[12 Sep] the 1st ccSalon in Bangkok — Music and Creative Commons

ซีซีซาลอน กรุงเทพ ครั้งที่หนึ่ง!
ถ้าคุณสนใจดนตรี สนใจครีเอทีฟคอมมอนส์ บ่ายวันที่ 12 กันยานี้ ไปคุยกันในงาน ccSalon (ซีซีซาลอน) ที่ TCDC ห้องออดิทอเรียม

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้โลกใบเล็กของเรากำลังกลายเป็นโลกที่ไร้ขอบเขต ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลจากทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วด้วยอินเทอร์เน็ต ซึ่งเปรียบเสมือนแหล่งความรู้ไม่สิ้นสุด ชุมชนออนไลน์ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูลได้ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การนำผลงานสร้างสรรค์ของผู้อื่นจากอีกมุมโลกมาใช้เป็นไปได้ง่าย ขณะเดียวกัน ก็ทำให้การละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานเป็นไปได้ง่ายเช่นกัน

สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Commons Licenses) เป็นสัญญาที่จัดทำขึ้นเพื่อให้เจ้าของผลงานอันมีลิขสิทธิ์ สามารถเปิดให้สาธารณะนำงานของตนไปใช้ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต เพียงแต่ต้องทำตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เช่น อ้างที่มา ไม่ใช้เพื่อการค้า หรือ คงต้นฉบับไม่ดัดแปลง ทำให้การแลกเปลี่ยนไหลเวียนของไอเดียเป็นไปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

การใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ไม่ใช่การสละลิขสิทธิ์หรืออุทิศงานเป็นสาธารณสมบัติ เจ้าของงานยังคงเป็นผู้ถือครองลิขสิทธิ์เช่นเดิม หากมีการนำงานไปใช้โดยผิดเงื่อนไข เจ้าของงานสามารถฟ้องร้องและบังคับผู้ที่ทำผิดได้ตามที่กฎหมายลิขสิทธิ์ คุ้มครอง ซึ่งประเทศไทยได้รองรับกฎหมายนี้แล้ว

สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อให้ “วัฒนธรรมการให้” ยังคงอยู่และเผยแพร่ไหลเวียนไปทั่วสังคมโดยเสรี ให้ไอเดียได้พัฒนาต่อยอด ขณะเดียวกันก็คุ้มครองสิทธิของผู้สร้างสรรค์ด้วย

งานสัมมนาเชิงปฏิบัติการนี้จัดขึ้นตามแบบ ccSalon ที่จัดขึ้นในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อแนะนำวิธีการใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พบปะและพูดคุยกับศิลปิน นักออกแบบ และนักพัฒนา เกี่ยวกับการสร้างสรรค์ผลงาน แรงบันดาลใจ และการนำเอาครีเอทีฟคอมมอนส์ไปใช้ในธุรกิจดนตรี

ใครไปบ้าง

พบปะพูดคุยกับคนดนตรีหลายมุมมอง กิจ โมโนโทน (@kijjaz) กับการใช้ตัวอย่างเสียง เพลงต่าง ๆ มารีมิกซ์ ผสมผสานสร้างงานใหม่ เทคโนโลยีและการทำงานดนตรี อธิป จิตตฤกษ์ (FxxkNoEvil) จาก Underground Thrash Metal Project ชวนคุยเรื่องเงื่อนไขทางเทคโนโลยีกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมดนตรีที่เกิดขึ้นทั่วโลก เกิดอะไรขึ้นกับวงดนตรี “จากทางบ้าน” และเศรษฐกิจของการดาวน์โหลด

พัชร เกิดศิริ (@iPattt) และ จักรกฤษณ์ ตาฬวัฒน์ (@iMenn) แชร์ความสนุกสนานครั้งอดีต เมื่อทำอัลบั้มแล้วเจ๊ง ทำไมถึงเจ๊ง และประสบการณ์ทำงานดนตรีในปัจจุบัน โมเดลธุรกิจแบบไหนในไทยที่พอเป็นไปได้ ทั้งสำหรับคนเล็ก ๆ และค่ายใหญ่ สนทนากับ สฤณี อาชวานันทกุล (@Fringer คนชายขอบ) นักเศรษฐศาสตร์ชายขอบมองโมเดลเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในต่างประเทศที่แจกฟรีแต่ทำเงินได้ และประสบการณ์สดของ คเณศ พักตระเกษตริน และ พรภัฏ ชีวีวัฒน์ (@Noterious) จากวงกาเนชา (Ganesha) ที่ปล่อยเพลงให้โหลดฟรีบน The Pirate Bay และล่าสุดเพลงติดอันดับ 11 ชาร์ต FAT40

ปิดท้าย มาสนุกด้วยกันกับ ดนตรีสดเล็กๆ จากการรีมิกซ์งานดนตรีต่างๆ ที่ใช้ครีเอทีฟคอมมอนส์

ไม่เสียค่าใช้จ่าย
สำรองที่นั่งได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ TCDC โทร. 02 664 8448 ต่อ 213, 214

ccSalon “ดนตรี+ซีซี”
12 ก.ย. 2552 13:30-16:30 น.
@ ห้องออดิทอเรียม ทีซีดีซี ชั้น 6 ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม สุขุมวิท
บีทีเอส พร้อมพงษ์

ครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย
cc.in.th
www.facebook.com/ccthailand
twitter.com/CCth

technorati tags:
,
,
,

playing around Thai blog corpus with NLTK

อยากจะลองเล่น NLTK กับข้อมูลภาษาไทยดู คิดไปคิดมา เอาข้อมูลจาก foosci.com มาลองดูละกัน เขาเปิดให้ใช้ เป็น ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน (CC by-sa)

แต่ไม่อยากไปดึงมาเอง ขี้เกียจ เห็นว่าโครงการโรตี (อัลฟ่า) โดย Opendream ดูดบล็อกไทยจำนวนหนึ่งมาเก็บไว้ได้ระยะหนึ่งแล้ว เพื่อใช้ในการแนะนำลิงก์ (ดูตัวอย่างที่ keng.ws ที่ท้ายแต่ละโพสต์) ก็เลยเอาจากตรงนั้นมาใช้ละกัน

ข้อมูลที่มีเป็น XML ที่ dump มาจาก MySQL เราก็เขียนสคริปต์ก๊อก ๆ แก๊ก ๆ ดึงเฉพาะที่อยากได้ออกมา ด้วย xml.etree.cElementTree (ตอนแรกใช้ ElementTree แตน ๆ แต่อืดเกิน เนื่องจากแฟ้มมันใหญ่)
เอา HTML tags ออกด้วย Beautiful Soup แล้วตัดคำด้วย python-libthai ตัดประโยคแบบถึก ๆ ด้วย .split(‘\n’) จะได้ข้อมูลออกมาหน้าตาประมาณนี้ (จะเห็นว่าข้อมูลมันไม่ได้สมบูรณ์มาก มีแท็ก HTML โผล่มาด้วย-อันนี้เป็นที่ข้อมูลป้อนเข้าที่ dump มา) :


<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<roti>
  <entry id="4947" url="http://www.foosci.com/node/401" ...>
    <tags> <tag>LHC</tag> <tag>quantum physics</tag> ... </tags>
    <title> <w>บิดา</w> <w>ของ</w> <w>อนุภาค</w> ... </title>
    <content>
      <s> <w>p</w> <w>นัก</w> <w>วิทยาศาสตร์</w> ... </s>
      <s> <w>pcenter</w> <w space="1"> </w> <w>ภาพ</w> ... </s>
      ...
    </content>
  </entry>
  <entry>
    ...
</roti>

ใน w คือ คำ, ใน s คือ ประโยค

ดาวน์โหลดข้อมูล : foosci-20090424.tar.bz2 (สัญญาอนุญาต CC by-sa เช่นเดียวกับเนื้อหาใน foosci.com)
ข้างในจะมีสองแฟ้ม foosci00.xml และ foosci01.xml ให้ก๊อปปี้ไปใส่ในไดเรกทอรีข้อมูลของ NLTK (NLTK_DATA) $NLTK_DATA/corpora/rotibc ตัวโมดูลที่จะพูดถึงต่อจากนี้จะวิ่งมาหาที่ตำแหน่งนี้

ได้ข้อมูลมาแล้ว จะเอาเข้าไปใช้ใน NLTK ยังไง ? ก็ต้องเขียนตัว corpus reader ขึ้นมาก่อน ซึ่งกรณนี้ เราจะทำต่อมาจาก XMLCorpusReader (เรียกว่า inherit ไหม?) โดยไอเดียไม่มีอะไรมาก ก็ implement ตัวฟังก์ชั่น .words() เพื่อส่งกลับรายการคำ และฟังก์ชั่น .sents() เพื่อส่งกลับรายการประโยค โดยดูตัวอย่างจาก BNCCorpusReader

ที่ต้องทำเพิ่มเติมก็คือ สร้างแฟ้ม __init__.py ใส่ไว้ใน package เพื่อที่ว่าตอนโหลด มันจะได้โหลดเอาตัวข้อมูลขึ้นมาให้เราอัตโนมัติเลย (ซึ่งไม่ต้องกลัวอึด เพราะว่าโหลดแบบ lazy คือยังไม่ได้โหลดข้อมูลจริง ๆ จนกว่าจะใช้)

ตอนทำ __init__.py นี้ ทำให้รู้ว่า ทุกไดเรกทอรีที่เราจะใส่โมดูลอะไรลงไป จะต้องมีแฟ้มนี้ ไม่งั้นตอน build มันจะไม่นับไดเรกทอรีนั้นเป็น package จะข้ามไป เพราะงั้นถึงไม่ได้จะโหลดจะทำอะไร ก็ต้องใส่แฟ้มว่าง ๆ ไว้ (ดูเอกสาร Python Tutorial – Modules)

ใน __init__.py ไม่มีอะไรมาก แค่โหลดข้อมูลเฉย ๆ :
foosci = LazyCorpusLoader('rotibc', RotiCorpusReader, r'foosci\d+\.xml')

ดาวน์โหลดแพคเกจ roti.corpus : rotibc-0.1.tar.gz
แตกออกมาแล้ว ก็ลงด้วยคำสั่ง :
sudo python setup.py install
(ดูวิธีสร้าง setup.py มาจากเอกสาร Distutils – Creating a Source Distribution)

โอเค ครบละ ข้อมูล โปรแกรมอ่าน คราวนี้มาเล่นกัน ลองใน interpreter shell ของ Python ก็ได้


>>> from roti.corpus import foosci
>>> foosci.fileids() #แสดงรายชื่อแฟ้มในคลังข้อความ
['foosci00.xml', 'foosci01.xml']
>>> foosci.words() #แสดงรายการคำ
['p', u'\u0e19\u0e31\u0e01', ...]
>>> for w in foosci.words()[0:5]: #พิมพ์คำจากรายการ ตำแหน่ง 0-5
...     print w,
...
p นัก วิทยาศาสตร์ อังกฤษ ที่
>>>
>>> foosci.sents() #แสดงรายการประโยค
[['p', u'\u0e19\u0e31\u0e01', ...],
['pcenterimg', ' ', 'src=http://', ...], ...]
>>>

จะเห็นว่า เราพอจะเล่นอะไรกับมันได้ละ ถ้าจะเล่นมากกว่านี้ ลองดูตัวอย่างที่ Getting Started (NLTK)

ตัวอย่างหนึ่งจาก NLTK Book บทที่ 2 Accessing Text Corpora and Lexical Resources เขาลองเล่นกับ conditional frequency distribution เอามาสร้างประโยคมั่ว ๆ เล่น จากโมเดลไบแกรม ด้วยโค้ดด้านล่างนี้ :


def generate_model(cfdist, word, num=15):
    for i in range(num):
        print word,
        word = cfdist[word].max()

words = foosci.words()
bigrams = nltk.bigrams(words)
cfd = nltk.ConditionalFreqDist(bigrams)

ลองใส่คำอะไรสักคำให้มันดู มันจะสร้างประโยคมาให้


>>> generate_model(cfd, u'คอมพิวเตอร์')
คอมพิวเตอร์ ที่ มี ความ เสี่ยง มะเร็ง เต้า นม   href=http:// www. physorg. com/ ~r/ foosci/

การสร้างประโยคนั้น generate_model() ใช้วิธีเลือกเอาคำที่น่าจะเกิดต่อจากคำข้างหน้ามากที่สุด มาเรียงต่อกัน

ลองเล่นต่ออีกนิดหน่อยกับติวอันนี้ Working with corpora: Character Ngrams

ถ้ามีคลังข้อความที่น่ารัก ๆ กว่านี้ ก็น่าจะใช้ NLTK นี้ไปใช้เรียนสอน NLP หรือภาษาศาสตร์คลังข้อมูลง่าย ๆ ได้

ปัญหาอย่างนึงที่เจอตอนนี้คือ nltk.text.Text() ใช้กับ unicode ไม่ได้ คือมันจะพยายามแปลงข้อความไปเป็น ascii ซึ่งแปลงไม่ได้ แล้วก็จะตาย nltk.text.Text() นี่มีฟังก์ชั่นน่าใช้สำหรับการเรียนรู้เรื่องภาษาศาสตร์เยอะพอดู เช่น .concordance() .collocations() .similar()

<อัปเดต 2009.04.25> ใช้กับ nltk.Text() ได้แล้ว (แก้ตามคำแนะนำจากเมลกลุ่ม nltk-users) โดยต้องให้คำใน list เป็น str (“”) ที่ encode ด้วย utf-8 แทนที่จะใส่เป็นสตริงแบบ unicode (u””) ทำได้โดยแก้สองฟังก์ชั่น _elt_to_words() และ _elt_to_sents() ในแฟ้ม roti/corpus/rotibc.py ตรง .append(w.text) ให้เป็น.append(w.text.encode("utf-8", "replace")) เดี๋ยวจะปรับตัวแพคเกจใหม่ </อัปเดต>

ลองเล่นดูครับ เอาไปโมต่อตามสบาย โค้ดทั้งหมดเป็น public domain

ใช้ NLTK แล้วพบปัญหา คุยกับผู้ใช้รายอื่น ๆ ได้ที่เมลกลุ่ม nltk-users หรือถ้าอยากคุยกับคนไทย ลองกลุ่ม THLTA


แถม : Open License และคลังข้อมูลภาษา

ในงาน NAC 2009 โดยสวทช.ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประเด็น open content, open license และ คลังข้อมูลภาษา กับคนในวงการ NLP จำนวนหนึ่ง ซึ่งก็มีความคิดเห็นหลาย ๆ อย่าง หลาย ๆ มุมก้นไป

เกือบทุกคนเห็นด้วยว่า เป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะมีอะไรที่มันแชร์กันได้ ที่มัน open แต่ความหมายของคำว่า open สำหรับแต่ละคนก็ดูจะไม่เท่ากัน บางคนบอกว่า คลังอันนั้นอันนี้ฟรี ตัวนั้นตัวนี้โอเพ่นซอร์ส แต่พอไปดูเอาจริง ๆ ในรายละเอียด ก็พบว่า จำเป็นต้องลงทะเบียนก่อนบ้างหรือไม่ได้อัปเดตนานแล้วบ้าง (พจนานุกรม Lexitron) หรือลิงก์ดาวน์โหลดหายไปบ้าง (ORCHID Corpus – ดาวน์โหลดได้ที่ backup site) หรือก่อนหน้านี้เรื่องของฟอนต์หลาย ๆ ตัว ที่เอามาใช้ได้ฟรี แต่ไม่รู้ว่าจะโมได้ไหม redistribute ได้ไหม

ความเห็นของผมก็คือ จะเปิดหรือจะปิด อย่างไรก็ได้ เป็นสิทธิของเจ้าของข้อมูลที่เขาลงแรงลงเวลาไป
แต่ถ้าจะบอกว่าเปิด ก็ขอให้บอกให้ชัดเจนหน่อย ว่าในเงื่อนไขอะไร แล้วจะเอามาใช้จริง ๆ ได้ยังไง การบอกว่า เปิด เฉย ๆ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรเลย ในทางปฏิบัติก็แทบจะเหมือนการไม่เปิด หน้า การแลกเปลี่ยนทรัพยากรและเครื่องมือ ที่ THLTA ก็อาจจะเป็นความพยายามหนึ่งที่จะทำให้เรื่องพวกนี้เคลียร์

สิ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจ และเป็นคุณสมบัติสำคัญของ open licenses ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น copyleft, GNU หรือ Creative Commons ก็คือ การไม่ต้องขออนุญาต ผมคิดว่าการไม่ต้องขออนุญาตนี้ทำให้ ข้อมูล โค้ด ไอเดีย ต่าง ๆ มันไหลเวียนได้อย่างอิสระ-ทันที ใครอยากจะเล่นอะไรก็เอา เต็มที่ ตามเงื่อนไขที่ประกาศไว้ชัดเจนล่วงหน้า ไม่ต้องรอไปรอมา ไม่ต้องตกอยู่ในภาวะไม่แน่ใจ

ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องของความชัดเจนนี้ แม้จะเป็น closed content, closed source หรืออะไรก็ตาม ก็สามารถจะชัดเจนเรื่องนี้ได้ เพียงประกาศให้ชัดเจน — ไม่ใช่แค่บอกเฉย ๆ ว่า เปิด แล้วก็ทิ้งให้งง ให้เดาใจกันเล่น ๆ ว่า ตกลงจะเปิดแบบไหน เปิดยังไง

technorati tags:,,,

[2 Apr] Official launch Creative Commons Thailand Licenses @ BACC

โครงการซีซีไทย เปิดตัว สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์สำหรับประเทศไทย
พฤหัส 2 เมษายน 2552 13:00-16:00 น.
@ ห้องประชุม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (แยกปทุมวัน ตรงข้าม MBK)

ขอเชิญทุกท่านที่สนใจในการเผยแพร่งานให้สาธารณะได้ใช้งานและพัฒนาต่อยอด
ร่วมหรือส่งตัวแทนร่วมงานเปิดตัวสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์สำหรับประเทศไทย
ไม่ว่าคุณจะเป็น บล็อกเกอร์ นักเขียน นักถ่ายภาพ นักสร้างหนัง นักแต่งเพลง นักดนตรี
หน่วยงานที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ องค์กรสาธารณประโยชน์ ห้องสมุด
พิพิธภัณฑ์ คลังข้อมูล เว็บไซต์เพื่อการศึกษา ผู้ให้บริการเนื้อหาพื้นที่บล็อก
เว็บบอร์ด ฯลฯ

  • รู้จักสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบต่าง ๆ แนวทางการเลือกใช้สัญญาอนุญาตแต่ละแบบ พร้อมตัวอย่าง
  • วิธีการใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์กับงานแต่ละประเภท เช่น งานเขียน บล็อก ดนตรี วีดิโอ งานรีมิกซ์ งานวิจัย สื่อการศึกษา ฯลฯ
  • รู้จักเพื่อน ๆ และหน่วยงานที่สนใจครีเอทีฟคอมมอนส์และแนวคิดวัฒนธรรมเสรี
  • พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในประเด็นวัฒนธรรมเสรีและการเผยแพร่เนื้อหาแบบเปิด
    (open content) กับผู้เชี่ยวชาญทรัพย์สินทางปัญญา ศิลปินผู้สร้างงาน และผู้เผยแพร่เนื้อหา

ในวงเสวนาพบกับ คนทำหนัง นักเขียน ผู้บริหารเว็บบอร์ด นักกฎหมาย นักลงทุนเพื่อสังคม และนักวัฒนธรรมศึกษา มาพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับ ครีเอทีฟคอมมอนส์ โมเดลการจัดกระจายเนื้อหาแบบเปิด และวัฒนธรรมเสรี

รายละเอียดเพิ่มเติม ที่เว็บไซต์ครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย http://cc.in.th

technorati tags:
,
,

ร่วมตรวจทานร่างสุดท้าย สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ 3.0 ประเทศไทย

ขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจ ร่วมกันอ่านตรวจทาน ร่างฉบับสุดท้าย ของข้อกฎหมาย (legal codes) ของสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ 3.0 ประเทศไทย ทั้ง 6 ฉบับ

โดยการอ่านตรวจทานนี้ ให้อ่านตรวจทานทุกส่วน ทั้งใจความ คำ ตัวสะกด เครื่องหมายวรรคตอน การเว้นวรรค การเว้นบรรทัด การขึ้นย่อหน้าใหม่ รูปแบบ ความต้องตรงกันระหว่างฉบับในข้อสัญญาที่เหมือนกัน ฯลฯ — เมื่อพ้นขั้นตอนนี้ไปแล้ว จะไม่สามารถแก้ไขใด ๆ ได้อีกแล้ว สำหรับเนื้อหาต้นฉบับร่างสุดท้ายนี้ สามารถดูที่ http://cc.in.th/wiki/ ได้ เพื่อการเปรียบเทียบ

ทาง Creative Commons International แนะนำว่า ในขั้นตอนนี้ ควรจะมีผู้ที่ไม่เคยอ่านสัญญาอนุญาตมาก่อน (“fresh eyes”) มาช่วยตรวจทานด้วย ดังนั้นถ้าใครยังไม่เคยอ่าน หรือมีเพื่อน ๆ ที่น่าจะสนใจ ก็ขอเชิญมาช่วยกันอ่านตรวจทานนะครับ โดยไปที่ :

และสามารถแจ้งที่ผิด หรือเสนอแนะต่าง ๆ ได้ที่เมลกลุ่ม ccthailand@googlegroups.com

หรือตอบเป็นความเห็นที่บล็อก cc.in.th ก็ได้เช่นกันครับ ตามความสะดวก

ทีมงานซีซีไทยขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยสละเวลาช่วยตรวจทาน

(หมายเหตุ: ถ้าได้ก่อนศุกร์ที่ 20 ก.พ. จะดีมากเลยครับ)


Creative Commons Trademark

“ครีเอทีฟคอมมอนส์ เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่เสนอทางเลือกนอกเหนือจากลิขสิทธิ์แบบเต็มที่”
creativecommons.org

สัญลักษณ์เงื่อนไขครีเอทีฟคอมมอนส์โดยสรุป…

Attribution icon (by)แสดงที่มา (by) หมายถึง :
คุณยินยอมให้ผู้อื่นคัดลอก แจกจ่าย จัดแสดง และเผยแพร่งานของคุณ (รวมทั้งงานที่ดัดแปลงจากมัน) – แต่ก็ต่อเมื่อพวกเขาประกาศด้วยว่างานนั้นเป็นของคุณ

NonCommercial icon (nc)ไม่ใช้เพื่อการค้า (nc) หมายถึง :
คุณยินยอมให้ผู้อื่นคัดลอก แจกจ่าย จัดแสดง และเผยแพร่งานของคุณ (รวมทั้งงานที่ดัดแปลงจากมัน) – แต่สำหรับจุดประสงค์ที่ไม่ใช่เพื่อการค้าเท่านั้น

No Derivative Works icon (nd)ไม่ดัดแปลง (nd) หมายถึง :
คุณยินยอมให้ผู้อื่นคัดลอก แจกจ่าย จัดแสดง และเผยแพร่งานของคุณ เฉพาะงานที่เหมือนต้นฉบับทุกประการเท่านั้น ไม่ใช่งานที่ถูกแก้ไขดัดแปลง

Share Alike icon (sa)อนุญาตแบบเดียวกัน (sa) หมายถึง :
คุณยินยอมให้ผู้อื่นแจกจ่ายงานดัดแปลง ด้วยสัญญาอนุญาตที่เหมือนกับที่ใช้กับงานของคุณเท่านั้น

เงื่อนไขเหล่านี้ สามารถประกอบใช้ร่วมกันได้ เช่น :
Attribution icon (by)Share Alike icon (sa) หมายถึง สัญญาอนุญาตแบบ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน (by-sa)
Attribution icon (by)NonCommercial icon (nc)No Derivative Works icon (nd) หมายถึง แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง (by-nc-nd)

ข้อมูลเพิ่มเติม : ครีเอทีฟคอมมอนส์ ประเทศไทยcc.in.th


ฝากผู้อยากสนับสนุนครีเอทีฟคอมมอนส์ช่วยเผยแพร่ครับ ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเงื่อนไขในสัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์ (โค้ด HTML + รูปทั้งหมด สำหรับเอาไปใช้ในบล็อก/เว็บไซต์ของคุณ)

[ via cc.in.th ]

technorati tags:
,
,

ReadCamp logo and Free Culture movement

ในที่สุดก็มีคนวงกว้างออกไปทักเรื่องโลโก้รี้ดแคมป์ ในประเด็นลิขสิทธิ์ ที่เชื่อมถึงเรื่องคอมมอนส์ .. เย่ 🙂

ตอบในฐานะผู้ออกแบบโลโก้นะครับ

เรื่องลิขสิทธิ์นี้มีคนถามกันมาตลอด ตั้งแต่โลโก้ยังเห็นกันอยู่แค่สองคน ระหว่างการออกแบบ พอเมลไปขอความเห็นคนอื่น ๆ ว่าพอใช้ได้ไหม ก็มีทักเรื่องลิขสิทธิ์เช่นกัน

แต่ผมก็ยังยืนจะเอาอันนี้แหละ จะมีปรับก็แค่เรื่องช่องไฟนิด ๆ หน่อย ๆ แต่แนวคิดหลักคงเดิม ไม่ได้เปลี่ยน

พอเผยแพร่ออกไป ก็มีคนทักอีกเหมือนเคย จนในวันงานก็มีพี่คนนึงจากกองทุนไทยมาทัก และชวนคุยเรื่องนี้กัน ก็คุยกันอยู่ได้น่าจะครึ่งชั่วโมง ซึ่งที่คุยไปก็คล้าย ๆ กับที่เขียนลงในบล็อกนี้ครับ เดี๋ยวอ่านกันด้านล่าง พี่เขาเสนอให้เปิดเซสชันเรื่องนี้ด้วย (เอาป้ายบอกทางที่มีโลโก้รี้ดแคมป์ มาวงที่โลโก้ เขียนว่า “Is this freeware?” แปะที่ผนังเสนอหัวข้อ) แต่สุดท้ายได้คะแนนโหวตไม่ถึง เลยไม่ได้ถูกจัดลงตาราง ผมเองก็อยากจะคุยเหมือนกัน ตอนหลังเลยเอาไปแปะไว้ห้องสองต่อจากหัวข้อสุดท้ายในตาราง แต่ก็วิ่งไปวิ่งมา จนงานเลิกพอดี เป็นอันว่าไม่ได้คุย

วันอาทิตย์วันรุ่งขึ้น ตื่นมา ก็เลยจะเขียนบล็อกแทน เปิดคอนโทรลพาเนลของเวิร์ดเพรส ก็เห็นลิงก์เข้ามาจากบล็อกคุณ mnop พอดี
ในเมลกลุ่มรี้ดแคมป์ Ford ก็แจ้งมาว่ามีคนทักนะ

โอเค มีคนรับประเด็นแล้ว เรามาคุยกัน

ในโลโก้นี้มีความประสงค์อยู่หลายอย่าง (บางอันก็กึ่ง ๆ วาระซ่อนเร้น ไม่ได้บอกคนอื่นก่อน :p)

อันแรกก็คือ ชวนดูว่าข้างในมันมีอะไร มันล้ออะไรอยู่บ้าง แล้วทำไมเราเห็นถึงมัน แล้วบางคนอาจจะไม่เห็น (ใครไม่เคยเห็นโลโก้พิซซ่าฮัทมาก่อน ก็คงไม่นึกถึง หรือในเรื่องเจ้าชายน้อยเอง ก็ยังมีคนเห็นไม่เหมือนกัน) อันนี้ก็ตามแนวคิดของงาน ของแต่ละอย่างอ่านได้หลายแบบ แล้วแต่คนอ่าน อำนาจอยู่ที่คนอ่าน-ด้วย

อันสองก็คือแนวคิด rip/read mix burn* ต่อจาก read แล้ว คุณ mix ดัดแปลงมันออกมาเป็นงานใหม่ได้ไหม สร้างเป็นของใหม่ที่อยู่บนฐานเก่า อันนี้เป็นฐานคิดของคอมมอนส์ที่อยู่บนเรื่องของทรัพย์สินร่วมกัน และการสร้างสรรค์งานดัดแปลง derivatives ตัวโลโก้ก็จะสื่อถึงว่า นี่ไง งานดัดแปลง อยู่บนฐานของความคิดคนอื่น ออกมาเป็นงานใหม่ (ซึ่งตัวมันเองก็จะถูกดัดแปลงต่อไปอีก เช่นที่ PRADT ทำ)

อย่างไรก็ตาม ครีเอทีฟคอมมอนส์ ไม่ได้สนับสนุนให้ละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะถึงอย่างไรกลไกของสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ก็ต้องทำงานอยู่บนกฎหมายลิขสิทธิ์ และภาพประกอบของเจ้าชายน้อยยังเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์อยู่

จึงนำไปสู่ประสงค์ที่สาม ที่เป็นการเคลื่อนไหวที่อยู่นอกกรอบของครีเอทีฟคอมมอนส์ที่เป็นสัญญาอนุญาต แต่อยู่ในเป้าหมายของขบวนการวัฒนธรรมเสรี Free Culture movement คือ ท้าทายระบบกฎหมายลิขสิทธิ์ปัจจุบันที่คุ้มครองผลงานกว้างและยาวจนเกินพอดี

ในกรณีนี้ การท้าทายคือการจงใจนำงานอันมีลิขสิทธิ์ มาดัดแปลงเป็นงานใหม่ ว่าง่าย ๆ คือ จงใจทำผิดกฎหมาย และจะยอมเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย เพื่อนำไปสู่การเคลื่อนไหวเพื่อ เปลี่ยนแปลงกฎหมาย ต่อไป – ดังเช่นที่ Rosa Parks หญิงผิวสี เคยทำผิดกฎหมาย ปฏิเสธคำสั่งของคนขับรถเมล์ ที่สั่งให้เธอลุกให้คนผิวขาวนั่ง เมื่อ ค.ศ. 1955 เธอถูกดำเนินคดี และเหตุการณ์นี้จุดประกายการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมือง และนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายที่ละเมิดสิทธิพลเมือง (หรือถ้าเกิดกลายเป็นว่า การแก้ไขดัดแปลงนำมาใช้เช่นนี้ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย นี่ก็จะเป็นการทดสอบลิมิตขีดจำกัด ว่าเส้นกฎหมายจำกัดถึงแค่ไหน เพื่อสร้างความชัดเจน และไม่ตกอยู่ในความคลุมเครือ-กลัว)

แน่นอนว่าการทำผิดกฎหมาย ย่อมได้รับการต่อต้านหรือไม่เห็นด้วย แม้จากแนวคิดผู้ที่สนับสนุนแนวคิดครีเอทีฟคอมมอนส์

จึงนำไปสู่คำถามที่สี่ – คำถามพิเศษเพื่อทบทวนตัวเองต่อผู้สนับสนุนสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แต่ยังลังเลกับขบวนการวัฒนธรรมเสรี – คือ หากเราเห็นว่าไม่ควรนำงานในเจ้าชายน้อยมาใช้ในรูปแบบใด ๆ เลย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหนแล้วก็ตาม จะด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผูกพันรักชอบหรืออะไรก็แล้วแต่ หากใช้มาตรฐานเดียวกันนี้ กับกรณีดิสนีย์ ขบวนการวัฒนธรรมเสรีที่นำมาสู่ครีเอทีฟคอมมอนส์จะไม่เกิดขึ้นเลย

กรณีการ ‘abuse’ บิดเบือนเจตนารมณ์กฎหมายลิขสิทธิ์ ด้วยการแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายเวลาคุ้มครองลิขสิทธิ์ของตัวออกไปเรื่อย ๆ ของดิสนีย์และบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่หลายแห่ง นำมาสู่การต่อต้านและพัฒนาเป็นขบวนการวัฒนธรรมเสรี
ต้นกำเนิดของสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ (เป็นเรื่องโจ๊กเสียดสี ที่มีมูลความจริง ว่า กฎหมายลิขสิทธิ์สหรัฐจะถูกแก้ไขเพื่อขยายเวลาคุ้มครองทุก ๆ ครั้งที่การคุ้มครองตัวละครมิกกี้เมาส์ใกล้จะหมดอายุ จนกฎหมายขยายเวลาดังกล่าว มีชื่อเล่นว่า Mickey Mouse Protection Act)

คำถามที่สี่นี้ เป็นคำถามที่เตือนหรือตั้งคำถามว่า ครีเอทีฟคอมมอนส์จะดำเนินไปได้โดยไม่สนใจวัฒนธรรมเสรีอันเป็นรากของตัวหรือไม่ ? ถ้าได้ ไม่สนใจ แล้วครีเอทีฟคอมมอนส์จะเดินทางไปสู่อะไร ? สุดท้ายแล้วอะไรคือเป้าหมายของครีเอทีฟคอมมอนส์ ?

โดยภาพรวมของแนวคิดวัฒนธรรมเสรี Free Culture ก็คือ การปกป้องระบบนิเวศของการสร้างสรรค์เอาไว้ ด้วยการปกป้องผู้สร้างสรรค์อย่างพอดี ๆ ไม่น้อยเกินไปจนคนไม่อยากสร้างสรรค์อะไร แต่ก็ไม่มากเกินไปจนเสมือนไม่มีที่สิ้นสุด (ทั้งในแง่เวลาและแง่ความครอบคลุม) จนไปจำกัดการสร้างสรรค์ของคนใหม่ ๆ หรือทำให้เจ้าของงานเก่า ๆ รู้สึกว่าไม่ต้องสร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ อีกแล้ว

ในเรื่องการจำกัดความครอบคลุมของการคุ้มครอง นำมาสู่แนวคิด “สงวนสิทธิ์บางประการ” some rights
reserved แทนที่จะเป็น “สงวนสิทธิ์ทั้งหมด” all rights reserved

ซึ่งการสงวนสิทธิ์ประการนี้ จะคุ้มครองสิทธิ์อันพึงมีพึงได้ของผู้สร้างสรรค์เอาไว้ ในขณะเดียวกัน ก็เปิดโอกาสให้ผู้อื่น ๆ นำงานดังกล่าวไปใช้ไปแก้ไขดัดแปลงต่อเติมเป็นงานใหม่ได้ในทางปฏิบัติ (คือนำไปใช้ได้เลยโดยไม่ต้องขออนุญาต เพราะการขออนุญาตนั้นมีราคาโสหุ้ย overhead ที่อาจจะไม่สามารถจ่ายได้ไหว ทั้งในรูปของเงินหรือเวลา เช่นกรณีศึกษาที่พบว่า การทำหนังเรื่องหนึ่งอาจมีต้นทุนทางกฎหมายและการดำเนินการขออนุญาตต่าง ๆ ถึงกึ่งหนึ่งของต้นทุนสร้างหนังทั้งหมด)

แนวคิดการสงวนสิทธิ์บางประการนี้ นำมาสู่สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ที่ใช้ความสมัครใจเข้าร่วม ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่จะให้แนวคิดสงวนสิทธิ์บางประการดังกล่าวมีตำแหน่ง fit in สวมอยู่ในระบบกฎหมายลิขสิทธิ์ปัจจุบัน และใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม รูปแบบการนำแนวคิดสงวนสิทธิ์บางประการให้เป็นความจริงได้นั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์เท่านั้น ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่จะทำให้มันเป็นความจริงได้

พูดอย่างสรุป คือ

สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ จะเป็นการสร้างระบบนิเวศใหม่ ด้วยการผลักดันให้งานเกิดใหม่มาใช้สัญญาอนุญาตแบบนี้ พร้อมชักชวนให้งานเก่า ๆ เปลี่ยนมาด้วย ตามความสมัครใจ – ซึ่งทั้งหมดยังอยู่ในระบบลิขสิทธิ์เดิม-ไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวกฎหมายตัวระบบ คือโลกเดิมมันแย่แล้ว สร้างโลกใหม่ละกัน แล้วของเก่า ๆ ก็ค่อย ๆ อพยพ migrate มาเท่าที่จะทำได้
แบบนี้ก็เนียน ๆ หน่อยค่อยเป็นค่อยไป – เป็นวิวัฒนาการ evolution

ส่วนเป้าสูงสุดของขบวนการเคลื่อนไหววัฒนธรรมเสรีนั้น จะท้าทายระบบเดิม เพื่อนำไปสู่ระบบใหม่ ที่เชื่อว่าเป็นธรรมกับทุกฝ่ายกว่าเดิม คือจะเปลี่ยนโลกเดิมทั้งใบให้เป็นโลกใหม่เลย แบบนี้ก็รุนแรงหน่อย (และเป็นธรรมดาที่จะได้รับการต่อต้านมากหน่อย) – เป็นการปฏิวัติ revolution

“นักปฏิวัติท้ายที่สุดแล้วจะเป็นนักปฏิรูปที่ขยันที่สุด ก้าวหน้าที่สุด
ในทางตรงข้าม นักปฏิรูปหากทำการปฏิรูปเพียงลำพังโดยปราศจากเป้าในการปฏิวัติ
ก็จะเป็นผู้รักษาระบบแห่งการกดขี่ที่ขยันที่สุด อย่างขันแข็งที่สุดเช่นกัน”

โรซา ลุกเซมบวร์ก, นักทฤษฎีมาร์กซิสม์และนักปรัชญาสังคมชาวยิวเยอรมันเชื้อสายโปแลนด์ (สำนวนแปลโดย กลุ่มประกายไฟ)

หมายเหตุ : แม้ตัวผมเองนั้นได้ไปช่วยงานทางกลุ่มทำงานครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทยด้วย แต่การทำโลโก้และจุดประสงค์ที่จะก่อให้เกิดประเด็นถกเถียง-ทบทวน จากประเด็นโลโก้นี้ ไม่ได้สอบถามทางกลุ่มครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทยมาก่อนครับ

* คำว่า “Read Mix Burn” นี้ ที่เคยเกริ่น ๆ กับทีมงานไว้ในเมลฉบับหนึ่งช่วงเตรียมงาน (ช่วงคุยเรื่องชื่องาน) ว่าอยากให้งานมันเป็นซีรีส์ต่อเนื่อง : Read ก็ตามรี้ดแคมป์นี้ อ่าน วิพากษ์ ตีความ Mix คือเอางานมาผสมเล่าใหม่ในสื่อแบบต่าง ๆ Burn จะเป็นประเด็นสิ่งที่คนไม่อยากให้อ่าน หนังสือต้องห้าม หนังโดนแบน เว็บโดนบล็อค – Read Mix Burn นี้ ล้อสโลแกนในโฆษณา iPod+iTunes ของ Apple ที่ว่า Rip Mix Burn

[ จาก บล็อก ReadCamp ]

technorati tags:
,
,
,

Schmap!! interactive guide map

ได้อีเมลจากเว็บไซต์ที่ไม่เคยรู้จัก Schmap

แจ้งว่า ได้เอารูปของเราใน Flickr ที่เป็นครีเอทีฟคอมมอนส์ ไปใช้ในแผนที่นำเที่ยวอันนี้

กดไปเล่น เออ มันก็โอเคนะ รู้สึกยังใช้ยากอยู่ แต่ข้อมูลมันก็โอเคเลย ไม่ได้ละเอียด แต่ก็บอกที่สำคัญ ๆ พร้อมกับตำแหน่งในแผนที่ (ที่เว็บไซต์ใช้ของ Yahoo! ถ้าเป็น widget ใช้ของ Google แปลกดี)

ที่ดีคือ มันดาวน์โหลดมาใช้ในเครื่องได้นะ แบบไม่ต้องออนไลน์ แต่ที่แย่คือ มีเฉพาะ Mac OS X กับ Windows เท่านั้นนะ GNU/Linux อดหมดสิทธิ์

iPhone ก็หมนุ ๆ เล่นได้

ลองเล่นดู Amsterdam, Berlin, Edinburgh, Prague

โอ๊ย อยากเที่ยวววว

technorati tags:
,
,

Free as in “FREE BEER” – Brau-Aktion in Berlin

วันเสาร์นี้ (1 มี.ค.) ที่โรงเบียร์ Hops & Barley Berlin เบอร์ลิน เค้าจะเสิร์ฟ “เบียร์ฟรี” กัน
ฟรีนี่ ไม่ได้หมายความว่า “ไม่ต้องจ่ายตังค์” นะ แต่หมายถึง “เสรี”

ฟรีเหมือนกับเสรีภาพในการพูด และเหมือนกับในเบียร์เสรีด้วย! (free as in free speech and in free beer, too!) อะไรทำนองนี้ (ล้อคำพูดของ ริชาร์ด สตอลล์แมน)

ใครอยากไปร่วม ก็เชิญที่ถนน Wühlischstraße 23 สี่โมงเย็นถึงตีสอง ตั้งแต่เที่ยงครึ่ง ครับผม

[ ลิงก์ Zeitgeisty.cc | ผ่าน ThaiBB ]

technorati tags:
,
,

CC in 2 minutes

ฝากเผยแพร่ครับ (โค้ด HTML + รูปทั้งหมด สำหรับเอาไปใช้ในบล็อก/เว็บไซต์ของคุณ)

Creative Commons Trademark

“ครีเอทีฟคอมมอนส์ เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่เสนอทางเลือกนอกเหนือจากลิขสิทธิ์แบบเต็มที่”
creativecommons.org

สัญลักษณ์เงื่อนไขครีเอทีฟคอมมอนส์โดยสรุป…

Attribution icon (by)
ยอมรับสิทธิ (by) หมายถึง:
คุณยินยอมให้ผู้อื่นคัดลอก แจกจ่าย ใช้ และจัดแสดงงานลิขสิทธิ์ของคุณ (รวมทั้งงานที่ดัดแปลงจากมัน) – แต่ก็ต่อเมื่อพวกเขาประกาศด้วยว่างานนั้นเป็นของคุณ

Noncommercial icon (nc)
ไม่ใช้เพื่อการค้า (nc) หมายถึง:
คุณยินยอมให้ผู้อื่นคัดลอก แจกจ่าย ใช้ และจัดแสดงงานลิขสิทธิ์ของคุณ (รวมทั้งงานที่ดัดแปลงจากมัน) – แต่สำหรับจุดประสงค์ที่ไม่ใช่เพื่อการค้าเท่านั้น

No Derivative Works icon (nd)
ไม่แก้ไขต้นฉบับ (nd) หมายถึง:
คุณยินยอมให้ผู้อื่นคัดลอก แจกจ่าย ใช้ และจัดแสดงงานลิขสิทธิ์ของคุณ เฉพาะตัวที่เหมือนต้นฉบับทุกประการเท่านั้น ไม่ใช่งานที่ถูกแก้ไขดัดแปลง

Share Alike icon (sa)
อนุญาตแบบเดียวกัน (sa) หมายถึง:
คุณยินยอมให้ผู้อื่นแจกจ่ายงานดัดแปลง ด้วยสัญญาอนุญาตที่เหมือนกันทุกประการกับที่ใช้กับงานของคุณเท่านั้น

เงื่อนไขเหล่านี้ สามารถประกอบใช้ร่วมกันได้ เช่น:
Attribution icon (by)Noncommercial icon (nc)Share Alike icon (sa) หมายถึง สัญญาอนุญาตแบบ ยอมรับสิทธิ-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน (by-nc-sa)

ข้อมูลเพิ่มเติม: ครีเอทีฟคอมมอนส์ ประเทศไทยcc.in.th

(ดัดแปลงจาก Flickr: Creative Commons, ไอเดียคุณหมวย อาสาสมัครครีเอทีฟคอมมอนส์ไทย)

พร้อมกันนี้ ขอเชิญชวนนักเขียน นักวาด นักดนตรี ฯลฯ เลือกใช้งานสร้างสรรค์ที่เป็นครีเอทีฟคอมมอนส์ และเผยแพร่ผลงานของตนด้วยสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ครับ 🙂

พูดคุยเรื่องครีเอทีฟคอมมอนส์ได้ที่เมลกลุ่ม ccthailand#googlegroups.com

และกระดาน CC Talk

technorati tags:
,

Creative Commons Thailand port – 1st Public Discussion

ร่างสัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์ แบบยอมรับสิทธิ ไม่ใช้เพื่อการค้าและอนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 สำหรับประเทศไทย
ซึ่งจัดทำร่างโดยสำนักกฎหมายธรรมนิติ ได้รับความเห็นชอบจาก ครีเอทีฟคอมมอนส์อินเตอร์เนชัลแนลแล้ว

และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนประชาพิจารณ์
โดยจะเปิดรับความคิดเห็นจากสาธารณชนเป็นเวลา 2 สัปดาห์
ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ถึงวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2550

ดาวน์โหลดร่างสัญญาอนุญาต และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://cc.in.th/

technorati tags:
,