เลือกคนที่เอาออกได้ เลือกกฎหมายที่แก้ไขได้

ดี ดีกับใคร ดีที่ไหน ดีเมื่อไร เมื่อสิ่งต่าง ๆ มันเปลี่ยนแปลงได้ เราจะไปยึดอะไรตายตัว ก็เลือกคนที่เราเอาออกได้(หรือมีวาระหมดอายุ) เลือกกฎหมายที่เราแก้ไขได้ กฎหมายที่ยุติธรรมวันนี้ อีกสิบปีข้างหน้ามันอาจจะไม่ยุติธรรมแล้ว เราก็ปรับไป ขอให้มันมีช่องเปิดไว้


“อยากให้ สรุปชัดเจนว่า ระบบการเมืองที่ประชาชนเข้มแข็งอย่างที่อยู่ในจินตนาการของคณะกรรมการปฏิรูป แน่นอนเป็นสิ่งที่เราต้องการ แต่ในทางปฏิบัติเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากมากจนแทบจะเป็นการหลอกตัวเองว่า ประชาชนจะลุกขึ้นมาทำหน้าที่ต่างๆ ในระบบการเมืองด้วยตัวเอง ปรากฏการณ์ในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลกคือ การสร้างระบบตัวแทนที่ทำหน้าที่ดูแล เชื่อมโยงและตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

นั่นก็คือทำให้ระบบพรรคการเมืองเข้มแข็ง ไม่ใช่อ่อนแอ สื่อแขนงต่างๆ จะเป็นตัวกลางที่สำคัญมากในการสื่อสารระหว่างพรรคและประชาชน ขณะเดียวกันต้องสร้างระบบตรวจสอบพรรคและนักการเมืองที่เข้มข้นไปพร้อมกัน มาตรวัดความเข้มแข็งของประชาชนที่ดีที่สุดคือ ผ่านการเลือกตั้งอย่างสม่ำเสมอและการมีพรรคการเมืองที่เชื่อมโยงกับประชาชน ตรวจสอบได้ และไม่พอใจเอาออกได้ ไม่ใช่การมีสมัชชาประชาชนจำนวนมากที่สังคมตรวจสอบไม่ได้ ในที่สุดก็จะกลายเป็นองค์กรขุนนางชาวบ้านที่ผลาญงบประมาณจำนวนมาก และอ้างว่าวาระของตนเองคือวาระของประชาชน”

— สิริพรรณ นกสวน สวัสดี, คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

บทสัมภาษณ์ สิริพรรณ นกสวน สวัสดี ใน ThaiReform.in.th [ผ่าน มติชนออนไลน์]

Thailand’s Political Reform++

โจทย์ปฏิรูปการเมือง — การเมืองไทยยังไม่บรรลุโจทย์เดิม

วันที่ 29 พ.ย. 2549 ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเสวนาปฏิรูปการเมืองครั้งที่ 1 เรื่อง “โจทย์ปฏิรูปการเมือง 2550”
มีผู้ร่วมเสวนาได้แก่ รศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย, ศ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์, ผศ.ดร.อภิชาต สถิตนิรามัย, ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์, รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์, ผศ.สิริพรรณ นกสวน, ดำเนินรายการโดย อ.ปกป้อง จันวิทย์ (ตามกำหนดการเดิม ระบุชื่อ นายพิภพ ธงไชย และนายสุริยะใส กตะศิลา แต่ทั้งสองได้ปฏิเสธที่จะร่วมอย่างกะทันหัน)

เพื่อให้ได้อรรถรสจากงานนี้เต็มที่ ประชาไท ขอสรุปประเด็นเพียงสั้นๆ พร้อมทั้งเปิดคลิปเสียงให้ฟังประกอบแบบเต็ม ๆ ดังนั้น การสรุปย่อนี้ จึงเป็นการสรุปประเด็นสั้นๆ ที่เรียงตามลำดับเวลา


รศ.ดร.นครินทร์ : ประเทศไทยมีภาครัฐที่มีองค์กรที่มีบุคลาการจำนวนเกิน 3 สนคนอยู่หลายหน่วยงาน เช่น ตำรวจ ข้าราชการครู เกษตร ฯลฯ (แตกต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่องค์กรหนึ่ง ๆ มีบุคลาการไม่เกินห้าหมื่นคน)
แล้วเราก็ปล่อยให้องค์กรในรัฐ มีขนาดใหญ่ ซับซ้อน รวมศูนย์ เทอะทะ ไม่มีประสิทธิภาพ

เรื่องใหญ่อีกเรื่อง คือ ทัศนคติของคน รัฐธรรมนูญปี 2540 ให้รัฐทำงานเยอะมาก หลาย ๆ กรณี คาดหวังจากรัฐ แล้วจะเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร?

รศ.ดร.สุวินัย : เดิมการเมืองไทยเป็นการเมืองเชิงสถานที่ จากนี้จะเปลี่ยนไปสู่การเมืองเชิงพื้นที่ โดยกล่าวเชื่อมโยงกับเรื่อง ‘ระดับจิต’ ของคนที่แตกต่างกันแม้จะอยู่ในสถานที่เดียวกัน แต่ก็อาจจะอยู่ในพื้นที่ทางการเมืองที่แตกต่างกันได้

การเมืองแห่งการเล่าเรื่อง เป็นวิถีหลักแห่งการสร้างความรู้สึกร่วมและสร้างวาทกรรม มันสร้างขุมพลังที่เรียกว่า “พวกเรา” ที่รวมตัวกันเป็นพันธมิตรได้ก็ด้วยการเล่าเรื่อง หากไม่เชื่อ พลังก็ไม่เกิด

มีอีกเยอะแยะเลย ประเด็นน่าสนใจ พร้อมลิงก์ไปยังบทความ/บทสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อความเข้าใจ

tags:
|
|

Beyond Thaksin

“ ทักษิณไม่ใช่ปัญหาประการเดียวของแผ่นดิน แต่มีอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่าทักษิณ ”

‘ประชาไท’ สัมภาษณ์ รศ.ดร. เกษียร เตชะพีระ :
“ความอิจฉาเป็นบ่อเกิดแห่งความเสมอภาค” (mirror: กรุงเทพธุรกิจ)