‘Censorship’ 2.0 : RoyalVDO.com – an organized User-DUPLICATED Content campaign

ดูคำชักชวนและวิธีการ ใน RoyalVDO.com ที่เชิญชวนให้คนนำวีดิโอเกี่ยวกับในหลวงไปอัปโหลดตามที่ต่าง ๆ เยอะ ๆ เพื่อเป็นการ “ถวายงาน” แก่ในหลวงท่านแล้ว ก็เห็นว่าควรจะเขียนอะไรบางอย่าง ก่อนที่อะไร ๆ มันจะบิดเบี้ยวเลยเถิดไปหมดในสังคมนี้ …

แม้แนวคิดโดยรวมของ RoyalVDO.com นั้น “เชื่อได้ว่า” คงจะมีเจตนาดี ผมพบว่ามัน “เกินพอดี” ไปหน่อย …

จากหน้า เกี่ยวกับ ของเว็บไซต์ดังกล่าว :

หากมีคนไทยจำนวนหนึ่ง ช่วยกัน DownLoad คลิปวิดีโอ แล้วนำไป UpLoad เข้าใน YouTube หรือเว็บ
อื่นๆ วันละตอน สองตอน หรือมากกว่า จนรวมกันได้มาก เป็นหมื่น เป็นแสน หากจะมีการสืบค้น โดยใช้คำ
ว่า King Thai หรือ King of Thailand หรืออื่นๆ ก็จะพบเป็นหมื่นเป็นแสนเรื่อง
ซึ่งแน่นอนในจำนวนนั้น ย่อม
จะมีคลิปวิดีโอ ที่ไม่เหมาะสม จาบจ้วง ปนอยู่ด้วย แต่กว่าจะดูคลิปนั้นได้คงจะลำบาก ซึ่งนับเป็นการ “สร้าง
น้ำดี ไล่น้ำเสีย” อย่างได้ผล

ส่วนบางท่าน อาจไม่มีเวลา DownLoad / UpLoad ก็สามารถร่วมกัน ถวายงานได้ โดยการเข้าไป โหวต ให้
เรื่องดีๆ นั้น มีดาว เรทติ้งสูง เพื่อให้เมื่อมีการสืบค้น คลิปดีๆ จะได้อยู่ในหน้าแรกๆ ส่วนคลิปไม่ดี (ถ้ามี)ก็
จะไปอยู่ในหน้าหลังๆ ลึกๆ โอกาสจะดูคลิปนั้น ก็คงจะลำบาก

(ตัวเน้น นั้นผมเน้นเอง)

ตามคำนิยามของ Google (เจ้าของ YouTube) ชัดเจนอย่างที่สุดว่านี่คือการทำ duplicate content ทำซ้ำเนื้อหาเยอะ ๆ โดยตั้งใจ เพื่อผลทางอันดับการค้นหา

Duplicate content […]

However, in some cases, content is deliberately duplicated across domains in an attempt to manipulate search engine rankings or win more traffic. Deceptive practices like this can result in a poor user experience, when a visitor sees substantially the same content repeated within a set of search results.

อย่างไรก็ตาม, ในบางกรณี, เนื้อหานั้นถูกทำซ้ำอย่างจงใจทั่วโดเมนต่าง ๆ เพื่อผลในการถูกจัดอันดับโดยเสิร์ชเอนจิ้น หรือเพื่อให้ได้จำนวนเข้าชมมากขึ้น. วิธีปฏิบัติที่ลวงตาเช่นนี้ อาจทำให้เกิดประสบการณ์ใช้งานที่ไม่ดี, เมื่อผู้ชมเห็นเนื้อหาเดียวกันจำนวนมากซ้ำ ๆ ในผลลัพธ์การค้นหา.

ในโลกข้อมูลข่าวสารทุกวันนี้ ลำพังปัญหา information overload มีข้อมูลข่าวสารล้นเกิน มันก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว แล้วจะไปซ้ำเติมปัญหาด้วยการทำซ้ำเนื้อหาอีกหรือ ? เนื้อหาที่ซ้ำ ๆ กันอย่างนี้ ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อ findability คือจะหาอะไรก็หาไม่ค่อยจะเจอ เจอก็เจอแต่ที่ซ้ำ ๆ ที่เคยเจอไปแล้ว เสียทั้งเวลา พลังงาน ทรัพยากร และอารมณ์ … ไม่มีอะไรที่ “พอเพียง” แม้สักอย่างเดียว

ทาง YouTube ได้แสดงออกอย่างชัดเจน ว่าไม่ต้องการเนื้อหาซ้ำ ๆ ลักษณะนี้ ดังจะเห็นได้จากคำอธิบายข้อความแสดงสถานะ Video Status Messages: Rejected (duplicate upload) ที่ระบุว่ามีการตรวจสอบแฟ้มวีดิโอทุกชิ้นที่ได้อัปโหลดเข้าไป เพื่อหลีกเลี่ยงวีดิโอที่ซ้ำ

แน่นอนว่าคุณบอกว่าคุณ “รักในหลวง” อยากจะเผยแพร่ผลงานของท่าน – ซึ่งประเด็นข้อนี้ไม่มีปัญหาอะไรเลย คนทั่วโลกเขาก็อัปโหลดคลิปต่าง ๆ เพราะอยากจะเผยแพร่อะไรบางอย่างเหมือน ๆ กัน ทุก ๆ คนมีสิทธิ์ที่จะทำได้

แต่ในขณะเดียวกัน ปรากฏว่า คุณก็อยากจะเอาเนื้อหา “อื่น ๆ” ออกไปให้พ้นหูพ้นตาชาวโลกเสียด้วย – ปัญหาในกรณีนี้คือ คุณจะอ้างสิทธิ์อะไร ในการไปรบกวนการใช้งานของผู้อื่น ? ที่แม้จะรักในหลวงเหมือนท่าน แต่เขาก็ยังต้องการใช้ YouTube และอินเทอร์เน็ตในเรื่องอื่น ๆ ด้วย ไม่ใช่เอาไว้ดูคลิปในหลวงเพียงอย่างเดียว

อะไรที่ไปกระทบรบกวนการใช้งานอื่น ๆ ?

เอาแค่ใน YouTube คีย์เวิร์ดชุดหนึ่งที่ทางเว็บ RoyalVDO.com แนะนำให้ใช้ คือ “King Thai”
นั้นก็ถูกใช้ร่วมกับคลิปอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับในหลวงพระองค์ปัจจุบันเลย (ไม่ว่าจะในทาง “ดี” หรือ “ไม่ดี” ตามคำนิยามของกลุ่มผู้จัดทำ RoyalVDO.com) เช่น Three King Cobras and a Thai Man in Cambodian Snake Show (โชว์งู), The Lion King – Hakuna Matata (Thai Ver.) (เพลงการ์ตูน),
King Naresuan Trailer 2! (ตัวอย่างหนัง นเรศวร), The king Of Phayao Thailand.01 (พ่อขุนงำเมือง), Cremation ceremory for King Rama VIII Part1 (พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ร.8) ฯลฯ

หรือมีคลิปอีกจำนวนหนึ่ง ที่เป็นคลิปที่เกี่ยวข้องกับในหลวง ถวายพระพรแด่ในหลวงพระองค์ปัจจุบัน แต่ไม่ได้มาจาก RoyalVDO.com
เช่น we love the king (ถวายพระพร จากพสกนิกรไทยในซิดนีย์ เมื่อปีที่แล้ว ถูกดันไปอยู่หน้า 16), Thailand Happy Birthday King! (ถวายพระพร ปีนี้ ถูกดันไปอยู่หน้า 17) — ซึ่งคำถามในกรณีนี้คือ ทางกลุ่ม RoyalVDO.com และผู้ “ร่วมด้วยช่วยกัน” สนับสนุนในทางต่าง ๆ นั้น จะอ้างว่ารักในหลวงมากกว่าคนอื่น ๆ หรืออย่างไร จึงอ้างสิทธิ์ได้ว่า คลิปแสดงความรักของฉันต้องมาก่อนคลิปแสดงความรักของคนอื่น ?

คลิปเหล่านี้ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับในหลวงแต่ไม่ได้มาจาก RoyalVDO.com และที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับในหลวง
แต่ใช้คีย์เวิร์ดหรือ tag ร่วมกับที่ RoyalVDO.com ใช้ ถูกดันลงไปอยู่หน้าท้าย ๆ เพราะต้องหลีกทางให้กับ คลิปจาก RoyalVDO.com เช่น
King Thailand : His Majesty the Kings Diplomatic Ingenuity (ซ้ำกัน 10+ ชิ้น),
King Thai King Bhumibol : Support for the Tsunami Survivors (ซ้ำกัน 8+ ชิ้น),
King Thailand : Songs Written by His Majesty the King (ซ้ำกัน 8+ ชิ้น),
King Thailand King Bhumibol : The Musical Monarch (ซ้ำกัน 10+ ชิ้น),
และอีกหลายสิบหลายร้อยคลิปที่ซ้ำ ๆ (ลองดูรายการผลลัพธ์การค้นหา “king+thai” และในแต่ละหน้าที่แสดงคลิปลองดูในช่อง Related Videos ด้านขวา)
ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ต้องการดูคลิปอื่น ๆ ที่ไม่ใช่จาก RoyalVDO.com บ้าง ก็จำเป็นต้องกดไล่ลงไปทีละหน้า ซึ่งในขณะนี้ต้องกดไปไม่ต่ำกว่าสิบหน้าจึงจะเจอคลิปอื่น ๆ บ้าง (ตามภาษาชาวเน็ต ในเว็บบอร์ดหรือห้องสนทนาในอินเทอร์เน็ต การกระทำเช่นนี้เรียกว่า flooding – ไม่รู้ว่าน้ำดีหรือน้ำเสียล่ะ รู้แต่ว่าน้ำท่วม ท่วมจนล้น)

แม้ตัวเนื้อหาของแต่ละคลิปนั้นจะได้จัดทำมาอย่างดี แต่ด้วยจำนวนซ้ำ ๆ ของมัน นอกจากไม่ได้ช่วยเพิ่มคุณค่าในทางเนื้อหาแล้ว (ดูคลิปเนื้อหาเหมือนกัน 10 ชิ้น ก็ไม่ได้ต่างอะไรก็ดูคลิปเดียว) ยังไปรบกวนการจะค้นพบเนื้อหาอื่น ๆ ด้วย (ซึ่งนี่เป็นเรื่องซีเรียสมากในโลกอินเทอร์​เน็ตทุกวันนี้ อินเทอร์เน็ตอย่างที่เรารู้จักในปัจจุบัน ไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่มีเสิร์ชเอนจิ้น-ที่ไม่ใช่ไดเรกทอรีสารบัญเว็บแบบ Yahoo! ในสมัยเริ่มแรก) ด้วยเหตุนี้ ความซ้ำ ๆ กันของคลิป จึงทำให้คลิปที่ซ้ำหมายเลข 2, 3, … นั้นมีสถานะไม่ต่างไปจาก อีเมลขยะ หรือ spam ในตู้จดหมาย – นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้ว ยังทำให้ยุ่งยากอีก

แล้วด้วยความเร็วอินเทอร์เน็ตระดับประเทศไทยของเรา ยิ่งทำให้มันกระทบต่อการใช้งานของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การ “ป่วน” (อาจจะโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์) แบบนี้ ถึงที่สุดแล้ว ในทางปฏิบัติ effectively ก็เป็นการปิดกั้นการเข้าถึง “เซ็นเซอร์” กลาย ๆ นั่นเอง แม้ไม่ได้ปิดกั้นโดยสิ้นเชิงเสียทีเดียว แต่ก็ทำให้เกิดความยากลำบาก (ซึ่งนี่เป็นข้อที่กลุ่มผู้จัดทำรู้ดี เพราะได้บอกอย่างชัดเจนในหน้า “เกี่ยวกับ” ดังกล่าว)

ผมไม่แน่ใจว่า ทางกลุ่มผู้จัดทำ RoyalVDO.com ได้ตระหนักบ้างไหมว่า อินเทอร์เน็ตนั้นเป็นพื้นที่สาธารณะ ที่ชาวเน็ตทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน วิญญูชนผู้มีอารยะพึงใช้พื้นที่สาธารณะอย่างเอาใจเขามาใส่ใจเรา ทรัพยากรใดที่มีจำกัด ก็พึงใช้ร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ใช่ใช้ราวกับว่าอินเทอร์เน็ตทั้งหมดเป็นของข้าคนเดียว จะทำอย่างไรก็ได้ จะใส่อะไรลงไปเท่าไหร่ก็ได้ โดยคิดถึงแต่จุดประสงค์ของตัวเอง และแม้เว็บไซต์อย่าง YouTube นั้นตามกฎหมายจะเป็นพื้นที่เอกชน แต่ตัวมันก็เป็นพื้นที่ที่มีคนหลาย ๆ คนมาใช้ร่วมกัน จนเกิดเป็นชุมชนขึ้น ผู้เข้าใช้งานทุกคนก็พึงเคารพคนอื่น ๆ ในชุมชนด้วย

… นั่นก็เรื่องหนึ่ง

แต่ความล้นเกินก็คือความล้นเกิน ความไม่ “พอเพียง” นั้นไม่มีที่สิ้นสุด ในหน้า “เกี่ยวกับ” ของ RoyalVDO.com ยังได้แนะนำต่อไปว่า :

ส่วนท่านที่เป็น ผู้บริหาร , เจ้านาย หรือ ครูอาจารย์ ท่านก็มีโอกาสถวายงานได้ โดยการ สั่งการ หรือมอบ
หมายให้ ลูกน้อง/ลูกศิษย์ UpLoad อย่างน้อยวันละ 1 เรื่อง และโหวต อย่างน้อย วันละ….. เรื่อง ก็ยังได้

เห็นแนวคิดอะไรไหมครับ ส่งเสริมการ abuse the power ไหมครับ ? เจ้านายสั่งให้ลูกน้องทำอะไร ๆ … ก็ยังได้

ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนล้วนมีปัญหากับการทุจริตคอรัปชั่น การซื้อเสียง การฉ้อโกง ที่ออกมาเดินขบวนกันเยอะ ๆ ใส่เสื้อเหลืองเสื้อแดงสีต่าง ๆ ตะโกนว่าจะสู้เพื่อในหลวง ก็เพราะมีปัญหากับการฉ้อฉลคดโกงทั้งนั้น (ส่วนอะไรคือสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าฉ้อฉลคดโกง ก็ว่ากันไป อาจจะไม่เหมือนกัน) แล้วลองพิจารณาสิครับ ว่าที่เชิญชวนให้ “สั่งการ หรือมอบ
หมายให้ ลูกน้อง/ลูกศิษย์ UpLoad อย่างน้อยวันละ 1 เรื่อง และโหวต อย่างน้อย วันละ….. เรื่อง ก็ยังได้”
นี้ มันเข้าข่ายอะไร ใช้อำนาจหน้าที่ จัดตั้ง ให้ลงคะแนนให้ ใช่ไหม ถ้าเป็นการเลือกตั้ง ก็เข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้งน่ะแหละ ว่าง่าย ๆ (ซึ่งถ้าผู้บริหารพรรครู้เห็นเป็นใจกับการกระทำแบบนี้ ก็อาจจะถึงขั้นยุบพรรคและตัดสิทธิ์ทางการเมืองผู้บริหาร 5 ปีก็ได้ เป็นเล่นไป)

รักพ่อนั้นดีครับ แต่อย่ารักกันแบบหน้ามืดตามัว หูหนวกตาบอด รักกันแบบพอดี ๆ พอเพียงแบบที่ท่านว่า จะเป็นผลดีต่อพระเกียรติของท่านมากกว่า

เลิกเถอะครับ ทำอะไรให้มันพอดี ๆ เสียบ้าง อย่าให้น่าเกลียด

technorati tags:
,
,
,
,
,
,
,
,
,

But you have to click!

เดี๋ยวนี้เค้าคาดคั้นแฮะ

Is kko your friend? YES NO

จะไม่คลิกก็ไม่ได้นะ เพราะเค้ากำชับมาเลย ว่าจะ YES จะ NO ก็เอาเหอะ แต่ยูต้องคลิกนะเฟ้ย! (สุดยอด)

But you have to click!

kko has added you as a friend
Is kko your friend?

YES NO

Click Yes if kko is your friend, otherwise click No. But you have to click!

Please do not reply directly to this email.

This email was sent to you at the request of kko . You have not been added to a mailing list.

If you would prefer not to receive invitations from any SpeedDate members please click here

To contact us about this email, please click here

SpeedDate.com, Inc. PO Box 5545 Redwood City, CA 94063, USA.

โดเมน SpeedDate.com นี่โดน blacklisted ไปแล้ว ใครได้เมลมาก็อย่าไปคลิกอะไรนะครับ บล็อคได้ก็บล็อคเลย ไม่งั้นเพื่อน ๆ ใน contact list ของเราจะซวยไปด้วย – มันมีเป็นแอปพลิเคชันบน Facebook ด้วย อันตราย

technorati tags:
,
,

democratic potential of Internet in South Korea, lecture by Yoohee Kim

Democratic Potential of Internet in South Korea
special lecture by Yoohee Kim
Tuesday, July 29, 2008. 15:00-16:30
@ room 3003, SC building, Thammasat University, Rangsit Campus
more info: 0-2564-5000 www.asia.tu.ac.th

ศักยภาพประชาธิปไตยของอินเทอร์เน็ตในเกาหลีใต้
บรรยายพิเศษ โดย ยูฮี คิม (Yoohee Kim)
(บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ)
อังคารที่ 29 ก.ค. 2551 15:00-16:30 น.
@ ห้อง 3033 อาคารกลุ่มสังคมศาสตร์ (SC) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
ข้อมูลเพิ่มเติม: 0-2564-5000 www.asia.tu.ac.th

จัดโดย โครงการเกาหลีศึกษา สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา ร่วมกับ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

หัวข้อ/topics

  • Brief overview of Internet
  • The Internet and Democracy
  • The Internet as a communication tool
  • The Internet in South Korea
  • The Internet and Thailand

technorati tags:
,
,

Protect Our Internet (English translation + Facebook)

followed up the previous post (get the media kit there).

ผู้ใช้ Facebook
เข้าร่วมกลุ่ม Protect Our Internet group
หรือเพิ่มแอพพลิเคชั่น Protect Our Internet application ได้ตามสะดวกครับ

[ ผ่าน pittaya ]


Manifesto from
Internet users and bloggers
who support rights and freedom of expression on the Internet

29 May 2008

Subject: A call for accountability from Thepthai Senpong and Thailand’s Democrat Party, and a call for all netizens to safeguard our rights and freedom of expression on the Internet

Reference is made to the disclosure made by Thepthai Senpong, the Democrat Party’s Assistant Secretary-General, of 29 websites that are allegedly “dangerous websites” that have lèse majesté content. He demanded that government and the Minister of Information and Communication Technology take action against such websites. This story has been widely reported in the news media.

We, the undersigned, would like to express our stance on this issue as follows:

1. We believe that the right and freedom of expression, especially the expression of diverse viewpoints that differ from the establishment’s views, must be respected and protected.

Every democratic society that wishes to see peace and harmony must fully support and protect its people’s freedom of speech. Mutual respect and understanding is one of the most crucial ingredients of peace in a society in which members are different and diverse. The only way we can learn to move toward such goal of mutual respect and understanding is by fostering an environment in which everyone feels free to express his or her opinions fully and responsibly.

The door that leads us toward mutual respect and understanding will slam shut as soon as our mouths and hearts are silenced.

2. We disagree with using the monarchy as a tool to achieve political goals.

Most of the websites and blogs that Thepthai identified are not full of content or information that can be considered offensive to the monarchy. Many websites present information that are academic in nature, full of supporting data and rationale. Thepthai’s indiscriminating allegation that lumped all these websites into one category is therefore a gross error that resulted from the lack of thorough fact-checking, an easy way of putting pressure to silence differing opinions without regard to due process, a way of using the monarchy as a political tool to destroy political opponents, and instigate harmful discordance among Thai people. All of these points show an alarming lack of the democratic spirit.

We, the undersigned, hereby demand that Thepthai Senpong and the Democrat Party show accountability for the aforementioned act, stop the wrongful slander against websites or persons, and immediately stop putting pressure or creating the momentum to suppress freedom of speech in whatever shape or form.

In addition, since Thepthai Senpong’s action was not the first time that allegation of lèse majesté was used as a tool to silence opponents, and since we still see such an unacceptable act in many instances occur regularly, whether at the hands of public officials, politicians, or members of the press, we also hereby demand every party to stop such a behavior.

Lastly, we would like to invite all netizens and citizens to use our right and freedom of speech equitably and responsibly, to jointly monitor and protect the Internet so that it may always remain the common space for learning, seeking wisdom, and accepting diverse viewpoints of fellow human beings, whether or not we agree with them.

With regards,

(The Undersigned)


Sign the petition at:
http://gopetition.com/online/19589


protect our freedom
on our Internet
join the manifesto

technorati tags:
,
,
,

Protect Our Internet — online petition

จาก http://gopetition.com/online/19589
(ดูต้นฉบับ และร่วมลงชื่อได้ที่ลิงก์ดังกล่าว)


แถลงการณ์จาก
ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและสื่อพลเมือง
ผู้สนับสนุนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

29 พฤษภาคม 2551

เรื่อง ขอเรียกร้องความรับผิดชอบจากนายเทพไท เสนพงศ์ และ พรรคประชาธิปัตย์ และขอเชิญชวนพลเมืองทุกคนร่วมกันปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ตามที่นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยรายชื่อ 29 เว็บไซต์ ว่าเป็นเว็บไซต์อันตรายที่ส่อเค้าหมิ่นเบื้องสูง พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศจัดการ ตามข่าวทางสื่อมวลชนทั่วไป ความแจ้งแล้วนั้น

พวกเราดังมีรายนามข้างท้ายมีความเห็นต่อกรณีดังกล่าว ดังต่อไปนี้

1. เราเห็นว่าสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ต้องได้รับการเคารพและปกป้อง

สังคมประชาธิปไตยทุกสังคม ที่ปรารถนาความสงบสุข สันติภาพ และความสมานฉันท์ จำเป็นต้อง ส่งเสริม และ ปกป้อง สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนอย่างเต็มที่

เหตุเพราะความเคารพและความเข้าใจอันดีต่อกัน “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมที่ผู้คนมีความแตกต่างหลากหลาย และหนทางเดียวที่จะนำเราไปสู่การเรียนรู้ที่จะเข้าใจและเคารพกันได้ คือสภาพสังคมที่เอื้อให้ทุก ๆ คน มีสิทธิเสรีภาพในแสดงออกด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่

ประตูที่จะนำไปสู่ความยอมรับเคารพซึ่งกันและกัน จะถูกปิดตาย เมื่อปากและใจของเราถูกบังคับให้ปิดลง

2. เราไม่เห็นด้วยกับการนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

รายชื่อเว็บไซต์และเว็บล็อกส่วนใหญ่ที่ถูกระบุชื่อ มิได้นำเสนอข้อมูลหรือเนื้อหาที่หมิ่นพระมหากษัตริย์ หลายแห่งนำเสนอข้อมูลทางวิชาการอย่างมีเหตุมีผล การกล่าวหาเว็บไซต์ต่าง ๆ เหล่านั้นอย่างเหมารวมของนายเทพไท เสนพงศ์ จึงเป็นความผิดพลาด ขาดการตรวจสอบข้อมูล เป็นการกดดันเพื่อปิดกั้นความคิดเห็นของคนอื่นโดยไม่เลือกวิธีการ เป็นการปลุกปั่นนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการทำลายฝ่ายตรงกันข้าม รวมทั้งเป็นการก่อความแตกแยกของคนภายในชาติ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นถึงการขาดจิตวิญญาณประชาธิปไตย

พวกเราดังมีรายนามข้างท้ายนี้ขอเรียกร้องให้นายเทพไท เสนพงศ์ และพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว และหยุดการใส่ร้ายป้ายสีเว็บไซต์หรือบุคคลอื่นอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งหยุดกดดันหรือสร้างกระแสให้มีการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ โดยทันที

และเนื่องด้วยการกระทำเช่นนายเทพไท เสนพงศ์ ในครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการใช้ข้อหาหมิ่นพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือในการริดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายอื่น ๆ และแม้การกระทำเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ แต่เราก็ยังพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวอยู่เสมอ จากทั้งหน่วยงานรัฐ นักการเมือง และสื่อมวลชน เราจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดพฤติกรรมดังกล่าวด้วยเช่นกัน

พร้อมกันนี้ พวกเราขอเชิญชวนชาวอินเทอร์เน็ตและพลเมืองทุกคน ให้ยึดมั่นในสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมและรับผิดชอบ และร่วมกันตรวจสอบดูแลและปกป้องพื้นที่อินเทอร์เน็ต ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้แสวงหาปัญญาและยอมรับความคิดอันหลากหลายของเพื่อนมนุษย์ ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยกับความคิดเหล่านั้นหรือไม่ก็ตาม

ขอแสดงความนับถือ

(ผู้ลงชื่อ)

สามารถร่วมลงชื่อทางออนไลน์ ได้ที่
http://gopetition.com/online/19589


ช่วยกันรณรงค์

หากเห็นด้วย ช่วยกันบอกต่อ / forward / โพสต์ลงบล็อก / ใส่ลงใน del.icio.us / ใส่เป็นลายเซ็นท้ายอีเมล / ปรินท์ไปแปะหน้าร้านเน็ต ฯลฯ ตามสะดวกครับ 🙂
(ที่ด้านท้ายของแถลงการณ์ในเว็บไซต์ มีลิงก์อำนวยความสะดวกอยู่ สำหรับพวก social bookmarking ทั้งหลาย)

ป้าย “เปิดเน็ต เปิดใจ :)” : 160×90 | 300×165


จะใส่รูปพร้อมลิงก์อย่างด้านล่างในบล็อก MySpace หรือ Hi5 ของคุณ ?
คัดลอกโค้ด HTML ในช่องนี้ไปใส่ได้เลย:


ปกป้องเสรีภาพของเรา
บนอินเทอร์เน็ตของเรา
ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์

technorati tags:
,
,

Netizen Unite!

ศิริพร สุวรรณพิทักษ์ (ปุ๊ก) เว็บมาสเตอร์ 212cafe.com ได้ประกันตัวแล้ว — หลังนอนในห้องขังหนึ่งคืน

อ่านบล็อกของปุ๊ก: 212cafe.com เป็นข่าว!

เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หนังสือพิมพ์ มติชน ออนไลน์ และ ผู้จัดการ ออนไลน์ ลงข่าวชวนเข้าใจผิด และตัดสินปุ๊กไปแล้วในข่าว-โดยไม่ได้ตั้งอยู่บนหลักฐานที่ปรากฎ

มติชนพาดหัวว่า “จับเว็บมาสเตอร์เว็บโป๊ แพร่ภาพคลิปลับว่อนเน็ต” ถ้านักข่าวมติชนใช้เวลาสักหนึ่งนาทีดูเว็บไซต์ 212cafe.com เสียหน่อย ก็จะรู้ว่ามันไม่ใช่เว็บโป๊ (เว็บไซต์ที่มีแต่ภาพโป๊หรือเนื้อหายั่วยุทางเพศ)

ผู้จัดการพาดหัวว่า “ปดส.จับเจ้าของเว็บลามก แพร่ภาพเริงรักหนุ่มสาว” พร้อมลงรูปประกอบข่าว รูปหนึ่งเป็นภาพจับหน้าจอจากเว็บโป๊แห่งหนึ่ง-ซึ่งไม่ใช่ 212cafe.com ชวนให้ผู้อ่านเข้าใจผิดว่านั่นเป็นภาพที่จับหน้าจอมาจากเว็บ 212cafe.com (ล่าสุดได้มีการเปลี่ยนรูปแล้ว-แต่ไม่ได้แจ้งว่ามีการเปลี่ยนเกิดขึ้น)

อันนั้นเป็นเรื่องของการนำเสนอในสื่อ-การตัดสินโดยพาดหัว

อีกเรื่องก็คือ มาตรฐานในการจับกุมดำเนินคดีหรือการ “ขอความร่วมมือ” เรื่องที่เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

ที่ผ่านมาการ “ขอความร่วมมือ” มีในลักษณะด้วยจาวาทางโทรศัพท์บ่อย ๆ คำถามคือ มันเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ไหม กับการบอกกล่าวด้วยวาจา ทางโทรศัพท์ ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า อีกฝากหนึ่งของโทรศัพท์ ที่ขอความมือมานั้น เป็นใคร มีตำแหน่งหน้าที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น ๆ หรือไม่ ?

mormmam ในฐานะบล็อกเกอร์ ที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต และตัวเองก็มีสิทธิ์ที่จะถูก “ขอความร่วมมือ” ได้เช่นเดียวกับชาวเน็ตอื่น ๆ ก็ตั้งคำถามถึงมาตรฐานและขั้นตอนวิธีในการดำเนินคดีเช่นกัน ในบล็อกของเขา:
Cyber law, Process and Standard in Thailand

ที่ผ่าน ๆ มา เราก็จะเห็นเสมอ ๆ ว่า
ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายใหม่ ๆ อย่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต ทรัพย์สินทางปัญญา ที่คนจำนวนมากยังไม่ทราบกฎหมาย หรือยังสับสนกับกฎหมาย หรือขั้นตอนการดำเนินคดี และสิทธิของตน
ก็มักจะมีมิจฉาชีพ (ทั้งที่เป็นคนทั่วไปและที่เป็นเจ้าหน้าที่เสียเอง) ใช้ช่องว่างความสับสนลักลั่นตรงนี้ ไปหลอกลวงหากินกับประชาชนและผู้ประกอบการต่าง ๆ ตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเป็นการทำทีเป็นล่อซื้อ แล้วก็จับกุม จากนั้นก็บอกว่า ถ้ายอมจ่ายเงินจำนวนที่กำหนด ก็จะทำให้เรื่องเงียบปล่อยตัวได้ (ข่มขู่) เช่นกรณีร้านหนังสือที่ถูกจับเรื่องขายหนังสือแนะนำเกมที่แถมซีดีที่มีเกมละเมิดลิขสิทธิ์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือการกลั่นแกล้งอ้างกฎหมายที่เกี่ยวข้องขอเข้าตรวจค้นบ่อย ๆ ให้รำคาญ จนทำมาหากินไม่สะดวก จนต้องยอมจ่ายค่าคุ้มครอง ให้ไม่มารบกวน เช่นกรณีร้านเน็ตร้านเกม ถูกกลุ่มคนที่อ้างว่าได้รับมอบหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์เข้ามาตรวจค้น เรียกค่าเสียหาย … ที่สุดท้ายอาจกลายเป็น “ค่าโง่”

พวกเราได้ยินได้เห็นเรื่องราวเหล่านี้กันไม่รู้กี่ครั้งแล้วในสังคมนี้ ในบ้านเมืองของเรานี้

กลุ่มคนเหล่านั้นหลายกลุ่ม ที่ทนการกลั่นแกล้ง หรือการใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม ก็ได้มีการรวมตัวกันเพื่อปกป้องตัวเอง และช่วยเหลือเพื่อน ๆ ชะตากรรมเดียวกัน ต่อสู้

กลุ่มร้านเน็ต ร้านเกม (ปัญหาลิขสิทธิ์ ปิดดึก เด็กนักเรียนเล่นเกม) ก็มีการรวมตัวกัน
กลุ่มผู้ประกอบการคาราโอเกะ (ปัญหาลิขสิทธิ์ และการจัดเก็บซ้ำซ้อน) ก็มีการรวมตัวกัน
กลุ่มร้านหนังสือ (ปัญหาลิขสิทธิ์) ก็มีการรวมตัวกัน

ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่คนเล่นอินเทอร์เน็ต ชาวเน็ตทั้งหลาย จะลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตัวเองเช่นกัน

ตั้งแต่สิทธิในทางเศรษฐกิจ สิทธิในการทำมาหากินอย่างสุจริต ที่จะได้รับการคุ้มครองให้แข่งขันในกติกาที่เป็นธรรม ไม่มีตุกติก เช่น โกงจำนวนฮิตส์ สิทธิของผู้บริโภค ที่ควรจะได้รับบริการอย่างที่โฆษณา เช่น เว็บไซต์มีเนื้อหาที่ตรงกับคีย์เวิร์ดที่ค้น หรือที่จ่ายเงินค่าอินเทอร์เน็ตไปแล้ว ก็อยากจะได้บริการที่ดี ได้ความเร็วตามที่โฆษณาไว้ ไม่ถูก shape แบนด์วิธ โหลดบิทไม่ได้ เน็ตไม่ล่มบ่อย ๆ และเข้าเว็บไซต์ที่ถูกกฎหมายได้ทุกเว็บไซต์ – ไม่ใช่ว่าพอถูก “ขอความร่วมมือ” หน่อยเดียว ก็เข้าเว็บนั้นเว็บนี้ไม่ได้เสียแล้ว ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้มีคำสั่งศาลเลย

ในฐานะผู้บริโภคอินเทอร์เน็ต ที่จ่ายเงินรายชั่วโมง รายเดือน พวกเราก็ต้องคาดหวังกับบริการที่ดีเช่นที่ว่า ไม่อย่างนั้นเราก็ต้องเรียกร้องบริการที่ดีกว่า หรือหากตกลงกันไม่ได้ ก็เคลื่อนไหว หรือพึ่ง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค อะไรก็ว่าไป — ทำไมเพื่อนเราจ่ายเงินค่าบริการเท่ากันกับเรา แล้วเขาได้อินเทอร์เน็ตคุณภาพน้อยกว่าเรา ? (หรือเราไม่ได้เดือดร้อน ไม่ต้องสนก็ได้ ?)

ในฐานะที่ชาวเน็ต ก็เป็นพลเมืองเช่นกัน พวกเราก็ต้องปกป้องสิทธิในความเป็นพลเมืองของพวกเรา ที่จะต้องได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ

สิทธิเสรีภาพที่จะคิด พูด อ่าน เขียน ในทุกสิ่งที่ต้องการ ตราบเท่าที่ไม่ไปรบกวนสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น

ไม่ใช่ให้ใครมาปิดเว็บไซต์เอาตามอำเภอใจ — คนจะเขียนก็ถูกละเมิด คนจะอ่านก็ถูกละเมิด

ไม่ใช่ให้ใครมากล่าวหาว่าเป็นเว็บไซต์ผิดกฎหมายกันได้ชุ่ย ๆ — อย่างที่นักการเมืองของพรรคเก่าแก่เพิ่งทำ

ไม่ใช่ให้ใครมาใช้กฎหมายข่มขู่หาประโยชน์ได้ง่าย ๆ — กระบวนการยุติธรรมต้องโปร่งใส ผิดก็ว่าไปตามผิด ไม่มีปัญหา แต่ต้องอธิบายได้ และพยายามเข้าใจปัญหา และถือหลักที่ว่า จนกว่าจะพิสูจน์ได้หรือมีพยานหลักฐานชัดเจนซึ่งหน้าว่ากระทำผิด ผู้ต้องหาคือผู้บริสุทธิ์ ไม่ใช่ตัดสินไปก่อน (ไม่ว่าจะโดยสื่อ โดยเจ้าหน้าที่ หรือใครก็ตาม) หรือที่แย่หนักคือ จับไปซะเฉย ๆ ก่อนแล้วค่อยแจ้งข้อหาแบบ 2 บล็อกเกอร์ พระยาพิชัย กับ ท่อนจัน

พวกเรา ชาวเน็ต บล็อกเกอร์ ผู้สื่อข่าวพลเมือง และพลเมืองทุกคน มาร่วมมือร่วมใจกัน รวมตัวกันเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของเรา บนพื้นที่ออนไลน์แห่งนี้ และทุก ๆ ที่

(ไม่ว่าคุณจะเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย คิดเหมือน คิดต่าง เราอยากได้ยินเสียงของคุณ เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ในบล็อกของคุณ ตามความคิดของคุณ 😉 )


ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

technorati tags: , , , , ,

The Future of the Internet–and How to Stop It

อนาคตของอินเทอร์เน็ต และจะหยุดมันอย่างไร

เจอหนังสือเล่มนี้จากเว็บ EFF (มูลนิธิ Electronic Frontier Foundation — องค์กรต่างชาติ!)

The Future of the Internet—and How to Stop It
โดย Jonathan Zittrain
ศาสตราจารย์ด้านการปกครองและการวางระเบียบอินเทอร์เน็ต ที่ Oxford Internet Institute

หนังสือนี้อธิบายถึงกลจักรสำคัญที่ทำให้อินเทอร์เน็ตเติบโตและแพร่หลายไปทั่วอย่างทุกวันนี้
และเผยให้เห็นว่า ปัญหาต่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ตทุกวันนี้ ก็เกิดมาจากความสำเร็จอย่างรวดเร็วของอินเทอร์เน็ตเอง
และโดยไม่รู้ตัว ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกันเองนี่แหละ ที่จะนำมันไปสู่ระบบที่ถูกล็อก ทำให้นวัตกรรมต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา ก็จะถึงจุดจบ และนั่นก็จะนำไปสู่การควบคุมอินเทอร์เน็ตโดยคนไม่กี่กลุ่ม

หนังสือยกตัวอย่างถึง ไอพอด ไอโฟน เครื่องเล่นเกม เอกซ์บ็อกซ์ และกล่องรับทีวี ทิโว ซึ่งเป็นคลื่นลูกแรกของเครื่องใช้ที่ต่อกับอินเทอร์เน็ต
ที่ไม่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปแก้ไขดัดแปลงมันได้โดยง่าย เว้นแต่จะเป็นผู้แทนจำหน่ายเท่านั้น “เครื่องใช้ที่ถูกพันธนาการ” นี้ ไม่ค่อยเป็นที่รู้กันนักว่าเกิดขึ้น แต่สิ่งที่มันทำนั้น ไม่ธรรมดา — จีพีเอสถูกตั้งค่าใหม่ให้ดักรายงานความเคลื่อนไหวของผู้ใช้ตลอดเวลา เครื่องอัดวิดีโอดิจิทัลถูกสั่งให้ทำลายตัวเองจากระยะไกลหลังจากคดีฟ้องร้องผู้ผลิต แม้แต่แพลตฟอร์ม เว็บ 2.0 อย่าง กูเกิลแมชอัพ และ เฟซบุ๊ก โปรแกรมต่าง ๆ บนนั้น ก็สามารถถูกจับตามอง และถูกสั่งทำลาย จากศูนย์กลางได้เหมือน ๆ กัน
และเนื่องจาก โปรแกรมและเครื่องใช้ที่ถูกพันธนาการเหล่านี้ กำลังเบียด เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ไปเรื่อย ๆ
ธรรมชาติสูงสุดของอินเทอร์เน็ต – ความสามารถในการผลิตสร้างสิ่งใหม่ ๆ หรือนวัตกรรม – ก็อยู่ในความเสี่ยง

ทิศทางของอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันเป็นการสูญเสียโอกาสอย่างหนึ่ง ความอยู่รอดปลอดภัยของมันนั้น Zittrain บอกว่า ขึ้นอยู่กับผู้ใช้นับล้าน ๆ ของมันเอง ด้วยตัวอย่างจากเทคโนโลยีผลิตสร้างต่าง ๆ เช่น วิกิพีเดีย ที่จนถึงตอนนี้ยังรอดพ้นจากความสำเร็จของตัวเองมาได้ หนังสือเล่มนี้แสดงว่า เราจะสร้างเทคโนโลยีและโครงสร้างทางสังคมใหม่อย่างไร ที่จะอนุญาตให้ผู้ใช้ ทำงานได้อย่างสร้างสรรค์ และสามารถร่วมมือ มีส่วนร่วมในทางแก้ต่าง ๆ และกลายเป็น “พลเน็ต” (netizen) อย่างแท้จริง

มีใครได้อ่านแล้ว (เมืองไทยมีขายที่ไหนมั่ง ?) หรือสนใจเรื่องเหล่านี้ คุยกันได้เลยครับ

ลิงก์ :

technorati tags:
,
,
,

On various little and BIG things

ปรับปรุง 2008.03.31: แก้สะกดผิด (สระเกิน ที่มองไม่เห็นบนวินโดวส์) เพิ่มลิงก์พี่ไตร แสงศตวรรษ และ technorati แปะคลิป / และตกลง network interface ไม่ได้เจ๊งครับ ปรากฎว่าสงสัยจะ update package อะไรไปแล้วมันเจ๊ง พอลงโอเอสใหม่ มันก็ใช้ได้เหมือนเดิมครับ เน็ตเวิร์ก (ตอนนี้ใช้ Ubuntu 8.04 Beta อยู่)

คลิป Kapook ชวนคุย วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2550 ที่บ้านไร่กาแฟ ขึ้นแล้วนะครับ (ตั้งแต่เมื่อวานเที่ยง ๆ ได้ ผมเพิ่งจะต่อเน็ตได้ network interface โน๊ตบุ๊คเจ๊ง)

ที่ Duocore http://duocore.tv/ (ตอนพิเศษ xxx.kapook.com)
ที่ FukDuk http://fukduk.tv/ (รอ 1 เม.ย. รายการ “กำไข่ ใส่ข่าว”)

เชิญดูและพิจารณานะครับ ความเห็นของผู้คนต่าง ๆ น่าจะพอเห็นใน blogosphere บ้างแล้ว

ความเห็นของผมสั้น ๆ ตอนนี้ ก็คือ งานนี้ คุณปรเมศวร์ แฟร์ ตอบทุกคำถาม แม้จะยืดยาวกินเวลาไปหน่อย โดยเฉพาะในช่วงแรก และออกนอกเรื่องไปไกลหลายทีในช่วงถัด ๆ มา แต่ยังไงคุณปรเมศวร์ก็พยายามตอบทุกข้อ และทุกข้อก็พอฟังได้ – เป็นข้อ ๆ ไป – แต่อย่าเอาคำตอบทั้งหมดมาร้อยกัน เพราะมันจะไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่นัก บางข้อมันขัดกันเอง – แต่โดยรวมไม่น่าเกลียดครับ ฟังได้ (เชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่คนนะครับ ก็พิจารณาเป็นข้อ ๆ ไป)

แต่ที่(ผม)ฟังไม่ได้จริง ๆ ก็คงจะเป็นทีมงานของ Kapook คนหนึ่ง (เสื้อดำในวิดีโอ) และบางคำที่พี่ไตร-ชีพธรรม (เสื้อ eBay) พูด ลองดูในวิดีโอเองนะครับว่าเป็นอย่างไร (ผมไม่ได้รู้จักพี่ไตรเป็นการส่วนตัว แต่ก็ติดตามผลงานมาตลอด ตั้งแต่สมัยผมทำงานใหม่ ๆ และต้องไปเกี่ยวข้องเรื่องจัดอบรมที่ซอฟต์แวร์ปาร์ค และก็ชอบลีลาการอบรมของพี่เขามาก รู้สึกว่าคนนี้เกิดมาเพื่อสื่อสารเพื่อเป็นโค้ชจริง ๆ ผมเลยรู้สึกผิดหวังในทัศนคติของพี่เขาเรื่อง “ขี้อิจฉา อวดดี อยากเด่น” ฯลฯ – แต่นั่นก็เป็นเรื่องของตัวผมเอง ไม่ได้เป็นความผิดของพี่เขา)

อยากให้ดูคลิปที่ว่าจนจบนะครับ จะได้ฟังความเห็นของทุก ๆ คนอย่างรอบด้าน (เพิ่งดูคลิปของ Duocore จบ พบว่ามีตัดไปบ้างบางส่วน แต่เหมือนเป็นการตัดต่อให้ภาพมันต่อเนื่องมากกว่า เท่าที่ดู ไม่น่าจะมีประเด็นสำคัญอะไรถูกตัดออกไป ยกเว้นช่วงสุดท้ายที่ อดัม FukDuk ซักถามคำถามหลายคำถาม พร้อมข้อมูลประกอบที่ปริ๊นท์ออกมาหลายหน้า — คุณออย Duocore แจ้งว่า ตอนท้ายนี้ไม่ได้เป็นการตัด แต่ที่หายไปน่าจะเป็นเพราะแบตหมดแล้ว แต่ไม่ต้องห่วง ยังไงดูได้ที่เว็บ fukduk.tv ครับ 1 เม.ย. นี้)


(ข้างล่างนี้เกี่ยวข้องกับเรื่อง Kapook น้อยมาก ๆ)

เมื่อคืนได้แลกเปลี่ยนกับ MacroArt, jittat และ sugree ผ่าน twitter (บนรถเมล์ ผ่านมือถือ) ประเด็นสำคัญที่ผมคิดว่าควรจะต้องย้ำตรงนี้ก็คือ ไม่ใช่เรื่องทุกเรื่องที่เราจะจัดการกับมันแบบ ‘ ส่วนตัว’ ได้ (และหลายครั้งถึงทำได้ ก็ไม่ควรทำ) — ถ้าเป็นเรื่องประโยชน์ส่วนตัว ความเสียหายส่วนตัว แน่นอนว่ามันคงจะดีกว่า ถ้าจัดการกันแบบส่วนตัวได้ แต่เมื่อไรที่มันเป็นเรื่องประโยชน์สาธารณะ ความเสียหายสาธารณะ ผมไม่คิดว่าการจัดการแบบส่วนตัวจะสามารถทำได้ (และถึงทำได้ ก็ต้องไม่ทำ)

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่อง ถ้าเห็นว่ามีปัญหาอะไร ก็รายงานไปที่ผู้ต้องหาสิ (เอาจริงสิ ? รายงานไปที่ ผู้ต้องหา นะ) — ผมเห็นเหมือน sugree ว่าเราควรจะมีที่กลางที่เราสามารถเชื่อใจเชื่อถือได้ เพื่อที่เราจะได้รายงานไปที่ดังกล่าวได้ และกระบวนการทุกอย่างต้อง มีส่วนร่วมได้-โปร่งใส-ตรวจสอบได้ (ทำนองเดียวกับการแจ้งไปที่ Bugzilla หรือส่ง support ticket หรือติดตามพัสดุผ่านเว็บ FedEx) —
ซึ่งตอนนี้ผมเห็นว่าไม่มี — จึงเป็นเรื่องปกติที่ผู้คนจะวิ่งไปแจ้งสื่อมากกว่าแจ้งตำรวจ หรือถนนพังก็แจ้งทีวี เพราะแจ้งทางการมาแล้วห้าปีไม่เห็นมีใครมาทำอะไร แจ้งแล้วก็เงียบหาย แจ้งทีวีสิเร็วดี ออกอากาศปุ๊บ รุ่งขึ้นมาเลย หรือในกรณีทุกวันนี้ อินเทอร์เน็ตก็เป็นช่องทางหนึ่ง ที่เราสามารถสื่อสารกับคนอื่น ๆ มาได้มากกว่า กว้างกว่าเดิม อย่างง่าย ๆ — ซึ่งก็มีทั้งเรื่องบอกเล่า ชื่นชม เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย

ในกรณีที่ไม่เห็นด้วยนั้น คนเขียนก็อาจจะไม่ได้หวังให้ไปเอาผิดอะไรกับใครด้วยซ้ำ เพราะหลายทีที่มันไม่ได้ผิดกฎหมาย (และเพราะไม่ผิดกฎหมายจึงไปแจ้งตำรวจไม่ได้ อย่างเรื่อง SEO ตำรวจเขาคงงง ๆ มันไม่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว) แต่เขียนไปเพื่อแจ้งให้คนอื่นได้ทราบสิ่งที่เกิด และบอกเล่าความคิดเห็นของเขากับสิ่งเหล่านั้น ว่าเขาไม่เห็นด้วยนะ เพราะอะไร ส่วนคนอื่นจะคิดอย่างไร ก็เป็นเรื่องของแต่ละคน และแต่ละคนก็มีสิทธิที่จะโต้แย้งได้อย่างเท่าเทียมเช่นกัน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่สาธารณะ

อินเทอร์เน็ตมีคุณค่า เพราะมันไม่ได้บรรจุแต่เพียง “ความจริง” แต่มันยังมี “บทสนทนาเพื่อแสวงหาความจริง” บรรจุรวมอยู่ด้วย (เราเรียกมันสั้น ๆ ว่า “ความคิดเห็น”)

ไม่ว่าเราจะมีระบบแจ้งเหตุที่น่าเชื่อถือแล้วหรือไม่ อินเทอร์เน็ต/มณฑลสาธารณะจะต้องเป็นที่ที่เราสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นธรรมต่อเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างเสรี ถ้าสิ่งที่เราพูดนั้นมีมูล มีเหตุที่เชื่อถือได้อันทำให้เราเชื่อเช่นนั้น และเราพูดไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ เราก็ควรจะได้รับการปกป้องทางกฎหมายด้วย (ดูกรณี ชินคอร์ป vs สุภิญญา ที่ชินคอร์ปฟ้องสุภิญญา หลังเธอให้สัมภาษณ์ถึงการเอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจครอบครัวของอดีตนายก ซึ่งสุดท้ายศาลอาญามีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง “เนื่องจากเห็นว่าเป็นการกล่าวแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและติชมด้วยความเป็นธรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งเป็นวิสัยของบุคคลและประชาชนพึงกระทำได้ ไม่ได้เป็นการมุ่งประสงค์ใส่ความบริษัทให้ต้องเสียชื่อเสียงหรือถูกดูหมิ่น เกลียดชังแต่อย่างใด” [ผมหวังให้พี่ไตรได้อ่านตรงนี้])

เมื่อคืนตอนที่ผมแลกเปลี่ยนกับทุก ๆ คน (อย่างทุลักทุเล จิ้ม ๆ บนมือถือ) ผมคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องของเว็บใดเว็บหนึ่ง หรือกระทั่งเป็นเรื่องเจาะจงเฉพาะอินเทอร์เน็ต แต่ผมคิดถึงกรณีทั่วไปทั้งหมดเลย (คิดว่าคนอื่น ๆ ก็น่าจะประมาณนี้) เป็นเรื่องของสิทธิในการ(ไม่)สื่อสาร สิทธิที่จะ(ไม่)รู้ และสิทธิที่จะ(ไม่)พูด แน่นอนว่าในกรอบที่จะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่(ต้องพูดแต่ไม่)พูดด้วย – แต่ย้ำว่านี่เป็นการรับผิดชอบต่อสาธารณะ

สิทธิในการสื่อสารเป็นสิทธิโดยธรรมชาติ เราทุกคนเกิดมาพร้อมสิทธิอันนี้ เป็นสิทธิที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่ได้โดยไม่ต้องถูกรับรองโดยกฎหมาย
เราทุกคนนั้นเมื่อเกิดมาก็ดู ก็ฟัง ก็พูดได้เหมือนกันหมด การกระทำใด ๆ ที่จะทำให้เราดูไม่ได้ ฟังไม่ได้ พูดไม่ได้ (เช่น ดูไม่ได้เพราะเขาเห็นว่าเราโง่เกินไปที่จะดูพระเล่นกีต้าร์ หรือพูดไม่ได้เพราะเราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ หรือกลัวว่าจะถูกฟ้องหมิ่นประมาท) ย่อมเป็นการริดรอนสิทธิโดยธรรมชาติของเราอันนี้ทั้งสิ้น

คุณ MacroArt สนใจประเด็น code of conduct จรรยาบรรณของบล็อกเกอร์/สื่อพลเมือง จึงขอเสนอลิงก์ด้านล่างอีกรอบครับ

(เมื่อวาน tweet หลายเรื่องมาก เช่น เรื่องหลักฐาน การทำลายหลักฐาน ความเสียหายที่เกิดต่อสาธารณะแล้ว ฯลฯ ยังไงไปกดหาใน twitter นะครับ ปวดฉี่ ไปแล้ว อยู่ร้านเน็ต หวัดดีครับ)

technorati tags:
,
,
,
,
,
,
,

(Nearly) Free Speech hosting

เมืองไทยมีอะไรแบบนี้ไหม ? แล้วใครเคยใช้บ้าง จริงไหม ?

กด ๆ ดู invisiblog.net (ซึ่งเหมือนจะหยุดให้บริการไปแล้ว)
ก็ไปเจอบริการเว็บโฮสต์นี้เข้า
NearlyFreeSpeech.Net
น่าสนใจ

นี่นโยบายความเป็นส่วนตัวของเขา: Privacy Policy

ก็ประมาณว่า

  • ไม่ขายข้อมูลที่จะระบุตัวตนบุคคลได้ (คำว่า ข้อมูลที่จะระบุตัวตนบุคคลได้ แปลจาก personally identifiable information ซึ่งเป็นคนละอย่างกับ ข้อมูลส่วนบุคคล personal information — อย่าง IP address บางคนอาจจะว่ามันไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล แต่มันเป็นข้อมูลที่จะระบุตัวตนได้แน่ ๆ)
  • ไม่เปิดเผยข้อมูลที่ระบุตัวตนได้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ใช้บริการ (เว้นว่ากฎหมายกำหนดไว้)
  • จะพยายามแจ้งเตือนผู้ใช้บริการทุกครั้ง ที่มีการบังคับให้เปิดเผยข้อมูลที่ระบุตัวตนได้ (เว้นว่ากฎหมายห้ามไม่ให้ทำ)
  • จะให้ความร่วมมือในการสืบสวนกับหน่วยงานรัฐของสหรัฐอเมริกา เมื่อตามกฎหมายจำเป็นต้องทำ
  • การให้ความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับกฎหมายจากประเทศอื่น และการร่วมมือในกรณีที่ตามกฎหมายแล้วมันไม่จำเป็น
    จะอยู่ที่ดุลยพินิจของผู้ให้บริการ – โดยจะพิจารณาสนับสนุน เสรีภาพและความยุติธรรม และไม่สนับสนุน การกดขี่และความรุนแรง
  • ผู้ให้บริการจะแจ้งผู้ใช้บริการถึงการร่วมมือใด ๆ ที่ผู้ให้บริการมอบให้กับหน่วยงานบังคับกฎหมายใด ๆ (เว้นว่ากฎหมายห้ามไม่ให้ทำ)

นอกจากนี้ เขายังแจ้งเรื่องการใช้คุกกี้ (ไฟล์เล็ก ๆ ที่เครื่องของเรา เว็บไซต์ต่าง ๆ เอาไว้จำข้อมูลของเรา) ไว้อย่างชัดเจนด้วยว่า:
ผู้ให้บริการใช้ session cookies บนเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ
คุกกี้เหล่านี้ไม่ควรจะถูกบันทึกอย่างถาวรบนเครื่องของผู้ใช้บริการ
ผู้ให้บริการใช้คุกกี้เหล่านั้นเพื่อประโยชน์เหล่านี้ เท่านั้น:

  1. จัดการเรื่องล็อกอินในส่วนสมาชิก (ต้องใช้)
  2. ให้คุณปรับแต่งการใช้งานกระดานสนทนาได้ (ไม่ต้องใช้ก็ได้)
  3. ใช้เพื่อใช้กับ phpMyAdmin (ต้องใช้ก็ต่อเมื่อผู้ใช้บริการใช้ phpMyAdmin)

บางทีเราในฐานะผู้ให้บริการเว็บไซต์ อยากจะคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการของเรา ก็น่าจะต้องระวังเรื่องนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บโฮสต์ที่เราใช้บริการด้วย ไม่งั้นก็อาจจะเป็นไปได้ว่า แม้เราจะไม่ละเมิด แต่เว็บโฮสต์อาจจะมาละเมิดผู้ใช้บริการของเราได้ …แบบนี้เป็นไปได้ไหม ?

—-

อยากขออธิบายย้ำตรงนี้หน่อยว่า
แม้จะมีข้อถกเถียงว่า ที่อยู่ไอพี (IP address) เป็น หรือ ไม่เป็น “ข้อมูลส่วนตัว” (personal information)
แต่ที่อยู่ไอพีนี้ (เมื่อประกอบกับข้อมูลอื่น ๆ) เป็น “ข้อมูลที่จะระบุตัวตนบุคคลได้” (personally identifiable information) แน่ ๆ

และเมื่อที่อยู่ไอพีสามารถนำไปใช้ระบุตัวบุคคลได้แล้ว มันจึงเกี่ยวข้องกับเรื่อง ความเป็นส่วนตัว (privacy) อย่างแน่นอน

ไม่ใช่ว่า ถ้าไม่ใช่ข้อมูลส่วนตัวแล้ว ก็ไม่เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว

คลิปเสียงนี้ เป็นความเห็นจากวิทยุ OUT-LAW.COM ที่พูดคุยกับกลุ่มเฝ้าระวังเรื่องความเป็นส่วนตัวของอียู เกี่ยวกับเรื่อง IP address และ privacy : Can your internet address be protected under privacy law? (แถมในคลิป มีเรื่องเว็บไซต์เครือข่ายสังคม social network ทั้งหลาย ที่ไม่สนใจผู้ใช้ที่พิการเอาซะเลย) (ลิงก์จากคุณหมวย)

technorati tags:
,