สื่อและขบวนการทางสังคมในมาเลเซีย: กรณีศึกษา หนังสือพิมพ์ Malaysiakini

รายงานจากวิชา ขบวนการทางสังคม เรียนเมื่อปีที่แล้ว

เทอมนั้นเป็นเทอมที่หนักที่สุด เพราะเทอมก่อนหน้านั้นเกรดห่วยจนติดโปร ก็เลยต้องลงทะเบียนเรียนมันซะ 4 วิชาเลย เพื่อดันเกรด แล้วต้องได้ทุกวิชา B+ อะไรแบบนี้ ถึงจะรอด สุดท้ายก็รอด แบบหืด ๆ (หลุดได้ B มาตัวนึง แต่รอดเพราะได้ A มาช่วยอีกตัว) เทอมนั้นเป็นเทอมที่สนุกดี ได้ไปลงสนามเล็ก ๆ น้อย ๆ (จากวิชานี้และอีกวิชาคือ วัฒนธรรมเมือง) ได้พบกับคนที่ต่อสู้มาทั้งชีวิต และบอกว่า เอ็นจีโอแค่สนับสนุนก็พอ ชาวบ้านจะนำเอง (แปลว่า เอ็นจีโออย่าเสือกเยอะ)

เลือกมาเลเชียกีนี เพราะว่ามันน่าสนใจดี ในฐานะที่ตัวมันเองก็เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงในสังคม ที่ต่อเนื่องมาจากขบวนการเคลื่อนไหว Reformasi (ปฏิรูป) คือไม่ต้องมาบอกว่าสื่อต้องเป็นกลาง สื่ออย่าเลือกข้าง มาเลเชียกีนีก็พูดตรงไปตรงมา ว่าเขา เลือกข้าง คืออยู่ข้างคนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ไม่ได้รับความยุติธรรมจากนโยบายของรัฐ แล้วก็ต้องการการเปลี่ยนแปลงการปฏิรูป แน่นอนว่าด้วยการวางตำแหน่งตัวเองแบบนี้ ก็ย่อมจะมีปัญหากับรัฐบาล กับกลุ่มที่จะเสียประโยชน์ แต่คนก็ให้ความเคารพมาเลเชียกีนีที่เขาเลือกจะ ไม่เป็นกลาง แบบนี้ ไม่ต้องมาแอ๊บ

กรณีมาเลเชียกีนี ทำให้เราเห็นว่า สื่อต้องมีพันธกิจ มีฟังก์ชั่น มี contribution อะไรกับสังคม กับสาธารณะ ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าจะมีสื่อไปทำไม และสาธารณะจะให้ สถานะพิเศษ กับสื่อไปทำไม

วิชานี้ได้อ่านงานสนุก ๆ เยอะดี โดยเฉพาะแนว cultural politics

btw ใครสนใจจะสมัคร
ปริญญาโทและปริญญาเอก สังคมวิทยา มานุษยวิทยา ที่ท่าพระจันทร์ เขายังรับสมัครอยู่จนถึง 29 ธันวา นี้นะ

สื่อและขบวนการทางสังคมในมาเลเซีย: กรณีศึกษา หนังสือพิมพ์มาเลเซียกีนี
(ถ้าอ่านแล้วฟอนต์มันโย้ ๆ ไปดาวน์โหลดฟอนต์ TH Sarabun PSK มาติดตั้งก่อนนะครับ)

รายงานวิชา ขบวนการทางสังคม ภาคการศึกษา 1/2552 หลักสูตรสังคมวิทยาและมานุษยวิทยามหาบัณฑิต สาขาวิชามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อาจารย์ผู้สอน: นลินี ตันธุวนิตย์) – 19 ต.ค. 2552 (ปรับปรุงเล็กน้อยเพื่อเผยแพร่ 25 ธ.ค. 2553)

technorati tags: , , , ,

prachatai.com got censored, go prachatai.net instead

อ่านข่าวประชาไทได้ ที่ www.facebook.com/prachatai และที่ prachatai.net

หลังจากเว็บไซต์ประชาไท www.prachatai.com ถูกนายสุเทพสั่งปิดด้วยพ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยเป็นคำสั่งไปที่ผู้ให้บริการที่วางเซิร์ฟเวอร์ของประชาไท ทำให้เข้าเว็บประชาไทไม่ได้
ตอนนี้ทีมงานจึงมารายงานข่าวกันบนเฟซบุ๊ก และย้ายข้อมูลไปไว้ที่ที่อยู่ใหม่แล้ว
ช่วย ๆ กันกระจายข่าวครับ

(ฮูเรให้กับสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร – open source จงเจริญ)

update: ชมสถานการณ์สด ทาง ทีวีไทย http://udd.thaipbs.or.th

technorati tags:
,
,
,
,

ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์: พิทักษ์สิทธิตัว มั่วสิทธิคนอื่น?

เพิ่มเติม: 2009.10.12 – เสียงในอินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับเรื่องนี้ จากพันทิป.คอม และ ทวิตภพ (ล่างสุด)
ไม่ใช่หน้าที่นสพ.

หลังจากสื่อหลักรวมตัวจัดตั้ง ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ กันไป (ข่าว: ประชาไท ไทยโพสต์ ไทยรัฐออนไลน์) เนื่องจากต้องการรวมตัวกันรักษาสิทธิของตัว ในเรื่องการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะจากเว็บท่า (portal site) ทั้งหลาย ที่คัดลอกเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฟรี ๆ แถมตัดราคาโฆษณาแข่งกับเว็บไซต์หนังสือพิมพ์อีก

ผมสนับสนุนการปกป้องสิทธิของตัวเอง ของบรรดาสมาชิกชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ผู้สร้างสรรค์ผลงานควรมีสิทธิในงานของตัว ในส่วนที่เขาได้สร้างสรรค์เพิ่มเติมขึ้นมา

อันที่จริง บล็อกเกอร์ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต่าง ๆ ก็ถูกทั้งเว็บท่าและเว็บไซต์ของสื่อเอง ละเมิดลิขสิทธิ์อยู่เรื่อย ๆ มาโดยตลอดเช่นกัน
(ตัวอย่างเว็บท่า1, ตัวอย่างเว็บท่า2, ตัวอย่างสื่อ1, ตัวอย่างสื่อ2) เพียงแต่ส่วนใหญ่ไม่มีกำลังจะไปเรียกร้องอะไรได้มากนัก โดยไม่กระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวันเขาพวกเขา
นาน ๆ จะมีฮึดอย่าง @iannnn บ้าง (ภาคแรก, สอง, สาม)
แต่ก็เห็นได้ว่า มันเหนื่อย ใช้เวลา และความพยายามมากมายแค่ไหน
ก็เลยยังไม่ได้มีการรวมตัวอะไรเป็นเรื่องเป็นราวนัก เพื่อปกป้องสิทธิของกลุ่มตัวเอง
ผมเลยมองว่า จริง ๆ การตั้ง ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ก็เป็นเรื่องที่ดี ชาวเน็ตจะได้ดูเป็นแบบอย่าง และตระหนักในสิทธิของตัว ลุกขึ้นมาจับมือกัน ช่วยกันปกป้องลิขสิทธิ์ของตัวเองบ้าง

แต่หลังจากประกาศ ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ไม่นาน วันนี้เว็บไซต์สื่อหลักแห่งหนึ่ง ก็ทำซะเอง 🙁 เอารูปถ่ายจำนวน 6 รูป ของสมาชิกเว็บไซต์รถไฟไทยดอทคอม ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ ไปใช้ โดยไม่ได้ขออนุญาต แถมยังตัด (crop) เอาเครดิตในรูปทิ้ง แล้วใส่ลายน้ำชื่อหนังสือพิมพ์ของตัวเองเข้าไปในรูปด้วย ราวกับว่าเขาเป็นเจ้าของสิทธิ์ในรูป

เข้าทำนอง พิทักษ์สิทธิตัว แต่มั่วสิทธิคนอื่นไหม แบบนี้?

การเคลื่อนไหวเรื่องลิขสิทธิ์ของ ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ จะไม่มีน้ำหนักเลย หากยังมีสมาชิกที่ละเมิดลิขสิทธิ์เสียเองแบบนี้อยู่
สมาชิกของชมรมฯ จำเป็นจะต้องดูแลตรวจสอบ กวดขันกันเองให้มาก ไม่ให้มีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นอีก ให้การเคารพทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นนั้นเป็นนโยบายสำคัญขององค์กรสื่อที่เป็นสมาชิก เมื่อกวาดบ้านตัวเองให้สะอาดเรียบร้อย การเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเองก็จะมีน้ำหนัก ไม่มีข้อครหา และได้รับการสนับสนุนจากชาวเน็ตครับ

เอาใจช่วย 🙂

(ต้นข่าวจากทวิตเตอร์ ขอบคุณ @AdmOd)

—-

เพิ่มเติม: 2009.10.12ชาวพันทิป.คอม ก็คุยเรื่องนี้ เริ่มประเด็นโดย หมอแมว (@mor_maew)

เขารำพึง หลังพบ คำตอบมาตรฐาน (ผมอ่านแล้วนึกถึงคำตอบจากบล็อกเกอร์ชื่อดังอีกราย ที่เขียนคู่มือทวิตเตอร์และหนังสือหลายเล่ม คำตอบของเขาต่อกรณี xxx ในตำนาน ก็ประมาณนี้ ให้โทรไปบอก-เงียบ ๆ อย่าเขียนลงเน็ต-กระโตกกระตาก — ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้นะ แล้วมันก็มีที่มาที่ไป ไม่ใช่ไร้เหตุผล เพียงแต่ผมคิดว่า มันขาดเหตุผลของฝ่ายอื่นด้วย):

@mor_maew: คำพูดบางคำอย่าง เลิกเอามือพิมพ์คีย์บอร์ด แล้วโทรมาแจ้ง กับ ใส่เครดิตที่มาที่ไปแน่นอน หากตรวจสอบได้ โอ้วเจ็บ
@mor_maew: สรุปแล้ว จับได้ก็ขอโทษ จับไม่ได้ก็หากินกันไปว่างั้น?
@mor_maew: ไม่ใช่หน้าที่นสพ.ในการตรวจสอบที่มาของภาพที่ลงหน้าหนึ่ง เป็นหน้าที่เจ้าของภาพที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่านั่นคือภาพของตน

เสียงของหมอแมว ก็สะท้อนเสียงในใจของบล็อกเกอร์ธรรมดา ๆ คนนึงอย่างผมเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอขอบคุณ น้ำใจของ @evoflo ด้วย ที่ช่วยรับเป็นธุระ ทั้งที่ไม่ใช่ภาระงานของตัว จะแจ้งเรื่องให้ผู้เกี่ยวข้องภายในได้รับทราบและดำเนินการต่อไป

—-

(ว่าจะ quote ทวีต @AdmOd รู้สึกเหมือน การขโมยทองเขามาใส่ พอเจ้าของมาทวงก็ให้คืนแล้วจบกันเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ผิด [protected tweet/ได้รับอนุญาตแล้ว] มาใส่ในที่เขียนข้างบนด้วย แต่รู้สึก เอ มันหมายถึงเรื่องอะไรหว่า ลายน้ำหนังสือพิมพ์ หรือว่า แหวนทองนายก … เดี๋ยว งง ไม่เอาดีกว่า :p)

technorati tags: ,

me(dia)

มีเพื่อนส่งลิงก์นี้มาให้ดู น่าเสียดาย…เว็บประชาไท (ผู้จัดการออนไลน์) ในนั้นเขาว่า เขา “เปิดโปง” เบื้องหลังคนสนับสนุนประชาไท

ผมก็งง ๆ ข้อมูลทั้งหมด เขาก็มีเผยแพร่ไว้ใน เกี่ยวกับประชาไท ตั้งนานแล้วนี่นา อย่างน้อยก็มากกว่าหนึ่งปีล่ะ ที่ผมเคยกดดู – มันเรียกว่าเปิดโปงตรงไหนนะ

เรื่องรสนากับปลื้ม ผมก็งง ๆ – เอ เขานับ “ส่วนใหญ่” กันยังไงนะ ลองอ่านดูในความเห็นท้ายข่าว มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่านี่นา เรื่องมีคนมา “รุมด่ารสนามากกว่าปลื้ม” (แน่นอนว่ามีคนตั้งคำถามต่อท่าทีกระทบกระเทียบของรสนา ว่าไม่จำเป็นต้องพูดไปถึงวงศ์ตระกูลของปลื้มเขาเลย)

ผมก็คงบอกแทน คิดแทนคนอื่น ๆ ไม่ได้ ก็ลองดูข้อมูลจากหลาย ๆ ที่ละกันครับ

สื่อ/แหล่งข่าว/บล็อก ๆ หนึ่งไม่สามารถมีข้อมูลที่รอบด้านได้ และก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น

แต่สื่อหลาย ๆ ที่ หลาย ๆ มุมมอง รวมกัน ก็สามารถที่จะให้ข้อมูลที่รอบด้านขึ้นได้

นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราจึงต้องรักษาเสรีภาพและความหลากหลายของแหล่งข่าวเอาไว้ ให้สามารถเสนอหลายมุมมอง เสนอหลายแนวคิดที่แตกต่างกันได้

ผมคิดว่าสำหรับสื่อต่าง ๆ ในฐานะสื่อ ๆ หนึ่ง ของแต่ละที่
เขาก็มีสิทธิที่จะให้น้ำหนักและเสนอประเด็นอะไรที่เขาเห็นว่าสำคัญน่าสนใจได้ และเนื่องจากประเด็นที่สำคัญน่าสนใจนี้ อาจมีอยู่มาก เขาก็อาจจะเลือกเสนอประเด็นที่ยังไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูด เพื่อให้ในภาพรวมมันมีความครอบคลุม

เช่น ทีวีแต่ละช่อง เมื่อพิจารณาเฉพาะช่อง อาจจะมีสัดส่วนรายการที่พิกลพิการ อันนั้นข่าวน้อยไป อันนี้บันเทิงน้อยไป อันนี้เน้นกลุ่มผู้ชมวัยนั้นน้อยไป อันนี้เน้นกลุ่มผู้ชมระดับนี้มากไป … แต่เมื่อพิจารณาในภาพรวมแล้ว เราอาจพบว่า สัดส่วนมันอาจจะกลมกล่อมพอดีก็เป็นได้ (ในทางกลับกับ การพยายามบังคับช่องไม่กี่ช่องให้อยู่ในสัดส่วนกลมกล่อมพอดี แต่ไม่สามารถไปปรับช่องอื่น ๆ ได้ ในภาพรวมมันก็อาจจะยังคงบิดเบี้ยวพิกลพิการอยู่ก็เป็นได้) คนเราดูทีวีแค่ช่องเดียวเสียทีไหน

กล่าวคือ ถ้าเขาเห็นว่า ประเด็นอะไรมีสื่อแหล่งอื่นพูดถึงไปแล้ว เขาก็อาจจะเลือกไปเสนอประเด็นอื่น ๆ ที่เขาเห็นว่าสำคัญเช่นกัน-แต่ยังไม่คนพูดถึง

นั่นแปลว่า การไม่ได้เสนอประเด็นอะไร อาจไม่ได้แปลว่าเขาเห็นว่าประเด็นที่เขาไม่เสนอเองนั้นไม่สำคัญ – เขาอาจเห็นว่ามันสำคัญ เพียงแต่คนอื่นเสนอไว้ดีแล้ว ก็เลยไม่รู้จะเปลืองพื้นที่ไปเสนอซ้ำอีกทำไม ถ้าไม่สามารถเสนอแง่มุมมองใหม่ ๆ ได้

“องค์กรนั้น บุคคลนี้ ทำเรื่อง x เรื่อง y เอาไว้มากมาย ทำไมไม่พูดถึง ? ทำไมถึงพูดถึงแต่เรื่อง i เรื่อง j ?”

ก็น่าจะถามต่อไปว่า

“ถ้าพื้นที่สื่อจำนวนหนึ่งได้เสนอเรื่อง x เรื่อง y ไปแล้ว ก็น่าจะเป็นการสมควรไม่ใช่หรือ ที่พื้นที่สื่ออีกจำนวนหนึ่ง จะเสนอเรื่อง i เรื่อง j ด้วย ? ทั้งนี้เพื่อความรอบด้านยิ่งขึ้นของข้อมูลข่าวสารในภาพรวม”

หรือจะมีใครมีชีวิตด้านเดียวบ้าง ?

ในอุดมคติแล้ว เราทั้งหมดสมควรที่จะเสนอทั้ง x, y, i และ j (อาจในน้ำหนักต่างกันไป ตามความลำดับสำคัญที่แต่ละคนเชื่อ)

แต่หากพื้นที่สำหรับ x และ y กำลังล้นทะลัก มองไปทางใดก็มีแต่ข้อมูลด้านนี้

จำเป็นแค่ไหน สิ้นเปลืองเท่าใด ที่จะต้องเสนอ x และ y ซ้ำ ๆ อีก ?

บกพร่องแค่ไหน เสียหายเท่าใด หากไม่ได้เสนอ i และ j ให้สังคมได้รับรู้ด้วย ?

การจะให้น้ำหนักว่าประเด็นอะไรสำคัญนั้น เป็นสิทธิ

ส่วนการจะต้องไม่ปกปิดบิดเบือนข้อเท็จจริงนั้น เป็นหน้าที่

technorati tags: , ,

Innovative Manager (newspaper)

Manager Go

ในบรรดาสื่อหนังสือพิมพ์ไทย ดูเหมือนค่ายผู้จัดการจะเป็นค่ายที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ล้ำหน้าคนอื่นเสมอ

อาจจะเป็นด้วยคุณภาพบุคลากรก็เป็นได้ ถ้าเรามองไปที่วงการหนังสือ/นิตยสาร นิตยสารค่ายผู้จัดการในช่วงที่ผ่านมาก็เป็นแหล่งสร้างคนทำงานหนังสือรุ่นใหม่ฝีมือดีมากมาย

อินเทอร์เน็ตก็เป็นพื้นที่ที่ค่ายผู้จัดการทำได้ดีกว่าค่ายอื่นอย่างเห็นได้ชัด เว็บไซต์ ผู้จัดการออนไลน์ (manager.co.th) นำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่ไม่ใช่แค่ “เอาหนังสือพิมพ์กระดาษมาขึ้นเว็บ” อย่างที่หนังสือพิมพ์ผู้มาก่อนทั้งหลายเคยทำ
แต่ผู้จัดการออนไลน์มีการจัดเนื้อหา/รูปแบบให้เข้ากับลักษณะของอินเทอร์เน็ต มีข่าวที่ทันเหตุการณ์กว่าฉบับกระดาษ (แม้บางครั้งจะไม่ละเอียดนักในตอนแรก แต่ก็ฉับไวกว่า) มีการเปิดพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็นต่อข่าว มีการเชื่อมโยงข่าวที่เกี่ยวข้อง กล่าวโดยรวมก็คือ มีความพยายามที่จะดึงศักยภาพของเทคโนโลยีออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด
ผลก็คือ แม้เรื่องคุณภาพของข่าวในฐานะสื่อมวลชนแล้วอาจจะยังเป็นที่ถกเถียงกันได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ในฐานะเว็บไซต์แล้ว นี่คือเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเว็บหนึ่งของเมืองไทย

ข้อมูลจากทรูฮิตส์ยืนยันเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน จากข้อมูลปี พ.ศ. 2549
เว็บไซต์ ผู้จัดการออนไลน์ เป็นเว็บข่าวยอดนิยมอันดับ 1 ของเมืองไทย และอันดับ 3 ของเว็บทุกประเภท (เป็นรองเพียงเว็บบันเทิง-วาไรตี้อย่าง Sanook.com และ Kapook.com เท่านั้น) มาแล้ว 3 ปีซ้อน (2549, 2548, 2547) โดยมีเดลินิวส์ มติชน และคมชัดลึกเป็นเว็บข่าวที่ตามมาห่าง ๆ และถ้าดูจากสถิติแล้ว จะเห็นว่าผู้จัดการ ไล่จี้อันดับสองเข้าไปใกล้ขึ้นทุกที (ห่าง 53% ในปี 2547, 24% ปี 2548, และเหลือ 11% ในปี 2549) จนไม่แน่ว่าปีนี้หรือปีหน้า อาจจะไปอยู่อันดับสองของประเทศก็ได้

วันนี้เข้าเว็บผู้จัดการเข้าไปสำรวจอีกรอบ เจอบริการใหม่ ชื่อ Manager Go เป็นบริการหนังสือพิมพ์ฉบับย่อ ในรูปแบบอิเลกทรอนิกส์ (PDF) จัดรูปแบบหน้ามาสำหรับพิมพ์ออกทางกระดาษ A4 ได้พอดี – ดาวน์โหลด – ตามที่เค้าโฆษณาไว้ว่า “หนังสือพิมพ์ฉบับก่อนกลับบ้านจากผู้จัดการออนไลน์” – พระเจ้ายอด มันจ๊อดมาก

ระหว่างรถติด รอรถเมล์ หรือบนรถไฟฟ้า คุณสามารถหยิบไอ้เจ้าฉบับย่อนี่ขึ้นมาอ่านได้ทุกที่ — ไม่ต้องโหลด ไม่ต้อง sync ไม่ต้องมีพีดีเอ และไม่มีแบตหมด – ถ้าคุณเป็นวัยทำงาน (กลุ่มเป้าหมายของผู้จัดการ) ที่ทำงานคุณยังไงก็มีเครื่องพิมพ์! – เจ๋งไหม

นอกจากนี้ในฉบับ ยังมีแนะนำที่กินที่เที่ยวสั้น ๆ มีเกม Sudoku ให้เล่น และมีแทรกคูปองร้านค้ามาด้วย ยิ่งจูงใจให้คนพิมพ์ออกมาและพกติดตัว – และเป็นแหล่งที่มาของรายได้โฆษณา – ที่เห็นก็จะเป็นธุรกิจบริการพวก ฟาส์ตฟู้ด หรือเช่าหนัง ซึ่งก็ตรงกับลักษณะการใช้ชีวิตของวัยทำงาน/ในวันทำงาน

นวัตกรรมครับ เจ้าแรกของหนังสือพิมพ์ไทย

ถ้าเทียบกับเว็บไซต์ของ กรุงเทพธุรกิจ ซึ่งเป็นคู่แข่งกันในฉบับกระดาษแล้ว เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจดูจะน่าสงสารเสียเหลือเกิน (สถิติปัจจุบันอยู่อันดับ 94 – ตกลงจากก่อนหน้านี้) ค่ายเนชั่นเองก็รู้ตัว และกำลังพยายามปรับปรุงเว็บไซต์อย่างหนัก รวมถึงพยายามดันบริการเว็บล็อก OKNation เหลือเกิน แต่จะสู้ค่ายผู้จัดการได้มั๊ยเนี่ย ถ้าเขาขยันคิดของใหม่ ๆ แบบนี้ออกมาเรื่อย ๆ สงสัยคนอื่นจะเป็นได้แค่ผู้ตาม

ฮ่ะ ๆ แต่เว็บข่าวประชาไทก็ท่าจะมาแรงนะครับ แม้ตอนนี้จะอยู่แค่อันดับ 122 แต่ก็พุ่งพรวดขึ้นมาจากก่อนหน้านี้ถึง 36 อันดับเชียว (แรงอย่างนี้นี่เอง เขาถึงคอยมาเตือนบ่อย ๆ) เดี๋ยวนี้มีฉบับภาษาอังกฤษแล้วด้วย

แบบนี้พอจะฝากความหวังให้ไปสู้กับนายใหญ่ค่ายผู้จัดการได้มั๊ยเนี่ย ? 😛

technorati tags:
,
,

Prachatai now speaks English

Prachatai now offers news in English, with volunteer-based translation system.

Prachatai en

ประชาไทมีภาษาอังกฤษแล้วนะ
พร้อมระบบอาสาสมัครช่วยแปลข่าว “ภาษา-อาสา” (ซึ่งมี วีร์ เป็นผู้พัฒนาหลัก)

มีข่าวมาว่ารมต.ไอซีทีไม่สบายใจกับเว็บประชาไทเท่าไหร่ อยากจะให้ดูแลเป็นพิเศษ – พวกเราคงต้องช่วยกันดูแลเว็บนี้และรมต.เป็นพิเศษเช่นกัน

technorati tags:

Plagiarism on Thai (major) newspaper

คอลัมนิสต์ “อมร อมรรัตนานนท์” เขียนบทความชื่อ “ฤาจะให้หยุดลมหายใจชั่วคราว หากสังคมไทย ยังเป็นเช่นนี้?”
ในคอลัมน์ ฅ.เลือกข้าง ตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันที่ 4 พฤษภาคม 2550 หน้าที่ 13
โดยลอกข้อความบางส่วนไปจากบทความที่ “คิ้วหนา” เขียนลงในบล็อก “มาบตาพุด…ยิ่งกว่าสำลักมลพิษ (ตอน ๑)” และใช้รูปภาพโดยไม่ได้อ้างอิงที่มาของภาพ

ดูในรูปที่สแกนมาแล้ว หากจะอ้างว่าได้ข้อมูลมาจากที่เดียวกัน อาจจะเขียนเหมือนกันได้ ก็คงพอไหว (เข้าข้างสุด ๆ แล้วนะ) – แต่ตรงที่ขีดเส้นใต้สีแดงนั้น ซึ่งเป็นลักษณะสำนวนคำพูด ดูจะบังเอิญเกินพอดี – -“

อ่านต่อ: เจ้าข้าเอ๊ย…ระวังคนหน้าด้านขโมยบล็อก

สื่อเก่า ขโมย สื่อใหม่ 😛

ไม่รู้ว่าทางคอลัมนิสต์รายนี้ นสพ.ผู้จัดการ และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ จะทำยังไงต่อ

หรือจะทำเฉย ๆ ไม่สนใจ ปล่อยให้เรื่องเงียบไปเอง เหมือนสารพัดเรื่องราวในประเทศแห่งนี้…

มาช่วยกันประจานให้ทั่ว blogosphere ดีไหม? 😛

[ผ่าน SIIT.NET]

technorati tags:
,
,

Internet as a new media

ประชาไท, เสรีภาพสื่อไทย ในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก, 3 พ.ค. 2550

2. จากการที่รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องพยายามให้เสรีภาพในการนำเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นแก่สื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ค่อนข้างมาก กลับปรากฎร่องรอยของความพยายามในการปิดกั้นเสรีภาพในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตที่ถือเป็นสื่อใหม่ที่ตามข้อเท็จจริงแล้วแทบจะไม่สามารถปิดกั้นได้เลย และนับวันจะกลายเป็นทางเลือกใหม่ในการบริโภคข่าวสารของประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ

3. ด้วยเหตุนี้ จึงถือโอกาสเรียกร้องไปยังเพื่อนร่วมวิชาชีพที่ทำงานอยู่ในสื่อกระแสหลัก ให้ยอมรับการเกิดและดำรงอยู่ของสื่อใหม่ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และเข้ามาเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการสื่อสารทางเดียวไปสู่การสื่อสาร 2 ทาง หรือหลายทาง ที่ต่างก็ต้องการเสรีภาพในการทำงาน ขณะเดียวกันก็ต้องตกอยู่ในภาวะที่สุ่มเสี่ยงต่อการก่อให้เกิดปัญหาความไม่สงบและความมั่นคงของประเทศ

4. องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนทั้งหลายดังมีรายชื่อข้างต้น จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมสื่อมวลชนยุคใหม่ และพยายามมองความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีนี้ ในด้านดี เช่น ในฐานะเป็นเวทีเสรีที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิด เห็นกันได้อย่างเสรี ดังนั้น การดำเนินการปิดกั้นเสรีภาพในโลกดิจิตอลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง

technorati tags: ,