กวาดสายตาที่เส้นขอบฟ้า

My first piece on horizon scanning. Examples used in the article are from my travelling around Southeast Asian countries in recent years, particularly Cambodia and Indonesia.

@PACEyes ชวนเขียนบทความส่งนิตยสารว่าด้วยการมองภาพอนาคตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผมก็เขียนเรื่องที่ผมพอเขียนได้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญอะไร แต่ก็เล่าเรื่องที่เดินทางและพบเห็น พร้อมกับข้อสังเกต รวม ๆ ทั้งหมดมันตั้งอยู่บนธีมหลักที่ผมสนใจ คือ “mobility”

ชื่อวารสารคือ Trendnovation Southeast Newsletter ตีพิมพ์ไปแล้วเมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา มีให้โหลดออนไลน์ ตามลิงก์ข้างล่าง

Suriyawongkul, Arthit. 2011. “It’s moving”: Digital Migrations and Identity Transformations in Southeast Asia. In Trendnovation Southeast Newsletter, Issue 8 (June 2011). [PDF]

การเดินทางไปเจอคนต่าง ๆ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ที่ส่วนหนึ่งถูกนำเป็นข้อมูลในงานชิ้นนี้ มีทั้งงานของโอเพ่นดรีม แม่โขงไอซีทีแคมป์ เครือข่ายพลเมืองเน็ต และที่เรียนมานุษยวิทยาที่ท่าพระจันทร์

เป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักกับวิธีการที่เรียกว่า horizon scanning ก็ได้คนจาก Noviscape ช่วยโค้ชให้ พร้อมกับปรับกรอบการนำเสนอ (ข้อมูลภาคสนามจำนวนหนึ่งเคยใช้ในงานอื่น ๆ มาก่อนแล้ว แต่ไม่ได้อยู่ในกรอบของ horizon scanning) ก็สนุกดี ได้ลองอะไรใหม่ ๆ

ผมอ่านดูบทความอื่น ๆ ในเล่ม วิธีการเขียนนี่คนละแนวเลย ที่ผมเขียนจะเป็นลักษณะเรื่องเล่ามากกว่า และมันไม่ใช่การศึกษาแบบสเกลใหญ่ แต่เป็นกรณีย่อย ๆ มากกว่า ข้ออ่อนของมันคือ เราจะสามารถทำให้สิ่งค้นพบย่อย ๆ เหล่านั้น กลายเป็นข้อสังเกตในแบบทั่วไปได้หรือไม่ ? (generalization) ความคิดเห็นจากกองบรรณาธิการระหว่างการเขียนก็คือ ต้องเพิ่มการอ้างอิงแหล่งข้อมูลหรือเอกสารให้บทความมันแข็งแรงขึ้น หลังจากแก้ ๆ ไปหลายรอบ ก็ได้รับความเห็นเพิ่มเติมมาจากทีมว่า น่าสนใจ เป็นวิธีการเขียนที่ไม่เคยมีมาก่อนในวารสารนี้ — และผมเองก็ไม่เคยเขียนแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน นี่คือที่บอกว่าสนุก

รู้สึกมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า โค้ชชิ่งเป็นเรื่องสำคัญ

อะไรคือ Horizon Scanning ? ดูตามสไลด์ละกันนะครับ ผมก็ไม่แม่น

Stayin’ ONLINE! (The Mekong ICT Song)

A song from a performance by Mekong ICT Camp 2010 facilitators:
Stayin’ ONLINE!
(sing it the way Bee Gees did with Stayin’ Alive (1977)

Stayin’ Alive (source)

Stayin’ ONLINE! (remixed – The Mekong ICT Song)

 

Well, you can tell by the way I use the net,
I’m digital kid, data to get.

Music loud broadband on,
I’ve been hacking code sice I was born.

With proxy servers, I’m OK,
Censors won’t get in my way.

We download mash-up and we share.
They call us pirates but we don’t care.

Whether you’re Slacker
Or whether you’re a Hacker,

You’re stayin’ ONLINE, stayin’ ONLINE.

Mekong’s A Shakin’
Social Change we’re makin’

And we’re stayin’ ONLINE, stayin’ ONLINE!
Ah, ha, ha, ha,
Stayin’ ONLINE!
Stayin’ ONLINE!

Ah, ha, ha, ha,
Stayin’ ONLINE!

technorati tags: , ,

[LIVE] ถ่ายทอดสด งานคุยไปกินไป เครือข่ายพลเมืองเน็ต

เครือข่ายพลเมืองเน็ต นัดคุยไปกินไป ครั้งที่ 1
“เสรีภาพในโลกออนไลน์ ภายใต้ความย้อนแย้งของแนวคิดวัฒนธรรมเสรี vs กรอบเก่าๆของสังคมไทย อะไรคือสิ่งที่เราควรเรียนรู้ ยอมรับ และปรับตัว”

อาทิตย์ 29 มีนาคม 2552 เปิดห้อง 12:30 น. เป็นต้นไป
ณ ห้องประชุม GM Hall ศศนิเวศ (ตรงข้ามเรือนไทย) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ข้าง MBK)

กดปุ่ม Play (รูปสามเหลี่ยม) เพื่อแสดงภาพถ่ายทอดสด

Thai Netizen Network นำเสนอ, Thoth Media จัดให้

technorati tags: 

‘Censorship’ 2.0 : RoyalVDO.com – an organized User-DUPLICATED Content campaign

ดูคำชักชวนและวิธีการ ใน RoyalVDO.com ที่เชิญชวนให้คนนำวีดิโอเกี่ยวกับในหลวงไปอัปโหลดตามที่ต่าง ๆ เยอะ ๆ เพื่อเป็นการ “ถวายงาน” แก่ในหลวงท่านแล้ว ก็เห็นว่าควรจะเขียนอะไรบางอย่าง ก่อนที่อะไร ๆ มันจะบิดเบี้ยวเลยเถิดไปหมดในสังคมนี้ …

แม้แนวคิดโดยรวมของ RoyalVDO.com นั้น “เชื่อได้ว่า” คงจะมีเจตนาดี ผมพบว่ามัน “เกินพอดี” ไปหน่อย …

จากหน้า เกี่ยวกับ ของเว็บไซต์ดังกล่าว :

หากมีคนไทยจำนวนหนึ่ง ช่วยกัน DownLoad คลิปวิดีโอ แล้วนำไป UpLoad เข้าใน YouTube หรือเว็บ
อื่นๆ วันละตอน สองตอน หรือมากกว่า จนรวมกันได้มาก เป็นหมื่น เป็นแสน หากจะมีการสืบค้น โดยใช้คำ
ว่า King Thai หรือ King of Thailand หรืออื่นๆ ก็จะพบเป็นหมื่นเป็นแสนเรื่อง
ซึ่งแน่นอนในจำนวนนั้น ย่อม
จะมีคลิปวิดีโอ ที่ไม่เหมาะสม จาบจ้วง ปนอยู่ด้วย แต่กว่าจะดูคลิปนั้นได้คงจะลำบาก ซึ่งนับเป็นการ “สร้าง
น้ำดี ไล่น้ำเสีย” อย่างได้ผล

ส่วนบางท่าน อาจไม่มีเวลา DownLoad / UpLoad ก็สามารถร่วมกัน ถวายงานได้ โดยการเข้าไป โหวต ให้
เรื่องดีๆ นั้น มีดาว เรทติ้งสูง เพื่อให้เมื่อมีการสืบค้น คลิปดีๆ จะได้อยู่ในหน้าแรกๆ ส่วนคลิปไม่ดี (ถ้ามี)ก็
จะไปอยู่ในหน้าหลังๆ ลึกๆ โอกาสจะดูคลิปนั้น ก็คงจะลำบาก

(ตัวเน้น นั้นผมเน้นเอง)

ตามคำนิยามของ Google (เจ้าของ YouTube) ชัดเจนอย่างที่สุดว่านี่คือการทำ duplicate content ทำซ้ำเนื้อหาเยอะ ๆ โดยตั้งใจ เพื่อผลทางอันดับการค้นหา

Duplicate content […]

However, in some cases, content is deliberately duplicated across domains in an attempt to manipulate search engine rankings or win more traffic. Deceptive practices like this can result in a poor user experience, when a visitor sees substantially the same content repeated within a set of search results.

อย่างไรก็ตาม, ในบางกรณี, เนื้อหานั้นถูกทำซ้ำอย่างจงใจทั่วโดเมนต่าง ๆ เพื่อผลในการถูกจัดอันดับโดยเสิร์ชเอนจิ้น หรือเพื่อให้ได้จำนวนเข้าชมมากขึ้น. วิธีปฏิบัติที่ลวงตาเช่นนี้ อาจทำให้เกิดประสบการณ์ใช้งานที่ไม่ดี, เมื่อผู้ชมเห็นเนื้อหาเดียวกันจำนวนมากซ้ำ ๆ ในผลลัพธ์การค้นหา.

ในโลกข้อมูลข่าวสารทุกวันนี้ ลำพังปัญหา information overload มีข้อมูลข่าวสารล้นเกิน มันก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว แล้วจะไปซ้ำเติมปัญหาด้วยการทำซ้ำเนื้อหาอีกหรือ ? เนื้อหาที่ซ้ำ ๆ กันอย่างนี้ ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อ findability คือจะหาอะไรก็หาไม่ค่อยจะเจอ เจอก็เจอแต่ที่ซ้ำ ๆ ที่เคยเจอไปแล้ว เสียทั้งเวลา พลังงาน ทรัพยากร และอารมณ์ … ไม่มีอะไรที่ “พอเพียง” แม้สักอย่างเดียว

ทาง YouTube ได้แสดงออกอย่างชัดเจน ว่าไม่ต้องการเนื้อหาซ้ำ ๆ ลักษณะนี้ ดังจะเห็นได้จากคำอธิบายข้อความแสดงสถานะ Video Status Messages: Rejected (duplicate upload) ที่ระบุว่ามีการตรวจสอบแฟ้มวีดิโอทุกชิ้นที่ได้อัปโหลดเข้าไป เพื่อหลีกเลี่ยงวีดิโอที่ซ้ำ

แน่นอนว่าคุณบอกว่าคุณ “รักในหลวง” อยากจะเผยแพร่ผลงานของท่าน – ซึ่งประเด็นข้อนี้ไม่มีปัญหาอะไรเลย คนทั่วโลกเขาก็อัปโหลดคลิปต่าง ๆ เพราะอยากจะเผยแพร่อะไรบางอย่างเหมือน ๆ กัน ทุก ๆ คนมีสิทธิ์ที่จะทำได้

แต่ในขณะเดียวกัน ปรากฏว่า คุณก็อยากจะเอาเนื้อหา “อื่น ๆ” ออกไปให้พ้นหูพ้นตาชาวโลกเสียด้วย – ปัญหาในกรณีนี้คือ คุณจะอ้างสิทธิ์อะไร ในการไปรบกวนการใช้งานของผู้อื่น ? ที่แม้จะรักในหลวงเหมือนท่าน แต่เขาก็ยังต้องการใช้ YouTube และอินเทอร์เน็ตในเรื่องอื่น ๆ ด้วย ไม่ใช่เอาไว้ดูคลิปในหลวงเพียงอย่างเดียว

อะไรที่ไปกระทบรบกวนการใช้งานอื่น ๆ ?

เอาแค่ใน YouTube คีย์เวิร์ดชุดหนึ่งที่ทางเว็บ RoyalVDO.com แนะนำให้ใช้ คือ “King Thai”
นั้นก็ถูกใช้ร่วมกับคลิปอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับในหลวงพระองค์ปัจจุบันเลย (ไม่ว่าจะในทาง “ดี” หรือ “ไม่ดี” ตามคำนิยามของกลุ่มผู้จัดทำ RoyalVDO.com) เช่น Three King Cobras and a Thai Man in Cambodian Snake Show (โชว์งู), The Lion King – Hakuna Matata (Thai Ver.) (เพลงการ์ตูน),
King Naresuan Trailer 2! (ตัวอย่างหนัง นเรศวร), The king Of Phayao Thailand.01 (พ่อขุนงำเมือง), Cremation ceremory for King Rama VIII Part1 (พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ร.8) ฯลฯ

หรือมีคลิปอีกจำนวนหนึ่ง ที่เป็นคลิปที่เกี่ยวข้องกับในหลวง ถวายพระพรแด่ในหลวงพระองค์ปัจจุบัน แต่ไม่ได้มาจาก RoyalVDO.com
เช่น we love the king (ถวายพระพร จากพสกนิกรไทยในซิดนีย์ เมื่อปีที่แล้ว ถูกดันไปอยู่หน้า 16), Thailand Happy Birthday King! (ถวายพระพร ปีนี้ ถูกดันไปอยู่หน้า 17) — ซึ่งคำถามในกรณีนี้คือ ทางกลุ่ม RoyalVDO.com และผู้ “ร่วมด้วยช่วยกัน” สนับสนุนในทางต่าง ๆ นั้น จะอ้างว่ารักในหลวงมากกว่าคนอื่น ๆ หรืออย่างไร จึงอ้างสิทธิ์ได้ว่า คลิปแสดงความรักของฉันต้องมาก่อนคลิปแสดงความรักของคนอื่น ?

คลิปเหล่านี้ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับในหลวงแต่ไม่ได้มาจาก RoyalVDO.com และที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับในหลวง
แต่ใช้คีย์เวิร์ดหรือ tag ร่วมกับที่ RoyalVDO.com ใช้ ถูกดันลงไปอยู่หน้าท้าย ๆ เพราะต้องหลีกทางให้กับ คลิปจาก RoyalVDO.com เช่น
King Thailand : His Majesty the Kings Diplomatic Ingenuity (ซ้ำกัน 10+ ชิ้น),
King Thai King Bhumibol : Support for the Tsunami Survivors (ซ้ำกัน 8+ ชิ้น),
King Thailand : Songs Written by His Majesty the King (ซ้ำกัน 8+ ชิ้น),
King Thailand King Bhumibol : The Musical Monarch (ซ้ำกัน 10+ ชิ้น),
และอีกหลายสิบหลายร้อยคลิปที่ซ้ำ ๆ (ลองดูรายการผลลัพธ์การค้นหา “king+thai” และในแต่ละหน้าที่แสดงคลิปลองดูในช่อง Related Videos ด้านขวา)
ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ต้องการดูคลิปอื่น ๆ ที่ไม่ใช่จาก RoyalVDO.com บ้าง ก็จำเป็นต้องกดไล่ลงไปทีละหน้า ซึ่งในขณะนี้ต้องกดไปไม่ต่ำกว่าสิบหน้าจึงจะเจอคลิปอื่น ๆ บ้าง (ตามภาษาชาวเน็ต ในเว็บบอร์ดหรือห้องสนทนาในอินเทอร์เน็ต การกระทำเช่นนี้เรียกว่า flooding – ไม่รู้ว่าน้ำดีหรือน้ำเสียล่ะ รู้แต่ว่าน้ำท่วม ท่วมจนล้น)

แม้ตัวเนื้อหาของแต่ละคลิปนั้นจะได้จัดทำมาอย่างดี แต่ด้วยจำนวนซ้ำ ๆ ของมัน นอกจากไม่ได้ช่วยเพิ่มคุณค่าในทางเนื้อหาแล้ว (ดูคลิปเนื้อหาเหมือนกัน 10 ชิ้น ก็ไม่ได้ต่างอะไรก็ดูคลิปเดียว) ยังไปรบกวนการจะค้นพบเนื้อหาอื่น ๆ ด้วย (ซึ่งนี่เป็นเรื่องซีเรียสมากในโลกอินเทอร์​เน็ตทุกวันนี้ อินเทอร์เน็ตอย่างที่เรารู้จักในปัจจุบัน ไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่มีเสิร์ชเอนจิ้น-ที่ไม่ใช่ไดเรกทอรีสารบัญเว็บแบบ Yahoo! ในสมัยเริ่มแรก) ด้วยเหตุนี้ ความซ้ำ ๆ กันของคลิป จึงทำให้คลิปที่ซ้ำหมายเลข 2, 3, … นั้นมีสถานะไม่ต่างไปจาก อีเมลขยะ หรือ spam ในตู้จดหมาย – นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้ว ยังทำให้ยุ่งยากอีก

แล้วด้วยความเร็วอินเทอร์เน็ตระดับประเทศไทยของเรา ยิ่งทำให้มันกระทบต่อการใช้งานของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การ “ป่วน” (อาจจะโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์) แบบนี้ ถึงที่สุดแล้ว ในทางปฏิบัติ effectively ก็เป็นการปิดกั้นการเข้าถึง “เซ็นเซอร์” กลาย ๆ นั่นเอง แม้ไม่ได้ปิดกั้นโดยสิ้นเชิงเสียทีเดียว แต่ก็ทำให้เกิดความยากลำบาก (ซึ่งนี่เป็นข้อที่กลุ่มผู้จัดทำรู้ดี เพราะได้บอกอย่างชัดเจนในหน้า “เกี่ยวกับ” ดังกล่าว)

ผมไม่แน่ใจว่า ทางกลุ่มผู้จัดทำ RoyalVDO.com ได้ตระหนักบ้างไหมว่า อินเทอร์เน็ตนั้นเป็นพื้นที่สาธารณะ ที่ชาวเน็ตทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน วิญญูชนผู้มีอารยะพึงใช้พื้นที่สาธารณะอย่างเอาใจเขามาใส่ใจเรา ทรัพยากรใดที่มีจำกัด ก็พึงใช้ร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ใช่ใช้ราวกับว่าอินเทอร์เน็ตทั้งหมดเป็นของข้าคนเดียว จะทำอย่างไรก็ได้ จะใส่อะไรลงไปเท่าไหร่ก็ได้ โดยคิดถึงแต่จุดประสงค์ของตัวเอง และแม้เว็บไซต์อย่าง YouTube นั้นตามกฎหมายจะเป็นพื้นที่เอกชน แต่ตัวมันก็เป็นพื้นที่ที่มีคนหลาย ๆ คนมาใช้ร่วมกัน จนเกิดเป็นชุมชนขึ้น ผู้เข้าใช้งานทุกคนก็พึงเคารพคนอื่น ๆ ในชุมชนด้วย

… นั่นก็เรื่องหนึ่ง

แต่ความล้นเกินก็คือความล้นเกิน ความไม่ “พอเพียง” นั้นไม่มีที่สิ้นสุด ในหน้า “เกี่ยวกับ” ของ RoyalVDO.com ยังได้แนะนำต่อไปว่า :

ส่วนท่านที่เป็น ผู้บริหาร , เจ้านาย หรือ ครูอาจารย์ ท่านก็มีโอกาสถวายงานได้ โดยการ สั่งการ หรือมอบ
หมายให้ ลูกน้อง/ลูกศิษย์ UpLoad อย่างน้อยวันละ 1 เรื่อง และโหวต อย่างน้อย วันละ….. เรื่อง ก็ยังได้

เห็นแนวคิดอะไรไหมครับ ส่งเสริมการ abuse the power ไหมครับ ? เจ้านายสั่งให้ลูกน้องทำอะไร ๆ … ก็ยังได้

ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนล้วนมีปัญหากับการทุจริตคอรัปชั่น การซื้อเสียง การฉ้อโกง ที่ออกมาเดินขบวนกันเยอะ ๆ ใส่เสื้อเหลืองเสื้อแดงสีต่าง ๆ ตะโกนว่าจะสู้เพื่อในหลวง ก็เพราะมีปัญหากับการฉ้อฉลคดโกงทั้งนั้น (ส่วนอะไรคือสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าฉ้อฉลคดโกง ก็ว่ากันไป อาจจะไม่เหมือนกัน) แล้วลองพิจารณาสิครับ ว่าที่เชิญชวนให้ “สั่งการ หรือมอบ
หมายให้ ลูกน้อง/ลูกศิษย์ UpLoad อย่างน้อยวันละ 1 เรื่อง และโหวต อย่างน้อย วันละ….. เรื่อง ก็ยังได้”
นี้ มันเข้าข่ายอะไร ใช้อำนาจหน้าที่ จัดตั้ง ให้ลงคะแนนให้ ใช่ไหม ถ้าเป็นการเลือกตั้ง ก็เข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้งน่ะแหละ ว่าง่าย ๆ (ซึ่งถ้าผู้บริหารพรรครู้เห็นเป็นใจกับการกระทำแบบนี้ ก็อาจจะถึงขั้นยุบพรรคและตัดสิทธิ์ทางการเมืองผู้บริหาร 5 ปีก็ได้ เป็นเล่นไป)

รักพ่อนั้นดีครับ แต่อย่ารักกันแบบหน้ามืดตามัว หูหนวกตาบอด รักกันแบบพอดี ๆ พอเพียงแบบที่ท่านว่า จะเป็นผลดีต่อพระเกียรติของท่านมากกว่า

เลิกเถอะครับ ทำอะไรให้มันพอดี ๆ เสียบ้าง อย่าให้น่าเกลียด

technorati tags:
,
,
,
,
,
,
,
,
,

bbs, modem people, hackerdom in Thailand, call for history…

If you have any info/pointer you think it may (or may not) related, please do send them to me at arthit # gmail,com or just leave a comment below. Thank you.
The finished work will be published online under Creative Commons License, for the benefits of everyone.


ผมกำลังทำการบ้านอยู่ครับ จะทำเรื่องวัฒนธรรมแฮกเกอร์ในเมืองไทย ใครมีข้อมูลบอกมาเลยนะครับ ผมอาจจะขอสัมภาษณ์ด้วยใครอยู่ในยุคบีบีเอส ยุค ZzzThai, LTN, TLWG พวกนี้ เรื่อยมาจน LinuxTLE, ปลาดาวออฟฟิศ, OfficeTLE, มาถึง Blognone และ *Camp ต่าง ๆ ใครเคยเห็นงานทำนองนี้หรือที่เกี่ยวข้องที่ไหนก็แจ้งมาได้เลยครับ — และแน่นอนว่าถ้าเห็นว่ามีอะไรผิดหรือไม่น่าจะใช่ ก็ท้วงได้เลยนะครับ — ขอบคุณมาก ๆ (ส่งต้น ๆ เดือนตุลา)

Good news guys, I decided to do my term project on ‘hackerdom’ and hacker subculture in Thailand 🙂

So to speak, the definition of ‘hacker’ in this project goes wider, it could be a coder, a radiofreak or a hobbyist/professional playing on electronic sound toy … if one hacks a thing for fun, she’s a hacker.

At the first place, I dated back Thailand’s hackerdom to around mid-1990s, where a group of Thai students/professionals in Japan started a ZzzThai (สื่อไทย) project to develop/fix Thai features in free softwares. Also a number of then NECTEC-employed (like P’Samphan and @theppitak) that actively contribute codes on Thai language processing — together with other hackers. As my current understanding, these activities later resolved into Thai Linux Working Group, in which still more or less active til today.

Anyway, eventually, @sikkha reminds me that things actually started, before the Internet time, since the BBS era. @kijjaz also agree on this, and make me realized that it’s not just only programmers who were active in that old days, but also experimental-hobbyist musicians who play around midi/mod trackers (@kijjaz used to run music-computing-packed Wildanty BBS, while I used to run a short-live SmileSite, around 1994-1995, but the Thai BBS scene dates back further at least two years — no solid data at this point, yet .. used to blog a bit about this four years ago). On the coding sides, in this BBS glory days, I still remember how people exchange their Turbo Pascal codes with others. Codes from Microcomputer magazine’s SoftMail also available for download in many sites (yes, via that Z-modem protocol, a lot faster than Green Bangkok WiFi today! :p).

So, if you know anything about Falcon, ManNET, Close Loop, @rma (of AR group), or any BBS. Or things about ZzzThai, Linux.Thai.Net, Thai Linux Working Group, or any circles you think it may related. Please contact me na krub 🙂

A reason that I write this in English is because I realized that hackerdom in Thailand does not solely consists of Thais, no doubt there should be foreigners participated. At least in this era of BarCamp, @luke_bkk and many others show the examples.

Hmm… will update more in progress na, cheers 🙂

technorati tags:
,

Goliath vs Networked Davids

Goliath vs Networked Davids
somewhat self-regulated Internet and power of grassroot reporters ?

ข้างล่างเป็นเมลที่เพิ่งส่งออกไป ขี้เกียจจัดหน้า แปะมันงี้เลยละกัน จะนอนแล้ว

เมื่อคนเล่นเน็ต/ผู้ใช้บริการ ตรวจสอบ เว็บไซต์/ผู้ให้บริการ
ที่ทำผิด norm [บรรทัดฐาน] ของสังคมอินเทอร์เน็ต (แม้ว่าอาจจะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม)

ผมคิดว่าเรื่องเว็บไซต์ ไม่ใช่เรื่องน่าสนใจนัก (เว็บไซต์ประเภทนี้มีเยอะแยะ)
เมื่อเทียบกับกระบวนการทั้งหมดที่ทำให้เรื่องมัน ‘แดง’ และ ‘ดัง’ ขึ้นมา
ผมคิดว่ากระบวนการนี้น่าสนใจ จึงขอลำดับเหตุการณ์คร่าว ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้ทราบกัน
(กรุณาอ่านต่อในรายละเอียดต่อเองในแต่ละลิงก์ – ศัพท์บางคำอาจจะใหม่ แต่ไม่น่าจะยากเกินทำความเข้าใจ)

ผมขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้ก่อน ก่อนจะเข้าส่วนของลำดับเหตุการณ์:

  1. เรื่อง blackhat SEO, spamdexing เป็นเรื่องผิดมารยาทต่อผู้ประกอบการรายอื่น
    และละเมิดสิทธิในการรับรู้ข่าวสารที่มีคุณภาพของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
    Google, Yahoo!, Microsoft และเสิร์ชเอนจิ้นต่าง ๆ ควรตรวจสอบ
  2. และ (1) ทำให้เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการปั่นตัวเลขจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บ
    ในแง่โฆษณาแล้ว ตัวเลขนี้มีผลต่อราคาเช่าพื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์
    ทำแบบนี้เท่ากับคนซื้อพื้นที่โฆษณาจ่ายเงินซื้อจำนวนผู้เยี่ยมชมปลอม ?
    เอเยนซี่โฆษณา, media buyer, และศูนย์วิจัย (ที่นำตัวเลขไปใช้) ควรตรวจสอบ
  3. ผมไม่มีปัญหาเท่าไรนัก กับเว็บประเภท xxx คิดว่ามันก็คงต้องมีที่ทางของมัน
    ถ้าต้องการป้องกันลูก พ่อแม่ก็ติด filter ที่เครื่องคอมแต่ละเครื่องได้
  4. แต่กรณีนี้เป็นกรณีพิเศษ ที่ (3) มีความสำคัญ
    เนื่องจาก (บริษัทที่บริหารโดย) ผู้รับผิดชอบเว็บไซต์ดังกล่าวนั้น
    เป็นผู้ดูแล “โครงการอินเทอร์เน็ตสีขาวเพื่อเยาวชน” และ
    “ปลาวาฬ เบราเซอร์ – ท่องเน็ตปลอดภัย ห่วงใยเยาวชน” ด้วย
    ซึ่งจุดประสงค์ของโครงการทั้งสองอันนี้ ขัดกับเนื้อหาประเภท xxx ในเว็บไซต์ดังกล่าวแน่
    ซึ่งเมื่อเป็นแบบนี้ ก็จะเห็นได้ว่า มี conflict of interest
    สสส., กระทรวงศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน,
    สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ในฐานะผู้ให้ทุน/สนับสนุน ควรตรวจสอบ
  5. เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และผู้ประกอบการบนอินเทอร์เน็ตให้ความสนใจมาก
    สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย และ สภาวิชาชีพผู้ดูแลเว็บไทย
    ควรจะให้ความเห็นและแสดงจุดยืนในเรื่องดังกล่าวข้างบนให้ชัดเจน เพื่อประโยชน์ของวงการอินเทอร์เน็ตไทย
    (หมายเหตุ: ผู้รับผิดชอบเว็บไซต์ในข่าว เป็นนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยคนปัจจุบัน
    http://www.webmaster.or.th/committee.html )

—-

เมื่อคนเล่นเน็ต/ผู้ใช้บริการ ตรวจสอบ เว็บไซต์/ผู้ให้บริการ
ที่ทำผิด norm [บรรทัดฐาน] ของสังคมอินเทอร์เน็ต (แม้ว่าอาจจะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม)

เริ่มจากอาการอยู่ไม่สุขของคนเล่นเน็ต
ที่ไปเจอหน้าเว็บแห่งหนึ่ง (เป็น subdomain ของเว็บไซต์ใหญ่อีกที)
จึงได้เขียนบล็อกเกี่ยวกับเรื่องนี้
http://pittaya.com/2008/03/19/xxx-kapook-com/

และข่าวได้กระจายออกไปด้วยเครื่องมือต่าง ๆ
รวมทั้ง IM, microblogging (twitter.com) และ social bookmark
http://zickr.com/internet/xxxkapookcom-1
http://duocore.tv/story.php?id=2630

ชาวเน็ตอื่น ๆ รู้และบอกต่อ เสริมมุมมองและการค้นพบเพิ่มเติมของตัวเอง
http://bact.blogspot.com/2008/03/xxxkapookcom.html
http://www.eblogbiz.com/2008/03/kapook-blackhat-seo.html
[…]
http://www.blognone.com/node/7279

ก่อให้เกิดปฏิกริยาจากตัวเว็บไซต์
ปรับเปลี่ยนหน้าเว็บที่ถูกพูดถึง
ทำให้ว่าง -> เปิดใหม่ เอารูปออก -> เปลี่ยนข้อความ

บล็อกเกอร์บันทึกและรายงานความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น
http://pittaya.com/2008/03/19/where-is-xxx-kapook-com/
http://pittaya.com/2008/03/20/xxx-kapook-com-relaunch/
http://projectlib.wordpress.com/2008/03/20/xxx-kapook-come-back-again/
http://pittaya.com/2008/03/20/x-file-xxx-kapook-com/

และนำไปสู่การรายงาน ของสื่ออินเทอร์เน็ตรายใหญ่
โดยใช้ข้อมูลและภาพจากบล็อกต่าง ๆ
พร้อมกับการสัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบเว็บไซต์ดังกล่าว
http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000034021

และปฏิกริยาสะท้อนกลับ (+แสดงเหตุผล/หลักฐานโต้แย้งคำให้สัมภาษณ์)
จากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
http://pittaya.com/2008/03/20/kapook-on-manager/
http://www.eblogbiz.com/2008/03/exoneration-from-kapook.html
[…]
http://arayachon.org/forum/arayachon/413

มีภาษาต่างประเทศด้วย (ญี่ปุ่น, อังกฤษ)
http://thaida.wordpress.com/2008/03/20/kapook%E7%A5%AD%E3%82%8A/
http://www.zezore.com/2008/03/21/news/blackhat-seo-on-kapookcom/

และนำไปสู่การเปิดเวทีเพื่อชี้แจงซักถาม โดยเว็บไซต์ดังกล่าว
ในวันเสาร์ที่ 22 นี้ (บ่ายโมง บ้านไร่กาแฟ เอกมัย)
โดยมีคนจากสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยเป็นผู้ประสาน
http://blog.macroart.net/2008/03/kapook-talk-with-webmaster-poramate.html

สรุปภาพรวมเรื่องเทคโนโลยีที่ทำให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้ ** (น่าสนใจมาก)
http://ipats.exteen.com/20080321/entry

ลิงก์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
http://pittaya.com/2008/03/21/feedbacks-from-the-blogosphere/

—-

ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ หลังจากนี้
สามารถติดตามได้จากบล็อกของ pit http://pittaya.com/
และบล็อกอื่น ๆ ครับ
ทีวีออนไลน์สองแห่งจะทำสกู๊ปเรื่องนี้ด้วย คือ
http://fukduk.tv/ และ http://duocore.tv/

ขอบคุณครับ

🙂

technorati tags:
,
,
,
,
,
,

download culture

โหลดกระหน่ำเมือง – เนื้อหาดิจิทัลออนไลน์ เมื่อผู้ผลิตวิ่งตามไม่ทันผู้บริโภค

“มันเลี่ยงไม่ได้หรอกที่ไลฟ์สไตล์คนไทยจะเปลี่ยนมาเป็นแบบนี้ เพราะมาจากทั้งตัวเทคโนโลยีและวัฒนธรรมพื้นฐานของเรา…”

พัฒนพงศ์ แสงธรรม อาจารย์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นอดีตนักจัดรายการวิทยุ – อดีตผู้บริหารค่ายเพลงสากลในประเทศไทยหลายแห่ง ตั้งแต่ โพลีแกรม จนถึง วอร์นเนอร์ มิวสิค ตั้งข้อสังเกต เมื่อพูดถึงพฤติกรรมดาวน์โหลดคอนเทนท์ด้านบันเทิงทั้งหนังและเพลงอย่างผิดกฎหมายในวันนี้

“เยาวชนไทยเราโหลดกระหน่ำ พวกเขามีความเข้าใจเทคโนโลยีมากกว่าคนในอุตสาหกรรมบันเทิงด้วยซ้ำ รู้ตั้งแต่วิธีการดาวน์โหลด ทั้งเอ็มพี 3 เอ็มพี 4 เรื่อยไปจนถึงชุมชนบิททอร์เรนท์ ซึ่งมีการแบ่งปันความรู้ พอเจอไวรัสต้องทำยังไง พอมีโทรจันตัวใหม่มาต้องจัดการอย่างไร พวกเขาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างเสร็จสรรพภายในชุมชนตัวเอง นี่คือปัญหาสำหรับ business operator ทั้งหลายที่ยังไม่ปรับตัวว่าควรจะวางโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมต่อไป อย่างไร”

technorati tags:
,
,

Innovative Communication @ ITU Copenhagen

ITU Copenhagen เค้าเปิดรับสมัครปริญญาเอกอยู่นะครับ มีทุน ใครสนใจก็ไปดูรายละเอียด

ผมเห็นหัวข้อของกลุ่ม Innovative Communication แล้ว โอว น่าเรียนจริง (โดยเฉพาะ 5. “Uses of online media genres in political communication” กับ 7. “User generated content (identity/interpersonal relations/fiction/storytelling)”)

ส่วน FMKJ – Danish National Research School for Media, Communication, and Journalism ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

IT + new media + communication and media studies + digital culture studies

ไปถึงนั่นกันแล้ว เดนมาร์ก เดนมาร์ก

technorati tags:
,
,

digital culture

ผมเชื่อว่า การมีปฏิสัมพันธ์กัน ทำกิจกรรมร่วมกัน แลกเปลี่ยนข่าวสารกัน แลก meme กัน ในสังคม มันเป็นกระบวนการในการสร้างวัฒนธรรม
(สังคมเคลื่อนวัฒนธรรม และ วัฒนธรรมเคลื่อนสังคม เช่นกัน)

เมื่อก่อน ข่าวสารมันไปได้ช้า กิจกรรมจะทำร่วมกันได้ ก็ต้องอยู่ในสถานที่ทางกายภาพร่วมกัน มีข้อจำกัดเรื่องการเดินทางอยู่ (ซึ่งต้องอาศัยเวลา) การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมมันก็เป็นไปตามความเร็ว(ช้า)เช่นนั้น

สมัยนี้ เทคโนโลยีอย่างโทรศัพท์ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต ทำให้ข่าวสารไปได้เร็วมาก เร็วกว่าสสารเสียอีก และไม่ใช่แค่ทางเดียว แต่เป็นสองทางแบบเวลาจริง (real-time) เราสามารถมีพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยไม่ขึ้นอยู่กับสถานที่ทางกายภาพ เหล่านี้เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม

(เรื่องเทคโนโลยีการสื่อสารและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมนั้น มีตัวอย่างในอดีตมามากมาย ตั้งแต่การใช้ไฟสัญญาณ การประดิษฐ์ตัวอักษร กระดาษ แท่นพิมพ์ ไปรษณีย์ โทรเลข เรื่อยมา)

เมื่อเช้าตื่นมา ยังนอนอยู่ นึก

ในระดับแรก เทคโนโลยีก็เพียงช่วยในการแลกเปลี่ยนข่าวสาร แต่กิจกรรมนั้นยังทำในสถานที่ทางกายภาพ ในโลกจริงอยู่
เช่น คนที่รักการถ่ายรูป ก็ไปคุยกัน ไปแลกรูปกันดู ในกระดานข่าวสาธารณะบนอินเทอร์เน็ต (เช่น ห้องกล้อง ในพันทิป.คอม (แยกออกมาจากห้อง Blue Planet อีกที เนื่องจากคนเยอะมาก))
คนที่ชอบดูหนัง ก็เข้ามาในเน็ต แลกเปลี่ยนแง่มุม ประสบการณ์ของตัวเองกับหนังเรื่องต่าง ๆ แต่การไปดูหนัง หรือให้เข้มข้นกว่านั้น การถ่ายทำหนัง ก็ยังอยู่ในโลกจริงอยู่

ในระดับต่อมา เทคโนโลยีช่วยให้การทำกิจกรรมมันเกิดขึ้นได้ในพื้นที่เสมือนเลย ทุกอย่างสามารถอยู่ในนั้นได้
เช่น คนทำหนัง ก็สามารถทำทุกอย่างในคอมได้ แม้แต่ตัวแสดงก็ไม่ต้องใช้คนจริงก็ยังได้ ทำในคอม ดูในคอม วิพากษ์วิจารณ์แลกเปลี่ยนกันในคอม เป็นระบบสมบูรณ์ (โอเค แรงบันดาลใจนั้น คงต้องมาจากข้างนอกคอมด้วย)
หรือ คนทำเพลง ก็ร้องเล่นมิกซ์ อัดกันในคอม เผยแพร่เป็นไฟล์ ผ่านเน็ต คุยกับแฟน ๆ ผ่านเว็บไซต์ หรือแม้แต่ไปแสดงคอนเสิร์ต ใน Second Life ทุกอย่างไปอยู่ในโลกเสมือนได้ (ไม่ใช่ข้อบังคับ แต่หากต้องการ ทำได้)

การละเล่นสมัยก่อน ต้องการสถานที่เล่น วิ่งไล่จับ ตั้งเต มอญซ่อนผ้า หรือแม้กระทั่งไพ่
การละเล่นสมัยนี้ กระโดดไปอยู่ในคอมเสียหมด World of Warcraft เป็นพื้นที่เสมือนที่อาจจะใหญ่กว่าสถานที่จริงเสียอีก ใกล้ตัวเราก็ Ragnarok นั่นไง ดูยังไงมันก็คือ “สนามเด็กเล่น” นั่นเอง คือนอกจากจะเป็นที่สำหรับ “เล่น” แล้ว ยังเป็นพื้นที่สำหรับพูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสารกันด้วย ถูกพ่อดุเมื่อวาน พรุ่งนี้ต้องไปหาหมอฟัน ทำสอบไม่ได้ แฟนจับได้ว่ามีกิ๊ก ฯลฯ มี “สังคม” อยู่ในสนามเด็กเล่น และสังคมเหล่านี้ บ่อยครั้งเราพบว่า เขาก็มีการพัฒนา “วัฒนธรรมย่อย” ของเขาขึ้นมา เช่น มีภาษาแสลง หรือมีพิธีการ ประเพณีเฉพาะกลุ่ม

(ในแง่หนึ่ง ผมคิดเทคโนโลยีและการเกิดของพื้นที่เสมือนเหล่านี้ เป็นตัวที่ทำให้วัฒนธรรมย่อย (subculture) สามารถเกิดได้ง่ายขึ้น)

แบบนี้ เรียก วัฒนธรรมดิจิทัล ไหม ?
(ถ้าคำนี้ใหญ่โตเกินไป มีคำเรียกอื่นไหม)

หากเราไม่สนใจสิ่งที่เป็นไปบนพื้นที่เสมือนเหล่านั้น
หากเรามองมันเป็นสิ่งแปลกแยกทางวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่ขัดกับขนบความเชื่อความเข้าใจเดิม ๆ ที่เคยมีมา และไม่นับมันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนวัฒนธรรม
เราจะเข้าใจวัฒนธรรม ของเราเอง ที่กำลังเคลื่อนไปได้ดีพอไหม ?


โพสต์เดียวกันนี้ ที่ พลวัต + ความเห็นอื่น ๆ

technorati tags:
,
,

DigiCULT Technology Watch Report

DigiCULT Technology Watch Report is a major annual volume, covering six technologies expected to have a substantial impact on the future of cultural heritage projects, professionals working in the sector, and approaches to cultural materials.

DigiCULT TWR 3, December 2004 — Open PDFOpen Source Software and Standards; Natural Language Processing; Information Retrieval; Location-Based Systems; Visualisation of Data; Telepresence, Haptics, Robotics; — Download PDF

technorati tags:
,