Netizen Marathon 2010: Online Studies #nm10

ส่วนหนึ่งของเทศกาล Netizen Marathon 2010 — hashtag: #nm10

อาทิตย์ 28 พ.ย. 15:00 – 17:00
คุยกับสถาปนิก เรื่อง คนกับพื้นที่
เบญจมาส วินิจจะกุล และ ดวงฤทธิ์ บุนนาค
@ ร้านหนังสือและกาแฟก็องดิด ถนนตะนาว ใกล้สี่แยกคอกวัว [แผนที่] [Facebook event]

จันทร์ 29 พ.ย. 09:00 – 17:00
เวทีวิชาการสาธารณะเพื่อพัฒนาคำถามวิจัย ออนไลน์ศึกษา
@ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ตึกสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ชั้น 4 ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ [แผนที่]

ปฏิทินกิจกรรม เทศกาลเน็ตติเซ่นมาราธอน 2553
thainetizen.org/marathon
(Open Data BarCamp, Clip Kino, ReadCamp, ฯลฯ)

technorati tags: 

Jaime Lerner: Sing a song of sustainable cities

TED Talk – Jaime Lerner: Sing a song of sustainable cities

ชอบไอเดียเรื่องเอาระบบขึ้นลงรถไฟฟ้า มาใช้กับรถเมล์ (ทำป้ายรถเมล์ให้คล้าย ๆ ที่รอรถไฟฟ้า ทำประตูรถเมล์ให้มีหลาย ๆ ประตูแบบรถไฟฟ้า) แล้วเชื่อมทั้งรถไฟฟ้าและรถเมล์เข้าด้วยกัน — “ระบบเดียวกัน ต่างกันแค่พาหนะ”

technorati tags:
,
,
,

aesthetic of gravity

สุนทรียศาสตร์ของแรงโน้มถ่วง
เรียบเรียงจาก Pierre von Meiss (2000), The Aesthetic of Gravity, Architectural Research Quarterly; Volume 4 /NO.3, London: Cambridge Press
โดย post-metropolis — บล็อกนักเรียนไทย การผังเมือง คาสเซิล เยอรมนี

[ ผ่าน romance was not built in one day ]

technorati tags:
,
,

Live+Work Bazaar 2550 B.E.

ห้องแถว 2550 – “เครื่องมือ” สู้ทุนข้ามชาติในรูปแบบ “อาคาร”
โดย คุณยรรยง บุญ-หลง

ออกแบบมาสำหรับเมืองที่มีความหนาแน่นสูง
กระจายพื้นที่สาธารณะ-พื้นที่แลกเปลี่ยนค้าขาย โดยเพิ่มและดึงพื้นที่เหล่านั้นเข้าใกล้พื้นที่ส่วนตัว

สําหรับนักลงทุนที่ต้องการกําไรจากที่ดิน และกําลังคิดที่จะสร้างห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาเก็ต (อย่างโลตัส ) สิ่งที่ควรไตร่ตรองให้ดีก็คือ ระบบรวมศูนย์และระบบมาตรฐานเิชิงเดี่ยว (standardization) นั้นจะนําไปสู่การจัดการในลักษณะ “สังคมนิยม” มากขึ้นๆ ความเป็นปัจเจกนั้นจะน้อยลงเมื่อกิจการขยายใหญ่ขึ้น ผลผลิตจะไม่หลากหลาย และความคิดสร้างสรรค์ (ซึ่งต้องการความเป็นปัจเจกชน) ก็จะน้อยลง ในประเทศสหรัฐอเมริกา ร้านหนังสือ และห้างใหญ่ๆ กําลังประสบปัญหาขาดทุนเพราะไม่สามารถแข่งกับพ่อค้ารายย่อยทาง eBay ได้

eBay นั้นมีหลักการง่ายๆ ก็คือ สร้างพื้นที่สาธารณะขึ้นมาให้ผู้คนแลกเปลี่ยนสินค้ากันเอง
โดยเก็บเพียงค่าธรรมเนียมในการเข้าร่วม ผลปรากฎว่า eBayได้กําไรมหาศาลเพราะเขา ไม่ต้องลงทุนหาสินค้าเองเลย หากเพียงแค่เปิดพื้นที่ให้คนมาใช้เท่านั้นก็พอ

ห้องแถว 2550 ก็อาจมีลักษณะคล้ายๆ กับ eBay คือ เปิดพื้นที่สาธารณะใหม่ขึ้นมาให้คนได้ใช้ โดยเก็บค่าเช่า(สําหรับห้องแถว) และค่าธรรมเนียม(สําหรับแพงลอย) ในราคาถูกแต่เก็บมากรายขึ้น ยิ่งคนมาขายเยอะก็ยิ่งเก็บได้เยอะและเก็บได้ถูกลง เป็นผลให้คนมาขายมากขึ้นอีก

ดูไปดูมา คล้าย ๆ คอมมูน+ทุนนิยม 😀

จุดแข็งของคนตัวเล็ก ๆ ที่ควรจะปลุกใช้คือ “ความปรับตัวได้เร็ว”

(ไอเดียและแบบแปลน ผู้ออกแบบเปิด โอเพนซอร์ส ครับ)

[ลิงก์ ห้องแถว 2550 | ผ่าน คนชายขอบ]

technorati tags:
,
,

Arsom Silp Institute of the Arts and Development

มีเพื่อนจะไปเรียน วันนี้เพิ่งถามรายละเอียดมา

สถาบันอาศรมศิลป์

หลักสูตรที่เพื่อนจะไปเรียนคือ
สถาปัตยกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต (สถาปัตยกรรมเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม)
Master of Architecture (Community and Environmental Architecture)

ลงมือพร้อมเรียนรู้

น่าสนใจไหม?

โครงการจัดตั้งสถาบันอาศรมศิลป์ ภายใต้การสนับสนุนของของมูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ เกิดขึ้นจากการรวมตัวของคณะทำงานที่มีประสบการณ์ในสายงานศิลปะและวัฒนธรรมหลากหลายสาขา ด้วยความมุ่งหวังที่จะสรรค์สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านกระบวนการทางศิลปะในแขนงต่างๆ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางประสานงานเครือข่ายศิลปินและนักวิชาการด้านศิลปะและวัฒนธรรมจากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์อันหลากหลาย อันจะนำไปสู่การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ และการพัฒนาวิชาชีพทางศิลปะต่อไป

โครงสร้างบางส่วน (ดูฉบับเต็ม):

  • สำนักวิชาการ – จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรอุดมศึกษา
    • สำนักวิชาเสกขศิลป์ (ศึกษาศาสตร์ การเรียนการสอนแบบบูรณาการ)
    • สำนักวิชาสถาปัตยกรรมเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
    • สำนักวิชาศิลปศาสตร์
  • สำนักวิชาสหศาสตร์ – วิจัย บริการวิชาการและวิชาชีพ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม การเรียนรู้ตลอดชีวิต

หมอวิจารณ์ พูดถึง อาศรมศิลป์

แชทกะเพื่อนอยู่ สถาปัตยกรรมคืออะไร (ในความหมายชุมชนและสิ่งแวดล้อม) มันว่าพื้นที่ที่เปิดให้มีกิจกรรมร่วมกัน งั้น ไซเบอร์สเปซ ก็ได้ดิ ได้มะ?

technorati tags:
,
,

Pet Architecture

เห็นเล่มนี้ Alternative (Post) Modernity: An Asia Perspective แล้วก็นึกถึงเล่มนี้
Pet Architecture Guide Book ไปได้มาจากงาน Talking Cities เมื่อปีที่แล้ว

มันเป็นคนละเรื่องกันนะ แต่ที่เกี่ยวกันก็คือ มันเป็นเรื่องในเมือง และเป็นเรื่อง.. ความที่มันเป็นอย่างนั้นอยู่เอง ..จะเรียกว่าความไร้ระเบียบมันก็ อาจจะใช่ แต่เรียกว่า การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม น่าจะเหมาะกว่า

Pet Architecture นี่มันเป็น พวกอาคารที่โผล่ขึ้นมาในที่ที่ไม่น่าจะสร้างอะไรได้ ทั้งในแง่ขนาดหรือรูปร่างของพื้นที่ หรือข้อจำกัดอื่น – แต่มันก็ยัง(หน้าด้าน)โผล่ขึ้นมา

เมื่อครั้งงาน Berlin-Tokyo / Tokyo-Berlin ที่ Neue Nationalgalerie เบอร์ลิน ก็มีเอา Pet มาแสดงในโถงใหญ่ด้านบน เสียดายที่ไม่ได้ลองเดินเข้า คนมันเยอะมาก ก็เลยไปดูอย่างอื่นก่อน ปรากฏว่าดูไม่ทัน – -” เยอะมาก (คุ้มดี)

แม้ว่าการเริ่มต้นศึกษาเรื่องนี้ จะเริ่มในญี่ปุ่น แต่ใช่ว่าที่อื่นในโลกจะไม่มี มีทั้งนั้นแหละครับ อย่างกรุงเทพนี่ก็เยอะแยะไป ตามซอกตามซอย หรือหัวมุมถนน – ดูรูป 1, ดูรูป 2, ดูรูป 3,

anpanpon พูดถึง Pet Architecture และ Narrow Architecture

technorati tags:

Alternative (Post) Modernity: An Asia Perspective

จากรีวิวที่ I am what I am

แต่ถึงอย่างไรกลุ่มสถาปนิกและนักคิดจำนวนหนึ่ง ได้พยายามชี้ให้เห็นคุณค่าการดำรงอยู่ของความหลากหลาย ความไร้ระเบียบและความแออัด อันเป็นส่วนหนึ่งและสเน่ห์อย่างหนึ่งของภาวะความเป็นเมือง หนึ่งในกลุ่มดังกล่าว วิลเลี่ยม ลิม ดูเหมือนจะเป็นผู้หนึ่งที่มีความรู้ความเข้าใจ และเชี่ยวชาญในความเป็นเมืองของเอเชียโดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะถิ่นพำนักของเขา (สิงคโปร์) ในหนังสือ (โพสต์)โมเดิร์นทางเลือกมุมมองของเอเชีย (Alternative (Post) Modernity: An Asia Perspective) ของเขา ดู เหมือนจะเป็นการรวบรวมงานเขียนและปาฐกถาที่มุ่งให้คุณค่าในการวิเคราะห์ ความเป็นเมือง สถาปัตยกรรมเมือง และความไร้ระเบียบที่ดำรงอยู่ในเมือง ตลอดจนการกดทับของผังเมืองสมัยใหม่ต่อความไร้ระเบียบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ลิมได้ชี้ให้เห็นถึงการมองความหลากหลายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของเมือง ไม่ว่าจะเป็นผู้คน กิจกรรมทางสังคม และวิถีชีวิตที่มีความแตกต่างกันออกไป ในความคิดของเขาความไร้ระเบียบ ไร้กฏเกณฑ์ และแออัดของสถาปัตยกรรมและผังเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มิใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ หรือเป็นสิ่งที่สมควรปิดบัง กดทับและเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด หากแต่ความไร้ระเบียบดังกล่าวกลับเป็นสิ่งที่บ่งบอกที่อัตลักษณ์และ สเน่ห์พิเศษของเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาปัตยกรรมเมืองแบบสมัยใหม่มีส่วนในกระบวนการกดทับ ปิดบังสภาพอันไร้ระเบียบของเมืองเดิม

“การคำนึงถึงถนนและอาคารที่มีอยู่เดิมทำให้สิ่งก่อสร้างที่เกิดขึ้นใหม่นั้นคู่ขนานไปกับถนนเส้นหลัก ในขณะที่สภาพเดิมของเมืองและพื้นที่ด้านหลังของสิ่งก่อสร้างใหม่นั้นถูกทิ้งไว้โดยไม่เปลี่ยนแปลง สภาพสังคมเช่นที่เคยผนวกกับความทรงจำและสิ่งก่อสร้างของอดีตถูกคงไว้เบื้องหลังของการพัฒนาสมัยใหม่”

อ่านอีกรีวิวที่ Quarterly Literary Review Singapore (ภาษาอังกฤษ)

รายละเอียดหนังสือ, การสั่งซื้อ (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มธ.)

หนังสือที่เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรม หลังสมัยใหม่ เมืองเอเชีย และสิงคโปร์ โดย วิลเลียม ลิม

[ผ่าน I am what I am]


ต่อเนื่อง: Pet Architecture

technorati tags:
,
,

Safe is Unsafe

“We reject every form of legislation”
“เราปฏิเสธการออกกฎหมายทุกรูปแบบ”
Mikhail Bakunin บิดาแห่งลัทธิอนาธิปไตยสมัยใหม่

ไม่มีป้าย ไม่มีสัญญาณไฟ ไม่มีถนน ไม่มีทางเท้า และไม่มีกฎ — ผู้ใช้เส้นทางเคารพซึ่งกันและกัน
เมือง 7 เมืองในยุโรป ปลดป้ายจราจรทิ้ง

“กฎหลายอย่างได้ฉวยเอาสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งไปจากเรา: ความสามารถในการ คิดถึงความคิดของผู้อื่น.
เราได้สูญเสียความสมรรถภาพในการมี พฤติกรรมที่รับผิดชอบต่อสังคม”
ฮานส์ มอนเดอร์มาน ผู้เชี่ยวชาญการจราจรชาวดัตช์, หนึ่งในผู้ก่อตั้งโครงการ, กล่าว
“จำนวนคำสั่งที่ยิ่งมาก ความรู้สึกรับผิดชอบต่อตัวเองของผู้คนยิ่งหดลง”

ผลลัพธ์ก็คือ ผู้ขับขี่พบว่าตัวพวกเขานั้นถูกล้อมรอบไปด้วยคำสั่งต่าง ๆ ที่บีบรัด,
ดังนั้นพวกเขาจึงได้พัฒนา “สายตาแบบท่อ” [tunnel vision – อาการพิการทางสายตา มองไม่เห็นสิ่งรอบข้าง]:
พวกเขาจะค้นหาช่องทางที่จะได้เปรียบอยู่เสมอ และความประพฤติที่ดีก็จะไม่มีความสำคัญสำหรับพวกเขา


แนวคิดเรื่องไม่มีป้ายจราจรนี้ เคยอ่านเจอเมื่อสองสามปีก่อน ในหนังสือชื่อ
Emergence: The Connected Lives of Ants, Brains, Cities, and Software โดย Steven Johnson
เค้าพูดอยู่ตอนหนึ่ง เท่าที่จำได้นะ ถ้าไม่ผิด เขาพูดถึงเมือง ชีวิตของเมือง ข้อเปรียบเทียบระหว่างเมืองที่มีผู้คนเดินไปมา กับเมืองที่มีถนนใหญ่วิ่งผ่าน (และไม่ค่อยมีคนเดิน) แล้วก็มีพูดถึงเมืองเล็ก ๆ (ในเนเธอร์แลนด์?) ที่ไม่มีทางเท้าไม่มีถนน คนและรถใช้ทางร่วมกัน ไม่มีสัญญาณไฟจราจร ที่สี่แยกก็เป็นวงเวียนแทน ตรงไหนจะให้ขับช้า ก็ทำผิวถนนเป็นอีกแบบ ฯลฯ คือใช้ลักษณะทางกายภาพมาบังคับ/เตือนแทนที่จะเป็นคำสั่ง — แล้วมันก็ทำงานของมันได้ — คุณไม่ต้องไปสร้างกฎอะไรให้ฝูงชนหรอก ขอให้ฝูงชนเหล่านั้นสามารถสื่อสารกันเองได้ ที่สุดฝูงชนก็จะสร้างข้อตกลงเฉพาะหน้า ที่จะทำให้ปัญหาถูกแก้ไขไปได้ทีละเปลาะเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นไปแบบพลวัติ (dynamic)

อ่านเรื่อง “กฎเยอะ ๆ” แล้วนึกถึงบทสัมภาษณ์ อ. เกษม เพ็ญภินันท์ นักวิชาการด้านปรัชญา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ประชาไท: คุยกับนักปรัชญา: เมื่อ ‘ความดี’ และ ‘คนดี’ ทำให้ประชาธิปไตยถอยหลัง:

“ผมคิดว่าปัญหาศีลธรรมในสังคมไทยคือ การมีข้อบังคับมากกว่าหลักปฏิบัติ มีข้อบังคับห้ามโน่นห้ามนี่ตลอดเวลา สิ่งที่น่าสนใจคือ เวลาที่คนไทยสอนศีลธรรมหรือสอนเนื้อหาทางศาสนา คุณเน้นศีลมากกว่าธรรม เวลาที่คุณห้าม นั่นหมายความว่า อะไรที่ไม่ถูกห้าม คุณก็ทำไป คุณทำได้ ในขณะที่ธรรม ในความหมายของแนวทางปฏิบัติ กลับไม่ได้ถูกสอน ไม่ได้บ่มเพาะให้กับสังคม”

ผมเห็นด้วย


เกี่ยวข้อง: ทาสของกฎ โดย wonam

[ ผ่าน slashdot ]

updated 2007.05.28: Thai Friend Forum เปลือยถนน จนน่าเดิน (มีรูปถนนเปลือยในลอนดอน)

tags:
,
,
,

Sarasatr

The 10th Sarasatr Symposium on SITUATIONIST SPACES


การประชุมทางวิชาการระดับชาติว่าด้วยการออกแบบทุกสาขา
รวมทั้งสถาปัตยกรรม และศาสตร์เกี่ยวเนื่อง
วันที่ 26 – 27 ตุลาคม 2549
ณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พื้นที่ทางความคิดของศาสตร์ทางการออกแบบ และสถาปัตยกรรมจะเป็นอย่างไร
เมื่อปรากฏการณ์ทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองในปัจจุบันนั้นซับซ้อน
มีเงื่อนไข และเกิดเป็นสถานการณ์เฉพาะที่ เฉพาะเวลา เฉพาะกลุ่ม
อย่างหลากหลายมากขึ้น

ขอเชิญชวนสถาปนิก นักออกแบบ นักผังเมือง ศิลปิน อาจารย์ นิสิตนักศึกษา รวมทั้งนักวิชาการ และนักปฏิบัติทุกสาขาอาชีพ ทุกเพศวัย ร่วมส่งบทความ เสนอผลงาน และเข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการที่ขยายพื้นที่ทางความคิดแบบสถานการณ์นิยมตามมุมมองของท่านอย่างอิสระและสร้างสรรค์

รายละเอียดที่มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน | เว็บไซต์: sarasatr.info

Wikipedia:

tags:
,
,
,
,
,