Man of His Words สรรเสริญ แก้วกำเนิด

Man of His Words สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก

“ผมอยากขยายความหลักการทำงานนิดหนึ่ง สสารทุกอย่างในโลกมนุษย์ จะมีสนามแม่เหล็กของมัน ซึ่งจะแตกต่างกัน หลักการของการใช้เครื่อง GT200 ก็คือ เราจะตรวจหาอะไร เราก็เอาสารชนิดนั้นมาทำเป็นเซ็นเซอร์การ์ดแล้วใส่เข้าไปในนี้ ซึ่งก็จะมีสนามแม่เหล็กเกิดขึ้น สมมติว่าเราใส่เรื่องของยาเสพติด ยาไอซ์เข้าไป เมื่อเครื่องทำงานก็จะไปตรงกับยาไอซ์ ซึ่งอยู่ในภูมิประเทศที่เรากำลังหา เนื่องจากมีสนามแม่เหล็กที่ตรงกัน ตัวเสาสัญญาณจะเบนไปหา”

— พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก
ให้สัมภาษณ์เรื่อง GT200 ในรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เมื่อปี 2553

24 เม.ย. 2556: ศาลอังกฤษตัดสินให้นักธุรกิจขาย GT200 มีความผิดฐานต้มตุ๋น

subject: #GT200 and #sniffer

ต่อจากประชาธิปไตยแบบไทย ๆ เราก็มีคณิตศาสตร์แบบไทย ๆ :
13/20 = 100%

ผมเห็นว่า GT200 (เครื่องตรวจระเบิด, เขาอ้างว่าเป็น) และ sniffer (เครื่องดักฟังข้อมูลบนเครือข่าย) นั้นมีส่วนคล้ายกันในหลาย ๆ เรื่อง

ตั้งแต่เรื่องพื้น ๆ อย่างการจัดซื้ออุปกรณ์ราคาแพง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการเอื้อประโยชน์ตอบแทน ซึ่งเรื่องนี้กระทบรายจ่ายของประเทศ-ของเรา แต่อาจจะไม่ได้กระทบกับชีวิตเราตรง ๆ

เรื่องอุปกรณ์ไม่มีประสิทธิภาพตามอ้าง ซึ่งเรื่องนี้อาจจะกระทบชีวิต-ความปลอดภัย-ของเราได้ตรง ๆ เช่น อุปกรณ์ตรวจจับที่ไม่มีประสิทธิภาพ ก็อาจทำให้ระเบิดเล็ดรอด ไปตูมตามได้

ไปจนถึงการเรื่องที่กระทบชีวิต-สิทธิเสรีภาพ-ของเราอย่างที่เราอาจจะคาดไม่ถึง คือ การใช้อุปกรณ์ วิทยาศาสตร์ เหล่านี้ ในการสร้างความชอบธรรมแก่เจ้าหน้าที่ในการควบคุมหรือตรวจค้นเป้าหมาย (ที่อาจถูกหมายหัวเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว) โดยไม่ต้องขอหมายค้นหรือคำสั่งศาล โดยอ้างว่า มีเหตุอันเชื่อได้ว่า เราทำผิดอะไรซักอย่าง ตามแต่เครื่องมือนั่นจะบ่งชี้ … อย่างดีก็แค่รบกวนการดำเนินชีวิต อย่างชั่วก็ยัดข้อหา (โดยมนุษย์หรือโดยอุปกรณ์) อย่างชั่ว ๆ ดี ๆ ก็อาจจะต่อรองกันได้ เป็นช่องทางหากิน … ในภาคใต้ของไทยเอง มีคนจำนวนมากถูกจับกุมหรือขึ้นบัญชีเพราะ GT200 ชี้(เดา)ว่าพวกเขามีระเบิด

ในเรื่องสุดท้ายนี้ GT200 และ sniffer มีความเหมือนกันอย่างมาก และมันแสดงถึงความไม่ต้องการดำเนินตามขั้นตอนกฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนหนึ่ง (ซึ่งน่ากลัวว่า ถ้าจำนวนหนึ่งนี้ เป็นจำนวนมาก)

พวกเขาคิดว่า หมายค้น หรือ คำสั่งศาล เป็นเรื่องยุ่งยาก ไม่ควรต้องมี พวกเขาต้องการตรวจค้น ควบคุม จับกุม โดยทันที – โดยอาศัยสัญชาตญาณของพวกเขาเอง โดยการตัดสินของพวกเขาเอง – โดยไม่ต้องการการถ่วงดุลหรือคานอำนาจใด ๆ ตามกระบวนการยุติธรรม (พูดกันง่าย ๆ ว่า ศาลเตี้ย)

ผมพบว่า เวลาผมไปติดต่องานกับสถานที่ราชการ เจ้าหน้าที่ต่าง ๆ นั้น จะเคร่งครัดกับกฎระเบียบขั้นตอนต่าง ๆ ที่พวกเขาตั้งขึ้นอย่างมาก

แต่ก็ตลกดี ว่าเมื่อถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องทำตามกฎระเบียบขั้นตอนบ้าง พวกเขากลับไม่อยากทำ และพยายามหาช่องทางที่จะไม่ต้องทำ

ในแง่นี้ ผมจึงคิดว่าสถานะของ ประชาชน อย่างเรา ๆ และ เจ้าหน้าที่รัฐ (ข้าราชการ/ข้ารัฐการ) นั้นต่างกันอย่างชัดเจนจริง ๆ — คือมันมีกฎหมายจำนวนมากมาย ที่พวกเราจำเป็นต้องขึ้นกับ/ปฏิบัติตาม (subjected to) โดยไม่มีเงื่อนไข ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐ กลับมีช่องทางหรือสามารถสร้างช่องทางที่จะไม่ต้อง subjected to กฎหมายพวกนั้นได้

เมื่อพิจารณาเช่นนี้ ก็ไม่แปลกอะไร ที่ในสถานการณ์บางอย่าง ภายใต้กฎหมายต่าง ๆ ดังกล่าว พวกเราจึงไม่ได้มีสถานะเป็น ประชาชน แต่เป็น ไพร่ (subject) — คือมีแต่พวกเราเท่านั้นที่ subjected to กฎต่าง ๆ เหล่านั้น ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐนั้นจะอยู่เหนือกฎหมายที่ว่า — เป็นเจ้าในทางกฎหมาย ที่อยู่เหนือไพร่ในทางกฎหมายอย่างพวกเรา

ความเป็นเจ้าในทางกฎหมายนี้ อาจสร้างได้หลายวิธี แต่ในกรณีล่าสุดนี้ มันก็ดูตรงไปตรงมาดี ที่ความเป็นเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ มีอำนาจเหนือกฎหมาย จะถูกสร้างขึ้นโดยอุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์ เช่น GT200 🙂

ประเด็นที่ยังน่าสงสัยคือ ถ้าเครื่องจีที 200 ไม่มีประสิทธิภาพเลย เครื่องไม่น่าจะตรวจพบสารประกอบระเบิด แต่ในการทดสอบยังตรวจพบถึง 4 ครั้ง ส่วนการตรวจ 16 ครั้งไม่พบสารระเบิด ซึ่งจำเป็นต้องหาข้อพิสูจน์ให้ได้
— พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

technorati tags: , ,

A Coup for the Rich, Creative Thailand, #GT200

ตอนนี้ในเน็ตมี ใบปลิวตั้งคำถามหลายข้อถึงความชอบธรรมในการจัดซื้อจัดจ้างงานต่าง ๆ ในห้วงระยะเวลาที่คมช.ครองอำนาจสูงสุด (จาก ไทยอีนิวส์)

หนึ่งในคำถามเหล่านั้น ตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ของ
พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข รักษาการประธาน คมช. / รองหัวหน้าคปค.คนที่ 1 กับ
พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานกรรมการ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ / สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2549 และ
นายอนุวัฒน์ วัฒนกิจ เจ้าของบริษัท เอ วิ เอ แซทคอม จำกัด (ผู้แทนจำหน่าย เครื่องตรวจจับระเบิด GT200)

ในใบปลิวระบุว่า นอกจาก บริษัท เอ วิ เอ แซทคอม (AVIA SATCOM – www.groupavia.com) จะเป็นผู้จัดหาเครื่อง GT200 แล้ว ยังเป็นผู้จัดหาเครื่องบินขับไล่ GRIPEN, โครงการ RTADS Phase II, และโครงการอื่นๆ ในกองทัพอากาศ เช่น การจัดซื้ออะไหล่เครื่องบินอัลฟ่าเจ็ท และอุปกรณ์สื่อสาร

ข่าว 3 มิติ ก็พูดถึงเรื่องนี้

technorati tags: , , ,