my (physical) desktop

my desktop – 4 Jan 2008
“โต๊ะทำงาน” หลังปีใหม่ไม่นาน (คลิกรูปเพื่อดูโน๊ต)

my desktop, new year's week

อยากให้มันโล่ง ๆ กว่านี้หน่อย แต่มันต้องใช้พลังงานมากเลยถ้าจะทำงั้น ตู้เต็มหมดแล้ว
ใต้โต๊ะยังมีหนังสือกับพวกโปสการ์ด (หยิบฟรี) กอง ๆ อยู่ด้วย
(ถ้าคอมเล็กกว่านี้ ก็จะมีที่ให้รกเยอะกว่านี้ อิอิ)

อยากดูของคนอื่นมั่ง – post yours in your blog at put the link below! 🙂

technorati tags:
,

Live+Work Bazaar 2550 B.E.

ห้องแถว 2550 – “เครื่องมือ” สู้ทุนข้ามชาติในรูปแบบ “อาคาร”
โดย คุณยรรยง บุญ-หลง

ออกแบบมาสำหรับเมืองที่มีความหนาแน่นสูง
กระจายพื้นที่สาธารณะ-พื้นที่แลกเปลี่ยนค้าขาย โดยเพิ่มและดึงพื้นที่เหล่านั้นเข้าใกล้พื้นที่ส่วนตัว

สําหรับนักลงทุนที่ต้องการกําไรจากที่ดิน และกําลังคิดที่จะสร้างห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาเก็ต (อย่างโลตัส ) สิ่งที่ควรไตร่ตรองให้ดีก็คือ ระบบรวมศูนย์และระบบมาตรฐานเิชิงเดี่ยว (standardization) นั้นจะนําไปสู่การจัดการในลักษณะ “สังคมนิยม” มากขึ้นๆ ความเป็นปัจเจกนั้นจะน้อยลงเมื่อกิจการขยายใหญ่ขึ้น ผลผลิตจะไม่หลากหลาย และความคิดสร้างสรรค์ (ซึ่งต้องการความเป็นปัจเจกชน) ก็จะน้อยลง ในประเทศสหรัฐอเมริกา ร้านหนังสือ และห้างใหญ่ๆ กําลังประสบปัญหาขาดทุนเพราะไม่สามารถแข่งกับพ่อค้ารายย่อยทาง eBay ได้

eBay นั้นมีหลักการง่ายๆ ก็คือ สร้างพื้นที่สาธารณะขึ้นมาให้ผู้คนแลกเปลี่ยนสินค้ากันเอง
โดยเก็บเพียงค่าธรรมเนียมในการเข้าร่วม ผลปรากฎว่า eBayได้กําไรมหาศาลเพราะเขา ไม่ต้องลงทุนหาสินค้าเองเลย หากเพียงแค่เปิดพื้นที่ให้คนมาใช้เท่านั้นก็พอ

ห้องแถว 2550 ก็อาจมีลักษณะคล้ายๆ กับ eBay คือ เปิดพื้นที่สาธารณะใหม่ขึ้นมาให้คนได้ใช้ โดยเก็บค่าเช่า(สําหรับห้องแถว) และค่าธรรมเนียม(สําหรับแพงลอย) ในราคาถูกแต่เก็บมากรายขึ้น ยิ่งคนมาขายเยอะก็ยิ่งเก็บได้เยอะและเก็บได้ถูกลง เป็นผลให้คนมาขายมากขึ้นอีก

ดูไปดูมา คล้าย ๆ คอมมูน+ทุนนิยม 😀

จุดแข็งของคนตัวเล็ก ๆ ที่ควรจะปลุกใช้คือ “ความปรับตัวได้เร็ว”

(ไอเดียและแบบแปลน ผู้ออกแบบเปิด โอเพนซอร์ส ครับ)

[ลิงก์ ห้องแถว 2550 | ผ่าน คนชายขอบ]

technorati tags:
,
,

digital culture

ผมเชื่อว่า การมีปฏิสัมพันธ์กัน ทำกิจกรรมร่วมกัน แลกเปลี่ยนข่าวสารกัน แลก meme กัน ในสังคม มันเป็นกระบวนการในการสร้างวัฒนธรรม
(สังคมเคลื่อนวัฒนธรรม และ วัฒนธรรมเคลื่อนสังคม เช่นกัน)

เมื่อก่อน ข่าวสารมันไปได้ช้า กิจกรรมจะทำร่วมกันได้ ก็ต้องอยู่ในสถานที่ทางกายภาพร่วมกัน มีข้อจำกัดเรื่องการเดินทางอยู่ (ซึ่งต้องอาศัยเวลา) การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมมันก็เป็นไปตามความเร็ว(ช้า)เช่นนั้น

สมัยนี้ เทคโนโลยีอย่างโทรศัพท์ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต ทำให้ข่าวสารไปได้เร็วมาก เร็วกว่าสสารเสียอีก และไม่ใช่แค่ทางเดียว แต่เป็นสองทางแบบเวลาจริง (real-time) เราสามารถมีพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยไม่ขึ้นอยู่กับสถานที่ทางกายภาพ เหล่านี้เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม

(เรื่องเทคโนโลยีการสื่อสารและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมนั้น มีตัวอย่างในอดีตมามากมาย ตั้งแต่การใช้ไฟสัญญาณ การประดิษฐ์ตัวอักษร กระดาษ แท่นพิมพ์ ไปรษณีย์ โทรเลข เรื่อยมา)

เมื่อเช้าตื่นมา ยังนอนอยู่ นึก

ในระดับแรก เทคโนโลยีก็เพียงช่วยในการแลกเปลี่ยนข่าวสาร แต่กิจกรรมนั้นยังทำในสถานที่ทางกายภาพ ในโลกจริงอยู่
เช่น คนที่รักการถ่ายรูป ก็ไปคุยกัน ไปแลกรูปกันดู ในกระดานข่าวสาธารณะบนอินเทอร์เน็ต (เช่น ห้องกล้อง ในพันทิป.คอม (แยกออกมาจากห้อง Blue Planet อีกที เนื่องจากคนเยอะมาก))
คนที่ชอบดูหนัง ก็เข้ามาในเน็ต แลกเปลี่ยนแง่มุม ประสบการณ์ของตัวเองกับหนังเรื่องต่าง ๆ แต่การไปดูหนัง หรือให้เข้มข้นกว่านั้น การถ่ายทำหนัง ก็ยังอยู่ในโลกจริงอยู่

ในระดับต่อมา เทคโนโลยีช่วยให้การทำกิจกรรมมันเกิดขึ้นได้ในพื้นที่เสมือนเลย ทุกอย่างสามารถอยู่ในนั้นได้
เช่น คนทำหนัง ก็สามารถทำทุกอย่างในคอมได้ แม้แต่ตัวแสดงก็ไม่ต้องใช้คนจริงก็ยังได้ ทำในคอม ดูในคอม วิพากษ์วิจารณ์แลกเปลี่ยนกันในคอม เป็นระบบสมบูรณ์ (โอเค แรงบันดาลใจนั้น คงต้องมาจากข้างนอกคอมด้วย)
หรือ คนทำเพลง ก็ร้องเล่นมิกซ์ อัดกันในคอม เผยแพร่เป็นไฟล์ ผ่านเน็ต คุยกับแฟน ๆ ผ่านเว็บไซต์ หรือแม้แต่ไปแสดงคอนเสิร์ต ใน Second Life ทุกอย่างไปอยู่ในโลกเสมือนได้ (ไม่ใช่ข้อบังคับ แต่หากต้องการ ทำได้)

การละเล่นสมัยก่อน ต้องการสถานที่เล่น วิ่งไล่จับ ตั้งเต มอญซ่อนผ้า หรือแม้กระทั่งไพ่
การละเล่นสมัยนี้ กระโดดไปอยู่ในคอมเสียหมด World of Warcraft เป็นพื้นที่เสมือนที่อาจจะใหญ่กว่าสถานที่จริงเสียอีก ใกล้ตัวเราก็ Ragnarok นั่นไง ดูยังไงมันก็คือ “สนามเด็กเล่น” นั่นเอง คือนอกจากจะเป็นที่สำหรับ “เล่น” แล้ว ยังเป็นพื้นที่สำหรับพูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสารกันด้วย ถูกพ่อดุเมื่อวาน พรุ่งนี้ต้องไปหาหมอฟัน ทำสอบไม่ได้ แฟนจับได้ว่ามีกิ๊ก ฯลฯ มี “สังคม” อยู่ในสนามเด็กเล่น และสังคมเหล่านี้ บ่อยครั้งเราพบว่า เขาก็มีการพัฒนา “วัฒนธรรมย่อย” ของเขาขึ้นมา เช่น มีภาษาแสลง หรือมีพิธีการ ประเพณีเฉพาะกลุ่ม

(ในแง่หนึ่ง ผมคิดเทคโนโลยีและการเกิดของพื้นที่เสมือนเหล่านี้ เป็นตัวที่ทำให้วัฒนธรรมย่อย (subculture) สามารถเกิดได้ง่ายขึ้น)

แบบนี้ เรียก วัฒนธรรมดิจิทัล ไหม ?
(ถ้าคำนี้ใหญ่โตเกินไป มีคำเรียกอื่นไหม)

หากเราไม่สนใจสิ่งที่เป็นไปบนพื้นที่เสมือนเหล่านั้น
หากเรามองมันเป็นสิ่งแปลกแยกทางวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่ขัดกับขนบความเชื่อความเข้าใจเดิม ๆ ที่เคยมีมา และไม่นับมันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนวัฒนธรรม
เราจะเข้าใจวัฒนธรรม ของเราเอง ที่กำลังเคลื่อนไปได้ดีพอไหม ?


โพสต์เดียวกันนี้ ที่ พลวัต + ความเห็นอื่น ๆ

technorati tags:
,
,

contemporary art is on the street

“ทุกวันนี้คนเสพงานศิลปะมีอยู่แต่เป็นคนหน้าเดิม
วงการศิลปะยังต้องสร้างกลุ่มคนดูใหม่โดยการเอางานศิลปะ
เข้าไปในพื้นที่สาธารณะมากขึ้น ที่ผ่านมาเราเอางานศิลปะ
ไปแสดงตามจุดที่คนต้องไป อย่างถนนออชาร์ด ห้างสรรพสินค้า
โบสถ์คริสต์ โบสถ์จีน โบสถ์พราหมณ์ ศาล สถานที่ราชการ
บางงานอาจจะมีแค่วันเดียวจบ บางงานอาจจะมีต่อเนื่อง
เพื่อให้คนเข้าร่วมได้มากขึ้น
เพราะผู้ชมมีส่วนสำคัญมากในการพัฒนาศิลปะร่วมสมัย

ชอบและเห็นด้วยกับวิสัยทัศน์ของคุณผู้จัดงาน singapore biennale แฮะ 🙂
ว่า “ผู้ชมมีส่วนสำคัญมากในการพัฒนาศิลปะร่วมสมัย”
สังเกตมาหลายทีเหมือนกันว่า งานไหนที่ผู้ชมมีส่วนร่วมในงาน
หรือเป็นส่วนหนึ่งของงาน มักจะทำให้งานนั้นมีรู้สึกมีชีวิตชีวา และเป็นที่จดจำ
มากกว่างานที่แสดงอยู่ในสถานที่นิ่งๆ
เช่นงาน Nowandthen ที่กรุงเทพฯเมื่อ 3 ปีก่อน
งานอย่าง Designmai เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ..
หรืออย่างล่าสุด Singapore Biennale ปีนี้…

anpanpon’s ศิลปะร่วมสมัยแถว ๆ บ้าน

technorati tags:
,
,
,

Place, Space, Culture, and Politics

ได้คำใหม่มาจากงาน เสวนาปฏิรูปการเมืองครั้งที่ 1: “โจทย์ปฏิรูปการเมือง 2550” วันนี้ — “การเมืองเชิงพื้นที่” และ “การเมืองเชิงสถานที่”

พื้นที่ (space) น่าจะเป็นเรื่องของ ค่านิยมร่วม ความรับรู้เข้าใจร่วม เป็นอะไรที่ปรับเปลี่ยนเคลื่อนไหวไปตามคน
ส่วน สถานที่ (place) น่าจะเป็นเรื่องของ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ หรือองค์กร สถาบัน

อย่างคนอยู่ในจังหวัดเดียวกัน (สถานที่) อาจจะมีความรับรู้ต่อสิ่งรอบข้างไม่เหมือนกัน (พื้นที่) ตามภูมิหลัง ข่าวสารที่ได้รับ ค่านิยม ความเชื่อที่ต่างกัน — กล่าวคือ คนสองกลุ่มที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน อาจจะอยู่ในพื้นที่ต่างกันก็ได้ เท่าที่เข้าใจนะ ตามไม่ทันเท่าไหร่

เดี๋ยวรออ่านข่าวดีกว่า น่าจะมีลงหลายฉบับ เห็นมีนักข่าว โอเพ่น ประชาไท สถาบันข่าวอิศรา ไทยโพสต์ ฯลฯ

มีหลายประเด็นน่าสนใจมาก เรื่องระบอบที่ไม่รู้จะเอายังไง เรื่องขนาดของระบบราชการ/รัฐ การกระจายอำนาจ คำถามเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง อำมาตยาธิปไตย อภิชน ฯลฯ ตามอ่านข่าวละกัน 🙂

เห็นว่า เสวนาชุดนี้จะมีขึ้นอีกสองสามครั้ง ครั้งหน้าจะพูดถึง การเลือกตั้ง 2550 ก็ติดตามข่าวจากเว็บไซต์คณะเศรษฐศาสตร์ มธ. ละกันครับ ในเว็บโอเพ่นออนไลน์ก็น่าจะมีข่าว

tags:
|
|
|