Open Document Standard, e-Government, and Universal Information Access

ต่อเรื่อง open document standard มาตรฐานเอกสารแบบเปิด ที่ใน duocore ตอนที่ 66 ลืมพูด/เวลาไม่พอเลยข้ามไป

open standard นี่ ทั้งตัว format และ protocol ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องเลยนะ


มาตรฐานเอกสารแบบเปิด กับระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government)

เช่นเรื่อง backoffice ระบบบริหารจัดการข้อมูลของระบบราชการ หน่วยงานรัฐ ที่ต้องประมวลผลเอกสารมาก ๆ ทั้งภายในหน่วยงานเอง ระหว่างหน่วยงานรัฐ และกับภาคเอกชน ประชาชน

ถ้าไม่ใช่ฟอร์แมตเปิด การสร้างซอฟต์แวร์ระบบที่จะอ่าน/เขียนเอกสารเหล่านั้นได้อย่างอัตโนมัติ ก็ลำบาก (ต้อง reverse engineering แกะสเปกกันวุ่นวาย) แถมยังไม่สามารถมั่นใจเต็ม 100% ได้ว่าจะอ่าน/เขียนได้ตรงเป๊ะ ซึ่งก็อาจทำให้ข้อมูลบางอย่างตกหล่นสูญหายได้ ยิ่งคิดว่าในกระบวนการทำงานจะต้องมีการส่งเอกสารกันหลายทอด อ่าน/เขียนกันหลายรอบ ก็เป็นไปได้ที่การสูญหายดังกล่าวจะสะสมเยอะขึ้นได้ด้วย


มาตรฐานเอกสารแบบเปิด กับการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารถ้วนหน้า (universal information access)

นอกจากนี้ กรณีที่สเปกรูปแบบเอกสารที่มันปิด ไม่ได้เป็นมาตรฐานเปิด
ก็ทำให้มีโอกาสอยู่มาก ที่จำนวนโปรแกรมที่จะมาอ่าน/เขียนเอกสารเหล่านั้นได้ มันจะมีอยู่อย่างจำกัด
และโดยมากก็มักจะเป็นโปรแกรมของผู้กำหนดสเปกเท่านั้น ที่จะอ่าน/เขียนได้สมบูรณ์
ก็เท่ากับว่า มี “การผูกขาดโปรแกรมในการอ่าน/เขียน” อยู่กลาย ๆ

เช่น กรณีที่หน่วยงานราชการเผยแพร่เอกสารในรูปแบบ .doc (หรือ .xls, .ppt) อย่างเดียว (พูดถึงกรณีเมื่อก่อน ที่ยังไม่ได้เปิดสเปก) เท่ากับบังคับให้ประชาชนต้องมี Windows หรือ Mac OS X เป็นอย่างน้อย เพื่อที่จะใช้โปรแกรม Word Viewer, Excel Viewer เพื่อจะดูเอกสารดังกล่าวได้ (แบบเต็ม 100% ไม่ต้องกลัวว่าจะมีข้อมูลอะไรสำคัญหายหรือเพี้ยนไป) ซึ่งซอฟต์แวร์ดังกล่าวเป็นซอฟต์แวร์ที่ต้องซื้อ — หรือกรณีถ้าต้องกรอกแบบฟอร์มส่งหน่วยงานรัฐ เช่น ยื่นภาษี แบบประกันสังคม ก็จำเป็นต้องซื้อ Office อีกชุดหนึ่งด้วย (เพื่อให้แก้ไขได้) — ซึ่งตรงนี้ก็อาจจะขัดกับหลักเรื่อง “การไม่เลือกปฏิบัติ ด้วยฐานะทางเศรษฐกิจ” (?)

ยกตัวอย่าง ประเทศนอร์เวย์ ที่ กระทรวงปฏิรูปการบริหารราชการ ของเขา ประกาศให้หน่วยงานรัฐต้องเผยแพร่ เอกสารในรูปแบบ open standard คือ HTML, PDF กับ OpenDocument (จะมีแบบ non-open ด้วยก็ได้ แต่ต้องมีแบบ open เสมอ)
ดูข่าว: Norway mandates government use of ODF

สหภาพยุโรปและหลายมลรัฐในสหรัฐอเมริกา ก็กำลังจะประกาศระเบียบทำนองนี้เช่นกัน


มาตรฐานเอกสารแบบเปิด กับการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารถ้วนหน้า กรณีของประเทศไทย

สำหรับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ประเทศไทยมี “พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.๒๕๔๐” ให้หน่วยงานรัฐเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ ให้แก่ประชาชน — โดยยึดหลักนโยบาย “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”

กรณีเผยแพร่ข้อมูลในรูปแบบเอกสารอิเลกทรอนิกส์ที่ใช้ ฟอร์แมตที่ไม่ใช่ มาตรฐานเปิด ก็จะทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ ซึ่งอาจผิดรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 30 (ดูรธน.และพรบ.ดังกล่าวข้างล่าง)

หน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้ของไทยคือ สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (สขร.)


รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐

มาตรา ๓๐

บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน

ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน

การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่อง ถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจ หรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำมิได้

มาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริม ให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพ ได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสาม


พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

หมวด ๑ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ๗

หน่วยงานของรัฐต้องส่งข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา
(๑) โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน
(๒) สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินงาน
(๓) สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ
(๔) กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผน นโยบาย หรือการตีความ ทั้งนี้ เฉพาะที่จัดให้มีขึ้น โดยมีสภาพอย่างกฎ เพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวข้อง
(๕) ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

ข้อมูลข่าวสารใดที่ได้มีการจัดพิมพ์เพื่อให้แพร่หลายตามจำนวนพอสมควรแล้ว ถ้ามีการลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาโดยอ้างอิง ถึงสิ่งพิมพ์นั้นก็ให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามบทบัญญัติวรรคหนึ่งแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐรวบรวมและจัดให้มีข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง ไว้เผยแพร่เพื่อขายหรือจำหน่ายจ่ายแจก ณ ที่ทำการ ของหน่วยงานของรัฐแห่งนั้นตามที่เห็นสมควร

มาตรา ๙

ภายใต้บังคับมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ ไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด
(๑) ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน รวมทั้งความเห็นแย้งและคำสั่งที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาวินิจฉัย ดังกล่าว
(๒) นโยบายหรือการตีความที่ไม่เข้าข่ายต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา ๗ (๔)
(๓) แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่กำลังดำเนินการ
(๔) คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีผลกระทบถึงสิทธิหน้าที่ของเอกชน
(๕) สิ่งพิมพ์ที่ได้มีการอ้างอิงถึงตามมาตรา ๗ วรรคสอง
(๖) สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอนหรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ
(๗) มติคณะรัฐมนตรี หรือมติคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกฎหมาย หรือโดยมติคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ให้ระบุรายชื่อรายงาน ทางวิชาการ รายงาน ข้อเท็จจริง หรือข้อมูลข่าวสารที่นำมาใช้ในการพิจารณาไว้ด้วย
(๘) ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

ข้อมูลข่าวสารที่จัดให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามวรรคหนึ่ง ถ้ามีส่วนที่ต้องห้ามมิให้เปิดเผยตามมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๕ อยู่ด้วย ให้ลบหรือตัดทอนหรือทำโดยประการอื่นใดที่ไม่เป็นการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ส่วนนั้น บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม ย่อมมีสิทธิเข้าตรวจดู ขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่งได้

ในกรณีที่สมควรหน่วยงานของรัฐโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ จะวางหลักเกณฑ์เรียกค่าธรรมเนียม ในการนั้นก็ได้ ในการนี้ให้คำนึงถึงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยประกอบด้วย ทั้งนี้ เว้นแต่จะมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น คนต่างด้าวจะมีสิทธิตามมาตรานี้เพียงใดให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง


Towards universal information access…

เรื่องของ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารถ้วนหน้า (universal information access) นี่ มีหลายประเด็น
นอกเหนือจากเรื่องมาตรฐานเปิด เช่น ยังมีเรื่องของ ความสามารถในการเข้าถึง (accessibility) หรือพูดง่าย ๆ ว่า ความสะดวกในการใช้งาน ด้วย — ถ้าบนเว็บก็คือ web accessibility เช่น ตัวอักษรเล็กไปมั๊ย สีอ่านยากมั๊ย เพราะบางคนมีปัญหาทางสายตา หรือ เมนูใช้ลำบากเกินไปรึเปล่า เพราะบางคนมีความบกพร่องทางร่างกายทำให้คลิกเมาส์เร็ว ๆ ไม่ได้
หรือว่าข้อมูลนั้นค้นหาเจอได้ง่ายรึเปล่า ฯลฯ อะไรพวกนี้ ก็จะเกี่ยวกับเรื่องการออกแบบสารสนเทศและการใช้งาน (information design/interaction design) อยู่ด้วย — คืออันนี้ไม่ได้พูดถึงว่าต้องง่ายสุด ๆ นะ แต่อย่างน้อยต้องยากไม่เกินระดับที่จะทำให้เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร

ซึ่งบางประเทศ บางเมืองในสหรัฐอเมริกา เช่น นิวยอร์ก ได้ประกาศกฎหมายบังคับให้เว็บของหน่วยงานรัฐทุกแห่ง ต้องสอบผ่านมาตรฐานเรื่อง web accessibility นี้แล้ว

ดูเรื่องนี้ต่อได้ที่ Wikipedia
และ W3C

สำหรับนอกเว็บ แต่ยังเกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารแบบดิจิทัลอยู่ ก็เช่น พวก kiosk ตู้บริการข่าวสารตามถนน ตามท่ารถ สถานที่ราชการ บริการสาธารณะ พวกนี้ก็ต้องออกแบบมาให้ทุก ๆ คนใช้ได้ด้วย เช่น ผู้มีปัญหาด้านประสาทสัมผัส หูไม่ค่อยดี ตาฝ้าฟาง ก็ต้องใช้ได้ หรือมีความบกพร่องทางกายภาพ นั่งรถเข็น หรือมือพิการ ก็ต้องใช้ได้

อย่าง ตู้บริการข่าวสาร ที่มีแป้นเหยียบให้ใช้เท้าเลือกเมนูได้ แทนการใช้มือกดหน้าจอสัมผัส หรือ ปุ่มขอความช่วยเหลือจากพนักงานเดินรถที่สถานีรถไฟ ที่ต้องมีปุ่มที่ต่ำกว่าระดับปกติด้วย เพื่อให้คนที่นั่งรถเข็นกดได้สะดวก และไมค์และลำโพงก็ต้องมีอีกชุดที่อยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกับปุ่มอีกปุ่มที่ว่าด้วย

เหล่านี้คือสิ่งที่จะช่วยให้ พลเมืองทุกคน สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้อย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น

technorati tags:
,
,

OOXML Advertorial — NoOOXML

OOXML ทำเนียน

วันนี้เจอโฆษณา “Open XML” ใน ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 30 ส.ค. – 1 ก.ย. 2550 หน้า 34 (เซคชั่น “ตลาด-ตลาดภูมิภาค”)

หน้าตาทำเหมือนเป็นบทความ ขึ้นหัวใหญ่ว่า

“ธุรกิจไทย คนไทย มีทางเลือกหรือไม่ในเวทีระดับโลก
ประเทศไทยควรโหวตรับมาตรฐานการจัดเก็บเอกสารใหม่หรือไม่…”

ในนั้นมียกคำพูดจากบุคคลในวงการไอทีต่าง ๆ
เช่นจาก คุณฟูเกียรติ จุลนวล ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และแพลตฟอร์ม บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด
คุณสมเกียรติ อึ้งอารี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีเนียร์ คอม จำกัด นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI)
คุณสุวิภา วรรณสาธพ ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค)

ตรงกลาง ๆ “บทความ” ตอนหนึ่งเขียนว่า

“ที่สำคัญ การโหวตครั้งนี้เป็นการทำให้ภาษาไทยได้เข้าไปเป็นหนึ่งในมาตรฐานโลก ซึ่งหากต่อไปจะมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นอะไรขึ้นมาแล้ว ภาษาไทยก็จะเป็นหนึ่งภาษาที่ถูกนำไปพิจารณาด้วย แม้ว่าจะมีผู้ใช้เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น”

… จริงหรือไม่ครับ ?
(แต่เป็นการใช้ภาษาที่ดูดีทีเดียว เขียนแบบให้ความหวังมากในที่แรก จะมีภาษาไทยแน่ ๆ … แต่ในตอนสุดท้ายก็ทิ้งระยะความรับผิดชอบแบบนิ่ม ๆ .. จะถูกนำไปพิจารณาเท่านั้นแหละนะ ไม่ได้สัญญาอะไรมากกว่านี้)

อีกตอนหนึ่งเขียนว่า

“วันนี้เรากำลังมีทางเลือกในการที่จะมีอีกมาตรฐานที่ช่วยในการจัดเก็บเอกสารไว้ใช้งาน ประเทศไทยอาจจะไม่จำเป็นต้องรับรองให้ Open XML เป็นมาตรฐาน ISO ก็ได้ แต่ถามว่า วันนี้เรามีมาตรฐานที่เหมาะสมที่ช่วยในการจัดกับเอกสารที่เรามีใช้งานอยู่แล้วในองค์กร รวมถึงมาตรฐานที่ช่วยให้เอกสารของเราสามารถทำงานร่วมกับระบบงานต่าง ๆ ที่มีใช้งานอยู่แล้วในองค์กร”

อ่านโดยรวมทั้งหมดแล้ว จะเน้นกลุ่มองค์กรที่ใช้งานไมโครซอฟท์ออฟฟิศอยู่แล้ว และสร้างความไม่แน่ใจเกิดขึ้นว่า ถ้า Open XML ไม่ได้เป็นมาตรฐาน ISO แล้วเอกสารทั้งหมดของพวกเขา จะทำงานกับระบบอื่น ๆ ในโลกไม่ได้

ก็ติดตามตรวจสอบกันไปครับ ใครพูดจริงเท็จ พูดครึ่งเดียว พูดบิดเบือน …

แล้ว สมอ. ของไทย จะเชื่อใคร โหวตให้ใคร เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ของใคร … ก็ดูกันไป

พวกเราจะไปมีส่วนร่วมอะไรได้ไหม ??


ลองอ่าน รวมความเห็น OOXML จากหลายฝ่าย ที่ Blognone

ถ้าใครพิจารณาแล้ว ไม่สนับสนุนการมีอีกมาตรฐาน (ตอนนี้ ISO มีมาตรฐานการจัดเก็บเอกสารอยู่แล้ว ชื่อว่า OpenDocument)
ก็ไปลงชื่อคัดค้านกัน ที่ No OOXML (ในนั้นมีเหตุผลให้อ่านเป็นข้อ ๆ เลย ลองอ่านดู)


(เลือกรูปอื่น ๆ ไปแปะเว็บ ได้จาก NoOOXML Banners)

technorati tags:
,
,
,

ODF Toolkit Project

OpenOffice.org ประกาศเปิดตัวโครงการใหม่ ODF Toolkit ตั้งเป้าสร้าง “ชิ้นส่วน” สำหรับใช้งานเอกสาร OpenDocument (ODF) เพื่อให้โครงการซอฟต์แวร์อื่นนำไปใช้งานได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องใช้ชุดซอฟต์แวร์ OpenOffice.org

ต่อจากนี้ ใครจะเขียนโปรแกรมให้เปิด/บันทึกเอกสารแบบ ODF ก็หยิบเอาเจ้าชิ้นส่วนนี้ไปใช้ได้เลย ไม่ต้องสร้างเองหมด หรือถ้าใครปรับปรุงอะไรใหม่ ๆ ดี ๆ ได้ ก็เอาไปใส่ไว้ คนอื่น ๆ ที่ใช้ตัวชิ้นส่วนนี้ ก็จะได้รับประโยชน์ด้วยร่วมกัน — พลังของการแบ่งปัน

technorati tags: , ,

OpenOffice.org 2.0 Is Here

OpenOffice.org 2.0 เป็นชุดโปรแกรมสำนักงานโอเพนซอร์ส แจกจ่ายให้ใช้งานได้ฟรี และสามารถร่วมพัฒนาได้

OpenOffice.org 2.0 รองรับมาตรฐาน OASIS OpenDocument

สำหรับการใช้งานภาษาไทย น่าจะสมบูรณ์ขึ้นในรุ่น 2.0.1 หรือ 2.0.2

ดาวน์โหลดกันได้แล้ว

Our Digital Alphabets

“If computer programs are pens, then think of file formats as alphabets. There is nothing wrong in selling overpriced pens, as long as cheap models also exist. But the whole thing is contingent on everybody using the same alphabet, without needing to pay fees or learn special secrets. OpenDocument is the digital version of our alphabets.

Everybody’s Guide to OpenDocument

OpenOffice.org and OpenDocument in Thailand

บล็อกของ Erwin Tenhumberg พูดถึงข่าวในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์:

“To counter the compatability issue, Sipa, Nectec and Sun Microsystems Thailand are now working to make OpenOffice 2.0 _ an open source office suite _ a standard program. In the past, there have been various office software suites, including Pladao, OfficeTLE and OpenOffice, which according to Mr Clark can create confusion. Sipa, Nectec and Sun Microsystems are now merging some parts of Pladao and OfficeTLE into OpenOffice 2.0.”

สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า), เนคเทค และ ซัน ไทยแลนด์ จะร่วมกันทำงาน เพื่อให้ OpenOffice.org 2.0 เป็นโปรแกรมมาตรฐาน (น่าจะหมายถึงมีแค่ตัวเดียว)
โดยในขณะนี้ ทั้งสามองค์กรกำลังย้ายรวมความสามารถบางส่วน จาก ปลาดาว ออฟฟิศ และ ออฟฟิิศทะเล เข้าไปใน OpenOffice.org 2.0

ข่าวว่าต่อไปว่า

Meanwhile, Sipa and the Open Source Committee will propose that the government standardise on the .odt (open document text) file format for office software. The present .sxw document format would be replaced by .odt, which is claimed as the first real standard in this area.

“If .odt can be successfully recognised by the government, it would mark a significant turning point for the open source movement in Thailand,” according to Mr Clark.

ซิป้าและคณะกรรมการโอเพนซอร์ส จะเสนอให้รัฐบาลประกาศใช้ OpenDocument เป็นมาตรฐานสำหรับเก็บข้อมูลของโปรแกรมสำนักงาน (office software)
โดยนายเจมส์ คล้าก กล่าวว่า นี่จะเป็นก้าวสำคัญของโอเพนซอร์สในประเทศไทย

เย้ 🙂

tags: , ,

Office Documents Workaround

สำหรับใครที่ไม่มีชุดโปรแกรม Microsoft Office แต่มีความจำเป็นต้องเปิดดูเอกสารจากโปรแกรมพวกนั้น (เอกสาร Word, สไลด์ PowerPoint, ตาราง Excel)
ลองโปรแกรมพวกนี้ดูได้ ฟรี

  • Antiword อ่านไฟล์ Word ได้ ใช้ได้กับหลายระบบปฏิบัติการ (Windows, Linux, Mac OS, DOS, FreeBSD, etc.)
  • Word Viewer 2003 สำหรับ Windows
  • PowerPoint Viewer 2003 สำหรับ Windows
  • Excel Viewer 2003 สำหรับ Windows
  • OpenOffice.org อันนี้เปิดได้ทั้งไฟล์จาก Word, PowerPoint, Excel แต่อาจจะไม่เหมือนต้นฉบับ 100% แต่ดีตรงที่แก้ไขได้ ใช้ได้กับ Windows, Linux, Solaris, Mac OS X

หมายเหตุ:
หลังจากอ่านได้แล้ว ให้บอกคนส่งมาด้วยว่า ทีหลังอย่าส่งไฟล์ Word มาอีก
ไฟล์ PowerPoint ก็ด้วย อย่าส่งมา
ให้ส่งเป็น ไฟล์ข้อความธรรมดาๆ (plain text), HTML, หรือ PDF ซะ ขอร้อง นะ

ไฟล์ Excel นี่ไม่รู้ทำไงเหมือนกัน
ไล่้ให้ไปใช้ OpenOffice.org ละกัน ให้ส่งมาแบบ OpenDocument 😛

OpenOffice.org Joins the Call to Action in OASIS

โครงการโอเพนออฟฟิศ.อ็อก ไม่เห็นด้วยกับนโยบายเรื่องสิทธิบัตรขององค์กร OASIS

A message from Louis Suarez-Potts <louis at openoffice dot org> to OpenOffice.org community and Lawrence Rosen.

All,

OpenOffice.org joins with the other signatories to protest the patent policy adopted by OASIS, the Organization for the Advancement of Structured Information Standards, the international consortium responsible for e-business standards.

The call to action, issued by noted open-source advocate and lawyer Lawrence Rosen and signed by so far every key open source luminary, protests the adoption by OASIS of a patent policy that permits, in Rosen’s words, “standards to be based upon so-called ‘reasonable and non-discriminatory’ patent license terms–terms which invariably and unreasonably discriminate against open source and free software to the point of prohibiting them entirely. It would lead to the adoption of standards that cannot be implemented in open source and free software, that cannot be distributed under our licenses.” [1]

We agree that, again in Rosen’s words, “The OASIS patent policy will encourage large patent holders to negotiate private arrangements among themselves, locking out all free software and open source developers.”

How does this patent policy affect OpenOffice.org? As an open-source project, we are implicitly affected. But our file format, OpenDocument, is not, though it is standardized by a committee associated with OASIS. As David Wheeler has pointed out, the relevant “committee ground rules specifically require a royalty-free license, avoiding this issue entirely. This is clearly stated in their IPR statement at: < http://www.oasis-open.org/committees/office/ipr.php > To emphasize the point, “OpenDocument is NOT affected” by this patent issue. [2]

Signed,

The OpenOffice.org Community Council
OpenOffice.org

[1] < http://www.crynwr.com/cgi-bin/ezmlm-cgi?3:mss:9543:eipghffcblnbhjiggalm >

[2] < http://www.crynwr.com/cgi-bin/ezmlm-cgi?3:mss:9544:flekopolmmghboadgcid >

tags: , ,

Vote YES for OpenDocument

open source เปิดรหัสโปรแกรมว่าทำงานอย่างไรอย่างเดียวไม่พอ ต้องเปิดเผยด้วยว่าเก็บข้อมูลอย่างไร

OpenOffice.org 1.0 format –> Open Office XML –> OpenDocument format

OpenOffice.org 1.0 format นั้นเป็นรูปแบบการจัดเก็บ ที่โปรแกรม OpenOffice.org รุ่น 1.x ทั้งหลายใช้ รวมไปถึง ปลาดาวออฟฟิศ ออฟฟิศทะเล และ StarOffice ด้วย

ต่อมา ทาง Sun Microsystems ก็ได้เสนอรูปแบบนี้ไปยัง OASIS เพื่อพัฒนาเป็นมาตรฐาน โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัทและองค์กรอื่นๆ ในอุตสาหกรรม และเปลี่ยนชื่อเป็น Open Office XML

และเมื่อเร็วๆ นี้ รูปแบบนี้ก็ได้ถูกเสนอต่อไปยัง ISO เพื่อพิจารณาเป็นมาตรฐานสากล และเปลี่ยนชื่อเป็น OpenDocument

OpenDocument เป็นรูปแบบข้อมูลสำหรับการจัดเก็บเอกสารในสำนักงาน โดยมีพื้นฐานอยู่บนมาตรฐานสากลอย่าง XML และมาตรฐานอื่นๆ เช่น SVG, Dublin Core, MathML คือพยายามจะไม่สร้างอะไรใหม่ขึ้นมาถ้าไม่จำเป็น พยายามใช้ของเดิมๆ ให้มากที่สุด

สหภาพยุโรปเป็นเหมือน ‘ลูกค้า’ รายใหญ่ ที่รอดูอยู่ ว่าจะเลือกใช้รูปแบบไหนดี ระหว่าง Office XML ของไมโครซอฟต์ กับ OpenDocument ซึ่งมีผู้ดูแลคือ OASIS และผู้สนับสนุนมากมายอย่าง OpenOffice.org, KOffice, Sun, IBM, HP, Novell, Adobe, Corel และอีกเพียบ

ทั้งสองรูปแบบ ต่างก็พยายามวิ่งเต้นกับคณะกรรมการของสหภาพยุโรปเป็นการใหญ่ เพื่อหวังจะให้รูปแบบของตนเป็นมาตรฐานในงานภาครัฐทั้งหมดของสหภาพยุโรป
โดยทางอียู ก็ได้มีการพิจารณาทั้งสองรูปแบบ และให้ข้อเสนอแนะกับทั้งสองค่าย เพื่อนำไปปรับปรุงรูปแบบของตนต่อไป ก่อนจะมีการพิจารณาใหม่อีกรอบ

โดยทางสหภาพยุโรปนี่ เค้ามีคณะทำงานเรื่องนี้มานานแล้ว ชื่อโครงการก็คือ 1dok โดย 1dok นี่ก็เป็นสมาชิกของ OASIS ด้วย

นอกจากสหภาพยุโรปแล้ว ทางรัฐแมสซาชูเซตต์ในสหรัฐอเมริกา ก็มีท่าทีแข็งขันต่อเรื่องความโปร่งใสของการจัดเก็บเอกสารอิเลกทรอนิกส์ด้วย

ตอนนี้ ฉบับร่าง ของ OpenDocument 1.0 ก็ออกมาให้สาธารณชนดูกันแล้ว รอรับคำแนะนำต่างๆ เพื่อไปปรับปรุง

อ่านๆ มานี่ ไม่ต้องบอกก็พอเดาได้ ว่าผมเชียร์ OpenDocument 😛

ไม่รู้ว่างานนี้ คุณ James Clark ที่ตอนนี้อยู่ SIPA จะช่วยดันเรื่องนี้กับทางภาครัฐของประเทศไทยได้รึเปล่า

รวมทั้งทาง Sun, IBM, HP, Novell ประเทศไทย จะมีพูดถึงเรื่องนี้กันบ้างมั๊ย?

OpenOffice.org 2.0 และ KOffice 1.4 จะใช้ OpenDocument เป็นรูปแบบหลัก/ปริยาย (native/default)