Bigger Better Bottle Bill for Bigger Greener Apple

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2551 ที่ผ่านมา รัฐสภานิวยอร์กได้เห็นชอบให้ปรับปรุงรัฐบัญญัติการมัดจำขวด “Bottle Bill” ของเดิม ซึ่งกำหนดให้มีการมัดจำขวดน้ำอัดลม ขวดละ 5 เซนต์ ให้ครอบคลุมเครื่องดื่มไม่อัดลม เช่น น้ำดื่มบรรจุขวด และ เครื่องดื่มเกลือแร่ ด้วย พร้อมทั้งระบุให้นำเงินมัดจำที่ไม่ได้ถูกแลกคืนส่งแก่กองทุนเพื่อการปกป้องสิ่งแวดล้อม (Environmental Protection Fund – EPF) ของนิวยอร์ก

กฎหมายที่ถูกปรับปรุงใหม่นี้ (A-8044-A/Sweeney) มีชื่อเล่นว่า “Bigger Better Bottle Bill”
และผ่านสภาไปด้วยคะแนน สนับสนุน 91 เสียง ไม่สนับสนุน 54 เสียง (สภาของนิวยอร์กมีบันทึกการประชุมและการลงคะแนนให้ดูในเว็บไซต์ด้วย ดูได้เลยว่าผู้แทนคนไหนโหวตอะไรไปบ้าง)

ในตอนที่กฎหมายเดิมผ่านใช้ใน พ.ศ. 2525 นั้น ยังไม่มี น้ำดื่มบรรจุขวด ชาพร้อมดื่ม และเครื่องดื่มเกลือแร่ จำหน่าย
แต่ตอนนี้พวกมันมีส่วนแบ่งตลาดถึงร้อยละ 25

ในบันทึกประกอบรัฐบัญญัติระบุว่า กฎหมายนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากในการลดเศษขยะและเศษแก้วต่าง ๆ ในที่สาธารณะ ตามถนนหนทาง สนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ ชายหาด รวมทั้งลดภาระการจัดการขยะที่แบกรับโดยองค์การปกครองท้องถิ่นและผู้เสียภาษีอีกด้วย

การขยายขอบเขตกฎหมายออกไปให้ครอบคลุมบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มอื่น ๆ ด้วย จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการรักษาสิ่งแวดล้อมให้สะอาด และช่วยประหยัดจากการรีไซเคิล

ประมาณกันว่า กฎหมายฉบับปรับปรุงนี้ จะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐเข้ากองทุนปกป้องสิ่งแวดล้อมดังกล่าว

กฎหมายนี้ถูกต่อต้านจากบริษัทเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ ร้านชำ และร้านขายเหล้า ซึ่งจะต้องเสียค่าดำเนินการเพิ่มขึ้น
แต่อีกด้านก็ได้รับการสนับสนุนอย่างท้วมท้น จากทั้งองค์กร สมาคม สหภาพแรงงาน และหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ โดยแคมเปญสนับสนุนนี้มีหน้าเว็บอยู่ที่
http://www.nypirg.org/enviro/bottlebill
ซึ่งจัดทำโดยกลุ่มวิจัยประโยชน์สาธารณะนิวยอร์ก – New York Public Interest Research Group (NYPIRG)

สำหรับคนที่สนใจเรื่องกฎหมายการมัดจำบรรจุภัณฑ์ทั่วโลก สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ BottleBill.org

—-

ตอนที่อยู่เยอรมนี ผมเห็นว่าการมัดจำขวดนี่ มันได้ผลดีจริง ๆ นะ ขวดทุกอย่างที่มีมัดจำ จะถูกเก็บเอาไว้รอไปแลกเงินคืน
คือน้ำหมดไปแล้ว เราก็ยังใส่มันลงในกระเป๋าได้ครึ่งวันค่อนวัน เพื่อรอหาที่ที่จะไปแลกเงินคืนได้ ถ้าหาไม่ได้ ก็เอากลับบ้าน เอาไปรวมกับขวดที่บ้าน รอเอาไปแลกคืนที่ซูเปอร์ใกล้ ๆ บ้านพร้อมกันทีเดียว ขวดแก้ว 8 ยูโรเซนต์ (4 บาท) ขวดพลาสติก 25 ยูโรเซนต์ (12.50 บาท) บางครั้งเอาไปแลกด้วย+ซื้อของกลับบ้านด้วย ยังมีเงินเหลือ 😛

อย่างไรก็ตาม มันก็จะมีขวดมีกระปุกจำนวนนึง ที่ไม่ได้มีมัดจำ ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ใครจะจัดการยังไง
โดยหลักแล้วก็เอาไปทิ้งลงในถังแยกขยะ ซึ่งมันก็จะมีหลาย ๆ สี สำหรับกระดาษลัง สำหรับพลาสติก-เหล็ก-ของที่เอาไปรีไซเคิลได้ สำหรับแก้ว (ซึ่งบางที่ก็จะต้องแยกสีแก้วด้วย ใส สีชา สีเขียว) ขยะเปียก-ย่อยสลายได้ บางคนก็ฟิตมาก พวกกระปุกที่มีฉลากอะไรต่าง ๆ เขาก็เอาไปแช่น้ำ ลอกมันออกมา ก่อนเอาไปทิ้งในถังแก้ว ฟิตมาก ๆ

คนเยอรมันหลายคนที่เห็น เกือบทุกคนเลยดีกว่า แยกขยะโดยธรรมชาติ ทำเหมือนกับเป็นเรื่องปกติ
คือผมเวลาอยู่บ้านตัวเอง (ที่โน่น) บางทีก็ทำอย่างนั้นไม่ได้ ขี้เกียจ เวลาอยู่ในครัว บางครั้งรีบ ๆ ถุงที่ควรจะทิ้งลงไปมันเต็มเพราะยังไม่ได้เอาไปทิ้ง ก็โยนรังไข่ลงลงถุงขยะเปียกบ้าง โยนขวดน้ำมัน (เป็นพลาสติก แต่ไม่มีมัดจำ) ลงไปบ้าง ไม่ได้เคร่งครัดมากเท่าไหร่ แล้วเวลาไปบ้านเพื่อนก็จะ โห มึงขยันอ่ะ บางบ้านมีห้าถังหกถัง แยกย่อย มีถังหมักขยะจากครัวเอาไปทำปุ๋ยด้วย เห็นแล้วนับถือใจ แต่ยังไม่คิดจะทำเอง ของผมอย่างมากก็คือตามถังในอพาร์ตเมนต์น่ะ เพราะถ้าทิ้งผิดประเภทจะโดนด่าแน่ อพาร์ตเมนต์เค้ามีถัง 4 ประเภท ผมก็แยก 4 ประเภท แค่นั้น

เขียนยาว (เดือนนี้เพิ่งโพสต์ไป 5 อันเอง อันนี้อันที่ 6) ก็แค่จะบอกว่า
ใจผมอยากให้เมืองไทย อย่างน้อยก็เมืองใหญ่ ๆ มีกฎหมายลักษณะนี้บ้าง บังคับมัดจำขวด บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อลดจำนวนขยะ
แต่อีกทาง ก็สงสัยว่า หรือวิธีที่เหมาะกว่าสำหรับบ้านเรา ก็คืออย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ทิ้ง ๆ ไปเถอะ เดี๋ยวก็มีคนเก็บขยะขาย มาแยกเอาขวด เอากล่อง ที่มีราคาออกไปให้เอง ประเทศไทยอาจจะต้องใช้ระบบไทย ๆ แบบนี้ก็ได้ ?

วิธีลดขยะอื่น ๆ นอกจากขวด ก็มีเช่น การพับกล่องนม เพื่อลดปริมาณตอนจัดเก็บ เคยเห็นครั้งแรกจากบล็อกแถว ๆ Planet TLWG เข้าใจว่ามาจากทางญี่ปุ่น

[ ผ่าน Social Design Notes ]

technorati tags:
,
,

New Amsterdam

สนุกดี นั่งไล่หาว่า “Paris, Texas” ในเพลง New Amsterdam ของ Travis คืออะไร

เริ่มแรกสำหรับ Paris ก็สงสัย Paris Hilton ก่อนใคร เพราะชื่อก่อนหน้าทั้งหมด เป็นชื่อคนที่เกี่ยวข้องกับนิวยอร์ก
และ Paris Hilton เซเลบสุดดังคนนี้ก็เกิดที่นิวยอร์กเสียด้วย (นิวอัมสเตอร์ดัม ก็คือเมืองอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์ในอดีต ที่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นนครนิวยอร์ก – New York City)
ส่วน Texas ก็เอ มันเหมือนมีนักร้องผู้หญิงที่ชื่อ Texas ใช่มั๊ย ? … ไม่ค่อยแน่ใจ เอ แต่ไม่น่าจะเวิร์กนา แนวนี้ – -“

หาใหม่ … หาไปหามา ก็เจอว่า เฮ้ย “Paris, Texas” มันเป็นชื่อหนังซะด้วย และย่อหน้าหนึ่งในวิกิพีเดียก็น่าสนใจ:

The film is named after the Texas town of Paris, but no footage was shot there. Instead, Paris is referred to as the location of a vacant lot owned by Travis that is seen in a photograph.

ดูสิ มีตัวละครชื่อ Travis ในเรื่องนี้ด้วยนะ น่ารักมั๊ย 😉
ชื่อหนังตั้งชื่อตามเมือง Paris ในมลรัฐเท็กซัส

และพอไล่อ่านลงไปจนถึงส่วน ในวัฒนธรรมสมัยนิยม ก็ถึงบางอ้อ

The band Travis is named after the main character of this movie and mention the film in their song “New Amsterdam” from the album The Boy With No Name.

จริง ๆ ด้วย 🙂
ชื่อวงทราวิสนั้นตั้งชื่อตามตัวละครหลักของหนังเรื่อง Paris, Texas นี้

แต่ เอ๊ะ แล้วมันจะนิวอัมสเตอร์ดัมหรือนิวยอร์กยังไงล่ะ Paris, Texas นี่

ลองแยกเป็นสองชื่อ Paris กะ Texas ล่ะพอไหวมั๊ย เพราะที่มลรัฐนิวยอร์ก มีทั้งเมือง Paris และ Texas … เป็นไง พอจะนิวยอร์กรึยัง 😛

… เป็นเนื้อร้องส่วนที่สุดแสนจะโยงกับชื่อวงและชื่อเพลง

หลังจากไล่ “Paris, Texas” ได้แล้ว
ก็ลอง “New York, New York” ต่อ

“New York, New York” ที่ตามมาด้วย “good bye girl” นั้น จะเป็นอะไรไปไม่ได้
นอกเสียจาก “Theme from New York, New York”
เพลงประกอบหนังที่ทักษิณ เอ้ย แฟรงก์ ซินาตร้า ร้องไว้ซะดัง
(ดังขนาดที่เวลาผมไปคาราโอเกะ ทั้งพ่อผม พี่รุ่นใหญ่ ๆ ที่บริษัท และคนรุ่นนั้น จะพยายามเปล่งเสียง New York, New York อย่างดื่มด่ำกันทุกครั้งไป … จะแพ้ก็แค่เพลง “My Way” เท่านั้นล่ะมั้ง :P)

ยังติด Blaker Street อยู่ มันอยู่ตรงไหน?

ปรับปรุงเพิ่มเติม:
เพิ่งพบว่า ในหนังเรื่อง “Taxi Driver” ที่ มาร์ติน สกอร์เซซี่ กำกับ
De Niro รับบทคนขับแท็กซี่ในนครนิวยอร์ก ชื่อตัวละครตัวนั้นคือ Travis Bickle
โรเบิร์ต เดอนิโร เล่นหนังให้ มาร์ติน สกอร์เซซี่ หลายเรื่อง รวมทั้ง New York, New York ข้างบนนั่นด้วย

ส่วนชื่อถนนจริง ๆ แล้วคือ Bleecker Street (เจอจากนี่) เป็นถนนในแมนฮัตตัน ไม่ไกลจากร้าน Cafe Wha? ที่ ๆ Bob Dylan (Robert Zimmerman) เริ่มต้นอาชีพนักดนตรี

Robert Zimmerman โบกเรียกแท็กซี่ที่ Robert De Niro ขับ วิ่งผ่านถนน Bleecker St. …

New Amsterdam
เพลงที่ “ไม่มีอะไรเลย”
ดนตรีก็เอื่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ เนื้อเพลงก็ “ไร้สาระ” เอาชื่อโน้นชื่อนี้มาเรียง ๆ
ร้องวน ๆ
… แต่ผมชอบแฮะ

Jean-Michel Basquiat, François Truffaut,
Robert Zimmerman and De Niro
Paris, Texas – end of the world

New York, New York,
good bye girl

And they meet
on Bleecker Street
or the Park that is Central
oh no
I watched the sun go down
down down beneath the ground
and it’s a new day,
it’s a new dawn,
in New Amsterdam.

The stranger in the moonlight,
looks stranger in the moonlight.

And they meet
on Bleecker Street
or the Park that is Central
oh no
I watched the sun go down
down down beneath the ground
and it’s a new day,
it’s a new dawn,
in New Amsterdam.

And we meet
on Bleecker Street
or the Park that is Central
oh no
I watched the sun go down
down down beneath the ground
and it’s a new day,
it’s a new dawn,
in New Amsterdam.

เพลงที่เกี่ยวกับนครนิวยอร์ก

[ เนื้อร้องจาก moron.nl ]

technorati tags:
,
,