Corpus-Related Research

สาขาวิจัยที่สามารถใช้ประโยชน์จากคลังข้อความได้ เช่น
ภาษาศาสตร์เชิงคำนวณ วัฒนธรรมศึกษา และ การวิเคราะห์วาทกรรม

ใน Linguistics of Political Argument: The Spin-Doctor and the Wolf-Pack at the White House [gbook], Alan Partington รองศาสตราจารย์ด้านภาษาศาสตร์ แห่งคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยคาเมรีโน ประเทศอิตาลี ได้พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างทำเนียบขาวกับสื่อ โดยการวิเคราะห์ทางภาษาศาสตร์จากคลังข้อความ ซึ่งประกอบไปด้วยสรุปคำแถลงข่าวประมาณ 50 ชิ้นในช่วงปีท้าย ๆ ของการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีคลินตัน โดยหัวข้อนั้น มีตั้งแต่เรื่องในโคโซโวไปจนถึงเรื่องความสัมพันธ์คลินตัน-เลวินสกี

งานชิ้นนี้ไม่เหมือนใครก่อนหน้า ตรงที่มันทำให้เราเห็นว่า เราสามารถนำเทคโนโลยี concordance (การแสดงคำที่กำหนดในบริบทต่าง ๆ) และหลักฐานทางภาษาศาสตร์อย่างละเอียด มาใช้ในการศึกษาคุณสมบัติต่าง ๆ ของวาทกรรม ทั้งในตัวบทและกลวิธีการสื่อสารของผู้พูดได้-อย่างไร


Tony McEnery and Andrew Wilson, Corpus Linguistics, Edinburgh University Press. ISBN 0-7486-0482-0. [gbook]

technorati tags:
,

Hello ! Siam.

บล็อกใหม่แนะนำ:

Hello ! Siam.
โดย เจ้าน้อย ณ สยาม

แถม ข่าวสัมมนาสันติวิธี ความรุนแรง และสังคมไทย:

“ซ่อน-หา” สังคมไทย

19-20 พ.ย. 2550 (จันทร์-อังคาร)
ห้อง ร.103 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
โปรแกรม

จัดโดย คณะรัฐศาสตร์ มธ. ร่วมกับ โครงการเมธีวิจัยอาวุโส สกว.

technorati tags:
,
,

Nation-State and the Netizen

เราสามารถนำคำอธิบายความขัดแย้ง ระหว่าง รัฐ (state) กับ ชาติ (nation, กลุ่มคน) มาใช้อธิบายความขัดแย้งระหว่าง รัฐ กับ ชาว(เผ่า)อินเทอร์เน็ต ได้ไหม ?

ชาวอินเทอร์เน็ตบางส่วน มีคุณค่าพื้นฐานที่ยึดถือร่วมกันอยู่ เช่น netiquette, open-source culture, hacker ethic
และเป็นลักษณะที่ข้ามเขตพรมแดน เลยขอบเขตของรัฐออกไป (แฮกเกอร์เวียดนามก็ยึดถือคุณค่าเดียวกับแฮกเกอร์ญี่ปุ่น เป็นต้น) อย่างนี้แล้ว แม้ชาวอินเทอร์เน็ตกลุ่มนั้นจะไม่ถึงขนาดนับเป็น กลุ่มชาติพันธุ์ (ethnic group) ได้ แต่เราจะเรียกว่า เผ่า (tribe) จะพอไหวไหม ? Netizen ?

แล้วกรณีที่รัฐพยายามจะเข้ามาจัดการจัดระเบียบอินเทอร์เน็ต (รวมถึงการเซ็นเซอร์) ก็คือการที่รัฐพยายามจะมามีอำนาจเหนือชาติ (อินเทอร์เน็ต) ส่วน(คนใน)ชาตินั้นก็พยายามจะต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งการกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง

แต่ความพยายามของรัฐ จะประสบความยากลำบากอย่างหลีกหนีไม่พ้น เพราะเครื่องมือของรัฐนั้น มีขีดจำกัดอำนาจอยู่แค่ในเขตแดนของรัฐเท่านั้น ในขณะที่ชาติครอบคลุมเกินไปกว่า

นึก ๆ เรื่องนี้ขึ้นมาได้ ระหว่างอ่าน รัฐ-ชาติกับ(ความไร้)ระเบียบโลกชุดใหม่ โดย รศ. ดร. ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร (อ่านไปไม่ถึงบทดี ข้าม ๆ ด้วย – -“)

(ข้อควรระวัง: ผมไม่มีพื้นฐานด้านรัฐศาสตร์เลย เรียนมาทางวิทยาศาสตร์ประยุกต์ล้วน ๆ)

technorati tags: , ,

TU Polsci Exhibition 2007

งานรัฐศาสตร์วิชาการ ครั้งที่ 14

ศุกร์-เสาร์ 9- 10 ก.พ. 2550
บริเวณคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ศุกร์ 9

  • 8-9:00 น. ปาฐกถาพิเศษ โดย รศ.ดร.นคริทร์ เมฆไตรรัตน์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์
  • 9-11:30 น. แข่งขันตอบปัญหารัฐศาสตร์ รอบคัดเลือก [ห้อง ร.103]
  • 9-12:00 น. เสวนา “บทบาททหารกับการเมืองไทย” [ห้อง ร.102]
  • 12-15:00 น. เสวนาหนัง “V For Vendetta” [ห้อง ร.102]
  • 13:30-15:30 น. แข่งขันตอบปัญหารัฐศาสตร์ รอบชิงชนะเลิศ [ห้อง ร.103]
  • 15:30-18:00 น. เสวนา “การเมืองลายพราง : ทหาร หมอดู กับการตัดสินใจทำรัฐประหาร” โดย รศ.ดร ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ [ห้อง ร.102]

เสาร์ 10

  • 8-11:00 น. เสวนาหนัง “Homeless to Havard” [ห้อง ร.103]
  • 11-13:00 น. ห้องเรียนพิธีการทูต โดย รศ.ดร.ไพฑูรย์ ดัสเซ่ [ห้อง ร.103]
  • 13-15:00 น. แนะแนวการทำงาน [ห้อง ร.103]
  • 15-18:00 น. เสวนา “ทิศทางประเทศไทยหลัง 19 กันยายน” โดย อภิสิทธ์ เวชชาชีวะ, สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล, ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์ และ ศ.ดร สมคิด เลิศไพฑูรย์ [ห้อง ร.103]
  • 18-20:00 น. ประกวดดนตรี [เวทีกลางแจ้ง หน้าคณะ]

เชิญร่วมงานครับ

technorati tags:
,

งงงงง

สนใจ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ และ เทคโนโลยีสารสนเทศ เรียนอะไรดี?

จะมีมั๊ย?

เห็นมี เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ (ในองค์กร) มาเยอะแล้ว

จะมี เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการปกครอง รึเปล่า?

หรือว่า เศรษฐศาสตร์
ว่าด้วยเรื่องของ ทุน
อย่างนึงก็คือ ที่ดิน เป็นปัจจัยการผลิต

แต่เดี๋ยวนี้ ซอฟต์แวร์ การบริการ เทคโนโลยีหลายๆ อย่าง
ที่ดิน ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการผลิต
(แน่นอน ยังต้องใช้อยู่ โปรแกรมเมอร์เป็นสสาร ต้องการที่อยู่ :P)

มันมีสาขาไหนในเศรษฐศาสตร์ ที่ศึกษาเศรษฐกิจแบบใหม่พวกนี้โดยเฉพาะมั๊ย?

หรือถ้าเป็นพวกการเมือง

การที่ อินเทอร์เนต ทำให้คนที่มีความสนใจเหมือนๆ กัน
รวมตัวกันเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น จะมีผลต่อการเมืองยังไงมั่ง
(ดูกรณีหาเสียงเลือกตั้งสหรัฐช่วงนี้เป็นตัวอย่าง
นาย Howard Dean ใช้อินเทอร์เนตในการบริหารเครือข่ายการหาเสียง
ในลักษณะ decentralized ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก
จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่นักวิเคราะห์หลายคนสนใจ
ถึงแม้ว่าสุดท้าย Dean จะแพ้ Kerry ก็ตาม)

ฯลฯ

คือยังชอบพวกเทคโนโลยีสารสนเทศเหมือนเดิม

แต่คิดว่า อยากทำอะไรที่มัน เออ พูดให้หรูๆ
เป็นประโยชน์คนอื่นๆ ได้เยอะๆ
(เรียนให้จบเอก กลับไปเป็นอาจารย์สอนนักเรียน อันนั้นก็ดี แต่ก็คงไม่กี่คน
หรือทำวิจัย ก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เอาออกไปให้คนอื่นๆ ใช้ในวงกว้าง)

IT มันต้องไม่ใช่เพื่อ IT แล้วดิ

มันต้องเอาไปใช้ได้มากกว่านั้น
อะไรๆ มันก็ต้องใช้ ข่าวสาร ทั้งนั้นสิ

มีใครพอจะแนะนำได้บ้างมั๊ยครับ?

ตอนนี้คิดๆ อะไรไปเรื่อย
งงๆ หน่อยๆ

จากคุณ : bact’ (Bacteria!) [25 เม.ย. 2547 – 08:59:39]

—-

ความคิดเห็นที่ 8

อืมๆ คิดคล้ายๆ กันเลย…

แต่ไร้นามสนใจงานอุตสาหกรรมค่ะ ถ้ารวยก็อยากตั้งบริษัทผลิตสินค้าส่งออกนอกประเทศ
อยากทำแบบที่ต้องหาวัตถุดิบในประเทศไทย และก็เอาข้อได้เปรียบด้านแรงงานฝีมือมา
แถมกับเทคโนโลยีสารสนเทศดีๆ เป็น backbone ในการส่งขาย/ควบคุยสายการผลิต
อย่างมีประสิทธิภาพทั่วโลก (อิอิ) ที่คิดเป็น production เพราะว่าถ้าทำระบบ software
มันก็ย้ายฐานการผลิตได้ง่าย แล้วก็ขึ้นกับความสามารถเฉพาะคนโดยรวมสูง แต่กลับครอบคลุมตลาด
แรงงานน้อยจะกลายเป็นการสร้างธุรกิจให้กับคนรวยช่วยกันรวย แต่ถ้าทำเป็นอุตสาหกรรม(อะไรซักอย่าง)
จะใช้ความสามารถในการวางแผน/วางระบบสูง แต่กลับจะมีกำลังจ้างงานสร้างฐานการผลิตได้มาก
แล้วถ้าทำดีๆ ก็จะเป็นที่ๆ มีสวัสดิการดีๆ ให้กับคนที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เลือกทำงานสบายๆ
แล้วขยายกันสร้างเป็น chain/network ของวงการอุตสาหกรรมเมืองไทยแข็งๆ ขึ้นได้
พอคนมีงานทำ กินดีอยู่ดี สภาพสังคมก็คงจะดีขึ้น ก็คงจะเป็นที่ๆ เราสบายใจให้คนรุ่นหลังอยู่กินได้

อืม… ฝันๆ แต่ตอนนี้จบละยังหางานอยู่เลย แหะ แหะ (อันนั้นต้องเก็บไว้ทำตอนรวยก่อน)

ว่าแต่ถ้าอยู่ๆ มีคนใจดีบอกว่าจะช่วยลงทุนให้ทำอะไรก็ได้ 20 ล้านบาทแถมให้ที่ตั้งสำนักงาน
ใจกลางกรุงเทพ… จะสามารถทำอะไรได้มั่งน้อ?

จากคุณ : ไร้นาม – [27 เม.ย. 2547 00:27:22]

—-

ความคิดเห็นที่ 11

ที่ทำงานเกี่ยวกับวางนโยบาย วางแผน ก็เห็นอาจารย์หลายๆท่านทำกันอยู่นะครับ แล้วช่วงรัฐบาลนี้ผมว่าค่อนข้างจะเริ่มมีการระดมความคิดจากนักวิชาการเยอะขึ้น (แม้บางทีจะออกมาโต้กันบ้างก็เถอะนะ)

กลับมาก็ลองเป็นอาจารย์สิครับ พอทำงานไปสักพักผมว่าก็คงเห็นช่องทางช่วยชาติในวงกว้างเองหล่ะ ผมก็เห็นด้วยกับความเห็นข้างบนเรื่อง การรู้จักคนเพื่อสร้างเครือข่ายนะ หากเราเข้ามาทำงานในสายงานที่เป็นสายที่เราคิดว่าน่าจะช่วยประเทศได้เยอะ แล้วพอเราได้รู้จักคนในสายงานนั้น แสดงความสามารถและวิสัยทัศน์จนเป็นที่น่าเชื่อถือได้ ผมว่าสักพักโอกาสก็จะมาถึงเองนั่นแหละ

หรือไม่ก็ลองไปโตทางสายธุรกิจดูก็ได้ โตแบบด้านการใช้เทคโลยีด้านการจัดการนั่นแหล่ะ พอรู้จักคนเยอะๆ แสดงความสามารถให้สังคมเห็นได้บ่อยๆ ผมว่าก็มีสิทธิในการถูกทาบทามมาให้ช่วยชาติได้เหมือนกันมั๊ง ช่วงนี้ยังเห็นคนจากสายธุรกิจมาทางการเมืองตั้งหลายคน

<snip>

จากคุณ : tgih – [27 เม.ย. 2547 13:18:19]

—-

ความคิดเห็นที่ 13

ฉัน ว่า คุณ ไม่เหมาะ จะ ไป ทางด้าน อื่น แล้ว นะ, คุณ bact’.

#9, ถ้า ให้ พูด ตรง ๆ ก็, เมืองไทย ไม่ ต้องการ คุณ แล้ว นะ :b
คือ ไม่ ต้องการ แรงงาน แบบ คุณ หนะ ครับ. มี ความรู้ มากเกิน, เงินเดือน แพง. เมืองไทย ไม่มี ศักยภาพ ใน การ ดึง เอา ความ สามารถ ของ คุณ มา ใช้ ประโยชน์ ได้ เต็ม ที่.

จากคุณ : อานนท์ – [27 เม.ย. 2547 22:53:50]

—-

ความคิดเห็นที่ 14

ถูกน้องนนท์แซวเลย (^^’)

อืม… แต่จริงๆ อ่านแล้วก็สะท้อนใจนะ เพราะจริงๆเมืองไทยเรามีการจ้างฝ่ายบริหารจากบริษัทต่างชาติ
มาทำงาน (e.g. เป็นที่ปรึกษา) พอควร เพราะมีคุณวุฒิสูงและความรู้ดี เช่นมีเพื่อนฝรั่งที่เคมบริดจ์กลับ
ไปทำอะไรๆ ที่เมืองไทยก็จะได้รับการเคารพในความรู้ (คนที่รู้จักยังเก่งสู้เด็กไทยบางคนไม่ได้ด้วยซ้ำ)
แต่พอเป็นเด็กไทยกลับไป ก็จะถูก treat ต่างไปอีกแบบ (คล้ายๆ กับให้เกิยรติฝรั่งซะมากกว่า)

เชื่อว่างานที่ประเทศเราที่ท้าทายความสามารถน่าจะมีค่ะ (แต่น้อย) แต่ถ้าช่วยๆ กันกลับไปทำให้มันดีขึ้น
ก็น่าจะเปลี่ยนให้ประเทศเรามีตลาดงานสำหรับเด็กจบสูงขึ้นมาได้ (คงต้องพึ่งนโยบายรัฐด้วย)

คุยกะน้อง bact’ ต่อ เศรษฐศาสตร์ และ รัฐศาสตร์เป็นวิชาที่น่าสนใจแต่เป็นคนละทางกันค่ะ
มีรุ่นน้องคนนึงจบรัฐศาสตร์จุฬามาเรียนต่อคอมพ์ที่เคมบริดจ์ เมื่อหลายปีก่อนเค้าบอกว่า ระบบการคิด
ของสองสายนี้เป็นคนละแบบกันเลย… การเรียนหลายทางอาจทำให้รอบรู้ขึ้น หรือไม่ก็อาจกลายเป็นการรู้แบบเป็ด
คือลอยบนผิวน้ำตื้นๆ แต่ไม่ได้ลงลึก เพราะไม่มีเวลาศึกษาพอ หรืออาจเกิดความขัดทางความคิดกันในตัวอยู่

แต่ก็มีเหมือนกันที่เจอ พหูสูตร คือรอบรู้หลายด้านและก็ลึก แต่ส่วนใหญ่เค้าจะไม่ได้เรียนหลายสาย
แต่ไขว่คว้าหาตำหรับตำรามาอ่านเองเสียมากกว่าค่ะ (learn by heart!)

จากคุณ : ไร้นาม – [27 เม.ย. 2547 23:36:45]

—-

หมายเหตุ:

โพสต์มาก่อนหน้านี้ ที่ pantip.com ห้องคอมซายน์
เมื่อ 2004.04.25

พี่ไร้นาม ในกระทู้ ตอนนี้ทำงานเป็นนักวิจัยอยู่ที่เคมบริดจ์ ทำพวกชิปอะไรซักอย่าง
เคยเจอตัวเป็นๆ ทีนึง แต่เคยเห็นกันมานานพอควรทางเนต