Cry with, cry for me, Thailand

อาจจะจริงที่ว่า วัฒนธรรมการเมืองไทยที่ตระหนักในสิทธิเสรีภาพได้ก้าวหน้าขึ้นบ้าง แต่แน่นอนยิ่งกว่า คือวัฒนธรรมการเมืองบ้านเรายึดติดกับตัวบุคคล และความเชื่อว่ามี ‘เผด็จการโดยธรรม’ นั้น ฝังรากลึกเกินกว่าจะถอนราก

“ สำหรับผมแล้ว วันที่ 20 ธันวา ก่อนวันเลือกตั้ง 3 วัน อันเป็นวันที่ สนช. ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ ทำให้การเลือกตั้งไร้ความหมายไปโดยสิ้นเชิง

เพราะจะเลือกตั้งไปทำไม ในเมื่อทหารยังคงเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ”

บทบรรณาธิการประชาไท, 21 ธ.ค. 2550

ถึงเวลาหรือยัง ที่เราต้องเลือกข้างให้ชัดเจน ?

สนับสนุน/ประนีประนอม กับ รัฐประหาร/อำนาจทหาร/อำนาจที่ควบคุมไม่ได้

หรือ

ต่อต้าน/ไม่ประนีประนอม กับ รัฐประหาร/อำนาจทหาร/อำนาจที่ควบคุมไม่ได้

จะเลือกอะไร เลือกด้วยวิธีไหน ก็แล้วแต่คุณ

technorati tags:
,
,
,

your hands, every hands count

ไปประชุมมาหลายวัน (วีร์ก็ไป) กลับมามีเรื่องเยอะแยะ


พร้อมเพรียงโดยสันติ — พุธ 19 ธ.ค. 8:00-19:00 น. — หน้าสภาของเรา

NO ENTRY 2007.12.19

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.)
สภาเครือข่ายองค์กรประชาชนแห่งประเทศไทย (สค.ปท.)
เครือข่ายสลัมสี่ภาค
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)

ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและองค์กรภาคประชาชนทุกเครือข่าย

รวมพลังปิดสภาครั้งที่ 2
ด้วยโซ่มนุษย์ล้อมสภา

ร่วมกันยุติบทบาทของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในการเร่งออกกฎหมายที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน

พุธ 19 ธ.ค. 8:00-19:00 น.

ยึดหลักสันติวิธีโดยเคร่งครัด
ยืนยันไม่เป็นเครื่องมือกลุ่มผลประโยชน์อำนาจทางการเมืองใด ๆ
และไม่ยอมให้มีการสร้างสถานการณ์ยกเลิกการเลือกตั้ง

เริ่มการเลือกตั้งแล้ว กำลังจะมีสภาผู้แทนของประชาชน แต่สภาแต่งตั้งยังเร่งรีบออกกฏหมายที่ละเมิดสิทธิของประชาชนอย่างรุนแรงเช่นร่างพรบ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร เป็นเรื่องที่ขาดความชอบธรรมโดยสิ้นเชิงและเป็นการปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพิจารณากฎหมาย

กฎหมายที่สนช.ต้องหยุดพิจารณา:

1. ร่างกฎหมายการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร มีสาระสำคัญเป็นการขยายอำนาจให้กองทัพควบคุมสังคม โดยปราศจากการตรวจสอบจากสถาบันตุลาการ อันเป็นภัยคุกคามต่อหลักสิทธิเสรีภาพ หลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

2. ร่างกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรน้ำ มีสาระสำคัญเป็นการให้รัฐมีอำนาจบริหารจัดการน้ำแบบเบ็ดเสร็จใน 3 รูปแบบ คือ รูปแบบการพัฒนาแหล่งน้ำ การผันน้ำ การทำลายสิ่งกีดขวางทางน้ำในยามน้ำท่วม, รูปแบบการบริหารจัดการหรือการใช้น้ำ และรูปแบบการกำหนดการใช้ที่ดิน รวมทั้งไม่รับรองสิทธิของชุมชนที่จัดการน้ำที่มีอยู่เดิม ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรา 66 ของรัฐธรรมนูญ ตลอดจนผู้ใช้น้ำต้องเสียค่าใชัน้ำ

3. ร่างกฎหมายการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ มีสาระสำคัญเป็นการคุ้มครองคลื่นความถึ่ให้กับหน่วยงานรัฐที่เป็นเจ้าของสื่อวิทยุโทรทัศน์ในปัจจุบัน เช่นคลื่นความถี่วิทยุโทรทัศน์ของทหาร กรมประชาสัมพันธ์ ไม่สามารถถูกจัดสรรใหม่ และการให้รัฐมีอำนาจควบคุม หรือห้ามเสนอข่าวสารโดยการสั่งการด้วยวาจาหรือหนังสือระงับรายการ

4. ร่างกฎหมายว่าด้วยเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจ มีสาระสำคัญเป็นการให้อำนาจรัฐนำรัฐวิสาหกิจมาเปลี่ยนสภาพให้เป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด และการกระจายหุ้นแก่เอกชน อันเป็นการเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนทั้งภายในและภายนอกประเทศ และทำให้ประชาชนเสียสิทธิที่จะเข้าถึงสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

5.-7. ร่างกฎหมายมหาวิทยาลัยออกนอกระบบของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันพระจอมเกล้าฯลาดกระบัง มีสาระสำคัญเป็นการแปรรูปมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ เข้าสู่การบริหารโดยอาศัยกลไกตลาด อันจะมีผลกระทบต่อสิทธิการเข้าถึงการศึกษาของประชาชน อิสรภาพทางวิชาการ การศึกษารับรู้ของประชาชนทางด้านสังคม และหลักประกันทางด้านสวัสดิการของบุคลากรของมหาวิทยาลัย

8. ร่างกฎหมายสภาการเกษตรแห่งชาติ มีสาระสำคัญเป็นการให้อำนาจผู้แทนหน่วยงานของรัฐร่วมกับผู้แทนองค์กรธุรกิจการเกษตรในการกำหนดนโยบายและแนวทางในการพัฒนาการเกษตรเป็นสำคัญ โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการพัฒนาการเกษตรดังกล่าว

จอน อึ๊งภากรณ์
ประธานกป.อพช.
ผู้ประกาศ


ลงชื่อ ปิดสภานิติบัญญัติรักษาการ หยุดกฎหมายละเมิดสิทธิประชาชน
http://prachatai.com/petition/stopnla

พร้อมเพรียงโดยสันติ
พุธ 19 ธ.ค.
8:00-19:00 น.
หน้าสภาของเรา


(ประมวลเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ปิด ‘สภาหน้าด้าน’)

technorati tags:
,
,

The Rise of a New Power

ศรศิลป์, “อำนาจใหม่” ลุกขึ้นสู้แล้ว!, แด่ มาตุภูมิ, อารยชน, 12 ธันวาคม พ.ศ. 2550

“วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2550 จะถูกจารจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่ว่า เป็นวันที่ ‘อำนาจใหม่’ ก่อการลุกขึ้นสู้ทางการเมือง ภายใต้ธงการเมืองของตนเอง ด้วยกำลังของตนเอง แต่เพื่อประโยชน์ของปวงชนชาวไทย ขบวนกองหน้าของภาคประชาสังคมในปีกอำนาจใหม่นี้ได้ทำการชุมนุม ปิดล้อม และบุกเข้าขัดขวางการปฏิบัติงานอันมิชอบของสนช. ซึ่งกำลังเร่งผ่านกฏหมายจำนวนมากที่คุกคามสิทธิเสรีภาพของปวงชน โดยไม่มีความชอบธรรม เพราะไม่มีที่มาจากปวงชน อีกทั้งร่างกฏหมายทั้งหลายที่กำลังเร่งรัดส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นไปเพื่อการฟื้น ระบอบจารีตนิยมและอำมาตยา และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของพวกกาฝากอภิชนส่วนข้างน้อย”

[petition] ร่วมลงชื่อ ปิดสภานิติบัญญัติรักษาการ หยุดกฎหมายละเมิดสิทธิประชาชน

technorati tags:
,
,

STOP NLA – enough is enough

12 ธันวา ชุมนุมหน้าสภา ปิด สนช.

กป.อพช. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน
และ องค์กรภาคประชาชนทุกเครือข่าย
รวมพลังกัน
ปิดสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

เนื่องจากสนช.กำลังเร่งรีบออกกฎหมายหลายฉบับที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ
เช่น พรบ.ความมั่นคงฯ โดยขาดความชอบธรรมอย่างยิ่งที่จะพิจารณาในช่วงการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร แสดงถึงการทิ้งทวนของอำนาจเผด็จการต่อประชาชนทั้งประเทศ

7:00 น. พุธที่ 12 ธ.ค.
พบกันหน้ารัฐสภา
เพื่อปิดสภาโดยสันติวิธี

เข้าชื่อให้สนช.หยุดออกกฎหมาย [pdf – petition]

technorati tags:
,
,

On National Security Act (1)

ถ้ากฎหมายนี้ผ่านจะมีรัฐซ้อนรัฐในประเทศ รัฐธรรมนูญก็หมดความหมาย

— นายพิภพ ธงไชย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย

“ ขณะนี้รัฐบาลมีกฎหมายความมั่นคงอยู่แล้ว 2 ฉบับ คือ กฎหมายอาญาว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ที่แก้ไขเมื่อปี 2546 เพิ่มเติมเรื่องภัยคุกคาม และพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน การออกพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร ถ้าพูดตรงไปตรงมาคือการเปิดบทบาทให้กองทัพเข้ามาจัดการบ้านเมืองได้หลายเรื่อง เช่น มาตรา 9 ให้จัดตั้งกอ.รมน. มาตรา 10 ให้กอ.รมน.จัดการเรื่องความมั่นคงทั้งในภาวะปกติและไม่ปกติอย่างเต็มที่ ทั้งที่มีกฎหมายที่จะประกาศใช้ตรงไหนก็ได้ ห้ามการชุมนุมได้อยู่แล้ว

ขอบเขตความมั่นคงในราชอาณาจักรหรือภัยคุกคามกว้างมาก เป็นความมั่นคงในทรรศนะที่แปลก ให้มีอำนาจจัดการทั้งในยามปกติและไม่ปกติ ซึ่งพ.ร.บ.นี้สร้างบทบาทให้กองทัพมีอำนาจล้น และตรวจสอบไม่ได้ ถือว่าท้าทายหลักนิติธรรมของประเทศอย่างมาก ขัดต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน หากโครงการของรัฐที่ประชาชนได้รับความเสียหายมาเรียกร้องจะถือว่ากระทบต่อความมั่นคงหรือไม่

พ.ร.บ.นี้ยังขัดกับการกระจายอำนาจ เป็นสิ่งย้อนยุค ผบ.ทบ.เป็นผู้มีอำนาจและใช้ดุลยพินิจสูงมาก แม้นายกฯจะเป็นประธานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงภายใน แต่ไม่มีอำนาจ จึงไม่ควรออกกฎหมายในยุคนี้ ควรประเมินการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่าใช้ได้หรือไม่ ไม่ใช่รวบอำนาจให้กอ.รมน. กองทัพบก เพราะเป็นการสร้างอำนาจซ้อนรัฐ

ยิ่งรัฐบาลชุดใหม่อ่อนแอเพราะเป็นรัฐบาลผสม กอ.รมน.จะมีบทบาทสูงเรื่องความมั่นคง ผมไม่เห็นด้วยที่จะออกกฎหมายนี้ ”

— นฤมล ทับจุมพล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

ชำแหละร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงภายใน ‘อำนาจ ผบ.ทบ. เหนืออธิปไตยไทยทั่วประเทศชั่วชีวิต’
รวบรวมความคิดเห็นจาก
ไพโรจน์ พลเพชร เลขาธิการสมาคมสิทธิและเสรีภาพเพื่อประชาชน
นฤมล ทับจุมพล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สมชาย หอมลออ อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ
พิภพ ธงไชย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย

สิทธิเสรีภาพที่กล่าวอ้างว่ามีเพิ่มขึ้นใน ร่างรธน. 2550 เป็นเรื่องเหลวไหล เพราะเอาเข้าจริง ก็จะถูกจำกัดโดย พ.ร.บ.ความมั่นคงอยู่ดี
นี่บอกถึงเจตนาของกลุ่มผู้ผลักดันร่างรธน.นี้ได้เป็นอย่างดี ว่าหมกเม็ดสิ่งต่าง ๆ เอาไว้ บอกความจริงเพียงครึ่งเดียว

technorati tags:

National Security Act in Southeast Asia

“ถ้าคุณไม่กล้าพูดต่อต้าน พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ คุณกำลังให้อำนาจทุกอย่างกับรัฐบาล คุณกำลังให้อำนาจรัฐบาลในการมาเคาะประตูบ้านคุณและนำตัวคุณไป คุณกำลังยอมสูญเสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไป และ…คุณกำลังยอมสูญเสียสิทธิของคุณไป”

— ไมเคิล แชง จากสิงคโปร์ ประเทศที่มี พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ บังคับใช้

“ผมไม่สามารถจิตนาการได้ในเวลานั้นว่า อำนาจในการคุมขังนี้…จะถูกใช้ต่อกลุ่มฝ่ายค้านทางการเมือง แรงงานที่เรียกร้องสวัสดิการ และประชาชนทั่วไปที่ดำเนินกิจกรรมเรียกร้องสิทธิอย่างสันติ”

— เรจีโนล ฮุจ ฮิคลิง ทนายอังกฤษที่เป็นผู้ร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไน เขียนใน ค.ศ. 1989

“กฎหมายความมั่นคงในมาเลเซียได้ถูกคงไว้ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่องเพราะมันเป็นเครื่องมือที่สามารถใช้ได้อย่างง่ายดายโดยรัฐ นอกจากนี้ยังเป็นเครืองมือในการสร้างความกลัวโดยรัฐ และใช้อย่างต่อเนื่องกับนักกิจกรรมที่ต่อสู้เพื่อปกป้องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนของประชาชนมาเลเซีย”

— ดร. คัว เคีย ซูง นักสังคมศาสตร์และคณะกรรมการบริหารขององค์กรเสียงของประชาชนมาเลเซีย (SUARAM)

ประชาไท, การเคาะประตูที่ตัดสินอนาคต : พ.ร.บ. ความมั่นคงฯกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

technorati tags:
,
,

Freedom (as defined by somebody else…)

Freedom as defined by someone else

ข่าวดี รัฐธรรมนูญปี 50 ให้ประชาชนมีสิทธิ เสรีภาพ เต็มที่

แล้วข่าวร้ายล่ะ ?

ทั้งนี้ ตามแต่ ผอ.กอ.รมน. จะกำหนด

[ ลิงก์ ประชาไท ]

technorati tags:

National Security – Nation of Who ?

พ.ร.บ. ความมั่นคง (ยังเป็นร่างอยู่ กำลังจะผ่าน) จะสร้าง ‘ความถูกต้องและชอบธรรมทางกฎหมาย’ ให้กับกองทัพ ในการใช้อำนาจกดขี่ประชาชน ซึ่งรวมถึง:

  • อำนาจในการโยกย้ายข้าราชการ
  • อำนาจในการจับใครคุมขังก็ได้โดยไม่ต้องพึ่งหมายศาล — โดยสามารถควบคุมตัวได้ 7 วัน รวมถึงขยายเวลาควบคุมต่อได้อย่างไม่สิ้นสุด
  • อำนาจในการห้ามมิให้มีการชุมนุม
  • อำนาจในการกักกันบริเวณ

“ สิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็นฝันที่เป็นจริง หากประชาชนไม่สามารถต้านทานพลังทหารและพวกเชลียร์ทหารได้ในอนาคตอันใกล้ ใครก็ตามหากถูกทหารจับไปซ้อมสักอาทิตย์สองอาทิตย์ก็อาจสามารถพูดอะไรก็ตาม ที่ทหารอยากให้ ‘สารภาพ’ ก็ได้ ซึ่งไม่น่าเป็นเรื่องแปลกและคาดไม่ถึง และคงจะเกิดขึ้นหาก พ.ร.บ. นี้ประกาศใช้ ”
— ประวิตร โรจนพฤกษ์

กลุ่มผู้ที่สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. นี้ อ้างว่าประเทศเพื่อนบ้านของเรา อย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ ก็มีกฎหมายลักษณะนี้ และประเทศทั้งสองก็ดู ‘สงบเรียบร้อย’ ดี
(หากรู้ไหมว่า ความสงบเรียบร้อย(ราบคาบ) ของสองประเทศนี้ อยู่บนพื้นฐานของการกดขี่ ละเมิดสิทธิทางการเมืองของประชาชนอย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง)

และข้อแตกต่างสำคัญ ระหว่างร่างของเรา กับกฎหมายของเขาที่อ้างมานั้น ก็คือ
อำนาจตามกฎหมายของเขานั้น อยู่กับ นายกรัฐมนตรี (พลเรือน, ฝ่ายบริหาร, มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน)
แต่ในร่างของเรา อำนาจอยู่กับ ผู้บัญชาการทหารบก (ทหาร, กองทัพ, มาจาก..??..โดย..??..)
ซ้ำร้าย ยังเป็นอำนาจที่ตรวจสอบการใช้ไม่ได้เสียอีกด้วย (ไม่ว่าศาลหรือใคร ก็ไม่มีอำนาจตรวจสอบ … อภิสิทธิ์ชนเต็มขั้น! … อีกหน่อยเราคงต้องมี wristband เรารักผบ.ทบ.! ทำเป็นเล่น)

พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าพ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่าน ประเทศของเราก็จะเหมือนอยู่ในภาวะฉุกเฉินใต้กฎอัยการศึกอยู่ตลอดเวลา ทั้งปีทั้งชาติ 24 ชั่วโมง คือทหารเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

การให้อำนาจกับทหารมากอย่างนี้ (เช่น โยกย้ายข้าราชการได้!) และเป็นอำนาจที่ไม่ต้องรับผิดชอบ (เพราะไม่มีการตรวจสอบ) จะทำให้ประเทศไทย ไม่ต่างอะไรจากรัฐทหาร อย่าง พม่า ต่างหาก
(ปัจจุบันนี้ก็ใกล้เคียงอยู่แล้ว เพราะประธาน คมช. ส่งปลดนายกฯ ได้! … ช่างเป็นการรัฐประหารเพื่อความก้าวหน้าของประชาธิปไตยเสียนี่กระไร)

กฎหมายฉบับนี้ไม่มีการถ่วงดุลอำนาจเลย คือ เมื่อเจ้าหน้าที่ของกอ.รมน.หรือผบ.ทบ.เห็นว่ามีภัยคุกคาม จะใช้กฎหมายได้ทันทีโดยไม่ต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน

ซึ่งตรงจุดนี้ ต่างกับภาวะปัจจุบันซึ่ง การประกาศภาวะฉุกเฉินต้องผ่านมติ ครม.ซึ่งอาจจะมีการท้วงติงว่าไม่จำเป็นก็จะประกาศไม่ได้ และหากครม.เห็นชอบให้ประกาศก็จะต้องมีการพิจารณาทบทวนสถานการณ์ความจำเป็น ทุก 3 เดือน หากมีการท้วงติงว่าหมดภาวะความจำเป็นแล้วก็จะต้องยกเลิกไป

แต่ร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ให้อำนาจผบ.ทบ.เหนือครม.ที่จะสั่งการในภาวะ ฉุกเฉินได้ทันที เท่ากับเป็นการรวบอำนาจตามกฎอัยการศึกและ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ภาวะฉุกเฉินมาไว้กับผบ.ทบ.ในตำแหน่งผอ.รมน .

หมายความว่ากฎหมายฉบับนี้ถ้าผ่านสนช.จะให้อำนาจผบ.ทบ.สูงสุด เสมือนอยู่ในภาวะเผด็จการทหารเลยทีเดียว ครม.รัฐสภา หรือศาลหมดความหมายอย่างสิ้นเชิง

— ผาสุก พงษ์ไพจิตร

นี่ไม่ใช่เรื่องกลัวเกินกว่าเหตุ หากดูประวัติของทหารในประเทศนี้ในอดีต เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
เช่น การจับ/ควบคุมตัวผู้ต่อต้านรัฐธรรมนูญฉบับทหาร (อาทิตย์ที่แล้ว) และ การจับสมาชิกกลุ่มสมัชชาผู้ใช้แรงงาน (เมื่อวานนี้)

ประธาน คมช. คนปัจจุบัน (ทหาร) กำลังจะลงสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งที่จะมาถึง เพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

แค่ พ.ร.บ.นี้ผ่านตัวเดียว ก็จะแย่อยู่แล้ว … แต่อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเขาคนนั้นได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกด้วย ?

ผบ.ทบ. (ทหาร) + นายก (ทหาร)

เบ็ดเสร็จ เด็ดขาด คู่หู คู่ฮา

สงบเรียบร้อยอย่างที่หวังแน่ ๆ 🙂

คุณอยากให้เป็นอย่างนั้นไหม ?


เรียบเรียงจาก ประวิตร โรจนพฤกษ์ : พ.ร.บ. ความมั่นคง: เมื่อพล.อ.สนธิกำลังทำให้ฝันของทักษิณเป็นจริง, 18 ก.ค. 2550, ประชาไท (อ่านบทความโดยละเอียดที่ประชาไท)

เพิ่มเติม:

technorati tags: