กวาดสายตาที่เส้นขอบฟ้า

My first piece on horizon scanning. Examples used in the article are from my travelling around Southeast Asian countries in recent years, particularly Cambodia and Indonesia.

@PACEyes ชวนเขียนบทความส่งนิตยสารว่าด้วยการมองภาพอนาคตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผมก็เขียนเรื่องที่ผมพอเขียนได้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญอะไร แต่ก็เล่าเรื่องที่เดินทางและพบเห็น พร้อมกับข้อสังเกต รวม ๆ ทั้งหมดมันตั้งอยู่บนธีมหลักที่ผมสนใจ คือ “mobility”

ชื่อวารสารคือ Trendnovation Southeast Newsletter ตีพิมพ์ไปแล้วเมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา มีให้โหลดออนไลน์ ตามลิงก์ข้างล่าง

Suriyawongkul, Arthit. 2011. “It’s moving”: Digital Migrations and Identity Transformations in Southeast Asia. In Trendnovation Southeast Newsletter, Issue 8 (June 2011). [PDF]

การเดินทางไปเจอคนต่าง ๆ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ที่ส่วนหนึ่งถูกนำเป็นข้อมูลในงานชิ้นนี้ มีทั้งงานของโอเพ่นดรีม แม่โขงไอซีทีแคมป์ เครือข่ายพลเมืองเน็ต และที่เรียนมานุษยวิทยาที่ท่าพระจันทร์

เป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักกับวิธีการที่เรียกว่า horizon scanning ก็ได้คนจาก Noviscape ช่วยโค้ชให้ พร้อมกับปรับกรอบการนำเสนอ (ข้อมูลภาคสนามจำนวนหนึ่งเคยใช้ในงานอื่น ๆ มาก่อนแล้ว แต่ไม่ได้อยู่ในกรอบของ horizon scanning) ก็สนุกดี ได้ลองอะไรใหม่ ๆ

ผมอ่านดูบทความอื่น ๆ ในเล่ม วิธีการเขียนนี่คนละแนวเลย ที่ผมเขียนจะเป็นลักษณะเรื่องเล่ามากกว่า และมันไม่ใช่การศึกษาแบบสเกลใหญ่ แต่เป็นกรณีย่อย ๆ มากกว่า ข้ออ่อนของมันคือ เราจะสามารถทำให้สิ่งค้นพบย่อย ๆ เหล่านั้น กลายเป็นข้อสังเกตในแบบทั่วไปได้หรือไม่ ? (generalization) ความคิดเห็นจากกองบรรณาธิการระหว่างการเขียนก็คือ ต้องเพิ่มการอ้างอิงแหล่งข้อมูลหรือเอกสารให้บทความมันแข็งแรงขึ้น หลังจากแก้ ๆ ไปหลายรอบ ก็ได้รับความเห็นเพิ่มเติมมาจากทีมว่า น่าสนใจ เป็นวิธีการเขียนที่ไม่เคยมีมาก่อนในวารสารนี้ — และผมเองก็ไม่เคยเขียนแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน นี่คือที่บอกว่าสนุก

รู้สึกมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า โค้ชชิ่งเป็นเรื่องสำคัญ

อะไรคือ Horizon Scanning ? ดูตามสไลด์ละกันนะครับ ผมก็ไม่แม่น

[22-23 Dec] Conference on Nationalism and Multiculturalism

ประชุมวิชาการ “ชาตินิยมกับพหุวัฒนธรรม”
22-23 ธ.ค. 2551 @ เชียงใหม่
http://202.28.25.21/conf2008/

สังคมไทยในอดีตเป็นสังคมที่ยอมรับความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และการอยู่ร่วมกันของกลุ่มชาติพันธุ์ แนวคิดชาตินิยมที่ก่อตัวขึ้นมาพร้อมๆ กับการกระบวนการสร้างรัฐชาติ ได้ส่งผลต่อการให้นิยามวัฒนธรรมประจำชาติและอัตลักษณ์ประจำชาติ ศาสนา ภาษา แนวคิดเรื่องการพัฒนาและระบบคุณค่าทางสังคมภายใต้รัฐชาติไทย เหล่านี้ ได้นำไปสู่การกดทับ และทำลายอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ของกลุ่มคนที่ด้อยกว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนกลุ่มอารยธรรมย่อย นอกจากนี้ ยังนำไปสู่อคติทางชาติพันธุ์ ที่มองกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่างไปอย่างเป็น “คนอื่น” และการสร้างภาพแบบเหมารวม เช่น ชาวเขาทำลายป่าและค้ายาเสพติด ชาวมุสลิมชอบใช้ความรุนแรง ในบางครั้งนำไปสู่ความขัดแย้งทางชาติพันธุ์และความรุนแรงในสังคม

นอกจากนี้ นโยบายการพัฒนาภายใต้วาทกรรมความทันสมัย ผ่านโครงการพัฒนาต่างๆ ของรัฐที่เข้าไปดำเนินงานในชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ มักมุ่งเน้นไปที่ปัญหาความมั่นคงของชาติและการส่งเสริมให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงการผลิตไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ได้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น การจำกัดสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากร การปรับเปลี่ยนจากวิถีชีวิตแบบยังชีพเข้าสู่ระบบการตลาด โครงการพัฒนาต่างๆ นั้น ยังละเลยการให้ความสำคัญกับมิติทางวัฒนธรรม อันประกอบด้วยความหลากหลายและซับซ้อนของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น พลังทางวัฒนธรรม ทุนทางสังคม ตลอดจนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง ซึ่งมิไม่ได้เปิดพื้นที่ให้กลุ่มวัฒนธรรมต่างๆ ได้ตอบโต้หรือเคลื่อนไหวเพื่อแสดงออกถึงอัตลักษณ์ของตน

การประชุมวิชาการ “ชาตินิยมกับพหุวัฒนธรรม” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 22-23 ธันวาคม 2551 โดยศูนย์ภูมิภาคด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มุ่งที่จะทบแนวความคิดในการพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์ในมิติทางวัฒนธรรม ในแง่มุมต่างๆ เช่น สิทธิมนุษยชน สุขภาพ การจัดการทรัพยากรฯลฯ อีกทั้งยังเป็นการเปิดเวทีการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายการทำงานด้านชาติพันธุ์ระหว่างหน่วยงานรัฐ นักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน และผู้สนใจทั่วไป

ใครไปก็อาจเจอกันครับ 🙂

technorati tags:
,
,
,

National Security Act in Southeast Asia

“ถ้าคุณไม่กล้าพูดต่อต้าน พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ คุณกำลังให้อำนาจทุกอย่างกับรัฐบาล คุณกำลังให้อำนาจรัฐบาลในการมาเคาะประตูบ้านคุณและนำตัวคุณไป คุณกำลังยอมสูญเสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไป และ…คุณกำลังยอมสูญเสียสิทธิของคุณไป”

— ไมเคิล แชง จากสิงคโปร์ ประเทศที่มี พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ บังคับใช้

“ผมไม่สามารถจิตนาการได้ในเวลานั้นว่า อำนาจในการคุมขังนี้…จะถูกใช้ต่อกลุ่มฝ่ายค้านทางการเมือง แรงงานที่เรียกร้องสวัสดิการ และประชาชนทั่วไปที่ดำเนินกิจกรรมเรียกร้องสิทธิอย่างสันติ”

— เรจีโนล ฮุจ ฮิคลิง ทนายอังกฤษที่เป็นผู้ร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไน เขียนใน ค.ศ. 1989

“กฎหมายความมั่นคงในมาเลเซียได้ถูกคงไว้ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่องเพราะมันเป็นเครื่องมือที่สามารถใช้ได้อย่างง่ายดายโดยรัฐ นอกจากนี้ยังเป็นเครืองมือในการสร้างความกลัวโดยรัฐ และใช้อย่างต่อเนื่องกับนักกิจกรรมที่ต่อสู้เพื่อปกป้องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนของประชาชนมาเลเซีย”

— ดร. คัว เคีย ซูง นักสังคมศาสตร์และคณะกรรมการบริหารขององค์กรเสียงของประชาชนมาเลเซีย (SUARAM)

ประชาไท, การเคาะประตูที่ตัดสินอนาคต : พ.ร.บ. ความมั่นคงฯกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

technorati tags:
,
,

Alternative (Post) Modernity: An Asia Perspective

จากรีวิวที่ I am what I am

แต่ถึงอย่างไรกลุ่มสถาปนิกและนักคิดจำนวนหนึ่ง ได้พยายามชี้ให้เห็นคุณค่าการดำรงอยู่ของความหลากหลาย ความไร้ระเบียบและความแออัด อันเป็นส่วนหนึ่งและสเน่ห์อย่างหนึ่งของภาวะความเป็นเมือง หนึ่งในกลุ่มดังกล่าว วิลเลี่ยม ลิม ดูเหมือนจะเป็นผู้หนึ่งที่มีความรู้ความเข้าใจ และเชี่ยวชาญในความเป็นเมืองของเอเชียโดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะถิ่นพำนักของเขา (สิงคโปร์) ในหนังสือ (โพสต์)โมเดิร์นทางเลือกมุมมองของเอเชีย (Alternative (Post) Modernity: An Asia Perspective) ของเขา ดู เหมือนจะเป็นการรวบรวมงานเขียนและปาฐกถาที่มุ่งให้คุณค่าในการวิเคราะห์ ความเป็นเมือง สถาปัตยกรรมเมือง และความไร้ระเบียบที่ดำรงอยู่ในเมือง ตลอดจนการกดทับของผังเมืองสมัยใหม่ต่อความไร้ระเบียบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ลิมได้ชี้ให้เห็นถึงการมองความหลากหลายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของเมือง ไม่ว่าจะเป็นผู้คน กิจกรรมทางสังคม และวิถีชีวิตที่มีความแตกต่างกันออกไป ในความคิดของเขาความไร้ระเบียบ ไร้กฏเกณฑ์ และแออัดของสถาปัตยกรรมและผังเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มิใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ หรือเป็นสิ่งที่สมควรปิดบัง กดทับและเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด หากแต่ความไร้ระเบียบดังกล่าวกลับเป็นสิ่งที่บ่งบอกที่อัตลักษณ์และ สเน่ห์พิเศษของเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาปัตยกรรมเมืองแบบสมัยใหม่มีส่วนในกระบวนการกดทับ ปิดบังสภาพอันไร้ระเบียบของเมืองเดิม

“การคำนึงถึงถนนและอาคารที่มีอยู่เดิมทำให้สิ่งก่อสร้างที่เกิดขึ้นใหม่นั้นคู่ขนานไปกับถนนเส้นหลัก ในขณะที่สภาพเดิมของเมืองและพื้นที่ด้านหลังของสิ่งก่อสร้างใหม่นั้นถูกทิ้งไว้โดยไม่เปลี่ยนแปลง สภาพสังคมเช่นที่เคยผนวกกับความทรงจำและสิ่งก่อสร้างของอดีตถูกคงไว้เบื้องหลังของการพัฒนาสมัยใหม่”

อ่านอีกรีวิวที่ Quarterly Literary Review Singapore (ภาษาอังกฤษ)

รายละเอียดหนังสือ, การสั่งซื้อ (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มธ.)

หนังสือที่เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรม หลังสมัยใหม่ เมืองเอเชีย และสิงคโปร์ โดย วิลเลียม ลิม

[ผ่าน I am what I am]


ต่อเนื่อง: Pet Architecture

technorati tags:
,
,

Run Away Vietnam

เวียดนามจะแซงไทยจริงหรือ ?
เจาะลึกม้ามืดเอเชีย

รายงานพิเศษโดยกรุงเทพธุรกิจ มีทั้งหมด 5 ตอน (เป็น PDF):
เปิดโลกการลงทุนเวียดนาม, เวียดนามยุคใหม่เน้นเศรษฐกิจเสรี, ทูตไทยเตือน, ไทยเจอมรสุมขาดแรงงานทักษะ ต่างชาติส่อย้ายหนีลงทุนเวียตนาม, สมาคมนักธุรกิจไทยฟันธง เวียตนามแซงไทยไม่ใช่แค่ฝัน

tags:
,
,
,
,

New Asian Colonisation ?

SembCorp Industrial Parks สวนอุตสาหกรรมที่บริหารงานโดย SembCorp ใน Wuxi (ใกล้เซี่ยงไฮ้), โฮจิมินห์ซิตี้, Batam (อินโดนีเซีย) และ Bintan (อินโดนีเซีย)

วันนี้ไปยืนอ่าน The Economist ฉบับล่าสุด (23 มี.ค. 2549) เค้ามีบทความวิเคราะห์เล็ก ๆ (ครึ่งหน้า) เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวในการขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์
ซึ่งมีสองปัจจัยที่ฉุดไม่ให้มันฉิวอย่างที่ศักยภาพของสิงคโปร์ทำได้จริง
หนึ่งก็คือ แรงงานมีน้อยและราคาแพง สองก็คือ ที่ดินมีจำกัด แพง ทำให้ต้นทุนการมาตั้งโรงงานตั้งกิจการใหม่ ๆ ในประเทศเค้าเนี่ยสูง จนแข่งกับอื่นในเอเชีย อย่างจีนและอินเดียได้ลำบาก

ทางออกของสิงคโปร์ตอนนี้ก็คือ รัฐจะสนับสนุนให้บริษัทเอกชน (ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ถือหุ้นใหญ่โดยรัฐอีกที) เข้าไปลงทุนเปิดสวนอุตสาหกรรมในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างในข่าวนี่ เป็นกรณีของเกาะ Bintan ของอินโดนีเซีย ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักจากสิงคโปร์ นั่งเรือเฟอร์รี่ไปมาหากันได้

โดยสิงคโปร์ได้เจรจากับรัฐบาลอินโดนีเซีย จะให้การช่วยเหลือด้านโครงสร้างพื้นฐาน สร้างถนน ไฟฟ้า ประปา ระบบการสื่อสารให้ รวมทั้งระบบการบริหารจัดการด้วย (หัวข้อบทความใช้คำว่า “clone” คือจะจำลองเกาะสิงคโปร์มาเลย แนว ๆ นั้น, และมีใช้ข้อความนึงว่า “install Singapore operating system” หมายถึงสิงคโปร์จะเป็นผู้ดูแลเกาะนี้ โดยใช้ระบบที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในสิงคโปร์)

แนวคิดของยุทธศาสตร์นี้ก็คือ ในเมื่อการดึงคนให้เข้ามาลงทุนในสิงคโปร์นั้น มันลำบาก เนื่องจากข้อจำกัดทางธรรมชาติ ซึ่งแก้ไขอะไรไม่ได้ (สิงคโปร์ได้พยายามถมทะเลบางส่วนให้เป็นแผ่นดิน แต่นั่นก็ใกล้ถึงจุดตันแล้ว) อย่ากระนั้นเลย ก็เดินให้เร็วกว่าคนอื่นหนึ่งก้าว ด้วยการไปตั้งสวนอุตสาหกรรมในประเทศข้างเคียงซะ อย่างน้อยก็ยังสามารถดึงเม็ดเงินส่วนนึงเข้าประเทศได้

ก็ต้องยอมรับว่าเค้าฉลาดจริง ๆ ล่ะ

Thai Canal

คลองไทย (aka คลองกระ, คลองคอคอดกระ)

Thai Canal (aka Kra Canal, Kra Isthmus Canal)

โครงการศึกษาคลองไทย ของคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขุดคอคอดกระ วุฒิสภา
ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลที่ทางคณะฯ ศึกษามาร่วม 3 ปี เพื่อสรุปเป็นรายงานให้กับวุฒิสภาต่อไป

FYI, Thai Canal is something like Panama Canal and Suez Canal.

Thailand has a plan for the canal for more than hundred years, but it has never been realized. Location of the canal will be somewhere in Southern Thailand. Original purposed site is acroos the Kra Isthmus. But from the latest study, the new proposed site is to be across Nakhon Si Thammarat and Trang provinces.

When finished, it is much believed that the canal will bring an economic boost to the nearby area, the whole country, and the larger region (may be with an exception to Strait of Malacca area and, obviously, Singapore.).

พี่เทพ (และคนอื่น ๆ) เคยคุยเรื่องนี้: คลองกระ – คลองไทย

Thai Canal Links: