หนีตามกาลิเลโอ / ผู้มาก่อนกาล / ที่เมืองไทยไม่ต้องการ

หาก คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย ในสังคม คนดีเมืองไทยไม่ต้องการ ไม่ไหว
ทางหนึ่งคือ หนีตามกาลิเลโอ ไปเป็น ยิปซี ร่อนเร่ เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อ พิสูจน์ความเชื่อของตัว … แต่ทุกอย่างไหม ที่ทำแบบนั้นได้ มีอะไรบ้างไหม ที่จำเป็นต้องสู้ที่นี่ สู้จากข้างใน

ข่าวเมืองไทยต้อนรับแสดงความยินดีกับ เภสัชกร กฤษณา ไกรสินธุ์ ทำให้ผมนึกถึงกลอนบทนี้:

พ่อสร้างชาติด้วยสมองและสองแขน
พ่อสร้างแคว้นธรรมศาสตร์ประกาศศรี
พ่อของข้านามระบือชื่อปรีดี
แต่คนดีเมืองไทยไม่ต้องการ

คุณจะทำดีทำเด่น ทำอะไรก้าวหน้าก็เถอะ ถ้ามันเข้ากับระบบเก่า ระบบที่มีอยู่เดิมไม่ได้ คุณก็จะไม่ได้รับการยอมรับ – โชคยังดี ที่ในโลกสมัยนี้ โอกาสในการออกนอกประเทศหนึ่งไปทำงานที่อื่น มันเปิดกว่าเดิม โดยเฉพาะถ้าเป็นงานที่ไม่ได้ติดกับพื้นที่ ทำให้คนที่ทำงานจริงจัง สามารถได้รับการยอมรับในที่อื่น แม้บ้านเกิดที่เขาอยากทำงานให้ จะไม่เหลียวแล (แต่ขอเฮด้วยตอนดังแล้ว)

ใน Another week of trying to comprehend fuzzy politics บทความโดย Tulsathit Taptim ในหนังสือพิมพ์ The Nation, September 2, 2009 (via @BangkokPundit) พูดไว้ได้น่าสนใจ ว่า ความผิด ของ จักรภพ เพ็ญแข และ ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล นั้นก็คือการที่พวกเขาใช้ชีวิตพ้นคนอื่น ๆ ไปล่วงหน้าไกลเกินไป guilty of living too far ahead in time

ผมนึกถึง จิตร ภูมิศักดิ์ ปัญญาชนนักปฏิวัติ ผู้ท้าทายความคิดจารีตทั้งในการศึกษาวรรณคดี ประวัติศาสตร์ นิรุกติศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา และทฤษฎีการเมือง แต่ด้วยความเป็น ผู้มาก่อนกาล ของเขา สุดท้ายถูกรัฐเผด็จการรุกไล่ ต้องเข้าป่า และถูกยิงเสียชีวิตในวัยเพียง 36 ปี

ทุกวันนี้ งานของจิตรถือได้ว่าเป็นงานชุดสำคัญชุดหนึ่งที่บุกเบิกแผ้วทางให้กับวงวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ไทย

ผมนึกถึง กาลิเลโอ กาลิเลอี นักคิดคนสำคัญในการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ ที่เชื่อว่าโลกนั้นไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ และดวงอาทิตย์ไม่ได้หมุนรอบโลก อย่างที่ศาสนจักรบอกให้เชื่อตามตัวอักษรของไบเบิ้ล สุดท้ายเขาถูกขับออกจากศาสนา และถูกกักบริเวณในบ้านจนกระทั่งเสียชีวิต

ทุกวันนี้ เราทุกคนทราบกันดีว่า ที่กาลิเลโอว่าไว้นั้น ไม่ผิด

ความผิดของคนเหล่านี้ ดูจะมีเพียงอย่างเดียวคือ พวกเขามากันเร็วเกินไป

พวกเขาอาจจะพูดสิ่งที่ถูก แต่เมื่อในเวลาที่เขาพูด คนในสังคมยังไม่อยากฟัง ถูกก็กลายเป็นผิดได้

หนีตามกาลิเลโอ อาจจะเป็นหนังที่ร่วมสมัยกว่าที่เราเห็นผาด ๆ

 

หนังสือไกด์บุ๊กเขาบอกไว้ เราไม่ควรทำให้ใครรู้ว่าเรากำลังหลงทาง …

ฉันเกิดอยู่แดนอีสาน ถิ่นกันดารที่เขาดูหมิ่นดูแคลน จากไกลไปหากินต่างแดน ก็อาลัยแสนเมื่อจำต้องพรากบ้านมา ร่อนเร่พเนจรไป เหมือนนกไพรไร้พงพนา …

เหี้ย ผมร้องไห้

We have come a very long way, but obviously the likes of Jakrapob and Da Torpedo remain unsatisfied. Yet if they are guilty of living too far ahead in time, what can be said about the 18-year sentence when murderers, rapists or big-time fraudsters are given less?

เรามากันไกลมากแล้ว แต่ก็เห็นกันอยู่ว่า คนอย่าง จักรภพ และ ดา ตอร์ปิโด นั้นยังไม่เป็นที่พอใจ. แต่ถ้าพวกเขามีความผิดเพราะใช้ชีวิตพ้นคนอื่น ๆ ไปล่วงหน้าเกินไป, แล้วจะพูดอะไรดีกับโทษ 18 ปี เมื่อฆาตกร นักโทษข่มขืน หรือพวกฉ้อโกงต้มตุ๋นรายใหญ่ กลับได้รับโทษน้อยกว่า?

technorati tags: 

ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล – "เฮ็ดในสิ่งเซื่อ เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด"

ผมไม่ได้รู้จัก ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด เป็นการส่วนตัว

วันนี้ตอนเช้า ผมไปศาลอาญา รัชดา ซึ่งศาลจะอ่านคำพิพากษาดารณี (คดีเลขที่ อ.3959/2551 อัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้อง ข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112) คดีนี้การพิจารณาคดีถูกทำเป็นการลับ ไม่เปิดเผยดังปกติ

ผมไม่ได้อยู่ในห้อง พิจารณาคดี ที่เขาจะอ่านคำพิพากษา ห้องมันเล็กมาก เต็ม ไม่มีที่ ผมยืนอยู่ข้างนอก กับนักข่าวมากมาย

ผมอยากรู้ ว่าบ้านเมืองนี้กำลังเป็นอะไรกันอยู่ โชคดีที่บ้านไม่ได้ไกลมาก พอจะไปได้ ก็ไป

ดารณี ถูกตัดสินจำคุก 18 ปี ในคดีนี้

10:36น. เธอเดินออกจากห้องพิจารณาคดี 904 ทั้งสองมือชูสองนิ้ว ให้กับช่างภาพสื่อมวลชน

ก่อนจะเดินไปยังห้องพิจารณาคดี 908 เพื่อเป็นพยานให้ตัวเอง ในอีกคดีที่ถูกฟ้อง (อ.4767/2551 หมิ่นประมาท สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ-คมช./คณะรัฐประหาร)

ห้องนี้คนไม่เยอะเท่าห้องที่แล้ว / คนไม่ได้สนใจมากนัก ผมคิดว่า / ผมเข้าไปนั่งฟังอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะออกมาเพราะรู้สึกเหนื่อย

กำลังใจเธอดีมาก ให้การอย่างฉะฉาน ชี้แจ้งข้อเท็จจริง และมั่นคงในความเชื่อของตัวเอง

ในทุกคำให้การ ผมรู้สึกได้ถึงความเชื่อมั่นของเธอ ดารณีคือคนที่ต้านรัฐประหาร ไม่ว่าจะที่ลานกว้างใหญ่สนามหลวง ที่มีผู้คนมากมายด้านล่างเวทีส่งเสียงสนับสนุนเธอ หรือในคอกเล็ก ๆ ในห้องพิจารณาคดี ที่ด้านบนคือผู้พิพากษาและทั้งห้องมีแต่ความเงียบงัน

เมื่อผู้พิพากษาซักถาม คำให้การของเธอทุกคำ ต่อสู้เพื่อให้พ้นข้อกล่าวหา แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ทิ้งความเชื่อของตัวเอง สำหรับเธอ รัฐประหารคือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ถึงจะเห็นโอกาสถูกลงโทษที่เชื่อเช่นนั้นอยู่ตรงหน้า ถึงจะถูกตัดสินลงโทษไปแล้วในสองคดีก่อนหน้า แต่ ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ก็ยังเชื่อในสิ่งที่ทำ และยังทำในสิ่งที่เชื่อ

กระบวนการ ยุติธรรม เชื่ออย่างไรก็ตามคำตัดสิน คดีที่เหลืออยู่คำตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไร คดีที่ตัดสินไปแล้วจะอุทธรณ์ได้ว่าอย่างไร อีกไม่นานก็จะได้เห็นกัน แต่ในหัวใจวันนี้ ในตอนที่ผมนั่งฟังเธอให้การ หัวใจผมคำนับผู้หญิงคนนี้ไปแล้ว

เพราะไม่ต้องรอเวลาอะไรกันอีก เราก็ได้เห็นแล้วว่า ในความเชื่อเพื่อสังคมประชาธิปไตยในอุดมคติของเธอ เธอเคยเชื่ออะไร กำลังเชื่ออะไร และจะยังเชื่ออะไรต่อไป — ไม่ว่าเราจะเชื่อเหมือนเธอหรือไม่ก็ตาม

ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล

technorati tags:
,
,