เรื่องของ เรียวเฮ คุง

เรื่องเล่าเช้านี้ จากญี่ปุ่น

เกี่ยวกับครอบครัวชาวญี่ปุ่นที่มาเที่ยว พีพี และ ภูเก็ต

และเด็กชาวญี่ปุ่นที่กลับบ้านคนเดียว

ซูกิโมโตะ เรียวเฮ คุง

Hydroinformatics

Hydro แปลว่า น้ำ

Informatics น่าจะแปลว่า วิทยาการสารสนเทศ

Hydroinformatics น่าจะแปลว่า วิทยาการสารสนเทศทางน้ำ หรือประมาณว่า วารีสารสนเทศ หรือ อุทกสารสนเทศ ได้มั๊ย?

จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์ที่เพิ่งผ่านไป + อุทกภัยที่บ้านเราเจออยู่เรื่อยๆ + การที่เราเป็นประเทศเกษตรกรรม ต้องพึ่งพาน้ำ โดยเฉพาะน้ำจากแหล่งธรรมชาติ เป็นอย่างมาก
สาขานี้ ก็ดูจะน่าศึกษานะ คิดว่าก็คงไปทาง data mining / knowledge discovery นี่แหละมั้ง โดยข้อมูลก็เป็นข้อมูลเกี่ยวกับน้ำ

สำหรับเมืองไทย หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ แต่เรามีหน่วยงานที่ทำเรื่องนี้อยู่ด้วย
คือ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (Hydro and Agro Informatics Institute)
ไม่แน่ใจว่าสังกัดกระทรวงไหน กระทรวงวิทย์ฯ หรือกระทรวงทรัพยากรฯ

สำหรับคนที่ศึกษามาทาง วิทยาการสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาการคอมพิวเตอร์ อะไรพวกนี้ ลองหันมาทำเรื่องนี้ดูก็ได้ น่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศได้เยอะ
คิดว่าตามภาควิชาอย่าง วิศวกรรมโยธา สิ่งแวดล้อม ปฐพีวิทยา อะไรพวกนี้ ในมหาลัยไทยก็คงจะมีทำกันบ้างล่ะ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ไหน

เท่าที่ค้นได้ตอนนี้ มีที่ AIT (สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย)
Prof. Tawatchai Tingsanchali
แต่คิดว่าเรื่องทำนองนี้ ที่ ม.เกษตร กับ ม.ขอนแก่น น่าจะมีด้วย
แต่อาจจะไม่ได้เป็น Hydroinformatics โดยตรง (คือเรื่อง น้ำ น่ะมีแน่ๆ)

Links:

ใครมีข้อมูลเพิ่มเติม แจ้งด้วย อยากรู้เพิ่มครับ

รับอาสาสมัครป้อนข้อมูลผู้ประสบภัยภาคใต้ ที่ มธ.รังสิต

รายละเอียด

เป็นงานป้อนข้อมูลผู้สูญหายลงฐานข้อมูล เพื่อที่จะให้ญาติผู้สูญหายค้นหาได้ – ฐานข้อมูลจะเชื่อมกับในเวบ www.missingpersons.or.th – แค่ใช้งานคอมเบื้องต้นได้ก็พอ

ทำที่ตึก SC มธ. ศูนย์รังสิต ทำเวลาไหนก็ได้ ตามสะดวก (24 ชม.) รายละเอียดดูได้ในลิงก์ด้านบน

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ท่องเที่ยวภาคใต้

หลังจากช่วยเหลือผู้ประสบภัยอะไรกันไปหมดแล้ว
ต่อไปก็คงเป็นการฟื้นฟูสภาพบ้านเมืองแถวนั้น

ใครไปเที่ยวภูเก็ต พีพี หรือสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ แถวนั้น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ก็คงจะเห็นว่า มันเริ่มเละเข้าไปทุกที

อาคารต่างๆ สร้างอย่างไม่มีการวางแผน
ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน / อนามัย ไม่เพียงพอ (เสี่ยงกับโรคระบาด)
หรือบางที่ พวกที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร
ก็เบียดเบียนธรรมชาติ สร้างรุกล้ำเข้าไปในทะเล ทำลายระบบนิเวศ ฯลฯ

ไหนๆ ธรรมชาติก็ “ใจดี” มาช่วย “ล้าง” ให้ซะหมดจดแล้ว
ถ้าจะสร้างกันใหม่ ก็น่าจะมีการวางแผนกันให้ดีๆ หน่อย

อยากให้ทำเป็นท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากกว่า
ไอ้พวกร้านที่ยื่นไปในทะเล หรือว่าที่พักที่ไปสร้างบนเขา บนโขดหิน
ซึ่งจริงๆ บางอันมันเป็นพื้นที่อุทยานนี่ อย่าให้มีอีกเลย

พวกสถานีเตือนภัย / ประสานงานบรรเทาสาธารณภัย ก็น่่าจะมีไว้ด้วย

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส
จะได้มีทะเลสวยๆ (สวย โหด) + ปลอดภัย (ถ้าระมัดระวัง) ไว้เที่ยวกันนานๆ