media and information literacy & citizen science: พลเมืองที่อ่านเขียนสารสนเทศเป็นกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองผ่าน “วิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง”

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (3 ก.ย. 2556) ไปงาน แผนแม่บทไอซีที ระยะที่ 3 ซึ่งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกำลังจัดทำสำหรับ พ.ศ. 2557-2561 มีสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาช่วยจัดทำด้วย (ดูเอกสารประกอบการประชุมกลุ่มย่อยและการรับฟังความคิดเห็น)

มนู อรดีดลเชษฐ์ (เมื่อก่อนอยู่ศรีปทุม ไม่รู้ตอนนี้อยู่ไหน) กับ พรทิพย์ เย็นจะบก จากยูเนสโกพูดถึงประเด็นการหลอมรวมกันของนิเทศศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ

พรทิพย์บอกว่าทุกวันนี้นิเทศศาสตร์เข้ามาอยู่ในไอซีที media literacy กลายเป็น media and information literacy (ยูเนสโกใช้คำนี้ ย่อว่า MIL ส่วนที่อื่นอาจจะเรียก information and media literacy ย่อว่า IML)

หลายคนเทียบ “media literacy” เป็นคำไทยว่า “การรู้เท่าทันสื่อ” ซึ่งก็สะท้อนความคิดในช่วงหนึ่งของนักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อไทย ที่รู้สึกว่าสื่อมันมีอิทธิพลมาก ความชั่วร้ายในสังคมนี่หลักๆ มาจากสื่อไม่ดี ดังนั้นคนเราต้องได้รับการศึกษา ให้รู้เท่าทันสื่อ ไม่ถูกสื่อ(และนักการเมืองที่ครอบงำสื่อ)หลอกเอา นักสื่อสารมวลชนคนหนึ่งที่ใช้คำว่า “รู้ทัน” จนเป็นเครื่องหมายการค้า ก็คือ เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง กับชุดหนังสือและรายการ “รู้ทันทักษิณ”

ผมแสดงความหงุดหงิดกับการแปล “media literacy” เป็น “รู้เท่าทันสื่อ” ในหลายโอกาส ถ้าจำไม่ผิดในช่วงแรกก็น่าจะเป็นตอนที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการอบรมนักข่าวพลเมือง ซึ่งโดยตัวมันเองก็ชัดเจนว่า นี่เราจะเป็นพลเมืองที่สื่อสารข่าวเองแล้วนะ ไม่ใช่แค่พลเมืองที่รู้ทันเท่านั้น กระแสพวกนี้อยู่ร่วมสมัยกับเว็บล็อกและยูทูบ กับสิ่งที่เรียกว่า user-generated content และต่อมาก็โซเชียลมีเดีย สิ่งเหล่านี้มันเข้าใจให้รอบไม่ได้ในกรอบ “รู้เท่าทันสื่อ” แบบเดิม ที่เน้นการรับสาร (อย่างเท่าทัน)

คำแปล “literate” ในภาษาไทย มีใช้กันอยู่ว่า “อ่านออกเขียนได้” เทียบได้อย่างตรงไปตรงมากับภาษาอังกฤษที่นิยามว่า “literacy” คือ “ability to read and write”

คำว่า “รู้เท่าทัน” มันตก “การเขียน” ไป

แม้เราจะพอขยายความหมายของ “รู้เท่าทัน” ให้รวมไปถึงการเขียนอย่างเท่าทันได้บ้าง แต่มันก็ไม่ชัดเจนเท่า “อ่านออกเขียนได้”

ผมเลยพยายามจะแปล media literacy ว่า “การอ่านสื่อออกเขียนสื่อได้” หรือถ้าเอายาวๆ ก็อาจจะเป็น “ความสามารถในการอ่านสื่อออกเขียนสื่อได้” … ซึ่งก็ยาวเกิน ยังนึกคำที่กระชับและครบไม่ออก ยิ่งพอมีคำว่า information พ่วงมาด้วย ยิ่งยาก

(ผมคิดว่าการแฮ็กนี่แหละ คือการรวบยอด literacy ทั้งหมดของยุคหน้า)

การอ่านสารเทศออกเขียนสารเทศได้ของพลเมืองทั่วไป เมื่อประกอบกับการมีอยู่และเข้าถึง open data/big data และเอกสารแบบ open access ที่มากขึ้น กฎระเบียบที่เปิดกว้างมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจาก open access movement และ free culture movement (รวมไปถึงกฎหมาย freedom of information และการสนับสนุนการหลุดรั่วโดยบุคคลและสถาบันอย่างหนังสือพิมพ์และ WikiLeaks) จะทำให้ความเป็น “เจ้า-หน้าที่” (authority) ที่เกิดและดำรงอยู่เพราะความจำกัดของแวดวงวิชาชีพ ถูกท้าทายมากขึ้น

สิ่งนี้เกิดขึ้นแล้วกับวงการข่าว และกำลังเกิดขึ้นกับวงการวิทยาศาสตร์

เมื่อประมาณสิบปีก่อน สิ่งที่เรียกว่า grassroot/citizen journalism ได้เกิดขึ้น และได้พิสูจน์แล้วว่ามันทำให้วงการสื่อต้องปรับและปฏิวัติตัวเองอย่างไร

วันนี้ แนวคิดคล้ายๆ กันกำลังทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า citizen science หรือ “วิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง”

พลเมืองที่เดิมทำได้แค่เพียงตรวจสอบผลวิจัยที่ดูจะมีปัญหา ตอนนี้เราเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำวิจัยได้

ในขั้นแรกอาจจะเป็นเพียงการให้ข้อมูล เก็บข้อมูล หรือร่วมประมวลผล บนกรอบวิธีวิจัยที่ผู้เชี่ยวชาญกำหนด แต่มันมีแนวโน้มจะค่อยๆ ขยับ พลเมืองทั่วไปจะเข้าไปร่วมสังเกตการวิจัยและกำหนดวาระวิจัยได้มากขึ้น

ซึ่งก็ดูสมเหตุสมผลดี เพราะวาระการวิจัยเองก็กำหนดว่า อะไรที่จะถูกมองเห็น และในหลายครั้ง สิ่งที่จะถูกมองเห็นและวิเคราะห์สรุปออกมาเป็นผลวิจัยนี้ ก็จะส่งผลกระทบต่อพลเมืองทั่วไป ผ่านการถูกนำไปใช้เป็นฐานในการออกแบบและสร้างความชอบธรรมให้กับนโยบาย หรือใช้ในการรณรงค์สนับสนุนนโยบาย

ถ้าอำนาจในสังคมปัจจุบัน มาจาก ข้อมูล และ วิธีการให้เหตุผล

พลเมืองเจ้าของอำนาจ ก็ควรจะเข้าไปมีส่วนร่วมได้มากขึ้น ในการสร้างข้อมูลและวิธีการให้เหตุผลพวกนั้น

 

ปรับปรุงจากโพสต์ในเฟซบุ๊ก (4 ก.ย. 2556)

การแฮ็กคือการเรียนรู้แห่งอนาคต Raspberry Pi: Hacking is a 21st century literacy

บีบีซีไม่ได้วางตัวเองเป็นแค่สถานีข่าว แต่เป็นองค์กรเพื่อการเรียนรู้ของสาธารณะ

ยุค 80s บีบีซีมองเห็นว่าคอมพิวเตอร์จะเป็นสื่อใหม่สำหรับการเรียนรู้ ก็เลยเกิดโครงการ BBC Computer Literacy Project แล้วก็ดันให้เกิดคอมพิวเตอร์ BBC Micro ที่กลายเป็นคอมพิวเตอร์มาตรฐานในโรงเรียนทั่วประเทศ (มีภาษา BBC BASIC ด้วย) ความสำเร็จของ BBC Micro เป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งที่มีส่วนให้สถาปัตยกรรม ARM แบบที่เราใช้กันอยู่ในอุปกรณ์พกพาทุกวันนี้ ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

แฟนๆ ของ BBC Micro นั้นมีมากมาย ถึงขนาดมีความพยายามจะจำลองเครื่องนี้ขึ้นมาใหม่ เพื่อหวนถึงอดีต (พร้อมๆ กับเป็นโปรเจกต์เพื่อลับฝีมือ)

BBC Micro

คนในวงการการศึกษาคอมพิวเตอร์ในสหราชอาณาจักร ในยุคปัจจุบัน ให้เครดิต BBC Micro (และโดยทั่วไปก็คือคอมพิวเตอร์ในยุคสมัยนั้น อย่าง Amiga และ Commodore 64) อย่างมาก ว่าทำให้พวกเขามีความสนใจในวิทยาการคอมพิวเตอร์ สิ่งที่พวกเขาคิดว่าคอมพิวเตอร์ในยุคนั้นมี และคอมพิวเตอร์ในยุคนี้กำลังจะไม่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ การเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ คุ้ยแคะ แกะเกา ดัดแปลงคอมพิวเตอร์ให้ทำงานอย่างที่ใจอยากได้ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าการ “แฮ็ก” นั่นแหละ

Raspberry Pi เป็นความพยายามจะนำสปิริตอะไรแบบนั้นกลับมาอีกครั้ง โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนและเสียงตอบรับที่ดีมากจากวงการคอมพิวเตอร์สหราชอาณาจักร รวมไปถึงนักคอมพิวเตอร์ทั่วโลก

Raspberry Pi เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก กว้างxยาวประมาณเครดิตการ์ด หน้าตามันเหมือนแผงวงจรลุ่นๆ มากกว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์สำเร็จ และห่างไกลจากความสวยเนี๊ยบอย่างไอแพด แต่ผู้สร้างก็ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้ มันคือจิตวิญญาณแห่งความอยากรู้อยากเห็นจากทศวรรษ 1980 ที่ถูกผลักไปข้างหน้าเพื่อศตวรรษที่ 21 ไม่เพียงแต่ซอฟต์แวร์ที่บรรดาเด็กๆ นักเรียนจะแฮ็กได้ง่ายๆ แต่รวมไปถึงฮาร์ดแวร์ด้วย “hacking” คือ literacy ของโลกอนาคต เพราะ hacking หมายถึงการที่เราสามารถควบคุมเทคโนโลยีได้ด้วยมือเราเอง ไม่ต้องงอนง้อรอเป็นปีๆ ขอจากผู้ผลิตให้เมตตาเพิ่มฟีเจอร์นั่นนี่ให้เรา (มีชุมชน RaspberryPiThai ในไทยแล้ว [มีของขายด้วย])

คนที่สนใจติดตามเรื่องราวจากทีมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสื่อใหม่สำหรับอนาคตของบีบีซี ไปอ่านได้ที่ BBC R&D

เรื่องเกี่ยวกับ “hobby computing” — From BBC Micro to Raspberry Pi: Geeks gather at ARM to celebrate British computing achievements

ผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับการแฮ็กและเสรีภาพเอาไว้ใน October เล่ม 11 (ฉบับ Sex) สนใจตามอ่านได้ครับ

[29 พ.ค., 5 มิ.ย.] ซีรี่ส์เสวนา: ชีวิต / ศิลปะ / ออนไลน์

ริเริ่มโดย @warong

อาทิตย์ 29 พ.ค. 2554 15:00 น. @ The Reading Room สีลม 19
“คนยุค’เน็ตกับเพลงและหนัง: ความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมจากโลกออนไลน์”
คุยกับ วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา (filmsick), ไกรวุฒิ จุลพงศธร, อธิป จิตตฤกษ์

อาทิตย์ 5 มิ.ย. 2554 15:00 น. @ ร้านหนังสือก็องดิด แยกคอกวัว
“มุขปาฐะ คัดลอก การพิมพ์ การโหลด: เหลียวมองการเดินทางอันยาวนานของกิจกรรมการอ่าน”
คุยกับ ภาณุ ตรัยเวช, วันรัก สุวรรณวัฒนา, กิตติพล สรัคคานนท์

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://thainetizen.org/node/2634

วิธีดูช่อง 11 NBT เพื่อความสมานฉันท์

การอนุญาตให้ตัววิ่งด้านล่างจอปรากฏ เหมือนชักสารพัดโฆษกรัฐบาลเข้าบ้าน
เสี้ยมรุนแรงในเสื้อคลุมสอนศีลธรรม

เพื่อสุขภาวะสังคม อย่าไปยอมมันสิจ๊ะ – เรามีหลายวิธี…

นี่คือ media literacy ที่รัฐจะไม่สนับสนุน

การปฏิเสธที่จะรับสื่ออย่างทื่อ ๆ

การไม่ยอมที่จะเป็นเพียง ผู้อ่าน แต่เรียกร้องต้องการจะเป็น ผู้เขียน ด้วย

ความหมายของ media literacy ที่มากไปกว่า การรู้เท่าทันสื่อ
ไปสู่ การอ่านสื่อออกเขียนสื่อได้

technorati tags: 

Maps of Visualization Field

Knowledge Maps of Researchers and Methods in the Visualization Field

แผนที่ความรู้แสดงนักวิจัยและระเบียบวิธี ในสาขา “การมองภาพ” (visualization*)

ในนั้นมีอันนึงที่น่าสนใจมาก สรุประเบียบวิธีในกาำรทำ visualization (ใช้อังกฤษไปก่อนนะ) ในตารางแบบตารางธาตุ:

A Periodic Table of Visualization Methods

พร้อมกับบทความวิชาการ พูดถึงเรื่อง จะเอาตารางนี้ไปช่วยการจัดการได้อย่างไร ?

ทั้งหมดนี้ จัดทำโดย Visual-Literacy.org
ซึ่งเป็นหลักสูตรอีเลิร์นนิ่ง สำหรับประกอบหลักสูตร 14 หลักสูตร ใน 4 มหาวิทยาลัย (ทั้งหมดในสวิตเซอร์แลนด์) โดยหลักสูตรเหล่านั้น ต้องการทักษะการวิเคราะห์และการสร้างกรอบความคิดชั้นสูง เพื่อที่จะเปลี่ยนสิ่งที่เป็นนามธรรมออกมาเป็นแผนภาพที่จับต้องได้ และเพื่อจัดการความซับซ้อนของหัวข้อและปัญหาที่สนใจในแต่ละหลักสูตร โดยหลักสูตรเหล่านี้มีตั้งแต่ การจัดการความรู้ ไปจนถึง วิศวกรรมซอฟต์แวร์


* visualization จะแปลว่าไรดี ?

Lexitron แปลว่า “การมองเห็น” แต่นี่เรากำลังพูดถึง “การทำให้มองเห็น” อยู่มากกว่ารึเปล่า ?

visual arts นี่ ทัศนศิลป์ .. visual คือ ทัศน์ (เหมือนใน ทิวทัศน์)

งั้น visualization การทำให้เกิดทัศน์ (สร้างภาพ :P) เอาเป็น “ทัศนประดิืษฐ์” ไหวมั๊ย ? ตรง/ได้ความหมาย รึเปล่า ? หรือเลียน โลกาภิวัตน์ เป็น “ทัศนาภิวัตน์” ดี 😛

ค้นเน็ต เจอที่ม.เกษตร ใช้คำว่า “ทัศนสารสนเทศ” สำหรับคำว่า “information visualization” .. เอ แต่แบบนั้นมันไม่ใช่ “visual information” เหรอ ?

ยังไงดี

(เมื่อก่อนพยายามใช้คำง่าย ๆ บ้าน ๆ แต่หลัง ๆ รู้สึกว่า มันทำให้ความหมายสูญเสียได้ง่าย อย่างคำว่า new media ถ้าแปลเป็น “สื่อใหม่” งั้น … นสพ.ฉบับใหม่เป็นสื่อใหม่มั๊ย ?)

[ลิงก์ Maps of Visualization Field | ผ่าน mk, Guy Kawasaki, Boing Boing, …]

technorati tags: