ไม่ต้องตั้งคำถามใด ๆ แล้ว – เพราะเราเป็นคน เป็นคนที่มีหัว อยู่ได้ด้วยหัว

ดังนั้นมันเป็น ‘ธรรมชาติ’ มากสำหรับเรา ที่จะอยู่ในโหมดคิดที่เอาอุปลักษณ์ <บ้านเมืองคือร่างกาย> มามองสิ่งต่าง ๆ

พอเทียบบ้านเมืองเป็นร่างกาย หัวเลยสำคัญ มาก และต้องมีหัวเดียวด้วย

ซึ่งพอบวกกับแนวคิด “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้” มันเลยเป็นไปไม่ได้ที่จะมีหลายศูนย์กลางในการจัดการ/จัดการตัวเอง (จะมีอาณาจักรล้านนาหรือปัตตานีไม่ได้) เพราะมันไม่ฟิตกับอุปลักษณ์ <บ้านเมืองคือร่างกาย>

การกระจายอำนาจและทรัพยากร (และการกระจายความชิบหายวายป่วงทั้งหลาย) จะไม่มีทางเป็นไปได้ ถ้ายังไม่เลิกคิดในโหมดเหล่านี้

บ้านเมืองต้องไม่ใช่ร่างกาย ที่ทุกอย่างต้องรับใช้และเอาทรัพยากรมาป้อนหัว หัวสั่งอย่างเดียว

ประเทศมันต้อง ‘แบ่งแยก’ ได้ หัวมันเดียวจะ fits all ได้ยังไง

UNIQLO มัน made for all เพราะมันทำเสื้อหลายแบบหลายไซส์ ไม่ใช่ว่าทำแบบเดียวไซส์เดียว แล้วบังคับให้ทุกคนใส่เหมือน ๆ กัน รักเหมือน ๆ กัน ยืนเหมือน ๆ กัน

 

เพิ่มเติม คนละประเด็นกัน เพิ่งคิดคำถามได้ตะกี้

ถ้าทางราชการแจ้งว่า มีผลการศึกษาวิจัยชัดเจนที่ชี้ว่า จำเป็นต้องทุบบ้านคุณทิ้ง เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว คุณจะยอมไหมครับ?

ให้ไปอยู่ที่อื่น มีค่าชดเชยให้คุ้มค่า ประกอบอาชีพทำมาหากินแบบเดิมได้ คุณจะยอมไหมครับ ทุบบ้านที่เคยอยู่ทิ้ง