พฤหัด 1 + พบค่ำ 4: สร้างวัตถุดิบเพื่อสังคมความคิด [19 พ.ค. 2555]

สไลด์งานพฤหัด ThursDIY เมื่อวันพฤหัส
รอบนี้หัดทำแผนที่ OpenStreetMap โดย @kenggggg โอเพ่นดรีม พี่เทพก็มาด้วย

ตามลิงก์นี้เลย http://opd.me/osmpresentation

ผมเองสำรวจแค่แถวลิโด เดินนิดเดียว เหนื่อย คนอื่น ๆ เขาไปทั่วสยามเลย ได้จุดโน่นนี่มาใส่แผนที่เต็มเลย ใช้ Walking Papers ช่วย สะดวกดี ฝรั่งในกรุ๊ป Thai OpenStreetMap แนะนำมา

—-

โน๊ตงานโรงเรียนพ(ล)บค่ำ ครั้งที่ 4 เมื่อค่ำวาน @nuling สมบัติ บุญงามอนงค์ มาบรรยายและแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “โลกคู่ขนาน Online-Offline กับอัตราเริ่งดิจิทัล พายุ Social Network”

แน่นอนว่าโน๊ตนี้มันผ่านการบันทึก/ความเข้าใจของผม ส่วนไหนที่ผมเพิ่มเติมเข้าไปชัดๆ ที่หนูหริ่งไม่ได้พูดเลย จะอยู่ใน […] แล้วก็มันไม่ได้ตามลำดับเวลานะครับ ผมนึกอะไรได้ก็ใส่ ๆ ไป บรรทัดต้น ๆ นี่โน๊ตระหว่างฟัง หลัง ๆ นี่เอาจากที่จำได้ละ เอาไว้รอดูวิดีโอเต็ม ๆ จาก YouTube ของ @ReadingRoomBKK ได้

  • การปฏิวัติดิจิทัล คลื่นนี้ได้ไล่ตีไล่พังสิ่งต่างๆ ไปเรื่อยๆ
  • หนูหริ่งพูดถึงการเรียงพิมพ์ ทำปรินต์คอมพิวต์สมัยก่อน โปรแกรม PageMaker (สมัยก่อนทำหนังสือให้เอ็นจีโอ)
  • ไม่เคยรู้ว่ามัน copy & paste Ctrl-C Ctrl-V ได้ การก๊อปปี้เป็นพลังของดิจิทัล [/me Kopimism!!]
  • เศร้าในเน็ตแบบขำๆ เรื่องโทรเลขหายไป สิ่งต่างๆ เริ่มหายไป
  • แต่เราเศร้าแบบหวนรำลึก เราไม่ได้ใช้มันจริงๆ หรอก เหมือนเครื่องพิมพ์ดีดเก่าๆ มาตั้งเก๋ๆ เป็นเครื่องประดับ
  • บิล เกตส์ บอกว่า อินเทอร์เน็ตวิ่งด้วยความเร็วหมา (1 ปีหมา = 7 ปีคน)
  • อัตราเร่งมันทบขึ้นไปเรื่อยๆ BlackBerry สองปีหายไปแล้ว
  • เครื่องบินถ้าเร่งไม่ถึงจุดหนึ่งมันบินไม่ได้ เป็นจุดเปลี่ยน
  • อาหรับสปริง ข้างนอกก็พร้อมแล้ว สภาพมันแห้งมาก พอข้างในอินเทอร์เน็ตร้อนได้ที่ จุดไฟ ข้างนอกก็ติดทันที สภาวะมันพร้อม ไม่มีแกนนำ
  • ประวัติศาสตร์ประชาชนไม่ถูกบันทึก (เดี๋ยวอันนี้จะโยงไปเรื่อง Wikipedia ที่คุยตอนหลัง)
  • ต้นทุนที่ต่ำลง ทำให้การผลิตแบบเดิมล่มสลาย
  • แต่มันไม่ได้ ล้มของเก่า แล้วเอาของใหม่ขึ้น มันเหมือนต้นไทร
  • มีต้นไม้เก่าอยู่ นกบินผ่าน ขี้เมล็ดไทรใส่ ต้นไทรค่อยๆ ขึ้น ค่อยๆ ครอบต้นเก่า
  • โครงสร้างเศรษฐกิจสังคมเดิมถูกสิ่งใหม่ค่อยๆ โอบ จนกลืนของเก่าหายไป
  • พูดถึงคนทำธุรกิจ web hosting สมัยก่อน คุยแล้วเขาบอกว่าไม่ได้ทำเพื่อทำกำไรวันนี้ แต่เพื่อวางที่ทางของตัวเองในอนาคตข้างหน้า
  • คนที่มีวิสัยทัศน์ จะเริ่มทำสิ่งที่เขาเห็นว่าอนาคตจะเกิด จะสะสมทุนทางสังคมตั้งแต่ตอนนี้
  • โกดัก เจ๊งเพราะไม่ยอมเปลี่ยน
  • โกดักมีห้องวิจัยที่ทำกล้องดิจิทัลเป็นรายแรกๆ แต่ผู้บริหารตัดสินใจไม่สนับสนุน
  • โกดักยึดกับโมเดลธุรกิจเดิม ยึดกับคุณค่าของฟิลม์ที่ตอนนั้นคุณภาพยังเหนือกว่ามาก ไม่เห็นว่าดิจิทัลจะมาแทนได้
  • การส่งสคส.แต่ละปี บอกอะไรบางอย่างกับเรา มียุคส่งการ์ดออนไลน์ ส่ง SMS ล่าสุดส่ง Whatsapp มันบอกถึงเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป [เหมือนเป็นหมุดหมายของแต่ละปี]
  • โลกเราตอนนี้มีคนทุกสปีด คนไม่เข้าใจเรา เพราะมองโลกด้วยสปีดที่ต่างกับเรา
  • พูดถึงโฆษณาการรถไฟแห่งประเทศไทยตัวล่าสุด คนอีกสปีดหนึ่ง
  • ตอนหลังมาพูดถึงเรื่องการทำงานและการไม่ปรับตัวของเอ็นจีโอไทย
  • มีคนถามเรื่องเซ็นเซอร์ หนูหริ่งบอก รถก็ต้องมีเบรก เบรกเป็นไอเดียที่น่าจะขัดกับการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของรถ แต่รถก็ต้องมีเบรก การเซ็นเซอร์ก็อาจจะเป็นงั้น มันจำเป็นต้องมี ไม่ใช่เรื่องที่แยกจากกัน บางทีมันต้องไปด้วยกัน เหมือนกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตอนนี้ มีเฉพาะฝั่งใดฝั่งหนึ่งไม่ได้ ต้องมีทั้งสองฝั่ง มันเป็นของกันและกัน
  • ผู้เข้าร่วม (หมี) บอกว่า ไม่เห็นด้วย เขาเห็นว่า เบรกนี่เราเลือกได้ว่าจะเหยียบเมื่อไหร่ แต่เซ็นเซอร์นี่มันเหมือนสิ่งกีดขวางบนถนน เราเลือกไม่ได้ มันเต็มไปหมด
  • ผู้เข้าร่วม (ดิว) ถามเรื่องความเห็นออนไลน์ ที่ทุกคนแสดงความคิดเห็นได้เสรี แล้วจะไม่ยุ่งเหยิงเหรอ มันต้องมีการจัดระเบียบไหม – หนูหริ่งตอบว่า เสียใจด้วยที่จะต้องบอกว่า โลกข้างหน้ามันจะต้องยุ่งเหยิงแน่ แต่คนก็จะต้องปรับตัวเข้ากับมัน
  • [ถึงตรงนี้ผมจะบอกว่า สิ่งที่รัฐจำนวนหนึ่งใช้สำหรับจัดการความยุ่งเหยิงอาจจะเป็นการเซ็นเซอร์ แต่อีกสิ่งที่ใช้จัดการมันได้เหมือนกัน ก็คือ curator หรือ moderator ที่คอยคัดเลือก ตัด noise บางอย่างให้เราสะดวกขึ้น โดยที่เราเลือก curator เองได้ ตอนนี้องค์กรข่าวอย่าง New York Times หรือ The Guardian ก็มีตำแหน่ง curator คอยคัดเลือกข่าวจากความยุ่งเหยิงในโซเชียลมีเดีย – แต่สุดท้ายไม่ได้พูดนะ ประเด็นมันไหลไปเรื่องอื่นละ]
  • ผู้เข้าร่วม (แอม) ถามเรื่องการแคมเปญออนไลน์ว่ามันช่วยได้จริงหรือ หรือจะเป็นเพียง clicktivism [หรือ slacktivism] ที่คนก็แค่รู้สึกว่า ฉันได้ทำบางอย่างนะ แต่จริง ๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หนูหริ่งตอบว่าจากประสบการณ์ มันมีคนมาทำอะไรออฟไลน์จริง ๆ
  • หนูหริ่งพูดเรื่องโครงการรับบริจาคเสื้อนักเรียนมือสอง ความร่วมมือกันทางออนไลน์ ตั้งแต่สมัยฟอร์เวิร์ดเมล โครงการบริจาคคอมพิวเตอร์ ซ่อมคอมให้ใช้ได้ ปีนึงให้โรงเรียน 3,000 เครื่อง
  • โครงการบริจาคหนังสือของมูลนิธิกระจกเงา ปีนึงเกือบแสนเล่ม คัดแยกหนังสือ อันไหนใช้ไม่ได้เอาไปขายเป็นกระดาษ อันไหนใช้ได้เอาใส่เว็บ ทำเหมือน Amazon ให้โรงเรียนมาเลือกหนังสือที่อยากได้
  • ตอนนี้ติดปัญหาการคีย์ข้อมูลหนังสือเข้าระบบ ผู้ร่วมงาน (จุ๋ม) เสนอให้ใช้โปรแกรมอ่านบาร์โค้ด
  • ผมถามเรื่อง ทำไมหนูหริ่งสนใจเรื่อง Wikipedia ตอบว่า จะผลิตอะไรมันต้องใช้วัตถุดิบ การจะผลิตของในยุคนี้ [ยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เศรษฐกิจฐานความรู้] มันต้องอาศัยข้อมูลความรู้ วิกิพีเดียก็เหมือนเป็นวัตถุดิบอย่างนึง ที่จะใช้ในการผลิตความคิด เราต้องหาทางผลักดันลงทุนกับเรื่องนี้ ต้องสร้างวัตถุดิบรอเอาไว้ จะหวังแค่การศึกษาในระบบ หรือการจัดงานสัมมนาเสวนาไม่ได้
  • [หนูหริ่งเคย Voxer มาถามว่า วิกิพีเดียภาษาไทยมีคนเขียนกี่คน แอดมินกี่คน มีกี่บทความแล้ว ซึ่งถ้าเทียบกับภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน ในขนาดเศรษฐกิจใกล้เคียง อย่างภาษาบาฮาซา (เกือบสองแสนบทความ) และเวียดนาม (สี่แสนเศษ) ภาษาไทยมีขนาดเล็กกว่าอย่างชัดเจน (ราวๆ 74,000 บทความ)]
  • ในยุค search engine คนจะวิ่งหาที่เขาต้องการ เราแค่ทำมันรอไว้ ให้คนหาเจอ [พูดในบริบทการหาอาสาสมัครมาทำงานเพื่อสังคม แต่ผมว่าก็ใช้กับเรื่องวิกิพีเดียได้เหมือนกัน สร้างวัตถุดิบรอไว้]
  • ก่อนหน้านี้พูดถึงเรื่อง คนเราทำไมถึงต้องตาย [จากปาฐกถาในโอกาสเปิดตัวหนังสือ “เหมือนอยู่คนละโลก” เมื่อเดือนก่อน] คนเราตายเพราะโลกมีทรัพยากรจำกัด เราต้องให้โอกาสในการใช้ทรัพยากรกับคนอื่นที่เกิดใหม่ ตายเพราะมันมีปัญหาที่เราแก้ไม่ได้ ต้องให้โอกาสคนใหม่ ๆ เข้ามาแก้
  • เอ็นจีโอไทยมีปัญหา คนแก่ไม่ยอมตาย องค์กรก็ไปต่อไม่ได้ วิธีแก้แบบเก่า ใช้กับปัญหาแบบใหม่ไม่ได้แล้ว
  • หนูหริ่งบอกโชคดีที่ตอนมาเป็นเอ็นจีโอ ไม่มีสำนัก ไม่มีสาย สำนักคิดมันก็ดี ช่วยให้มีหลักในการทำงาน แต่ถึงวันนึงถ้ายังยึด มันจะตัน
  • จะใช้ของเก่าหรือใหม่ก็ได้ ขอให้มันทำงานได้ ไม่ใช่ใช้ของใหม่เพราะเห่อ
  • บอกว่าตอนทำงานศปพ. ตอนทำงานภัยพิบัติ เจอคนเยอะ ยังมีคนที่คิดว่าขอให้มีเทคโนโลยีดี ทุกอย่างก็จบ แก้ไขทุกอย่างได้ เวลาพรีเซนต์ก็จะโชว์เทคนิคตื่นตา คนจะตื่นเต้น
  • หนูหริ่งบอก ผมเบื่อพูดเรื่องการเมือง ผมเป็นอะไรมากมาย แต่พอมีเรื่องการเมือง คนลดผมให้เหลือแค่มิติทางการเมือง ศศินก็เหมือนกัน เขาบอกว่าเขาทำงานเรื่องป่า แต่คนจำเขาแค่เรื่องน้ำ เขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ ตอนนั้นออกมาพูดเพราะมันรู้สึกว่าต้องพูดเป็นเรื่องบ้านของเขา แต่คนก็ลดมิติหรือติดป้ายให้ศศิน ว่าศศิน=เชี่ยวชาญน้ำท่วม

อีกส่วนหนึ่งจากโรงเรียนพบค่ำ @isAmAre ทวีตเอาไว้ที่ @thainetizen กดดูได้ตามลิงก์ครับ https://twitter.com/thainetizen

โรงเรียนพบค่ำนี่ มีทุกวันศุกร์ที่ 3 ของเดือน (เดือนหน้าก็ ศุกร์ 15 มิถุนา) เริ่มทุ่มครึ่ง จัดที่ The Reading Room เป็นห้องสมุดศิลปะ ที่ สีลม ซอย 19 (อยู่ชั้น 4 มองหาบันไดเล็ก ๆ หลังร้าน Milk Plus) จัดโดย The Reading Room ร่วมกับเครือข่ายพลเมืองเน็ต (มีมูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์ สนับสนุน)

ปีนี้ธีมของโรงเรียนคือ “วัฒนธรรมเคลื่อนไหว – Moving Culture” ก็จะเกี่ยวกะเรื่อง mobile technology, mobility, mobilization, mobs, social movement ทั้งในทางเทคโนโลยี สื่อ ศิลปะ การเคลื่อนไหวทางสังคม

—-

ถ้ามีโอกาสก็อยากจะไปร่วมงานทำนองนี้ในจังหวัดต่าง ๆ นะครับ @pruet ชวนไปเวิร์กช็อป DIY ที่เชียงใหม่
ส่วนเมื่อวาน พี่บอย นักข่าวภาคใต้ ก็บอกว่า ลองไปทำที่ปัตตานีมั่งสิ ตอบตกลงไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่นะ ชวนมาก็ไปอ่ะ

—-

วันนี้ 19 พฤษภาคม 2555 ครบรอบ 2 ปีการสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ครับ #ที่นี่มีคนตาย

Thai Wikipedia survey

ผลการศึกษาจากแบบสอบถามการใช้งานเว็บไซต์วิกิพีเดียไทย

การสำรวจนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์หัวข้อ
“สารานุกรมวิกิพีเดียภาษาไทยกับการสื่อสารความรู้สู่สาธารณะ”
โดยนิสิตปริญญาโท ภาควารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อาจารย์ที่ปรึกษา: ผศ. ดร. พิรงรอง รามสูต รณะนันทน์)

ดูได้ที่ http://th.wikipedia.org/wiki/User:Tummy/finding

technorati tags:
,

List of "Thai" monarchs

ควรจะใช้ชื่อหัวข้อว่าอะไรดี ?

มีหน้าในวิกิพีเดียไทยหน้าหนึ่ง เป็นการรวบรวมลำดับกษัตริย์ในดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน โดยในขณะนี้ใช้ชื่อว่า “ลำดับพระมหากษัตริย์ไทย”

ทีนี้ มีผู้ตั้งข้อสังเกตมาว่า ไม่น่าจะใช้คำว่า “ไทย” เนื่องจากก่อนหน้า พ.ศ. 2482 นั้น เรายังใช้คำว่า “สยาม” กันอยู่ ยังไม่ใช่ “ไทย” – จึงควรจะเปลี่ยนชื่อหน้านั้น ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง (ในหน้านั้น รวบรวมรายชื่อย้อนขึ้นไปถึง พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ .. ซึ่งผมว่า “สยาม” เองก็ยังไม่น่ามีนะ)

กรณีเทียบเคียงของประเทศอื่น/วิกิพีเดียภาษาอื่นนี่ มีตัวอย่างเช่น
List of monarchs in the British Isles (กษัตริย์ใน “เกาะอังกฤษ” ซึ่งรวมสกอตแลนด์และเวลส์ด้วย) กับ List of English monarchs (เฉพาะกษัตริย์ของอังกฤษ-ที่ไม่ใช่ UK-เท่านั้น)

ของไทยนี่ ไม่รู้จะใช้ว่า “กษัตริย์ในดินแดนสุวรรณภูมิ” ได้ไหม, หรือว่ากว้างไป ?

ขอเชิญผู้รู้/ผู้สนใจ ช่วยชี้แนะ/อภิปรายที่วิกิพีเดียด้วยครับ ขอบคุณครับ 🙂
พูดคุย:ลำดับพระมหากษัตริย์ไทย

technorati tags:
,

di dictionaries….sssss

นั่งเขียน/แปล “นครรัฐ” ในวิกิพีเดีย (ไม่เสร็จหรอกนะ) เห็นคำว่า microstate .. แปลว่าอะไรดีหว่า นึก ๆ microbe มัน “จุลชีวัน” งั้นอันนี้ก็คง “จุลรัฐ” ล่ะมั้ง

เลยลองค้นในกูเกิลดู ว่ามีใครใช้คำนี้มั๊ย … ได้เรื่องครับ

เจอเว็บรวมพจนานุกรมสุดยอดนี่เข้าไป:
http://se-ed.net/r3dic/

ไม่รู้จะรวมอะไรกันนักหนา มีสารพัดเลย ศัพท์วิชาชีพ คำย่อ วลี ภาษิต อุปมาอุปมัย ชื่อเฉพาะ สำนวน ราชาศัพท์ คำพ้อง อุปสรรค ปัจจัย คำคม ฯลฯ เยอะจัด

ในส่วนของวิชาชีพ ก็เช่น การเมือง รัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ กฎหมาย ศิลปะ วรรณกรรม การแพทย์ ป่าไม้ ประกันวินาศภัย ดาราศาสตร์ … แง่ว

กดบุ๊คมาร์กแทบไม่ทัน

technorati tags:
,

Sawasdee!

ทักทายอีกผู้ดูแลระบบของวิกิพีเดียไทย

technorati tags:

Thai Wikipedia content policies

(ต่อเนื่องจาก วิกิพีเดียไทยกำลังล้มเหลว (?))

ไปช่วยกันดู สามนโยบายหลัก ด้านเนื้อหา ของวิกิพีเดียไทย กันหน่อย 🙂

ลบเพิ่มแก้ไข ได้ตามสบาย วิพากษ์วิจารณ์ ให้เหตุผล ตั้งคำถาม อภิปราย ได้ที่หน้า “อภิปราย” ของแต่ละบทความ

เกี่ยวข้อง: วิกิพีเดีย:นโยบายและแนวปฏิบัติ (WP:RULES)

technorati tags:
,
,

Does Wikipedia a real peer-to-peer production ?

ต่อเนื่องจาก วิกิพีเดียไทยกำลังล้มเหลว – มีข้อสังเกตน่าสนใจจาก เชิงอรรถ ของ มหาวิหารกับตลาดสด (The Cathedral and the Bazaar)

น่าสังเกตพอๆ กัน ว่าในชุมชนโอเพนซอร์สนั้น รูปแบบโครงสร้างชุมชนก็ตรงกับหน้าที่ที่ทำในหลายระดับ เครือข่ายนี้ครอบคลุมทุกอย่างและทุกที่ ไม่ใช่แค่อินเทอร์เน็ต แต่ผู้คนที่ทำงานยังได้สร้างเครือข่ายแบบกระจาย ขึ้นต่อกันอย่างหลวมๆ ในระดับเดียวกัน ที่มีส่วนที่ทดแทนกันได้เกิดขึ้นกลายส่วน และไม่ล้มครืนลงแบบทันทีทันใด ในเครือข่ายทั้งสอง แต่ละกลุ่มจะมีความสำคัญแค่ในระดับที่กลุ่มอื่นต้องการจะร่วมมือด้วยเท่านั้น

ตรงส่วน “ในระดับเดียวกัน” นี้ สำคัญมากสำหรับผลิตภาพอันน่าทึ่งของชุมชน ประเด็นที่โครพอตกินพยายามจะชี้เกี่ยวกับความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ได้ถูกพัฒนาต่อไปโดย ‘หลัก SNAFU’ ที่ว่า “การสื่อสารที่แท้จริง จะเกิดได้ระหว่างคนที่เท่าเทียมกันเท่านั้น เพราะผู้ที่ด้อยกว่าจะได้รับการตอบแทนอย่างสม่ำเสมอกว่า ถ้าพูดโกหกให้ผู้ที่เหนือกว่าพอใจ เทียบกับการพูดความจริง” ทีมงานที่สร้างสรรค์จะขึ้นอยู่กับการสื่อสารอย่างแท้จริง และจะถูกขัดขวางอย่างมากจากการมีความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ชุมชนโอเพนซอร์ส ซึ่งปราศจากความสัมพันธ์เชิงอำนาจดังกล่าว จึงได้สอนเราในทางตรงกันข้าม ให้รู้ถึงข้อเสียของความสัมพันธ์ดังกล่าวในรูปของบั๊ก ผลิตภาพที่ถดถอย และโอกาสที่สูญเสียไป

ข้อสังเกตนี้ ชี้ว่า ในการผลิตแบบเท่าเทียม (peer production) ชุมชนที่จะมีประสิทธิภาพควรจะต้องมีความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในชุมชนแบบเท่าเทียม/ในระดับเดียวกัน … แล้วความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในวิกิืพีเดีย(ไทย)เป็นแบบไหน ?

technorati tags:
,
,

Thai Wikipedia is Failing

คุณ Patiwat จุดประเด็นเอาไว้ (ผมขออนุญาตแปลไว้ตรงนี้):

บทความเมื่อเร็ว ๆ นี้ ในวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ ที่ชื่อ “Wikipedia is Failing” [วิกิพีเดียกำลังล้มเหลว] ทำให้ผมต้องพิจารณาอย่างหนักว่า วิกิพีเดียไทยนั้นเป็นอย่างไรบ้าง.
ผลลัพธ์นั้นชวนหดหู่.
โปรดสังเกตว่าบทความดังกล่าวนั้น ไม่ได้ ชื่อว่า “Wikipedia Can Improve” [วิกิพีเดียยังพัฒนาได้].
ผู้เขียนได้บอกเป็นนัยว่าปัญหาเชิงระบบและปัญหามูลฐานนั้นคือต้นเหตุแห่งความล้มเหลว.
นี่คือการพิจารณาชั้นต้นในตัวชี้วัดที่พอเทียบเคียงได้ในวิกิพีเดียไทย.

ไปอ่านข้อเขียนนี้+ความเห็นจากชาววิกิพีเดียอื่น ๆ ได้ที่ “วิกิพีเดียไทยกำลังล้มเหลว”

สำหรับผมแล้ว ปัญหา “สองมาตรฐาน” (double standard) คือปัญหาใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของวิกิพีเดียไทย

สองมาตรฐาน เช่น บางครั้งก็เข้มงวดกับกฎเกณฑ์ บางครั้งก็ผ่อนปรน โดยที่ไม่แน่ชัดว่า อะไรคือหลักในการพิจารณาว่าเมื่อไรถึงจะเข้มหรือจะผ่อน หรือเนื้อหาลักษณะเดียวกัน แต่เขียนโดยคนละคน กลับได้รับการเพ่งเล็งปฏิบัติแตกต่างกัน ฯลฯ

ความอัปลักษณ์ทั้งหลายที่มีอยู่ในวิกิพีเดียไทยตอนนี้ ผมเห็นว่ามีรากฐานมาจากปัญหา (ทัศนคติ?) ดังกล่าวทั้งสิ้น และปัญหานี้เองที่จะทำให้วิกิพีเดียค่อย ๆ เสื่อมลงได้อย่างเป็นระบบ

ทำไมผมจึงเห็นว่า มันเป็นกระบวนการเสื่อมลงอย่างเป็นระบบ ?

ก็เพราะในสภาพเช่นนี้เอง ที่จะทำให้คนที่ยึดมั่นในหลักการ “สารานุกรมเสรี อยู่ไม่ได้ หรืออยู่ได้ด้วยต้นทุนที่สูงกว่าปกติ
เพราะพวกเขาต้องเหนื่อยกว่าปกติ ในการที่จะเขียนจะแก้อะไรซักอย่าง โดยเฉพาะเรื่องที่กำลังเป็นที่ขัดแย้งในสังคม … สุดท้ายแล้ว เมื่อถึงจุดที่ความเหนื่อยล้ามันเกินความต้องการรักษาหลักการ คนเหล่านั้นก็จะโบกมือลาวิกิพีเดียไป (อย่างถาวรหรือชั่วคราว) ทีละคนทีละคน

เมื่อคนที่พยายามจะทำตามหลักการลดลง อะไร ๆ มันจะก็เป็นไปอย่างหลวม ๆ หยวน ๆ ตามแต่จะถูกใจ (ตัวเองหรือคนอื่นก็ตามที) สุดท้ายก็กลายเป็นกฎหมู่เหนือกฎหมาย หลักการอะไรไม่ต้อง ขอให้ทำถูกใจพี่ใหญ่เป็นพอ ถ้าคุณทำถูกใจพี่ใหญ่ คุณก็ไม่เหนื่อย แต่ถ้าไปขัดใจเขา คุณก็เหนื่อยหน่อย ใครแรงดีก็อยู่นาน

สุดท้ายระบบทั้งหมดในทางปฏิบัติ ก็จะไปขึ้นอยู่กับคนกลุ่มเล็ก ๆ … มองถึงตรงนี้ แล้วจะไม่เรียกว่าวิกิพีเดียกำลังล้มเหลวได้อย่างไร ถ้าเรายังยึดอยู่ว่า วิกิพีเดีย คือ สารานุกรม เสรี ที่ทุกคนมีส่วนร่วม

แหม แต่จะหลักการอะไรกันนักหนา

ลงมือทำดีกว่า! อย่า “ดีแต่ปาก” เลย แมวจะสีอะไรก็ช่างเถอะ
สัมฤทธิผลนิยม เท่านั้นที่เจ๋งที่สุดในยุคนี้

ดังนั้น ผมขอเสนอให้ยกเลิกหลักการทั้งหมดซะ — เพื่อความรุ่งโรจน์ของวิกิพีเดียไทย!

สะดวกดี


ปล.1 เอ่อ .. เพิ่งจะรู้สึกตัว ลองแทนคำว่า วิกิพีเดียไทย ด้วย ประเทศไทย อะไรทำนองนี้ … ก็ดูจะไปได้แฮะ 😛

ปล.2 Wikipedia: the Free Encyclopedia โดยคุณ Phisite เสนอที่งาน YouMedia


ลูกติดพัน followed-ups

technorati tags:
,

12,000 mark Thai Wikipedia

เยโย

วิกิพีเดียไทย เลย 12,000 บทความ (มาหลายวัน) แล้ว

เข้าไปช่วยเขียน ช่วยแก้ ช่วยอ่าน ช่วยด่า หรือเข้าไปแกว่งขาเล่น ๆ ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องช่วย

สารานุกรม เสรี ฉัน ด้วย เธอ ด้วย

tags:

Nice guy syndrome

อะโห วิกิพีเดียเดี๋ยวนี้ มีเรื่องความรักด้วย …

อาการดีเกินไป
(Nice guy syndrome) เป็นคำจำกัดความทางจิตวิทยาบรรยายลักษณะของเพศชาย ที่มีปัญหาในการมีคู่ โดยมีที่มาจากคำพูดของเพศตรงข้ามว่า “ดีเกินไป” (ตัวอย่าง เธอเป็นคนดีเกินไป แต่เราไม่สามารถเป็นแฟนกันได้ มาคบกันเป็นเพื่อนเถอะ) ซึ่งเกิดจากความรู้สึกของเพศตรงข้ามเปรียบเทียบลักษณะ “ผู้ชายที่ดีเกินไป” ไม่เข้าใจการเติบโต การวางตัวต่อเพศตรงข้าม และเรื่องราวของการมีชีวิตคู่ รวมไปถึงไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์โรแมนติค

ลักษณะของบุคคลที่อยู่ในอาการดีเกินไป ส่วนมากจะมีจิตใจดีงาม ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มักจะมีปัญญาสูงกว่าบุคคลทั่วไป เชื่อมั่นในความคิดตัวเอง ในขณะเดียวกันก็ขาดความเข้าใจในความคิดของผู้หญิง ขาดความเข้าใจในเรื่องของสังคมมนุษย์ และในหลาย ๆ ครั้งจะขาดความมั่นใจในเรื่องความรัก การแสดงออกจะออกมาในลักษณะ การช่วยเหลือหรือเสนอตัวช่วยเหลือ ไม่ว่าเพศตรงข้ามจะต้องการหรือไม่ แสดงให้เห็นถึงการกระทำที่ตอบสนองความต้องการของตัวเอง (ที่ต้องการแสดงออก โดยการช่วยเหลือ) การพูดจาจะแสดงออกมาในลักษณะการฟังมากกว่าการพูด และเมื่อใดที่เพศตรงข้ามต้องการถอนตัวออกจากความสัมพันธ์ อาการทางจิตใจจะทำให้เกิดเข้าใจที่ตัดพ้อต่อว่าเพศตรงข้าม และในหลายๆ เหตุการณ์ถ้าเพศตรงข้ามเกิดความสัมพันธ์ใหม่กับผู้ชายคนอื่น ที่มีลักษณะท่าทางไม่ดี ผิดแปลกไปจากตน จะทำให้เกิดความตัดพ้อต่อว่าเพศตรงข้าม และฝังความคิดว่า “ผู้หญิงในโลกรักแต่คนไม่ดี” ในขณะที่เพศตรงข้ามต้องการบุคคลที่สามารถวางตัวในสังคม และมีความมั่นคงทางอารมณ์

มีใคร “โดน” มะ ? 😛

tags: ,