“อยากกด Like จนมือสั่น”

สืบเนื่องจากกรณีตำรวจอยากดูข้อมูลการพูดคุยกันของประชาชนบนโซเชียลมีเดีย

นิตยสาร Way สัมภาษณ์ประมาณสิงหาปีที่แล้ว ฉบับสั้น “5 คำถาม” ตีพิมพ์ลงฉบับ 56 ธีมเล่ม “Human 2.0”

ส่วนฉบับยาวเพิ่งออกมาเมื่อเดือนนี้ (ก.พ. 2557) ในชื่อว่า “อยากกด Like จนมือสั่น” ว่าด้วยความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงบนสื่อสังคม การแสดงออกทางการเมือง การควบคุมสื่อ และสิทธิมนุษยชน

ภาพประกอบนี้ถ่ายที่ชั้น 2 ตึกคณะนิติ จุฬา หน้าร้านถ่ายเอกสาร – โซฟานี่ก็ไปยืมมาจากร้านถ่ายเอกสาร ช่วยกันยกกับพี่ช่างภาพ

eh?

ว่าด้วย “ถุงยังชีพ” #thaiflood 2011

ไอ้เรื่องถุงยังชีพหรือของบริจาคนี่สารภาพว่าเบื่อนะ ด่ากันไปต่าง ๆ นานา

ยังยืนยันว่า การแยกบรรจุใหม่ยังไงก็จำเป็น ไม่ใช่สักแต่ว่าขน ๆ ไปโยน ๆ ให้ผู้ประสบภัย
โดยไม่รู้ว่าของข้างในมันใช้ได้ใช้ไม่ได้ หรือกำลังจะเน่าเหม็นหมดอายุหรือไม่

และถ้าคิดถึงเรื่องการขนส่ง การใส่ลงไปเฉพาะของที่จำเป็นและใช้ได้ ก็จะช่วยให้ขนของไปช่วยคนได้เยอะขึ้นด้วย

ความผิดพลาดหรือจะเรียกว่าห่วยในการจัดการอะไรก็ตาม มันเกิดขึ้นได้แน่นอน แต่คิดนิดนึงได้ไหม ก่อนจะผสมโรง

นึกถึงบริจาคเลือดน่ะ เราให้เลือดเราไปรวม ๆ กัน ทั้งเกล็ดเลือด เม็ดเลือด ศูนย์รับบริจาคเขาก็เอาไปคัดก่อน ใช้ได้ไหม มีเชื้ออะไรไหม กรุ๊ปอะไร บางทีเม็ดเลือดใช้ไม่ได้ ก็เก็บไว้เฉพาะเกล็ดเลือด ฯลฯ แล้วถึงเวลาจัดเก็บเขาก็เก็บแยกส่วนกัน เพราะส่วนประกอบแต่ละส่วนของเลือด มันมีวันหมดอายุไม่เท่ากัน

เราบริจาคสิ่งของช่วยเหลือ ก็ให้คิดว่าเหมือนบริจาคเลือด อย่าไปยึดติด ว่าจะต้องอยู่ในถุงในสภาพที่ฉันบริจาคไป จะแยกส่วนไม่ได้ จะนั่นจะนี่ ขอให้ของแต่ละส่วนมันไปถึงคนที่ต้องการใช้จริง ๆ ก็พอไหม จะแยกร่างยังไงก็แล้วแต่เถิด — และประเด็นการตรวจสอบการทำงานของศปภ.มันควรจะอยู่ตรงนี้ ว่าของอะไรไปถึงมือใครอย่างเหมาะสมหรือไม่ ไม่ใช่ว่ายังแปะชื่อฉันอยู่ไหม หรือมีอะไรในถุงบ้าง เพราะของที่จำเป็นสำหรับพื้นที่หนึ่ง อาจจะไม่จำเป็นสำหรับอีกพื้นที่ก็ได้

อย่างที่เคยคุยไปในสเตตัสก่อนหน้านี้แล้ว ว่าข้อมูลที่จุด ๆ เดียวมันไม่ได้ช่วยให้เราเข้าใจอะไรมากนัก มันใช้ตั้งคำถามได้ แต่มันไม่ใช่คำตอบโดยตัวมันเอง จะหาคำตอบก็ให้ดูมันทั้งกระบวนการ

เราตรวจสอบศปภ.เพื่อผู้ประสบภัย ไม่ใช่ตรวจสอบเพื่อสนองความกระสันในร่างกายของเรา

(จากสเตตัสเฟซบุ๊ก 7 พ.ย. 2554)

Social Network + Social Media สำหรับงานข่าวพลเมือง

สไลด์จากงานอบรมนักข่าวพลเมือง เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ในช่วงเดือนที่ผ่านมา

สิ่งที่ผมอยากทำก็คือ จะทำยังไงที่จะช่วยให้คนที่เข้าไม่ถึงสื่อกระแสหลัก (ดูได้ แต่ไม่มีโอกาสเขียน)
ได้มีโอกาสสื่อสารประเด็นของเขาเองบ้าง social media เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าจะช่วยงานข่าวพลเมืองได้

สำหรับผู้มีอำนาจรัฐหรือทุน ในการเข้าถึงสื่อกระแสหลักอยู่แล้ว ถ้าพวกเขาจะใช้กระแสรอง นอกกระแส สวนกระแส อะไรเพิ่มด้วย ก็คงไม่แปลกอะไร แต่ผมเองคงไม่มีความสนใจจะไปช่วยพวกเขา ด้วยเห็นว่าปกติพวกเขาก็ได้พื้นที่สื่อสารไปตั้งมากอยู่แล้ว (ประกอบกับพวกเขาก็คงไม่เอาผมด้วย)

technorati tags:
,
,

@thaksinlive + more

อภิสิทธิ์และหลายคนมีแล้ว แต่ยังไม่มัน รอตัวพ่อมาก่อน

ตอนนี้มีข่าว Twitter กับ Facebook เยอะแยะเลย ด้วยความตื่นเต้นตกใจกับ thaksinlive ที่เขาว่าเป็นช่องทางสื่อสารใหม่บนสื่อใหม่ ของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ซึ่งก็พบว่า มีแอคเคานท์ในที่ต่าง ๆ มากกว่าที่ปรากฏในข่าว:

เว็บไซต์ www.thaksinlive.com
ทวิตเตอร์ @thaksinlive
เฟซบุ๊ค www.facebook.com/thaksinlive
ไฮไฟว์ thaksinlive.hi5.com (ไม่มีอะไรเลย)
สไครบ์ด (เอกสาร) www.scribd.com/thaksinlive
ยูสตรีม (ออกอากาศภาพและเสียง) www.ustream.tv/channel/thaksinlive (ผู้ใช้ www.ustream.tv/thaksinlive)
บล็อก
thaksinlive.blogspot.com

ไม่รู้ว่า อันไหนทักษิณตัวจริงทำ อันไหนทีมของตัวจริงทำ
หรือ อันไหนทำโดยคนที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย (เพื่อผลบวกหรือลบก็ว่าไป)

ใครพูดถึง thaksinlive บ้าง ? ใน ทวิตเตอร์, บล็อก, เว็บ

technorati tags:
,
,

แปะ embed ง่าย ด้วย oEmbed

oEmbed is a format for allowing an embedded representation of a URL on third party sites. The simple API allows a website to display embedded content (such as photos or videos) when a user posts a link to that resource, without having to parse the resource directly.

ไอเดียแก่นของ social media หรือ สื่อทางสังคม ก็คือมัน(ต้อง) share หรือ แบ่งปัน ได้ง่าย การบอกต่อมันถึงจะไปได้ไกล

oEmbed เป็นข้อตกลงสำหรับรูปแบบการ แปะ สื่อ embed (เช่น วิดีโอ เสียง แฟลช) ที่ทำให้ผู้ใช้แปะเพียง url ไม่ต้องแปะโค้ด html ยาว ๆ ซึ่งนอกจากจะงงแล้ว ยังมีโอกาสผิดพลาดด้วย

เมื่อเว็บไซต์พบ url ที่ผู้ใช้ใส่เข้ามา ก็จะวิ่งไปถามตัวผู้ให้บริการสื่อชิ้นนั้น ว่าควรจะใช้โค้ด html แบบไหน แล้วจัดการที่เหลือให้อัตโนมัติ เช่น:

  1. ผู้ใช้แปะลิงก์รูป http://www.flickr.com/photos/bees/2341623661/ ในเว็บบอร์ด
  2. เว็บบอร์ดพบว่า ลิงก์ดังกล่าว เข้าแก๊ป URL scheme: http://*.flickr.com/photos/* ซึ่งแปลว่าเป็น embed representation ซึ่งเชื่อมอยู่กับ API endpoint: http://www.flickr.com/services/oembed/
  3. เว็บบอร์ดจึงถามข้อมูลของ embed ตัวนี้ ไปที่ API endpoint โดยใช้ request ดังนี้ http://www.flickr.com/services/oembed/?url=http%3A//www.flickr.com/photos/bees/2341623661/
  4. ตัว API ส่งข้อมูลกลับมาให้เว็บบอร์ด เป็น XML หรือ JSON เช่น
    {
     "version": "1.0",
     "type": "photo",
     "width": 240,
     "height": 160,
     "title": "ZB8T0193",
     "url": "http://farm4.static.flickr.com/3123/2341623661_7c99f48bbf_m.jpg",
     "author_name": "Bees",
     "author_url": "http://www.flickr.com/photos/bees/",
     "provider_name": "Flickr",
     "provider_url": "http://www.flickr.com/"
    }
    
  5. ตัวเว็บบอร์ด ก็จะเอาข้อมูลตรงนี้ ไปสร้างโค้ด embed ให้เอง

ในมุมมองของผู้ใช้แล้ว แบบนี้ง่ายกว่าเยอะ

ในมุมมองของนักพัฒนาเว็บ แบบนี้ก็ปลอดภัยกว่าด้วย เนื่องจากการได้ข้อมูลของสื่อ embed ผ่าน oEmbed API ทำให้เราไม่ต้องเดาข้อมูลต่าง ๆ เอง หรือ parse ข้อมูลแบบ hack ๆ กันเอาเอง ซึ่งแม้จะใช้งานได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ url หรือ html ของหน้าสื่อนั้นเปลี่ยน ก็จะเกิด dead link ทันที

มีบริการรับฝากสื่อออนไลน์หลายแห่งใช้ oEmbed แล้ว เช่น Flickr สำหรับภาพ และ Vimeo สำหรับภาพเคลื่อนไหว

Providers (ตอบ request oEmbed ได้):
Flickr, Viddler, Qik, Pownce, Revision3, Hulu, Vimeo, oohEmbed — ตัวหลังสุดนี้ มันเป็นประมาณ wrapper ของหลาย ๆ บริการอีกทีนึง เช่น Amazon (Ars Technica ใช้บริการจาก oohEmbed ตัวนี้)

Consumers (แสดงลิงก์ oEmbed ได้): Pownce, Buckybase , 280 Slides, Dumble

สำหรับ WordPress มีปลั๊กอินสำหรับ oEmbed แล้วหนึ่งตัว คือ NFB Video Plugin ใช้งานได้กับ NFB (National Film Board of Canada) และ Vimeo (เป็นวิดีโอทั้งคู่)

Drupal มีก็มีโมดูล oEmbed

ถ้าอยากจะเขียนเล่นเอง ก็มีไลบรารีอำนวยความสะดวกสำหรับหลายภาษา:

น่าเอาไปใช้กะโปรเจกต์ของโอเพ่นดรีมมั่ง

technorati tags:
,
,