“เสื้อแดง” ในฐานะ “รุ่นทางการเมือง”

ความคิดต่อจากบทความชิ้นนี้ ความทรงจำของ ‘ปืนลั่นแสกหน้า’ : ว่าด้วยคนกรุงเทพฯ เสื้อแดง และปี 2553

“เสื้อแดง” ตอนนี้อาจไม่ใช่ “ขบวนการทางการเมือง” (political movement) แล้ว มันไม่มีขบวนอะไรที่เรามองเห็นชัดในตอนนี้ แต่มันยังเป็น “ชนชั้นทางการเมือง” (political class – โดยเฉพาะเมื่อถูกคนอื่นมองมา ในเซนส์ “อี๋ ไอ้พวกเสื้อแดง”) หรือ “กลุ่มความสำนึกรู้ทางการเมือง” (political consciousness) แบบนึงอยู่ ในลักษณะที่คนยังระบุได้อยู่ว่า “ฉันเป็นคนเสื้อแดง”

อย่างไรก็ตามมันอาจมีลักษณะผูกกับเหตุการณ์ในเวลาอยู่เหมือนกัน ถ้าเรามองว่ามันต้องอาศัยประสบการณ์ร่วม เพื่อจะกลายสภาพตัวเองมาเป็นเสื้อแดง ในแง่นี้ ความเป็นเสื้อแดงจึงไม่ได้อยู่เฉพาะตรงอุดมการณ์ทางการเมือง แต่มันมีลักษณะของการมีความทรงจำร่วมกัน และไม่ใช่ความทรงจำเกี่ยวกับคนอื่นในอดีต แต่เป็นความทรงจำที่มีร่วมกันก็เพราะได้สร้างร่วมกันในขณะเวลานั้น ซึ่งการโฆษณาชวนเชื่อใดๆ ไม่สามารถลบหรือเปลี่ยนความทรงจำนี้ได้ เพราะนี่เป็นความทรงจำที่เกี่ยวกับชีวิตของตัวเอง

“คนเสื้อแดง” จึงมีลักษณะเป็น “รุ่นทางการเมือง” (political generation?) ด้วย ในลักษณะเดียวกับ “คนเดือนตุลา(16+19)” “คนรุ่นพฤษภา(35)” เพียงแต่ความขัดแย้งยาวนาน รวมถึงการชุมนุมและการล้อมปราบต่างๆ ประกอบกับการที่การเมืองระดับรากหญ้ามันลงหลักแพร่หลาย มันเลยทำให้คนร่วมรุ่นนี้ มีจำนวนมากกว่ามาก

ทำนองเดียวกับที่คนรุ่นถัดมาอาจร้องและเต้นเพลง “เกรงใจ” ของแรพเตอร์ได้ แต่ไม่รู้หรอกว่า การใช้ชีวิตอยู่ในสมัยที่เพลงนี้เปิดทุกที่ทุกผับมันเป็นยังไง แต่โอเค เราดีใจที่ผับยังเปิดเพลงนี้อยู่ และคนยังเต้นกับมันอยู่ แม้จะเป็นคนที่ไม่ได้เกิดในยุคสมัยนั้น แต่เราก็ร่วมความทรงจำนี้ได้ คือไม่ได้กีดกัน ไม่ได้แนวว่า อี๋ พวกเด็กอยากเรโทร (ทำนองที่ไปแซะ “ติ่งส้ม”) เพียงแต่ เฮ้ย มันมีความต่างอยู่จริงๆ ในแง่การเคยไปอยู่ตรงนั้น แต่เราไม่ได้หวงนะ ถ้าชอบก็มาเต้นด้วยกัน เต้นหลายคนก็สนุกหลายคน และนับจากตรงนี้ไป เราก็เป็นพวกเดียวกันได้ เต้นด้วยกันได้

การนับว่า “คนเสื้อแดง” คือรุ่นทางการเมืองแบบหนึ่ง น่าจะทำให้คำอธิบายมันง่ายขึ้นด้วย เพราะในแง่อุดมการณ์ทางการเมือง คนเสื้อแดงเองก็มีเฉดต่างๆ กันไป

การอธิบายแบบนี้ไม่ได้ต้องการลดความซับซ้อนของความต้องการและแรงขับดันของแต่ละคนที่เคยอยู่หรือยังอยู่ในขบวน(ที่ใดที่หนึ่ง) แต่น่าจะช่วยรวมคนเสื้อแดงเข้าด้วยกันได้สะดวกขึ้น และอาจต้อนรับคนเข้ามาร่วมได้มากขึ้น ถ้าเรามองว่าภาวะที่เราอยู่กันตอนนี้ มันยังไม่จบ เป็นภาวะยาวนาน สามารถกินเวลาได้เป็นชั่วรุ่นคน

“เจ็บไหมลูก” (พ.ค. 2553)

สถิติตำแหน่งบาดแผลของผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์สลายการชุมนุม 13-19 พฤษภาคม 2553
“สถิติตำแหน่งบาดแผลของผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์สลายการชุมนุม”

เส้นทางความรุนแรงขอคืนพื้นที่ความจริง 13-19 พ.ค. 2553
“เส้นทางความรุนแรงขอคืนพื้นที่ความจริง”

จาก เอกสารข้อเท็จจริงเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ระหว่างวันที่ 13-20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 จัดทำโดย บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ และกลุ่มนักศึกษา ‘มรสุมชายขอบ’ [ดาวน์โหลด PDF] (590 หน้า)

คำถามจากนักข่าวญี่ปุ่น: โครงสร้างอำนาจ และความรับผิดชอบ

วิดีโอ สำนักงานกฎหมายอัมสเตอร์ดัมแอนด์พีรอฟฟ์ ร่วมกับ นปช. แถลงข่าว การยื่นคำร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (2011.01.31)

ระหว่างการถามตอบข้อสงสัย นักข่าวญี่ปุ่น ยามาดะ จากหนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบุน ถามอัมสเตอร์ดัมว่า จะทำให้อำนาจอื่น ๆ ในโครงสร้างอำนาจในสังคมไทย รับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร?
[ชั่วโมงที่ 2:11; แปลอังกฤษ 2:12; ไทย (แปลไม่เต็ม) 2:13]

ผมคิดว่าคำถามของนักข่าวญี่ปุ่นคนนี้น่าสนใจ และผู้แปลภาษาไทยในงานแถลงข่าว แปลไว้น้อยกว่าที่นักข่าวเขาพูด เลยขออนุญาตแปลแบบสรุปความ (จากภาษาอังกฤษซึ่งถูกแปลมาจากญี่ปุ่นอีกที) ไว้ในบล็อกนี้, ยามาดะถามว่า:

ผมเชื่อว่าโครงสร้างอำนาจที่สถาปนาอยู่ในสังคมไทยนั้นซับซ้อนมาก

ใช่ นายกอภิสิทธิ์คือเป้าหมายของคุณในขณะนี้ แต่อภิสิทธิ์เป็นตัวแทนของรัฐบาล ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบอำนาจที่สถาปนาอยู่ในขณะนี้

คุณยังมี กองทัพ คณะองคมนตรี และ royal elements คุณจะจัดการยังไงกับองค์ประกอบในโครงสร้างอำนาจเหล่านั้น

ผมขอแสดงความคิดเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เพียงเกิดขึ้นผ่านฝ่ายบริหารเท่านั้น ยังมีการตัดสินใจและการดำเนินการที่ทำผ่านองค์ประกอบโครงสร้างอำนาจอื่น

คุณคิดจะติดตามอย่างไรต่อเพื่อให้องค์ประกอบอื่น ๆ นั้นรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย

นี่คือมุมมองจากภายนอก ถึงโครงสร้างอำนาจทางการเมืองไทย ซึ่งจริง ๆ นักข่าวไทยก็คงไม่ได้ naïve ไม่รู้ประสีประสา เพียงแต่มีข้อจำกัดในการทำงาน และองค์กรของตัวเองก็อยู่ในโครงสร้างอำนาจที่ว่านั่นด้วย ก็เลยเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่า คำถามแบบนี้ ถ้าเขาจะไม่ถามกัน ก็ว่ากันไม่ได้นะ

ตัววิดีโอทั้งหมดยาว 2:27 ชั่วโมง เป็นช่วงการถ่ายทอดจากญี่ปุ่นจริง ๆ ประมาณ 2 ชั่วโมง

เนื้อหาเป็นการตอบคำถามเรื่องคำร้องต่อสำนักงานอัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC ซึ่งสำนักงานกฎหมายอัมสเตอร์ดัมแอนด์พีรอฟฟ์ ยื่นในนามของ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ

เอกสารคำร้องฉบับเต็ม ภาษาอังกฤษ ยาว 294 หน้า (มีฉบับแปลไทยด้วย), ถ้าไม่มีเวลา ก็มีแบบสรุป Executive Summary 7 หน้า

ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ สรุปประเด็นสำคัญเอาไว้ 3 ส่วน พร้อมข้อสังเกตส่วนตัวแนบท้าย


ดาวน์โหลดเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ที่เว็บไซต์
Accountability Project (thaiaccountability.org)
และที่บล็อกของโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม (robertamsterdam.com/thailand/ หรือภาษาไทย: robertamsterdam.com/thai/)

technorati tags:
,
,
,
,
,

people change ..และเรารู้ว่า ตัวเราเปลี่ยนไป

..และเรารู้ว่า ตัวเราเปลี่ยนไป

เมื่อเราผ่านการต่อสู้ เราย่อมตระหนักรู้ ว่าตัวเราเปลี่ยนไป
มันอาจจะเพียงไม่นาน และเราไม่ได้ถูกจ้างวานให้มาโดยใคร
เราสุขเราทุกข์มาด้วยกัน ผ่านคืนและวันที่เราต่างลุกเป็นไฟ
ไฟบางกองวูบวับดับลง หากที่เหลือยังคงเป็นไฟกองใหม่
แม้ล่วงเข้าปลายฤดูฝน มันยังลุกอยู่บนสิ่งที่ควรลุกไหม้
เพื่อนเอ๋ย..เราไม่อาจปล่อยวาง จุดหมายปลายทางยังอีกยาวไกล…….

ระหว่างเส้นทางสายนี้, เราเริ่มรู้ว่ามีเรื่องราวมากมาย
มีชุมชน และผู้คนเหล่านั้น ในตรอกซอยตัน และถนนสายใหญ่
บนทางลอยฟ้า หน้าห้างฯ ลานสนามกว้างขวางมีเวทีอภิปราย
วิทยุ, ทีวี, หนังสือ ฯลฯ บอกเราให้ยึดถือหลักการฯ ทั้งหลาย
การเผชิญหน้าปากกระบอกปืน ช่วยให้เราหยัดยืนได้มั่นคงกว่าใครๆ
และการล้อมปราบครั้งนั้น ไม่ทำให้เราพรั่นพรึงแต่อย่างใด……..

เพื่อนเอ๋ย เราผ่านมันมา และเรารู้ว่า ตัวเราเปลี่ยนไป
เราเริ่มพูดจาเหมือนกัน ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องอะไร
คิดและทำสิ่งเดียวกัน ตั้งเข็มมุ่งมั่นโดยมิต้องนัดหมาย
ไม่ต้องมัวตั้งคำถาม เพราะทุกอย่างเป็นไปตามชุดคำอธิบาย
การเมือง, สังคม, เศรษฐกิจ ทุกเรื่องเราคิดคำตอบได้ง่ายดาย
เรารักคนคนเดียวกัน และเกลียดคนคนนั้นเหมือนๆ กันใช่ไหม ?
ทุกคน ทุกเรื่องที่เรารัก ทำไมเรามักไม่มีคำถามใดๆ ?
และทุกคน ทุกเรื่องที่เราเกลียด เราก็ยิ่งยัดเยียดความเกลียดชังลงไป
เราอนุโลมให้กับความผิดพลาด ในทุกๆ โอกาสของพวกเราใช่หรือไม่ ?
เราจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ท่ามกลางความเงียบงันของ “คำถาม” ได้อย่างไร ?
หรือนี่คือสิ่งที่เรากำหนด ให้เป็นอนาคตของ“สังคมไทย” ..? ………

แน่นอน..เราถูกกระทำ ถูกเหยียดถูกย่ำอย่างกับวัวกับควาย
เสียงเราไม่ถูกได้ยิน เลือดเราไม่มีกลิ่นเหมือนพวกเขาทั้งหลาย
ศพเราไม่ถูกมองเห็น เหมือนว่าเรานั้นเป็น “ผู้ไม่มีร่างกาย”
แต่แล้ว ในเวลาเดียวกัน เรากำลังทำอย่างนั้นกับคนอื่นอยู่หรือไม่ ?
เราคิดว่า ข้างนอกนั่น มีแต่ “พวกมัน” เท่านั้นหรืออย่างไร ?
หลายคนคงยังพอนึกออก ถึงตอนที่อยู่ “ข้างนอก” ยังไม่เข้ามา “ข้างใน”
ก่อนจะมาถึงวันนี้ เราต่างก็เคยมีเมื่อวานนี้ ใช่หรือไม่ ?
เราเคยเห็นแย้งเห็นต่าง อคติ – เป็นกลาง กับเรื่องราวหลากหลาย
เคยถกเถียงหน้าดำคร่ำเครียด แต่ไม่เคยโกรธเกลียดกันแบบเอาเป็นเอาตาย
เคยได้ยินคำพูดทุกคำ แถมยังจดยังจำหน้าตากันได้
เราลองคิดว่า “พวกเขา” ก็คือพวกเราในวันเก่าๆ ได้หรือไม่ ?
คือ “เรา” ที่เคยมีโอกาส ก้าวข้ามความผิดพลาด กลายมาเป็นคนใหม่..
แล้วทำไมเราจะฉวยโอกาส รับฟังข้อผิดพลาดจากพวกเขาบ้างไม่ได้ ?
บางที หลายคนในพวกเขา อาจไม่ใช่ศัตรูเรา อย่างที่เราเข้าใจ…………

เพื่อนเอ๋ย เราเพิ่งผ่านมันมา ภาพยังติดตา เรื่องยังคาใจ
คนตายต้องไม่ตายเปล่า ความตายของเขาต้องมีความหมาย
แน่นอน, เราไม่อาจปรองดอง กับคนที่มือทั้งสองเปื้อนเลือดพวกเราได้ !
แต่หากเราต้องเป็นเหมือนกัน – กับคนเหล่านั้น มันมีประโยชน์อะไร ?
เราอาจต้องสนใจปัญหา ในระดับลึกกว่า “อำนาจของตีนใหญ่”
สนใจเครือข่ายกลุ่มก้อน ที่ลึกลับซับซ้อนกว่าเส้นสนกลใน
ทำความรู้จักกับทุกคน เพื่อเข้าใจว่า “ประชาชน” นั้น หมายถึงใคร ?
กล้าพูด กล้าวิพากษ์วิจารณ์ ทุกๆ หลักการที่เริ่มล้าสมัย
ทบทวนวิธีต่อสู้ ที่มุ่งโค่นศัตรูอย่างเอาเป็นเอาตาย
เราก็เห็น ว่าคนเหล่านั้น ทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน..จะเอาอย่างไปทำไม ?
โลกมีพื้นที่กว้างขวาง ผู้คนถูกสร้างให้มีความหลากหลาย
เรา, ฉัน, ท่าน, เขา – แต่ละคน ต่างมีตัวตนแตกต่างกันไป
แต่เสียงเราต้องเป็นที่ได้ยิน เลือดเราต้องมีกลิ่นเหมือนพวกเขาทั้งหลาย
และมันคือเลือดสีแดง เหมือนเลือดสีแดงของผู้คนทั่วไป
ตัวตนเราต้องถูกมองเห็น เพราะชีวิตเราเป็นสิ่งที่มีความหมาย
พลังแห่งปัจเจกภาพ ย่อมไม่ใช่การหมอบราบ – รอฟังคำสั่งใคร !
เพื่อนเอ๋ย..เราจงมากำหนด สิ่งที่เป็นอนาคตของสังคมไทยใหม่
ถ้าไม่อยากย่ำอยู่ที่เก่า…
ถ้าไม่อยากย่ำอยู่ที่เก่า… ตัวตนของเรา จะต้องเปลี่ยนต่อไป

 

กฤช เหลือลมัย อ่านในงานคอนเสิร์ต “เราไม่ทอดทิ้งกัน” หอประชุมเล็ก ม.ธรรมศาสตร์ กรุงเทพฯ 25 กันยายน 2553 (คัดลอกจาก Facebook)

People change, asshole! / Damn. Who was that? / Someone who's changed. / Clearly.

เพิ่มเติม 2010.09.29 21:06 : บทกวีนี้ พร้อมกับบริบทที่มันถูกอ่าน สร้างข้อถกเถียงอย่างแพร่หลาย เอาแค่เฉพาะใน Facebook ก็มีคนถกเถียงแลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็นกับเรื่องนี้อยู่เป็นจำนวนมาก ที่ผมทราบก็มี:

ข้อผิดพลาดคอนเสิร์ต “เราไม่ทอดทิ้งกัน” และกรณี “คุณโบว์” โดย Chaithawat Tulathon (27 ก.ย. 2553)

แดงแท้ แดงเทียม แดงสลิ่ม แดงมือใหม่ แดงมือโปร แดงมหาเทพ แดงซูเปอร์แดง ฯลฯ โดย Sirote Klampaiboon (28 ก.ย. 2553)

ความคิดเห็นของเราต่อบทกวีของกฤชก็คือ… โดย ภัควดี ไม่มีนามสกุล (28 ก.ย. 2553)

บันทึกส่วนตัวเกี่ยวกับกฤช เหลือลมัย, คุณโบว์และความคับแค้นใจบางประการของสลิ่มตัวพ่อ โดย Peter Sri มีเฌอเป็นลูกรัก (29 ก.ย. 2553)

(อ่านได้อ่านไม่ได้ ก็แล้วแต่ privacy settings ของแต่ละคนนะครับ)

รายงาน: รวมบรรยากาศวัฒนธรรมลูกผสม งาน “เราไม่ทอดทิ้งกัน”

รายงาน: ไต่สวนสาธารณะ ปากคำเหยื่อกระสุน เม.ย.- พ.ค.53

เสวนางาน ‘เราไม่ทอดทิ้งกัน’ : กระบวนการรับผิด กรณีสลายการชุมนุม เม.ย.-พ.ย.

ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายชุมนุม เม.ย.-พ.ค. 53 (คปช.)
People’s Information Center The April-May 2010 Crackdown (PIC)

technorati tags: 

ยังไงก็ตาม “รถติดเป็นเรื่องถูก-ถูก” (อีกที)

เมื่อมีนาคม 2549 ผมเขียนบล็อกหนึ่งไว้: รถติดเป็นเรื่องถูก-ถูก สนับสนุนการชุมนุม-ปิดถนน ซึ่งตอนนั้นเป็นการชุมนุมของพันธมิตร ขับไล่นายกทักษิณ ก่อนรัฐประหาร

วันนี้ผมก็ยังคิดเหมือนเดิม คือยอมรับสิทธิในการชุมนุมและไม่คิดว่ารถติดเป็นเรื่องใหญ่ (และจริง ๆ ช่วงสี่ห้าวันนี้มันก็ไม่ได้ติดเสียเท่าไหร่ด้วย)

ดังนี้แล้ว ผมย่อมต้องสนับสนุนการชุมนุมของคนเสื้อแดง

วันนี้ @kengggg ถอดเสียงจานพิดเด็กแนว พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ (มิถุนา 2551) เรื่องชุมนุม-รถติด และทำไมต้องมากรุงเทพ ไปที่อื่นไม่ได้หรือไง:

เหตุผลที่มาประท้วงถามว่ารถติดไหม — รถติด — สิ่งแรกที่เราต้องเข้าใจคือต้องเข้าใจเขาก่อน คืออย่าเพิ่งคิดว่าเราดี เราต้องเข้าใจเข้าก่อนว่าเขามองเราอย่างนั้นจริงๆ และมันการรถติดจริงไหม — จริง — และเรามาทำไม — เรามาทำให้รถติด — ใช่ — แต่มันไม่ได้จบแค่นั้น ผมคิดว่าสิ่งสำคัญของเราคือว่า เราต้อง — ภาษาอังกฤษเขาเรียก confront — คือว่าเราต้องเผชิญหน้ากับอคติที่เขามีกับเรา เราตอบเขาบนอคติอันนั้นเลย ไม่ใช่ว่าไปทำเรื่องแง่งามอื่นๆ ในม็อบ ผมมาทำให้คุณรถติด — ทำไม — อธิบายว่า

1. ผมมาทำให้คุณรถติดเพราะว่า กระบวนการแก้ปัญหาที่ท้องถิ่นมันทำไม่ได้แล้ว

2. การทำให้รถติดเพราะกระบวนการแก้ปัญหาการตัดสินใจจริงๆ มันอยู่ที่นี่ [กรุงเทพ] อยู่ในสภา อยู่ในทำเนียบ และอยู่ในหัวใจของคนทุกคนที่อยู่ตรงนั้น ของพวกคุณที่คุณเห็นว่าพวกผมไม่มีค่าอะไรแล้วมาทำให้คุณรถติด

3. การทำให้คุณรถติดนั้นเป็นการดึงความสนใจและให้พวกคุณเห็นว่า ผมเพียงแค่ทำให้ผมรถติด แต่คุณทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนทั้งชีวิต ผมเรียกร้องหัวจิตหัวใจของคุณให้เข้าใจว่า ความทุกข์ที่คุณมีกับรถติดกับความทุกข์ของผมที่มี เราอยู่ในสังคมเดียวกัน คุณเห็นใจผมไหม คุณคือผู้มีอำนาจ

เราเผชิญหน้ากับอคติที่เขามี เรากล้าออกไปยืนบอกเขา

ผมชอบคำพูดนี้มาก ยกมาจากบล็อกของ @fringer เธอแปลไว้เมื่อมีนาคม 4 ปีที่แล้วเหมือนกัน:

“ผู้ใดก็ตามที่อ้างว่าตนนิยมเสรีภาพ แต่ในขณะเดียวกันก็ดูแคลนความวุ่นวาย คือคนที่อยากเห็นพืชพันธุ์งอกงามโดยไม่พรวนดินก่อน
พวกเขาอยากเห็นฝนที่ไม่มาควบคู่ไปกับเสียงฟ้าร้องและฟ้าแลบ
พวกเขาอยากได้มหาสมุทรที่ปราศจากเสียงกึกก้องอันน่ากลัวของผืนน้ำ
การขัดขืนครั้งนี้อาจเป็นการขัดขืนทางศีลธรรม ทางร่างกาย หรือทั้งสองทาง แต่มันจะต้องเป็นการขัดขืน
อำนาจไม่เคยยอมอ่อนข้อโดยปราศจากการเรียกร้อง
มันไม่เคยยอมในอดีต และจะไม่มีวันยอมในอนาคต.”

— เฟรเดอริค ดักลาส, ชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ผู้สนับสนุนการเลิกทาส

รถติดเป็นเรื่องถูก-ถูก มันเคยถูก และมันยังถูกอยู่

technorati tags:
,
,

We’re Different, We’re the Same.

ถ่ายตัวเราเอง

ผมออกไปถ่ายรูปคนเสื้อแดงสามวันมานี้
ไม่ได้ตั้งใจออกไปถ่ายอะไรเป็นพิเศษ

แต่พอเอารูปมาดู ๆ ก็คิดว่ามันคงมีประเด็นไม่กี่อย่าง

ผมถ่ายภาพคนกิน คนนอน คนเฮฮา ร้องเพลง เต้นรำ
สิ่งศักดิ์สิทธิ์จนถึงที่ขับถ่าย กิจกรรมต่าง ๆ ที่มนุษย์ทำ
ความหมายไม่มีอะไรไปกว่า นี่ พวกเขาก็เป็นมนุษย์

ผมถ่ายภาพป้ายข้อความต่าง ๆ
นี่คือสิ่งที่เขาต้องการสื่อสาร ความอัดอั้นตันใจ
เราจะเห็นด้วยหรือไม่ ก็เป็นสิทธิ แต่เราเคยได้ยินมาก่อนบ้างไหม
ในทีวีวิทยุที่รัฐครอบนำ ข่าวสารในช่วงนี้มีแต่เรื่องจราจร เรื่องควบคุมชุมนุม
แล้วเรื่องที่คนเหล่านี้ อาจไม่ใช่แกนนำ แต่เป็นกลุ่มเล็ก ๆ ต้องการพูด หายไปไหน
ผมถ่ายป้ายพวกนี้ เผื่อจะมีคนได้เห็นมากขึ้น

แค่การไปเดินในกลุ่มผู้ชุมนุมแบบผ่าน ๆ
ได้คุยกับผู้ชุมนุมไม่กี่คน
คงไม่อาจทำให้ผมเข้าใจอะไรพวกเขาขึ้นมาได้เสียเท่าไหร่
ความเป็นอยู่ ความเดือดร้อน ความต้องการ
ผมไม่สามารถเคลมได้ว่าผมรู้อะไรเพิ่มขึ้นในสิ่งเหล่านั้น

ผมรู้ก็แค่ว่า พวกเราทั้งหมดเหมือนกัน

คนเหมือนกัน


มันส์เหมือนกัน


ไม่ขายเหมือนกัน


ถ่ายเหมือนกัน

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน Facebook: ถ่ายตัวเราเอง

มุมมองจากชาวต่างชาติผู้อยู่ใกล้ชิดกับ ‘เสื้อแดง’

technorati tags:
,
,

on the flip side of Hero

ไม่ว่าการพยายามฆ่าหรือจองล้างจองผลาญ ทักษิณ องคมนตรี หรือ สนธิ ก็น่าหดหู่พอกัน เพราะมันหมายความว่า ในสังคมเรายังมีคนคิดว่า การกำจัดคนหนึ่งคนออกไป จะสามารถแก้ปัญหาอะไรได้

แต่ความคิดนี้คงไม่แปลกอะไร ในสังคมง่อยเปลี้ย-ธุระไม่ใช่-ไม่ยอมช่วยเหลือตัวเอง ที่เรียกหา ฮีโร่-พระเอกขี่ม้าขาว อยู่ตลอดเวลา (ไม่ว่าจะในรูปผู้นำเผด็จการอันเข้มแข็ง ราชาผู้ทรงธรรม กำนันผู้อาทร หรือคณะรัฐประหารผู้เมตตา) ก็คงจำเป็นอยู่เอง ที่พวกเขาจะต้องสร้างด้านตรงข้าม ตัวโกง-ผู้ร้ายมีเขาแหลมในผ้าคลุมสีดำ ให้เป็นต้นเหตุแห่งความชั่วร้ายทั้งปวง เพื่อผ่อนคลายย้ายเทความผิดบาปให้พ้นไปจากตัวพวกเขา

ฉันไม่ผิด มันผิด
ฉันกลัว ไม่อยากยุ่ง ฮีโร่ ช่วยฉันที

หนังซูเปอร์ฮีโร่ที่เต็มโรงตอนนี้ อาจจะบอกภาวะอะไรบางอย่างของสังคม

แต่อย่าลืมว่า เมื่อยอดมนุษย์เข้าตาจนเปลี่ยนใจ อะไรจะรับประกัน ว่าเขาจะไม่กลายเป็นผู้ร้ายเสียเอง ? อะไรจะรับประกัน ว่ายอดมนุษย์จะไม่กลายเป็นผู้ร้ายเสียเอง ?

จอม เพชรประดับ: นับจากนี้ไป “ประเทศไทย” จะไม่เหมือนเดิม

technorati tags:
,
,

Bangkok Red Shirts gatherings map by Prachatai

fyi, to avoid/observe/join the Red Shirts.

แผนที่และข่าว แสดงความเคลื่อนไหวเสื้อแดงทั่วกรุงเทพ โดยทีมข่าวประชาไท บน Google Maps

(คลิกที่ หมุดสีแดง พื้นที่สีแดง หมุดสีฟ้า พื้นที่สีฟ้า หมุดสีชมพู เพื่อดูความเคลื่อนไหวล่าสุด)


ดู แผนที่และข่าว แสดงความเคลื่อนไหวเสื้อแดงทั่วกรุงเทพ ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

url: http://maps.google.co.th/maps/ms?ie=UTF8&hl=th&msa=0&msid=107550157098327041781.000467042bca478ba991d&source=embed&ll=13.761562,100.554428&spn=0.086368,0.154495&z=13

short url: http://bit.ly/Kdz2L

screenshot (for historical reason, I like to captured and keep this. Map visualization of a mob.):
Bangkok Red Shirts gatherings map by Prachatai

[via Prachatai newspaper]

technorati tags:
,
,
,