media and information literacy & citizen science: พลเมืองที่อ่านเขียนสารสนเทศเป็นกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองผ่าน “วิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง”

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (3 ก.ย. 2556) ไปงาน แผนแม่บทไอซีที ระยะที่ 3 ซึ่งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกำลังจัดทำสำหรับ พ.ศ. 2557-2561 มีสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาช่วยจัดทำด้วย (ดูเอกสารประกอบการประชุมกลุ่มย่อยและการรับฟังความคิดเห็น)

มนู อรดีดลเชษฐ์ (เมื่อก่อนอยู่ศรีปทุม ไม่รู้ตอนนี้อยู่ไหน) กับ พรทิพย์ เย็นจะบก จากยูเนสโกพูดถึงประเด็นการหลอมรวมกันของนิเทศศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ

พรทิพย์บอกว่าทุกวันนี้นิเทศศาสตร์เข้ามาอยู่ในไอซีที media literacy กลายเป็น media and information literacy (ยูเนสโกใช้คำนี้ ย่อว่า MIL ส่วนที่อื่นอาจจะเรียก information and media literacy ย่อว่า IML)

หลายคนเทียบ “media literacy” เป็นคำไทยว่า “การรู้เท่าทันสื่อ” ซึ่งก็สะท้อนความคิดในช่วงหนึ่งของนักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อไทย ที่รู้สึกว่าสื่อมันมีอิทธิพลมาก ความชั่วร้ายในสังคมนี่หลักๆ มาจากสื่อไม่ดี ดังนั้นคนเราต้องได้รับการศึกษา ให้รู้เท่าทันสื่อ ไม่ถูกสื่อ(และนักการเมืองที่ครอบงำสื่อ)หลอกเอา นักสื่อสารมวลชนคนหนึ่งที่ใช้คำว่า “รู้ทัน” จนเป็นเครื่องหมายการค้า ก็คือ เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง กับชุดหนังสือและรายการ “รู้ทันทักษิณ”

ผมแสดงความหงุดหงิดกับการแปล “media literacy” เป็น “รู้เท่าทันสื่อ” ในหลายโอกาส ถ้าจำไม่ผิดในช่วงแรกก็น่าจะเป็นตอนที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการอบรมนักข่าวพลเมือง ซึ่งโดยตัวมันเองก็ชัดเจนว่า นี่เราจะเป็นพลเมืองที่สื่อสารข่าวเองแล้วนะ ไม่ใช่แค่พลเมืองที่รู้ทันเท่านั้น กระแสพวกนี้อยู่ร่วมสมัยกับเว็บล็อกและยูทูบ กับสิ่งที่เรียกว่า user-generated content และต่อมาก็โซเชียลมีเดีย สิ่งเหล่านี้มันเข้าใจให้รอบไม่ได้ในกรอบ “รู้เท่าทันสื่อ” แบบเดิม ที่เน้นการรับสาร (อย่างเท่าทัน)

คำแปล “literate” ในภาษาไทย มีใช้กันอยู่ว่า “อ่านออกเขียนได้” เทียบได้อย่างตรงไปตรงมากับภาษาอังกฤษที่นิยามว่า “literacy” คือ “ability to read and write”

คำว่า “รู้เท่าทัน” มันตก “การเขียน” ไป

แม้เราจะพอขยายความหมายของ “รู้เท่าทัน” ให้รวมไปถึงการเขียนอย่างเท่าทันได้บ้าง แต่มันก็ไม่ชัดเจนเท่า “อ่านออกเขียนได้”

ผมเลยพยายามจะแปล media literacy ว่า “การอ่านสื่อออกเขียนสื่อได้” หรือถ้าเอายาวๆ ก็อาจจะเป็น “ความสามารถในการอ่านสื่อออกเขียนสื่อได้” … ซึ่งก็ยาวเกิน ยังนึกคำที่กระชับและครบไม่ออก ยิ่งพอมีคำว่า information พ่วงมาด้วย ยิ่งยาก

(ผมคิดว่าการแฮ็กนี่แหละ คือการรวบยอด literacy ทั้งหมดของยุคหน้า)

การอ่านสารเทศออกเขียนสารเทศได้ของพลเมืองทั่วไป เมื่อประกอบกับการมีอยู่และเข้าถึง open data/big data และเอกสารแบบ open access ที่มากขึ้น กฎระเบียบที่เปิดกว้างมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจาก open access movement และ free culture movement (รวมไปถึงกฎหมาย freedom of information และการสนับสนุนการหลุดรั่วโดยบุคคลและสถาบันอย่างหนังสือพิมพ์และ WikiLeaks) จะทำให้ความเป็น “เจ้า-หน้าที่” (authority) ที่เกิดและดำรงอยู่เพราะความจำกัดของแวดวงวิชาชีพ ถูกท้าทายมากขึ้น

สิ่งนี้เกิดขึ้นแล้วกับวงการข่าว และกำลังเกิดขึ้นกับวงการวิทยาศาสตร์

เมื่อประมาณสิบปีก่อน สิ่งที่เรียกว่า grassroot/citizen journalism ได้เกิดขึ้น และได้พิสูจน์แล้วว่ามันทำให้วงการสื่อต้องปรับและปฏิวัติตัวเองอย่างไร

วันนี้ แนวคิดคล้ายๆ กันกำลังทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า citizen science หรือ “วิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง”

พลเมืองที่เดิมทำได้แค่เพียงตรวจสอบผลวิจัยที่ดูจะมีปัญหา ตอนนี้เราเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำวิจัยได้

ในขั้นแรกอาจจะเป็นเพียงการให้ข้อมูล เก็บข้อมูล หรือร่วมประมวลผล บนกรอบวิธีวิจัยที่ผู้เชี่ยวชาญกำหนด แต่มันมีแนวโน้มจะค่อยๆ ขยับ พลเมืองทั่วไปจะเข้าไปร่วมสังเกตการวิจัยและกำหนดวาระวิจัยได้มากขึ้น

ซึ่งก็ดูสมเหตุสมผลดี เพราะวาระการวิจัยเองก็กำหนดว่า อะไรที่จะถูกมองเห็น และในหลายครั้ง สิ่งที่จะถูกมองเห็นและวิเคราะห์สรุปออกมาเป็นผลวิจัยนี้ ก็จะส่งผลกระทบต่อพลเมืองทั่วไป ผ่านการถูกนำไปใช้เป็นฐานในการออกแบบและสร้างความชอบธรรมให้กับนโยบาย หรือใช้ในการรณรงค์สนับสนุนนโยบาย

ถ้าอำนาจในสังคมปัจจุบัน มาจาก ข้อมูล และ วิธีการให้เหตุผล

พลเมืองเจ้าของอำนาจ ก็ควรจะเข้าไปมีส่วนร่วมได้มากขึ้น ในการสร้างข้อมูลและวิธีการให้เหตุผลพวกนั้น

 

ปรับปรุงจากโพสต์ในเฟซบุ๊ก (4 ก.ย. 2556)

Social Network + Social Media สำหรับงานข่าวพลเมือง

สไลด์จากงานอบรมนักข่าวพลเมือง เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ในช่วงเดือนที่ผ่านมา

สิ่งที่ผมอยากทำก็คือ จะทำยังไงที่จะช่วยให้คนที่เข้าไม่ถึงสื่อกระแสหลัก (ดูได้ แต่ไม่มีโอกาสเขียน)
ได้มีโอกาสสื่อสารประเด็นของเขาเองบ้าง social media เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าจะช่วยงานข่าวพลเมืองได้

สำหรับผู้มีอำนาจรัฐหรือทุน ในการเข้าถึงสื่อกระแสหลักอยู่แล้ว ถ้าพวกเขาจะใช้กระแสรอง นอกกระแส สวนกระแส อะไรเพิ่มด้วย ก็คงไม่แปลกอะไร แต่ผมเองคงไม่มีความสนใจจะไปช่วยพวกเขา ด้วยเห็นว่าปกติพวกเขาก็ได้พื้นที่สื่อสารไปตั้งมากอยู่แล้ว (ประกอบกับพวกเขาก็คงไม่เอาผมด้วย)

technorati tags:
,
,

On various little and BIG things

ปรับปรุง 2008.03.31: แก้สะกดผิด (สระเกิน ที่มองไม่เห็นบนวินโดวส์) เพิ่มลิงก์พี่ไตร แสงศตวรรษ และ technorati แปะคลิป / และตกลง network interface ไม่ได้เจ๊งครับ ปรากฎว่าสงสัยจะ update package อะไรไปแล้วมันเจ๊ง พอลงโอเอสใหม่ มันก็ใช้ได้เหมือนเดิมครับ เน็ตเวิร์ก (ตอนนี้ใช้ Ubuntu 8.04 Beta อยู่)

คลิป Kapook ชวนคุย วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2550 ที่บ้านไร่กาแฟ ขึ้นแล้วนะครับ (ตั้งแต่เมื่อวานเที่ยง ๆ ได้ ผมเพิ่งจะต่อเน็ตได้ network interface โน๊ตบุ๊คเจ๊ง)

ที่ Duocore http://duocore.tv/ (ตอนพิเศษ xxx.kapook.com)
ที่ FukDuk http://fukduk.tv/ (รอ 1 เม.ย. รายการ “กำไข่ ใส่ข่าว”)

เชิญดูและพิจารณานะครับ ความเห็นของผู้คนต่าง ๆ น่าจะพอเห็นใน blogosphere บ้างแล้ว

ความเห็นของผมสั้น ๆ ตอนนี้ ก็คือ งานนี้ คุณปรเมศวร์ แฟร์ ตอบทุกคำถาม แม้จะยืดยาวกินเวลาไปหน่อย โดยเฉพาะในช่วงแรก และออกนอกเรื่องไปไกลหลายทีในช่วงถัด ๆ มา แต่ยังไงคุณปรเมศวร์ก็พยายามตอบทุกข้อ และทุกข้อก็พอฟังได้ – เป็นข้อ ๆ ไป – แต่อย่าเอาคำตอบทั้งหมดมาร้อยกัน เพราะมันจะไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่นัก บางข้อมันขัดกันเอง – แต่โดยรวมไม่น่าเกลียดครับ ฟังได้ (เชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่คนนะครับ ก็พิจารณาเป็นข้อ ๆ ไป)

แต่ที่(ผม)ฟังไม่ได้จริง ๆ ก็คงจะเป็นทีมงานของ Kapook คนหนึ่ง (เสื้อดำในวิดีโอ) และบางคำที่พี่ไตร-ชีพธรรม (เสื้อ eBay) พูด ลองดูในวิดีโอเองนะครับว่าเป็นอย่างไร (ผมไม่ได้รู้จักพี่ไตรเป็นการส่วนตัว แต่ก็ติดตามผลงานมาตลอด ตั้งแต่สมัยผมทำงานใหม่ ๆ และต้องไปเกี่ยวข้องเรื่องจัดอบรมที่ซอฟต์แวร์ปาร์ค และก็ชอบลีลาการอบรมของพี่เขามาก รู้สึกว่าคนนี้เกิดมาเพื่อสื่อสารเพื่อเป็นโค้ชจริง ๆ ผมเลยรู้สึกผิดหวังในทัศนคติของพี่เขาเรื่อง “ขี้อิจฉา อวดดี อยากเด่น” ฯลฯ – แต่นั่นก็เป็นเรื่องของตัวผมเอง ไม่ได้เป็นความผิดของพี่เขา)

อยากให้ดูคลิปที่ว่าจนจบนะครับ จะได้ฟังความเห็นของทุก ๆ คนอย่างรอบด้าน (เพิ่งดูคลิปของ Duocore จบ พบว่ามีตัดไปบ้างบางส่วน แต่เหมือนเป็นการตัดต่อให้ภาพมันต่อเนื่องมากกว่า เท่าที่ดู ไม่น่าจะมีประเด็นสำคัญอะไรถูกตัดออกไป ยกเว้นช่วงสุดท้ายที่ อดัม FukDuk ซักถามคำถามหลายคำถาม พร้อมข้อมูลประกอบที่ปริ๊นท์ออกมาหลายหน้า — คุณออย Duocore แจ้งว่า ตอนท้ายนี้ไม่ได้เป็นการตัด แต่ที่หายไปน่าจะเป็นเพราะแบตหมดแล้ว แต่ไม่ต้องห่วง ยังไงดูได้ที่เว็บ fukduk.tv ครับ 1 เม.ย. นี้)


(ข้างล่างนี้เกี่ยวข้องกับเรื่อง Kapook น้อยมาก ๆ)

เมื่อคืนได้แลกเปลี่ยนกับ MacroArt, jittat และ sugree ผ่าน twitter (บนรถเมล์ ผ่านมือถือ) ประเด็นสำคัญที่ผมคิดว่าควรจะต้องย้ำตรงนี้ก็คือ ไม่ใช่เรื่องทุกเรื่องที่เราจะจัดการกับมันแบบ ‘ ส่วนตัว’ ได้ (และหลายครั้งถึงทำได้ ก็ไม่ควรทำ) — ถ้าเป็นเรื่องประโยชน์ส่วนตัว ความเสียหายส่วนตัว แน่นอนว่ามันคงจะดีกว่า ถ้าจัดการกันแบบส่วนตัวได้ แต่เมื่อไรที่มันเป็นเรื่องประโยชน์สาธารณะ ความเสียหายสาธารณะ ผมไม่คิดว่าการจัดการแบบส่วนตัวจะสามารถทำได้ (และถึงทำได้ ก็ต้องไม่ทำ)

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่อง ถ้าเห็นว่ามีปัญหาอะไร ก็รายงานไปที่ผู้ต้องหาสิ (เอาจริงสิ ? รายงานไปที่ ผู้ต้องหา นะ) — ผมเห็นเหมือน sugree ว่าเราควรจะมีที่กลางที่เราสามารถเชื่อใจเชื่อถือได้ เพื่อที่เราจะได้รายงานไปที่ดังกล่าวได้ และกระบวนการทุกอย่างต้อง มีส่วนร่วมได้-โปร่งใส-ตรวจสอบได้ (ทำนองเดียวกับการแจ้งไปที่ Bugzilla หรือส่ง support ticket หรือติดตามพัสดุผ่านเว็บ FedEx) —
ซึ่งตอนนี้ผมเห็นว่าไม่มี — จึงเป็นเรื่องปกติที่ผู้คนจะวิ่งไปแจ้งสื่อมากกว่าแจ้งตำรวจ หรือถนนพังก็แจ้งทีวี เพราะแจ้งทางการมาแล้วห้าปีไม่เห็นมีใครมาทำอะไร แจ้งแล้วก็เงียบหาย แจ้งทีวีสิเร็วดี ออกอากาศปุ๊บ รุ่งขึ้นมาเลย หรือในกรณีทุกวันนี้ อินเทอร์เน็ตก็เป็นช่องทางหนึ่ง ที่เราสามารถสื่อสารกับคนอื่น ๆ มาได้มากกว่า กว้างกว่าเดิม อย่างง่าย ๆ — ซึ่งก็มีทั้งเรื่องบอกเล่า ชื่นชม เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย

ในกรณีที่ไม่เห็นด้วยนั้น คนเขียนก็อาจจะไม่ได้หวังให้ไปเอาผิดอะไรกับใครด้วยซ้ำ เพราะหลายทีที่มันไม่ได้ผิดกฎหมาย (และเพราะไม่ผิดกฎหมายจึงไปแจ้งตำรวจไม่ได้ อย่างเรื่อง SEO ตำรวจเขาคงงง ๆ มันไม่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว) แต่เขียนไปเพื่อแจ้งให้คนอื่นได้ทราบสิ่งที่เกิด และบอกเล่าความคิดเห็นของเขากับสิ่งเหล่านั้น ว่าเขาไม่เห็นด้วยนะ เพราะอะไร ส่วนคนอื่นจะคิดอย่างไร ก็เป็นเรื่องของแต่ละคน และแต่ละคนก็มีสิทธิที่จะโต้แย้งได้อย่างเท่าเทียมเช่นกัน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่สาธารณะ

อินเทอร์เน็ตมีคุณค่า เพราะมันไม่ได้บรรจุแต่เพียง “ความจริง” แต่มันยังมี “บทสนทนาเพื่อแสวงหาความจริง” บรรจุรวมอยู่ด้วย (เราเรียกมันสั้น ๆ ว่า “ความคิดเห็น”)

ไม่ว่าเราจะมีระบบแจ้งเหตุที่น่าเชื่อถือแล้วหรือไม่ อินเทอร์เน็ต/มณฑลสาธารณะจะต้องเป็นที่ที่เราสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นธรรมต่อเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างเสรี ถ้าสิ่งที่เราพูดนั้นมีมูล มีเหตุที่เชื่อถือได้อันทำให้เราเชื่อเช่นนั้น และเราพูดไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ เราก็ควรจะได้รับการปกป้องทางกฎหมายด้วย (ดูกรณี ชินคอร์ป vs สุภิญญา ที่ชินคอร์ปฟ้องสุภิญญา หลังเธอให้สัมภาษณ์ถึงการเอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจครอบครัวของอดีตนายก ซึ่งสุดท้ายศาลอาญามีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง “เนื่องจากเห็นว่าเป็นการกล่าวแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและติชมด้วยความเป็นธรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งเป็นวิสัยของบุคคลและประชาชนพึงกระทำได้ ไม่ได้เป็นการมุ่งประสงค์ใส่ความบริษัทให้ต้องเสียชื่อเสียงหรือถูกดูหมิ่น เกลียดชังแต่อย่างใด” [ผมหวังให้พี่ไตรได้อ่านตรงนี้])

เมื่อคืนตอนที่ผมแลกเปลี่ยนกับทุก ๆ คน (อย่างทุลักทุเล จิ้ม ๆ บนมือถือ) ผมคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องของเว็บใดเว็บหนึ่ง หรือกระทั่งเป็นเรื่องเจาะจงเฉพาะอินเทอร์เน็ต แต่ผมคิดถึงกรณีทั่วไปทั้งหมดเลย (คิดว่าคนอื่น ๆ ก็น่าจะประมาณนี้) เป็นเรื่องของสิทธิในการ(ไม่)สื่อสาร สิทธิที่จะ(ไม่)รู้ และสิทธิที่จะ(ไม่)พูด แน่นอนว่าในกรอบที่จะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่(ต้องพูดแต่ไม่)พูดด้วย – แต่ย้ำว่านี่เป็นการรับผิดชอบต่อสาธารณะ

สิทธิในการสื่อสารเป็นสิทธิโดยธรรมชาติ เราทุกคนเกิดมาพร้อมสิทธิอันนี้ เป็นสิทธิที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่ได้โดยไม่ต้องถูกรับรองโดยกฎหมาย
เราทุกคนนั้นเมื่อเกิดมาก็ดู ก็ฟัง ก็พูดได้เหมือนกันหมด การกระทำใด ๆ ที่จะทำให้เราดูไม่ได้ ฟังไม่ได้ พูดไม่ได้ (เช่น ดูไม่ได้เพราะเขาเห็นว่าเราโง่เกินไปที่จะดูพระเล่นกีต้าร์ หรือพูดไม่ได้เพราะเราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ หรือกลัวว่าจะถูกฟ้องหมิ่นประมาท) ย่อมเป็นการริดรอนสิทธิโดยธรรมชาติของเราอันนี้ทั้งสิ้น

คุณ MacroArt สนใจประเด็น code of conduct จรรยาบรรณของบล็อกเกอร์/สื่อพลเมือง จึงขอเสนอลิงก์ด้านล่างอีกรอบครับ

(เมื่อวาน tweet หลายเรื่องมาก เช่น เรื่องหลักฐาน การทำลายหลักฐาน ความเสียหายที่เกิดต่อสาธารณะแล้ว ฯลฯ ยังไงไปกดหาใน twitter นะครับ ปวดฉี่ ไปแล้ว อยู่ร้านเน็ต หวัดดีครับ)

technorati tags:
,
,
,
,
,
,
,

Goliath vs Networked Davids

Goliath vs Networked Davids
somewhat self-regulated Internet and power of grassroot reporters ?

ข้างล่างเป็นเมลที่เพิ่งส่งออกไป ขี้เกียจจัดหน้า แปะมันงี้เลยละกัน จะนอนแล้ว

เมื่อคนเล่นเน็ต/ผู้ใช้บริการ ตรวจสอบ เว็บไซต์/ผู้ให้บริการ
ที่ทำผิด norm [บรรทัดฐาน] ของสังคมอินเทอร์เน็ต (แม้ว่าอาจจะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม)

ผมคิดว่าเรื่องเว็บไซต์ ไม่ใช่เรื่องน่าสนใจนัก (เว็บไซต์ประเภทนี้มีเยอะแยะ)
เมื่อเทียบกับกระบวนการทั้งหมดที่ทำให้เรื่องมัน ‘แดง’ และ ‘ดัง’ ขึ้นมา
ผมคิดว่ากระบวนการนี้น่าสนใจ จึงขอลำดับเหตุการณ์คร่าว ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้ทราบกัน
(กรุณาอ่านต่อในรายละเอียดต่อเองในแต่ละลิงก์ – ศัพท์บางคำอาจจะใหม่ แต่ไม่น่าจะยากเกินทำความเข้าใจ)

ผมขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้ก่อน ก่อนจะเข้าส่วนของลำดับเหตุการณ์:

  1. เรื่อง blackhat SEO, spamdexing เป็นเรื่องผิดมารยาทต่อผู้ประกอบการรายอื่น
    และละเมิดสิทธิในการรับรู้ข่าวสารที่มีคุณภาพของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
    Google, Yahoo!, Microsoft และเสิร์ชเอนจิ้นต่าง ๆ ควรตรวจสอบ
  2. และ (1) ทำให้เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการปั่นตัวเลขจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บ
    ในแง่โฆษณาแล้ว ตัวเลขนี้มีผลต่อราคาเช่าพื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์
    ทำแบบนี้เท่ากับคนซื้อพื้นที่โฆษณาจ่ายเงินซื้อจำนวนผู้เยี่ยมชมปลอม ?
    เอเยนซี่โฆษณา, media buyer, และศูนย์วิจัย (ที่นำตัวเลขไปใช้) ควรตรวจสอบ
  3. ผมไม่มีปัญหาเท่าไรนัก กับเว็บประเภท xxx คิดว่ามันก็คงต้องมีที่ทางของมัน
    ถ้าต้องการป้องกันลูก พ่อแม่ก็ติด filter ที่เครื่องคอมแต่ละเครื่องได้
  4. แต่กรณีนี้เป็นกรณีพิเศษ ที่ (3) มีความสำคัญ
    เนื่องจาก (บริษัทที่บริหารโดย) ผู้รับผิดชอบเว็บไซต์ดังกล่าวนั้น
    เป็นผู้ดูแล “โครงการอินเทอร์เน็ตสีขาวเพื่อเยาวชน” และ
    “ปลาวาฬ เบราเซอร์ – ท่องเน็ตปลอดภัย ห่วงใยเยาวชน” ด้วย
    ซึ่งจุดประสงค์ของโครงการทั้งสองอันนี้ ขัดกับเนื้อหาประเภท xxx ในเว็บไซต์ดังกล่าวแน่
    ซึ่งเมื่อเป็นแบบนี้ ก็จะเห็นได้ว่า มี conflict of interest
    สสส., กระทรวงศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน,
    สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ในฐานะผู้ให้ทุน/สนับสนุน ควรตรวจสอบ
  5. เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และผู้ประกอบการบนอินเทอร์เน็ตให้ความสนใจมาก
    สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย และ สภาวิชาชีพผู้ดูแลเว็บไทย
    ควรจะให้ความเห็นและแสดงจุดยืนในเรื่องดังกล่าวข้างบนให้ชัดเจน เพื่อประโยชน์ของวงการอินเทอร์เน็ตไทย
    (หมายเหตุ: ผู้รับผิดชอบเว็บไซต์ในข่าว เป็นนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยคนปัจจุบัน
    http://www.webmaster.or.th/committee.html )

—-

เมื่อคนเล่นเน็ต/ผู้ใช้บริการ ตรวจสอบ เว็บไซต์/ผู้ให้บริการ
ที่ทำผิด norm [บรรทัดฐาน] ของสังคมอินเทอร์เน็ต (แม้ว่าอาจจะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม)

เริ่มจากอาการอยู่ไม่สุขของคนเล่นเน็ต
ที่ไปเจอหน้าเว็บแห่งหนึ่ง (เป็น subdomain ของเว็บไซต์ใหญ่อีกที)
จึงได้เขียนบล็อกเกี่ยวกับเรื่องนี้
http://pittaya.com/2008/03/19/xxx-kapook-com/

และข่าวได้กระจายออกไปด้วยเครื่องมือต่าง ๆ
รวมทั้ง IM, microblogging (twitter.com) และ social bookmark
http://zickr.com/internet/xxxkapookcom-1
http://duocore.tv/story.php?id=2630

ชาวเน็ตอื่น ๆ รู้และบอกต่อ เสริมมุมมองและการค้นพบเพิ่มเติมของตัวเอง
http://bact.blogspot.com/2008/03/xxxkapookcom.html
http://www.eblogbiz.com/2008/03/kapook-blackhat-seo.html
[…]
http://www.blognone.com/node/7279

ก่อให้เกิดปฏิกริยาจากตัวเว็บไซต์
ปรับเปลี่ยนหน้าเว็บที่ถูกพูดถึง
ทำให้ว่าง -> เปิดใหม่ เอารูปออก -> เปลี่ยนข้อความ

บล็อกเกอร์บันทึกและรายงานความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น
http://pittaya.com/2008/03/19/where-is-xxx-kapook-com/
http://pittaya.com/2008/03/20/xxx-kapook-com-relaunch/
http://projectlib.wordpress.com/2008/03/20/xxx-kapook-come-back-again/
http://pittaya.com/2008/03/20/x-file-xxx-kapook-com/

และนำไปสู่การรายงาน ของสื่ออินเทอร์เน็ตรายใหญ่
โดยใช้ข้อมูลและภาพจากบล็อกต่าง ๆ
พร้อมกับการสัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบเว็บไซต์ดังกล่าว
http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000034021

และปฏิกริยาสะท้อนกลับ (+แสดงเหตุผล/หลักฐานโต้แย้งคำให้สัมภาษณ์)
จากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
http://pittaya.com/2008/03/20/kapook-on-manager/
http://www.eblogbiz.com/2008/03/exoneration-from-kapook.html
[…]
http://arayachon.org/forum/arayachon/413

มีภาษาต่างประเทศด้วย (ญี่ปุ่น, อังกฤษ)
http://thaida.wordpress.com/2008/03/20/kapook%E7%A5%AD%E3%82%8A/
http://www.zezore.com/2008/03/21/news/blackhat-seo-on-kapookcom/

และนำไปสู่การเปิดเวทีเพื่อชี้แจงซักถาม โดยเว็บไซต์ดังกล่าว
ในวันเสาร์ที่ 22 นี้ (บ่ายโมง บ้านไร่กาแฟ เอกมัย)
โดยมีคนจากสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยเป็นผู้ประสาน
http://blog.macroart.net/2008/03/kapook-talk-with-webmaster-poramate.html

สรุปภาพรวมเรื่องเทคโนโลยีที่ทำให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้ ** (น่าสนใจมาก)
http://ipats.exteen.com/20080321/entry

ลิงก์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
http://pittaya.com/2008/03/21/feedbacks-from-the-blogosphere/

—-

ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ หลังจากนี้
สามารถติดตามได้จากบล็อกของ pit http://pittaya.com/
และบล็อกอื่น ๆ ครับ
ทีวีออนไลน์สองแห่งจะทำสกู๊ปเรื่องนี้ด้วย คือ
http://fukduk.tv/ และ http://duocore.tv/

ขอบคุณครับ

🙂

technorati tags:
,
,
,
,
,
,

xxx.kapook.com

This news in English: Blackhat SEO on Kapook.com, at Quando Omni Flunkus Moritati blog

In Japanese 日本語: kapook祭り, タイだ。

เสาร์ 22 มีนา บ่ายโมง – Kapook ชวนคุยเรื่องนี้
@ บ้านไร่กาแฟ เอกมัย (BTS เอกมัย)

pittaya เจ้าเก่าของเรา คุ้ยแคะแกะเว็บเอาเปรียบชาวบ้าน มาให้เราดูกันอีกแล้วครับ

คราวนี้เป็นเว็บยอดฮิตซะด้วย…

xxx.kapook.com

จะเป็นยังไง ลองไปอ่านที่ pittaya เขียนไว้ดู ได้รู้ได้เห็นทั้งหมดแล้วก็ เฮ่อ… อีกแล้วหนอ…

“คลิป sex xxx หนังโป๊ เรื่องเสียว”

เหล่านี้ล้วนเป็นคำที่ติดอันดับการค้นหาสูงอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย
และมันก็ยั่วยวนเหลือเกิน ที่จะนำคำเหล่านี้มาใส่ไว้ในเว็บของตัว เพื่อหวังทำอันดับการค้นหาให้สูงขึ้น
หรือที่เราเรียกกันว่า Search Engine Optimization (SEO)

การทำ SEO นั้น จะว่าไปก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ แต่มันก็มีขอบเขตอยู่ —
การนำเอาคำสำคัญ (คีย์เวิร์ด) ต่าง ๆ มาใส่ไว้ในหน้าเว็บ ทั้ง ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาของเว็บเลย
หรือพูดอีกอย่างก็คือ ใส่เข้ามาเพื่อหวังผลให้อันดับเว็บสูงขึ้นเท่านั้น เป็นเรื่อง อืม จะใช้คำว่าอะไรดี ขี้โกง ได้มั๊ย ? หรือพูดให้สุภาพหน่อยก็คือ ไม่มีความรับผิดชอบต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ต (ทำไมลิงก์ของคุณ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการหา ถึงต้องขึ้นมากินที่ลิงก์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกว่าด้วย ?
หรือพูดอีกอย่างก็คือ ทำให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ลำบากขึ้น ถ้าใช้คำของกูเกิลก็คือ “detract from users’ ability to locate relevant information”)

xxx.kapook.com Blackhat SEO
"xxx" on Truehits

การทำแบบนี้ เรามีชื่อเรียกมันว่า blackhat SEO หรือ spamdexing (spam + indexing ทำให้มีดัชนีขยะในเสิร์ชเอนจิ้น “สแปมเด็กซิ่ง” ชื่อเท่มะ)
และ spamdexing นี้ ก็ผิดนโยบายของกูเกิลและเสิร์ชเอนจิ้นต่าง ๆ ด้วย (อย่างที่ได้ว่าไปแล้วข้างบน)

บางคนอาจจะบอกว่า เอ๊ะ แต่ถ้ากดเข้าไปดูที่ xxx.kapook.com นี่ เราก็จะเจอเนื้อหาหวิว ๆ อะไรเต็มไปหมดเลยนี่ ก็ไม่เห็นจะ spam ตรงไหน หา xxx ก็ได้ xxx ก็โอเคนี่
… ลองไปดูที่ pittaya ชำแหละโค้ด HTML ครับ จะเห็นว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้น

นอกจากนี้ ลิงก์ที่โยงออกไปจากหน้า xxx.kapook.com นี้ จำนวนหนึ่ง ก็เป็นหน้าสำหรับทำ spamdexing เช่นกัน
เช่นหน้า http://hilight.kapook.com/view/19283
เราจะพบว่า ในหน้านั้นเราจะเจอคำซ้ำ ๆ จำนวนหนึ่ง เพื่อดักเสิร์ชเอนจิ้นอีกเช่นกัน

“ขายตัว ขาย sex เซ็กส์ เซ็กซ์”

kapook spamdexing

ลองดูเรื่องนี้เพิ่มได้จาก ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ครับ มีทั้งประเด็น hidden text, 1×1 pixels div, SEO rewrite เพื่อเพิ่ม keyword density พร้อมภาพประกอบครับ

 

เอาละ… ลำพังข้อหา spamdexing ก็สาหัสพอแล้ว
แต่สำหรับกรณี xxx.kapook.com นี้ยังไม่หมดแค่นั้น
เพราะยังมีเรื่องของ conflict of interest ด้วย!

conflict of interest ความสนใจขัดแย้งกันเอง ลักลั่นอย่างไร ?

เว็บ Kapook.com นี้ เจ้าของคือ บริษัท บัณฑิต เซ็นเตอร์ จำกัด มี คุณปรเมศวร์ มินศิริ เป็นกรรมการผู้จัดการ

บังเอิญว่าคุณปรเมศวร์คนเดียวกันนี้ ก็เป็นผู้จัดการ โครงการอินเทอร์เน็ตสีขาวเพื่อเยาวชน อีกด้วย (สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ-สสส. และ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)
และเกี่ยวข้องทางใดทางหนึ่งกับ ปลาวาฬ เบราเซอร์ ซึ่งมีสโลแกนว่า “ท่องเน็ตปลอดภัย ห่วงใยเยาวชน” (สนับสนุนโดย กระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สสส. และ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)

อ้อ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ที่สนับสนุนทั้งสองโครงการดังกล่าว มีคุณปรเมศวร์เป็นนายกสมาคมด้วย

thaicleannet.com

ใช้ xxx ด้วย – ต้าน xxx ด้วย

ก็งง ๆ ดีครับ

อาจจะเป็นว่า ธุรกิจก็จะเอา เงินสนับสนุนจากกองทุนก็อยากจะได้ … มันเลือกลำบาก
ก็เลยขอทั้งสองอย่างแล้วกัน … สมัยนี้ใคร ๆ ก็อยากรวยเร็วกันทั้งนั้นนี่นา — บางทีคุณที่ไปว่าเขา ตัวคุณเองถ้ามีโอกาสก็อาจจะทำแบบที่เขาทำก็ได้ จริงไหม ?

ตอนนี้ หลังจาก pit โพสต์ไปไม่นาน Kapook เขาก็ปิด xxx.kapook.com หนีไปแล้ว (ทำเป็นหน้าว่าง ทั้งหน้ามีแค่ <html></html> … “อินเทอร์เน็ตสีขาว” สมใจ) ใครอยากดูร่องรอย ตามไปดูได้ที่ Google cache (หน้า ณ วันที่ 13 มี.ค. 2551 เวลา 00:14:28 GMT) ไม่สมบูรณ์เท่าหน้าจริง พวกเลย์เอาท์นี่เละหมดเลย แต่เนื้อหายังน่าจะครบดี (ดูแบบที่เลย์เอาท์ยังดี ๆ อยู่ ได้ที่บล็อก pittaya เขาจับไว้ได้ทันก่อนโดนลบ) — update: Yahoo! Search cache เก็บไว้ได้ครบทุกอย่างเลย เจ๋งมากลองไปดูได้ครับ

xxx-kapook-com in Google cache (1)
xxx-kapook-com in Google cache (2)

หลักฐานอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า xxx.kapook.com เคยมีอยู่จริง เช่นที่หน้า http://play.kapook.com/vdo/show-31427 ของกระปุกเอง

"xxx.kapook.com" on Google

คลิกเข้าไปแล้วเป็นแบบนี้ มีบอกให้ไป “ติดตามต่อได้ที่ xxx.kapook.com”

play.kapook shows xxx.kapook.com address

 

pittaya อัพเดทวันนี้ (2008.03.20): xxx.kapook.com กลับมาอีกแล้ว ในแบบ ‘เนียนเนียน’ ขึ้น — ข้อความดูเบาลง แต่ใน meta ยังมีคีย์เวิร์ดครบอยู่นะครับ

pit ยังเกาะติด (2008.03.20): Kapook XXX กลายเป็น Kapook X-File?

ต่อมา ผู้จัดการออนไลน์ CyberBiz ลงข่าว ปรเมศร์ยกกรณี xxx.kapook.com บทเรียนราคาแพง ประมาณว่าเป็นความผิดพลาด ไม่ได้ตั้งใจ

ซึ่ง pit ก็ให้ความเห็นต่อคำชี้แจงของกระปุก และ MorMMaM ผู้เชี่ยวชาญ SEO ก็ร่วมชี้จุดน่าสงสัยในคำชี้แจงด้วย — โดยสรุป สั้น ๆ แล้วก็คือ ที่กระปุกว่ามา มันฟังไม่ค่อยขึ้น หลักฐานมันฟ้องชัดเกินไป เว็บ kapook.com มันหลายหน้า ตามแก้ยังไม่หมด และถึงจะแก้ได้หมดแล้ว แต่ที่ Google Cache / Google search results / ลิงก์จากหน้าเว็บอื่น ๆ มันก็ยังอยู่อยู่ดี และไปตามแก้ไม่ได้ด้วย

 

→ สรุปความเห็นผมต่อกรณีนี้+ลำดับเหตุการณ์ ที่ Goliath vs Networked Davids

 

อย่าเผลอ… ครั้งที่แล้วก็ทีนึงแล้ว เรื่อง iframe ขนาด 0 พิกเซล กับฮิตหน้าโฆษณา

 

[ ข่าวนี้ที่ pittaya, Zickr, duocore, Blognone, พันทิป.คอม, lab.tosdn, อารยชน, Manager, SEM, SEO knowledge in Thailand, projectlibthaida (Japanese 日本語 ภาษาญี่ปุ่น)Quando Omni Flunkus Moritati (English ภาษาอังกฤษ) ]

technorati tags: 

Sunday 25 Nov – YouFest – Citizen Journalism

ฝากประชาสัมพันธ์ครับ วันอาทิตย์นี้แล้ว

เสวนา YouFest ครั้งที่ 5 การสื่อข่าวพลเมือง
อาทิตย์ 25 พ.ย. 2550
13:00-จนกว่าจะพอใจ
@ INET ชั้น 13 ตึกไทยซัมมิท ถนนเพชรบุรี (MRT เพชรบุรี) แผนที่

  • พื้นที่ของสื่อพลเมือง / gotoknow.org
  • โอกาสและข้อจำกัดของสื่อพลเมือง / ประชาไท
  • สิทธิของสื่อพลเมือง / คนชายขอบ
  • กฎหมายหมิ่นประมาทในฐานะเครื่องมือจำกัดเสรีภาพสื่อ / อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์
  • ความอยู่รอดของสื่อพลเมืองในทางการเงิน / TRN Institute และ Friedrich-Naumann-Stiftung*
  • การต่อสู้ทางการเมืองในไซเบอร์สเปซ: สิงคโปร์ / James Gomez นักรณรงค์เพื่อเสรีภาพสื่อ
  • ศิลปะแห่งการสื่อสารประเด็นอ่อนไหว และนักเคลื่อนไหวด้านสื่อ / Keiko Sei นักวิชาการด้านสื่อและศิลปะ
  • เวทีอภิปราย อนาคตของสื่อพลเมือง
  • เทคโนโลยีเพื่อสื่อพลเมือง / duocore, exteen*, จิตรทัศน์ ฝักเจริญผล, กองทุนไทย*

* รอยืนยัน

รายละเอียดเพิ่มเติม: YouFest, Siam Intelligence

http://youfest.in.th/YouMedia2


ป.ล. ผู้อ่าน blognone สัมภาษณ์อ.ธวัชชัย gotoknow.org / อ.ธวัชชยตอบแล้ว

technorati tags:
,
,

“We Media” สื่อเรา เราสื่อเองได้

ถ้าคุณไม่ชอบข่าวพวกนั้น … ออกไปข้างนอกและเขียนมันขึ้นเองสิ

เราได้ยินคำว่า ผู้สื่อข่าวพลเมือง มากขึ้นทุกวัน (ตัวอย่างในเมืองไทย ก็เห็นจะเป็น “นักข่าวพเนจร” ในนสพ.ออนไลน์ประชาไท)

ปรากฎการณ์นี้สำคัญอย่างไร มีพลังจะทำให้เกิดอะไรขึ้นได้บ้าง ? บางส่วนจากบทนำของหนังสือ We the Media : Grassroots Journalism by the People, for the People (โดย Dan Gillmor อดีตนักข่าวนสพ., บล็อกเกอร์, และผู้ก่อตั้ง Center for Citizen Media) นี้ น่าจะช่วยให้เราพอเห็นภาพ และจินตนาการถึง โลกที่ผู้สื่อข่าวกับพลเมืองกลายมาเป็นคน ๆ เดียวกัน ได้ง่ายขึ้น

ทิศทาง แนวโน้ม กระแสของ We Media (สื่อเรา)

วันที่ 28 ก.ย. 2547 Doc Searls (บรรณาธิการอาวุโสของนิตยสารคอมพิวเตอร์ Linux Journal) ได้โพสต์เว็บล็อกหัวข้อ DIY radio with PODcasting บอกเล่าความคิดเกี่ยวกับสื่อใหม่ที่ เราเลือกได้ว่าเราจะฟังอะไร เราจะฟังเมื่อไหร่ และเราจะทำอย่างไรให้คนอื่นฟังมันได้เช่นกัน

ในวันเดียวกันนั้น Google ค้นเจอคำว่า podcasts จำนวน 24 หน้าเว็บ

ต.ค. 2548 หรือหนึ่งปีผ่านไป Google ค้นเจอคำว่า podcasts จำนวนมากกว่า 100 ล้านหน้าเว็บ!!

ทุกวันนี้ พอดแคสติ้ง กลายเป็นรายการสามัญที่เว็บไซต์ใหญ่ ๆ ทั่วไปจะต้องมี

ปรากฎการณ์ของ We Media

ต้นเดือน กันยายน 2547 ช่องข่าวซีบีเอสนิวส์ของสหรัฐ ออกอากาศรายงานที่ผิดพลาดเกี่ยวกับประวัติ ร.ด. (National Guard) จอร์จ ดับเบิลยู บุช บล็อกเกอร์จำนวนมากได้ท้าทายความน่าเชื่อถือของบันทึกช่วยจำที่รายการนั้นใช้อ้างอิง จนในที่สุดซีบีเอสต้องยอมจำนน เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยบล็อกเกอร์ทั่วโลก (และกรณีนี้อาจจะมีส่วนช่วยให้บุชชนะการเลือกตั้งสมัยที่สอง)

ปลายปี 2547 เกิดเหตุการณ์สึนามิในมหาสมุทรอินเดีย ข้อมูลและภาพข่าวจำนวนมากที่ออกอากาศตามสื่อทั่วโลก มาจากเว็บล็อกและกล้องวิดีิโอพกพาของนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเหตุการณ์จริง

กรกฎาคม 2548 เหตุการณ์วางระเบิดรถไฟใต้ดินในลอนดอน ภาพข่าวประจำวัน เป็นภาพถ่ายมัว ๆ ที่ถูกถ่ายโดยชายคนหนึ่งขณะหนีออกมาจากขบวนรถไฟที่เต็มไปด้วยควัน ด้านหน้าของภาพ เป็นชายอีกคนหนึ่งใช้เสื้อคลุมจมูกและปากเพื่อช่วยหายใจ ภาพนี้ถูกถ่ายด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ และถูกเผยแพร่ผ่านทางโทรทัศน์และตีพิมพ์บนหนังสือพิมพ์ทั่วโลก

สิงหาคม 2548 ทันทีหลังเกิดพายุเฮอริเคนแคทรีินา ทีมผู้สื่อข่าวของนสพ. New Orleans Times-Picayune ได้ตั้งเว็บล็อกขึ้นมาเพื่อรายงานสถานการณ์เฮอริเคนโดยเฉพาะ (และใช้หน้าเว็บบล็อกนี้ เป็นหน้าแรกของหน้าข่าวของนสพ.ในขณะนั้น) เว็บล็อกนี้ช่วยให้ผู้อ่านได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และกระตุ้นให้สมาชิกในชุมชนชักชวนกันมาบอกเล่าว่า พวกเขาประสบกับอะไรกันบ้าง ในขณะเดียวกัน บล็อกเกอร์รายหนึ่งที่เว็บชื่อว่า Interdictor ก็เขียนบล็อกและถ่ายทอดวิีดีิโอจากตึกสูง ทำให้คนอื่น ๆ ได้เห็นภาพกว้างว่า ขณะนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น

คืนวันที่ 19 กรกฎาคม 2549 บล็อกเกอร์จำนวนมากรายการเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย ผ่านทางบล็อกของตน รูปถ่ายเป็นจำนวนมากถูกถ่ายโดยประชาชนที่อยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุ และถูกโพสต์ขึ้นบล็อกและเว็บบอร์ด รวมถึงเว็บบล็อกเฉพาะกิจที่เพิ่งเปิดขึ้นในคืนนั้นเช่น 19sep.blogspot.com

จากเหตุการณ์เหล่านี้ เราพบว่า:

  • “ผู้สื่อข่าวรากหญ้า/ผู้สื่อข่าวพลเมือง” นอกจากจะรวดเร็วฉับไว (เพราะอยู่ในเหตุการณ์เอง) แล้ว ยังได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ จากสื่อ “กระแสหลัก” และสาธารณะ
  • พลเมืองไม่ได้เป็นเพียงผู้รับข่าวอยู่ทางเดียวอีกต่อไป แต่ยังสามารถร่วมตรวจสอบได้ และยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถเสนอข่าวได้เอง
  • อย่างไรก็ตาม ทั้ง “ผู้สื่อข่าวอาชีพ” และ “ผู้สื่อข่าวพลเมือง” ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่อยู่แยกออกจากกัน แต่สามารถเข้าไปอยู่ในกระบวนการเดียวกัน หรือเสริมกันได้

การเสริมกันของผู้สื่อข่าวอาชีพและผู้สื่อข่าวพลเมือง

มีตัวอย่างที่ “แดน” ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้เข้าร่วมประชุมผู้บริหารบริษัทด้านเทคโนโลยี “PC Forum” และรายงานการประชุมทางเว็บล็อกของตนเป็นระยะๆ ระหว่างนั้น ผู้บริหารของบริษัท Qwest (บ.โทรคมนาคมรายใหญ่ของสหรัฐ) บ่นถึงความยากลำบากในการเพิ่มทุน แดนรายงานเรื่องนี้ในบล็อกของตน พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า ในขณะที่มูลค่าตลาดของ Qwest ถดถอย แต่ผู้บริหารคนนั้นกลับรวยขึ้น

ในชั่วเวลาไม่กี่อึดใจ ก็มีผู้อ่านรายหนึ่งอีเมลส่งลิงก์ของ Yahoo! Finance มาให้แดน ในลิงก์นั้นรายงานว่า ผู้บริหารรายนั้น เพิ่งจะขายหุ้นของตนได้เงินไป 200 ล้านเหรียญ ในขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทของตนปักหัวดิ่งลง แดนจึงโพสต์ลิงก์นั้นลงไปในเว็บบล็อกของตน

…ทั้งหมดนี้ที่เกิดขึ้นขณะที่ผู้บริหารรายนั้นยังคงพูดอยู่บนเวที

ในเวลาไม่นาน เรื่องนี้ก็แพร่ไปทั่วทั้งการประชุม (ใครบางคนอ่านบล็อกของแดนระหว่างอยู่ในการประชุม) และบรรยากาศในช่วงที่เหลือของช่วงของผู้บริหารรายนั้น ก็เปลี่ยนไป ผู้ฟังมีท่าทีเย็นชากับผู้บริหารบนเวทีอย่างรู้สึกได้ (ในเวลาต่อมา ผู้บริหารรายนั้นถูกให้ออกจากงาน จากผลงานที่ย่ำแย่)

นี่คือตัวอย่างของ วงจรทำข่าวที่มีทั้งผู้สื่อข่าวอาชีพและผู้สื่อข่าวพลเมืองร่วมกันทั้งสองทาง รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่สื่อยุคเก่าไม่มีทางทำได้เลย เพราะในวงจรแบบเก่านั้น กว่าผู้อ่านจะได้มีส่วนร่วม ก็ต้องรอให้นสพ.ตีพิมพ์แล้ว (และนั่นคือการประชุมก็ได้จบลงไปแล้ว) ซึ่งจะทำให้ไม่มีทางเกิดเหตุการณ์แบบในตัวอย่างนั้นได้เลย

ได้เวลาผู้สื่อข่าวพลเมืองแล้ว

หากเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เป็นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย – ระบอบที่เน้นการมีส่วนร่วมของพลเมือง

เช่นนี้แล้ว ก็ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่พวกเราควรจะส่งเสริม และลองมาเป็น “ผู้สื่อข่าวพลเมือง” กันดู

เพื่อสื่อสารสิ่งที่พวกเราเห็น คิด หรือได้รับผลกระทบ โดยไม่ต้องผ่านสื่อกระแสหลัก-พ่อค้าคนกลางแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีทางเลือกอื่นอีกต่อไป

เราไม่ได้เรียกร้องให้พลเมืองทั้งหมดลุกขึ้นมาทำข่าวกันทุกวันแทนผู้สื่อข่าวอาชีพ หากเราอยากเห็นวงจรการทำข่าวที่พลเมืองมีส่วนร่วมมากขึ้น ตั้งแต่การรับข่าวสารอย่างรู้เท่าทัน ร่วมตรวจสอบ ร่วมทำข่าวกับผู้สื่อข่าวอาชีพ ไปจนถึงทำข่าวทั้งหมดด้วยตัวเอง

จะมีใครพูดแทน พลเมือง ได้ดีกว่า พลเมืองด้วยกัน ?

“ขอพลังจงอยู่กับคุณ!” 😉


คำสำคัญ

grassroots journalism, grassroots media, citizen journalism, citizen reporter, citizen media, podcasting, vblog, webcasting, videoblogging, RSS, syndication, peer-to-peer, p2p, cyber journalism, participatory journalism, สื่อพลเมือง, ผู้สื่อข่าวพลเมือง, สื่อรากหญ้า, indymedia

อ้างอิง

หนังสือ We the Media: Grassroots Journalism by the People, for the People โดย Dan Gillmor สนพ. O’Reilly ISBN 0-596-00733-7

บทความเกี่ยวข้อง

เว็บที่เกี่ยวข้อง


ตีพิมพ์ครั้งแรก 24 ก.ค. 2550 ใน นักข่าวพเนจร

แก้ไขเพิ่มเติมเล็กน้อยสำหรับตีพิมพ์ใน ประชาไท และ พลวัต

เพิ่มบทความเกี่ยวข้อง 27 ส.ค. 2550

โพสต์ใหม่ใน bact.cc 14 ม.ค. 2554

Cameraphone Reports, Tags and Labels, Censorship Code of Conduct

ลิงก์ที่ดองไว้หลายวัน ยังไม่ได้อ่านเลย

  • NYC 911 to Accept Cellphone Pics and Video — จารย์มะนาวน่าจะสนใจ พลเมืองในฐานะหูตาของผู้รักษากฎหมาย .. ไว้อีกหน่อยถ้ามีกล้องมือถือจับภาพ “พับเล็ก ๆ” ตามสี่แยกได้ คงสนุก
  • Labels Not Tags, Says Google — มันต่างกันยังไง ? ฉลาก? กะ ป้าย? – -“
  • Microsoft, Google Agree to NGO Code of Conduct — เกี่ยวกะเรื่องเซ็นเซอร์ ไมโครซอฟท์กะกูเกิลจะร่วมกันร่างแนวทางปฏิบัติในการเรื่องการเซ็นเซอร์

technorati tags: , , , , ,

YouFest – YouMedia

หลังจากพร่ำเพ้อเกี่ยวกับสื่อนฤมิต และสื่อพลเมือง มาได้พักใหญ่ ก็ได้โอกาสทำอะไรซักที

งาน YouFest ตอน YouMedia จะเป็นการพบปะพูดคุยของผู้สนใจเรื่อง สื่อนฤมิต สื่อทางเลือก สื่อพลเมือง วารสารศาสตร์รากหญ้า พื้นที่สาธารณะของประชาชน ใครอยากคุยอะไร คุยเลย เต็มที่ ใครปิ๊งใคร จะไปทำอะไรกันต่อ เอาเลย (พูดหยั่งกะงานดูตัว … แต่มันก็ ใช่นะ)

คนสนใจด้านนี้ในเมืองไทย (และคนไทยเมืองนอก) มีไม่น้อย เพียงแต่อาจจะไม่ได้รู้จักกันมากเท่าไหร่ วงพูดคุยนี้น่าจะเป็นโอกาสอันนี้

งานจัด เสาร์ 20 มกราคม 2550 บ่ายโมงไปจนกว่าจะเหนื่อย ที่ อินเทอร์เน็ตไทยแลนด์ ตึกไทยซัมมิท รถใต้ดิน เพชรบุรี
ดูแผนงานคร่าว ๆ และข้อมูลการเดินทางที่ วิกิ

ใครมีไอเดียอะไร เสนอได้เลยนะครับ ทุกอย่างปรับแก้เพิ่มลดได้หมด เปิด อิสระ เสรี งานนี้เป็นของ “คุณ” (นั่นหมายถึง “เรา”)

ข้อมูลงาน ที่เว็บพลวัต : YouFest : YouMedia — งานของคุณ : สื่อของคุณ

technorati tags:
,
,
,
,

story of, by, and for citizen

เลิกอ่านอย่างเดียว !

  • Citizen journalism ประชาชนเป็นคนหาข่าว ทำข่าว รายงานข่าวเอง
  • Civic Journalism ประชาชน/ผู้รายงานข่าว เป็นส่วนหนึ่งในข่าว (ความเคลื่อนไหวในสังคม) คือไม่ใช่แค่ผู้รับสาร/ส่งสาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของสารนั้นด้วย (แต่อาจไม่เหมือนกับ citizen journalism ตรงที่ว่า ประชาชนอาจจะยังไม่ได้เป็นผู้รายงานข่าวเสียเอง)

(ขอคำแปลภาษาไทยสวย ๆ สื่อ ๆ หน่อย ทั้งสองคำ)

  • We the Media หนังสือเกี่ยวกับ “สื่อรากหญ้า” (glassroot media)

ศูนย์ศึกษา/วิจัย/สนับสนุน, “think tanks”, บล็อก

  • Center for Citizen Media ศูนย์ศึกษาร่วมของคณะวารสาร เบิร์กลีย์ กับคณะนิติ ฮาร์วาร์ด (Berkman Center for Internet & Society) ผู้อำนวยการคือ Dan Gillmor คนเดียวกับที่เขียนหนังสือเล่มข้างบน
  • Center for Media and Democracy
  • Independent Media Center
  • PressThink บล็อกของ Jay Rosen อาจารย์วารสารที่ NYU ผู้สนับสนุน/โปรโมตแนวคิด civic journalism

บางกอกโพสต์ 14 มีนาคม 2549: Citizen journalism in action ..
“ Interestingly named, The Media Slut is a new medium covering Thailand’s political unrest ”
สื่อใหม่รายงานความเป็นไปของสถานการณ์บ้านเราขณะนี้