Zellig Harris’s Operator Grammar

ค้น ๆ เรื่อง Dependency Grammar อยู่ ก็ไปเจอนี่เข้า: Operator Grammar

เท่าที่อ่าน ๆ ไม่กี่หน้า ก็ประมาณว่า Operator Grammar เสนอข้อจำกัดสากล (universal constraint) 3 อย่าง คือ Dependency การจะใช้คำบางคำได้จำเป็นต้องมีคำอื่นบางคำร่วมด้วย, Likelihood การใช้คำร่วมกันบางแบบมีโอกาสเกิดมากกว่าแบบอื่น, Reduction คำในแบบผสมที่มีโอกาสเกิดสูงสามารถลดรูปให้สั้นลงได้ และบางครั้งก็ละทั้งหมดได้เลย

ซึ่งนักภาษาศาสตร์บางคนก็ชี้ การมี Likelihood นี้ หมายถึง Operator Grammar นี้ คำนึงถึงเรื่อง สถิติ/ความน่าจะเป็น ในแก่นของไวยากรณ์เลย ไม่ใช่เป็นการเพิ่มเติมทีหลัง

ส่วนเรื่อง Reduction ก็เป็นตัวชี้ให้เห็นได้ว่า การลดขนาดของข้อความ/จำนวนคำ ไม่จำเป็นต้องเป็น การลดจำนวนของสารสนเทศ (information)

นอกจากนี้ในการวิพากษ์เปรียบเทียบ Link Grammar และ Operator Grammar (ซึ่งต่างก็มีแนวคิดบางส่วนคล้ายคลึง/ได้อิทธิพลมาจาก Dependency Grammar) ด้วย โดยบอกว่า Operator Grammar นั้น มีเรื่อง semantics ด้วย (และ Link Grammar ไม่มี) โดยผมคิดว่าอยู่ในส่วนของ Dependency ที่มีคำประเภทต่าง ๆ ที่ต้องการอาร์กิวเมนต์ต่าง ๆ กัน (เช่น นาม ไม่ต้องการอาร์กิวเมนต์เลย, กริยาบางประเภทต้องการนามหนึ่งตัว บางประเภทต้องการสองตัว) ซึ่งตรงนี้คิดว่าได้รับอิทธิพลมาจาก Categorial Grammar

Operator Grammar นี้ เสนอโดย Zellig Harris ซึ่งในวิกิพีเดียบอกว่า นี่เป็นผลงานที่สรุปงานทั้งชีวิตของเขา 60 ปีในการครุ่นคิดเรื่องภาษา สารสนเทศ และวาทกรรม เขาเป็นผู้ก่อตั้งภาควิชาภาษาศาสตร์แห่งแรกในสหรัฐอเมริกา ที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย
(ซึ่งจนถึงปัจจุบัน เพนซิลเวเนียก็ยังเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านภาษาศาสตร์และภาษาศาสตร์เชิงคำนวณมาโดยตลอด ทฤษฎีไวยากรณ์มากมายเกิดขึ้นที่นี่)
Zellig Harris เป็นอาจารย์ภาษาศาสตร์ของ Noam Chomsky

ผมอ่านทั้งหมดด้วยความตื่นเต้น

Zellig S. Harris (1909-1992)

  • 1988. Language and Information (ISBN 0-231-06662-7)
  • 1989. The Form of Information in Science: Analysis of an immunology sublanguage (ISBN 90-277-2516-0)
  • 1991. A Theory of Language and Information: A Mathematical Approach (ISBN 0-19-824224-7)
  • 1997. The Transformation of Capitalist Society (ISBN 0-8476-8412-1)

technorati tags:
,
,

Dr. Sa-nguan life and thoughts

จากหนังสือ งานกับอุดมคติของชีวิต นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ (หน้า 3-5)

… ผมเข้าร่วมขบวนการกิจกรรมนักศึกษาตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 จนกระทั่งขบวนการกิจกรรมนักศึกษาถูกทำลายในวันที่ 6 ตุลา พ.ศ. 2519 แม้ว่าจะไม่ใช่ประเภทมือไมค์ไฮปาร์ค ซึ่งไม่ใช่สไตล์ของนักศึกษามหิดล แต่เราก็มีรูปแบบกิจกรรมที่ไปเสริมกับนักศึกษามหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในแนวทางของเรา

ที่ผมมองว่าสังคมนักศึกษาขณะนั้นเป็นสังคมอุดมคติ ก็เพราะในขณะนั้นชีวิตนักศึกษาเป็นสังคมรวมหมู่ที่ทุกคนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน โดยมีเป้าหมายอย่างเดียวกันก็คือ การที่จะสร้างสังคมที่เป็นธรรม และก็ทำให้ประเทศชาติเป็นประเทศที่มีความยุติธรรม ประชาชนทุกคนมีศักดิ์ศรี ไม่ถูกทอดทิ้ง

ผมจำได้ว่ารู้สึกรักและนับถือเพื่อนนักศึกษาหลาย ๆ คน โดยเฉพาะผู้ที่ทุ่มเทชีวิตทั้งกายและใจเพื่อที่จะรับใช้ประชาชน ซึ่งแรงบันดาลใจและตัวอย่างจากคนเหล่านี้ ทำให้ผมมีแนวคิดและมีความฝังใจว่า อยากจะเห็นสังคมรวมหมู่ที่ดีที่ทุกคนแบ่งปันเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน ซึ่งแนวความคิดนี้เป็นฐานคิดที่สำคัญของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ว่า เราจะไม่ปล่อยให้พี่น้องในสังคมเดียวกันนี้ต้องป่วยตายและตายไปโดยไม่ได้รับการดูแลด้วยเหตุว่าเขาไม่มีเงิน

เมื่อมีการปราบปรามนักศึกษาผมเองก็มีชื่ออยู่ในบัญชีที่ต้องถูกจับกุมเช่นเดียวกับเพื่อนนักกิจกรรมคนอื่น ๆ อีกหลายคน ในเวลานั้นพวกเราแต่ละคนต้องตัดสินใจเลือกทางชีวิตของตัวเอง ในจำนวนไม่กี่ทางเลือกที่มี ผมตัดสินเลือกที่จะอยู่ต่อสู้ในเมืองต่อไป แม้ว่าต้องหลบซ่อนตัวอยู่ระยะหนึ่งก็ตาม ในขณะที่เพื่อน ๆ จำนวนหนึ่งเลือกที่จะไปจากเมืองเพื่อต่อสู้กับรัฐบาล

นอกจากนั้น ความที่ผมไม่ถูกจับ แม้จะมีรายชื่อตามจับของทางการอยู่ ทำให้ผมไม่สามารถจะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรต่อหน้าพระพักตร์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การรับปริญญาต่อหน้าพระพักตร์และมีรูปถ่ายไปติดที่บ้าน ถือเป็นค่านิยมของครอบครัวชนชั้นกลางซึ่งเป็นครอบครัวชาวจีน เป็นค่านิยมที่พ่อแม่จะภาคภูมิใจเป็นอันมาก ผมเองอยากจะให้ความภาคภูมิใจกับคุณพ่อคุณแม่ผมมาก และปราถนาอย่างยิ่งที่จะมีโอกาสนั้น ในขณะนั้นผมถูกเรียกไปพบจากอาจารย์ผู้ที่รักและห่วงใยผมมากท่านหนึ่ง คือคณบดีคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี ได้แก่ ศ.นพ. ทวี บุญโชติ ได้แจ้งกับผมว่าทางตำรวจได้แจ้งกับทางมหาวิทยาลัยว่า ผมจะต้องไปมอบตัวเนื่องจากผมเป็นผู้ที่มีรายชื่อว่าทางการตามจับอยู่ จากนั้น ผมก็จะเป็นอิสระ จะไม่มีผู้เฝ้าติดตาม และสามารถไปรับพระราชทานปริญญาต่อหน้าพระพักตร์ได้ นอกจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดลแล้ว ตำรวจยังส่งผู้บริหารโรงพยาบาลวชิรพยาบาลซึ่งผมทำงานอยู่มาเกลี้ยกล่อมผมด้วย ผมได้แจ้งกับผู้บริหารทั้งจากมหาวิทยาลัยมหิดลและโรงพยาบาลวชิรพยาบาลอย่างสุภาพ แต่ดื้อรั้นว่า ผมไม่ได้ทำอะไรผิด การเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษาเป็นไปได้ด้วยความหวังดีต่อชาติบ้านเมืองและประชาชน หากทางตำรวจเห็นว่าผมทำผิดและมีหมายจับอยู่ ก็มาจับกุมได้เลย ผมจะไม่หนีไปไหน แต่ผมจะไม่มีทางมอบตัวเด็ดขาด ผมยังได้บอกไปอีกว่า หากให้เลือกใหม่ได้ ผมก็คงยังเลือกทำแบบเดิมอีก (พูดง่าย ๆ ก็คือ ยืนยันว่าขบวนการนักศึกษาไม่ได้ทำอะไรผิดแม้จะถูกตามจับก็ไม่เสียใจ)

ทั้งหมดเป็นการพูดที่ออกไปจากความรู้สึกที่แท้จริงในขณะนั้น สุดท้ายผมจึงจบมหาวิทยาลัยไปทำงานต่างจังหวัดโดยไปรับปริญญาจากสำนักงานอธิการบดีเองในภายหลัง


สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เผยแพร่หนังสือ 3 เล่ม เพื่อเผยแพร่ข้อเขียนที่ทรงคุณค่าให้เป็นประโยชน์กับสังคม และสมทบ “กองทุนนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เพื่องานมิตรภาพบำบัด เพื่อนช่วยเพื่อน” เพื่อสานต่อภารกิจครั้งสุดท้ายของนพ.สงวนต่อไป

สนใจ ติดต่อ
สำนักสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
โทร. 0-2831-4000 ต่อ 4134
และดาวน์โหลดที่เว็บสปสช. (หรือตามลิงก์ข้างบน)

ร่วมอาลัย นพ. สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ (18 มี.ค. 2495 – 18 ม.ค. 2551)

[ ลิงก์ สปสช. | ผ่าน หมวย ]

technorati tags:
,
,
,
,

blog tag

เขา ๆ ๆ เล่นกัน — “blog tag” บล็อกแท็ก

เนื่องจากโดนแท็กมา (โดย keng, iTeau, deans4j , และ lulu) ตามกติกา เราต้องแท็กต่อไป เป็นแชร์ลูกโซ่ MLM work@home บล็อกได้จากที่บ้าน ไม่กระทบงานประจำ บอกเล่าเรื่องของตัวเอง 5 ข้อ และแท็กต่อไป 5 ราย เป็นอันเสร็จพิธี, เริ่ม:

เกี่ยวกับผม

  1. เริ่มหัดเขียนโปรแกรมด้วย dBase III Plus, สมัยนั้นเห็นใครเขียน Clipper แล้วคอมไพล์เป็น .exe ได้จะทำตาลุกวาว โห เก่งอ่ะ อยากทำได้มั่ง ต่อมาเริ่มฝึก Pascal, C, Java และเริ่มจับฉ่าย เอาดีไม่ได้ซักอย่าง
  2. ยังคิดอยากไปใช้ชีวิตในมหานครอื่นของโลก ฮ่องกง โตเกียว นิวยอร์ก ริโอ ปักกิ่ง (และ ลอนดอน กับ เบอร์ลิน อีกครา) ที่ละปีสองปี แต่บางอารมณ์ก็อยากไปอยู่เชียงใหม่ แม้ใจจริงรักกรุงเทพ เคยอยากเป็นผู้ว่ากรุงเทพมาก ๆ อยู่พักหนึ่ง จริง ๆ ตอนนี้ก็ยังอยากเป็นอยู่ แต่เอาไว้ก่อน คนโลเล ผัดวันประกันพรุ่ง รักการเดินทาง แต่ขี้เกียจเตรียมตัว แต่ตื่นไปไม่ทันรถออกบ่อย ๆ
  3. ชื่อ bact’ (แบ่ค) เป็นนามจอที่ใช้ครั้งแรกที่เว็บบอร์ด ลานไทยมุง มาจาก Bacteria! ซึ่งเป็นนามจอที่ใช้ในพันทิป มาจากที่เพื่อนที่หอเรียกอีกที “ไอ้สมองแบคทีเรีย” –อ่านเพิ่ม
  4. เป็นคนไม่มีต่อมรักษาความสัมพันธ์-นิสัยที่แย่ เจอคนเยอะ แต่กลับจำคนได้น้อย ชอบคนง่าย ถ้าเกิดจะชอบ ในขณะเดียวกัน ก็สามารถหายไปดื้อ ๆ ได้
  5. แม้ไอ้ต่อมข้างบนนั่นมันจะแย่ แต่เริ่มจะเชื่อแล้ว ว่า “เครือข่าย คือ ความมั่งมี” อย่างที่คุณวิลาศ นอกกรอบ เคยว่าไว้ ขอบคุณ อ.เสกสรรค์ คุณวรพจน์ คุณภิญโญ และนักเขียนทั้งหลาย ที่คำบางคมได้มาแทรกอยู่ในหัว และเพื่อน ๆ จากสารพัดถิ่น รวมถึงกลุ่มโอเพนซอร์สเมืองไทย ไปทำงานไกล ๆ ก็ได้รู้จักคนอีกเซตหนึ่ง ที่น่าสนใจ และกลับมาคราวนี้ ก็ได้เจอคนเซตใหม่ ๆ อีก ที่น่าสนใจอีกทั้งนั้น ผมคิดว่าผมน่าจะหาทางมีชีวิตที่เป็นสุข(แม้จะไม่สบายสมบูรณ์แบบ)ได้ ถ้าไม่ทำตัวทุเรศจนเกินเหตุ เอาแบบสุขตอนนี้ ไม่ต้องรอตอนแก่

แท็กกันต่อไป:
คนชายขอบ geek idol,
100%cotton เด็กขำ แต่มีคนแท็กแล้ว อดเลยเรา,
anpanpon เพื่อนสุดเท่ที่เบอร์ลิน,
filmsick คนป่วยที่มีอารมณ์ละเมียดที่สุดในโลก,
thunska พี่ปุ่นไทยอินดี้ จริง ๆ อยากแท็กมันทั้งไทยอินดี้เลย ประทับใจ แต่ไปแท็กต่อกันเองละกันนะ :P,
girl friday นักข่าวอารมณ์ป่วน

จริง ๆ อยากจะแท็กอีกคนหนึ่งด้วย ถ้าทำได้ แต่รู้ว่าเธอไม่ค่อยว่างอัพบล็อก 🙂 (แบบนี้ถือว่าแท็กไหม ?)

ตามเก็บ:

  • เรื่อง blog tag ทั้งหมดในบล็อกนี้ จะอยู่ในหมวด blog tag
  • ผมแท็กคุณคนชายขอบ ซ้ำกับคุณbow_der_kleine
  • แท็ก filmsick ซ้ำกับ อ.มะนาว
  • หมายเหตุว่า ตอนแท็ก พยายามนึกให้หนีจากวง TLWG/LTN ให้มากที่สุด เพื่อวงจะได้กว้างออกไปมาก ๆ
  • 2007.01.08 พี่ปุ่น ไทยอินดี้ แท็กสวนกันกะผม ผมแท็กไป (โพสต์นี้) แต่พี่เค้าไม่เห็น (บล็อกผมช่วงนี้มันวิ่งเร็วอ่ะนะ บ้าพลัง) ก็เลยแท็กกลับมา แบบนี้ถือว่ารับแท็กรึยังอ่ะ ? 😛

technorati tags:

Bill Joy: Proceed With Caution

Stirred the water back then in 2000 with his article, Why the future doesn’t need us. Now he’s back, giving an interview to NYTimes, on terrorism, genetic engineering, and bioweapons.

Who is Bill Joy ? — A former chief scientist of Sun Microsystems, also a co-founder of the company. Prior to Sun, he wrote vi and TCP/IP stack, and designed BSD. At Sun, he designed NFS, co-designed SPARC, Java, Jini, and JXTA.

My idol.