Bloggers’ Code of Conduct (2)

จรรยาบรรณสื่อใหม่ ที่ตอบโต้ได้

iTeau เปิดประด็นเอาไว้-นานแล้ว

อันนี้คือสิ่งที่ Tim O’Reilly เสนอ
ซึ่งจะเน้นเกี่ยวกับ “บล็อกเกอร์” เป็นหลัก ไม่ได้หมายถึง “ผู้สื่อข่าวพลเมือง” โดยตรง
เอามาให้ดูเป็นไอเดีย ให้ต่อประเด็นได้ (ผมไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด และเห็นด้วยกับ Cory Doctorow พูดไว้ว่า จรรยาบรรณชุดนี้ “แลกเสรีภาพกับความสุภาพ”)

  1. รับผิดชอบ ไม่เพียงแค่สิ่งที่คุณพูด แต่รวมถึงความเห็นที่คุณอนุญาตให้แสดงบนบล็อกของคุณ
  2. บอกระดับความอดกลั้นของคุณต่อความเห็นหยาบคาย
  3. พิจารณานำความเห็นนิรนาม*ออกไป
    (* นิรนามในที่นี้ หมายถึงตามไม่ได้ว่าเป็นใคร – แต่ยังสามารถปกปิดตัวตนได้ – เช่นให้อีเมลจริงกับเจ้าของบล็อก แต่ไม่แสดงชื่อ/อีเมลแก่คนอ่านคนอื่น)
  4. เพิกเฉยต่อความเห็นที่จงใจก่อให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง
  5. คุยกันออฟไลน์ คุยกันโดยตรง หรือหาคนกลางที่จะทำอย่างนั้นได้
  6. ถ้าคุณรู้จักใครที่ทำตัวไม่ดี บอกเขา
  7. ถ้าคุณไม่พูดสิ่งไหนต่อหน้าคนอื่น อย่าพูดสิ่งนั้นออนไลน์

อ่านดูแล้ว ก็จะพบว่าเกือบทั้งหมด จะเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นต่อสิ่งที่นำเสนอออนไลน์
(ถ้าพูดถึงกรณีข่าว ก็จะไม่ได้เกี่ยวกับ “ตัวข่าว” โดยตรง แต่เกี่ยวกับ “ความเห็นท้ายข่าว”)

ตรงนี้ดู ๆ ไป ในตอนแรกผมคิดว่า ก็อาจจะไม่เกี่ยวกับ “จรรยาบรรณสื่อ”
แต่ดูอีกที การมองแบบนั้น เพราะเราไปดูจรรยาบรรณสื่อของสื่อเก่า-ที่มันตอบโต้ไม่ได้รึเปล่า?

“จรรยาบรรณสื่อพลเมือง” ควรจะโยงไปถึง “จรรยาบรรณสื่อใหม่” ไหม?
สื่อใหม่ ที่ผู้สื่อข่าวพลเมืองใช้ มันตอบโต้ได้นะ“
งั้นในจรรยาบรรณนอกจากจะพูดถึง “การพูด” แล้วยังต้องพูดถึง “การฟัง” (ซึ่งก็คือการพูดของคนอื่น) ด้วยไหม?


เรื่องในชุดนี้: Bloggers’ Code of Conduct: (1) (2) (3)

ขอเชิญทุกคนที่สนใจ คุยเรื่องนี้ต่อที่ เมลกลุ่ม YouFest — hunt กับ mk ตอบกลับมาแล้ว

technorati tags:
,
,

Bloggers’ Code of Conduct

ในอีเมลกลุ่มพลวัต กำลังถกกันเรื่อง “สื่อพลเมือง” และคิด ๆ กันว่า น่าจะมีเรื่องจรรยาบรรณสื่อพลเมืองด้วย
ตอนนี้ก็ดู จรรยาบรรณบล็อกเกอร์ เทียบเคียงไปก่อน

จดกันลืม (แต่เดี๋ยวก็จะลืมว่าเคยจดอยู่ดี)

คิดว่าเรื่องไหนสำคัญบ้าง ที่จะทำให้สิ่งที่เขียนบนบล็อก หรือ รายงานทางอินเทอร์เน็ต/เว็บไซต์ มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงรับผิดชอบต่อผู้อ่าน


เรื่องในชุดนี้: Bloggers’ Code of Conduct: (1) (2) (3)

ดูเพิ่มเติมเรื่อง “สื่อพลเมือง” ที่
“We Media” สื่อเรา เราสื่อเองได้
(ในนั้นมีลิงก์ไปยังบทความอื่น ๆ ด้วย ทั้งของ คนชายขอบ, mk, และคนอื่น ๆ – ปรับปรุง 27 ส.ค. 2550)

ขอเชิญทุกคนที่สนใจ คุยเรื่องนี้ต่อที่ เมลกลุ่ม YouFest — hunt กับ mk ตอบกลับมาแล้ว

technorati tags:
,
,

“We Media” สื่อเรา เราสื่อเองได้

ถ้าคุณไม่ชอบข่าวพวกนั้น … ออกไปข้างนอกและเขียนมันขึ้นเองสิ

เราได้ยินคำว่า ผู้สื่อข่าวพลเมือง มากขึ้นทุกวัน (ตัวอย่างในเมืองไทย ก็เห็นจะเป็น “นักข่าวพเนจร” ในนสพ.ออนไลน์ประชาไท)

ปรากฎการณ์นี้สำคัญอย่างไร มีพลังจะทำให้เกิดอะไรขึ้นได้บ้าง ? บางส่วนจากบทนำของหนังสือ We the Media : Grassroots Journalism by the People, for the People (โดย Dan Gillmor อดีตนักข่าวนสพ., บล็อกเกอร์, และผู้ก่อตั้ง Center for Citizen Media) นี้ น่าจะช่วยให้เราพอเห็นภาพ และจินตนาการถึง โลกที่ผู้สื่อข่าวกับพลเมืองกลายมาเป็นคน ๆ เดียวกัน ได้ง่ายขึ้น

ทิศทาง แนวโน้ม กระแสของ We Media (สื่อเรา)

วันที่ 28 ก.ย. 2547 Doc Searls (บรรณาธิการอาวุโสของนิตยสารคอมพิวเตอร์ Linux Journal) ได้โพสต์เว็บล็อกหัวข้อ DIY radio with PODcasting บอกเล่าความคิดเกี่ยวกับสื่อใหม่ที่ เราเลือกได้ว่าเราจะฟังอะไร เราจะฟังเมื่อไหร่ และเราจะทำอย่างไรให้คนอื่นฟังมันได้เช่นกัน

ในวันเดียวกันนั้น Google ค้นเจอคำว่า podcasts จำนวน 24 หน้าเว็บ

ต.ค. 2548 หรือหนึ่งปีผ่านไป Google ค้นเจอคำว่า podcasts จำนวนมากกว่า 100 ล้านหน้าเว็บ!!

ทุกวันนี้ พอดแคสติ้ง กลายเป็นรายการสามัญที่เว็บไซต์ใหญ่ ๆ ทั่วไปจะต้องมี

ปรากฎการณ์ของ We Media

ต้นเดือน กันยายน 2547 ช่องข่าวซีบีเอสนิวส์ของสหรัฐ ออกอากาศรายงานที่ผิดพลาดเกี่ยวกับประวัติ ร.ด. (National Guard) จอร์จ ดับเบิลยู บุช บล็อกเกอร์จำนวนมากได้ท้าทายความน่าเชื่อถือของบันทึกช่วยจำที่รายการนั้นใช้อ้างอิง จนในที่สุดซีบีเอสต้องยอมจำนน เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยบล็อกเกอร์ทั่วโลก (และกรณีนี้อาจจะมีส่วนช่วยให้บุชชนะการเลือกตั้งสมัยที่สอง)

ปลายปี 2547 เกิดเหตุการณ์สึนามิในมหาสมุทรอินเดีย ข้อมูลและภาพข่าวจำนวนมากที่ออกอากาศตามสื่อทั่วโลก มาจากเว็บล็อกและกล้องวิดีิโอพกพาของนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเหตุการณ์จริง

กรกฎาคม 2548 เหตุการณ์วางระเบิดรถไฟใต้ดินในลอนดอน ภาพข่าวประจำวัน เป็นภาพถ่ายมัว ๆ ที่ถูกถ่ายโดยชายคนหนึ่งขณะหนีออกมาจากขบวนรถไฟที่เต็มไปด้วยควัน ด้านหน้าของภาพ เป็นชายอีกคนหนึ่งใช้เสื้อคลุมจมูกและปากเพื่อช่วยหายใจ ภาพนี้ถูกถ่ายด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ และถูกเผยแพร่ผ่านทางโทรทัศน์และตีพิมพ์บนหนังสือพิมพ์ทั่วโลก

สิงหาคม 2548 ทันทีหลังเกิดพายุเฮอริเคนแคทรีินา ทีมผู้สื่อข่าวของนสพ. New Orleans Times-Picayune ได้ตั้งเว็บล็อกขึ้นมาเพื่อรายงานสถานการณ์เฮอริเคนโดยเฉพาะ (และใช้หน้าเว็บบล็อกนี้ เป็นหน้าแรกของหน้าข่าวของนสพ.ในขณะนั้น) เว็บล็อกนี้ช่วยให้ผู้อ่านได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และกระตุ้นให้สมาชิกในชุมชนชักชวนกันมาบอกเล่าว่า พวกเขาประสบกับอะไรกันบ้าง ในขณะเดียวกัน บล็อกเกอร์รายหนึ่งที่เว็บชื่อว่า Interdictor ก็เขียนบล็อกและถ่ายทอดวิีดีิโอจากตึกสูง ทำให้คนอื่น ๆ ได้เห็นภาพกว้างว่า ขณะนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น

คืนวันที่ 19 กรกฎาคม 2549 บล็อกเกอร์จำนวนมากรายการเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย ผ่านทางบล็อกของตน รูปถ่ายเป็นจำนวนมากถูกถ่ายโดยประชาชนที่อยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุ และถูกโพสต์ขึ้นบล็อกและเว็บบอร์ด รวมถึงเว็บบล็อกเฉพาะกิจที่เพิ่งเปิดขึ้นในคืนนั้นเช่น 19sep.blogspot.com

จากเหตุการณ์เหล่านี้ เราพบว่า:

  • “ผู้สื่อข่าวรากหญ้า/ผู้สื่อข่าวพลเมือง” นอกจากจะรวดเร็วฉับไว (เพราะอยู่ในเหตุการณ์เอง) แล้ว ยังได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ จากสื่อ “กระแสหลัก” และสาธารณะ
  • พลเมืองไม่ได้เป็นเพียงผู้รับข่าวอยู่ทางเดียวอีกต่อไป แต่ยังสามารถร่วมตรวจสอบได้ และยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถเสนอข่าวได้เอง
  • อย่างไรก็ตาม ทั้ง “ผู้สื่อข่าวอาชีพ” และ “ผู้สื่อข่าวพลเมือง” ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่อยู่แยกออกจากกัน แต่สามารถเข้าไปอยู่ในกระบวนการเดียวกัน หรือเสริมกันได้

การเสริมกันของผู้สื่อข่าวอาชีพและผู้สื่อข่าวพลเมือง

มีตัวอย่างที่ “แดน” ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้เข้าร่วมประชุมผู้บริหารบริษัทด้านเทคโนโลยี “PC Forum” และรายงานการประชุมทางเว็บล็อกของตนเป็นระยะๆ ระหว่างนั้น ผู้บริหารของบริษัท Qwest (บ.โทรคมนาคมรายใหญ่ของสหรัฐ) บ่นถึงความยากลำบากในการเพิ่มทุน แดนรายงานเรื่องนี้ในบล็อกของตน พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า ในขณะที่มูลค่าตลาดของ Qwest ถดถอย แต่ผู้บริหารคนนั้นกลับรวยขึ้น

ในชั่วเวลาไม่กี่อึดใจ ก็มีผู้อ่านรายหนึ่งอีเมลส่งลิงก์ของ Yahoo! Finance มาให้แดน ในลิงก์นั้นรายงานว่า ผู้บริหารรายนั้น เพิ่งจะขายหุ้นของตนได้เงินไป 200 ล้านเหรียญ ในขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทของตนปักหัวดิ่งลง แดนจึงโพสต์ลิงก์นั้นลงไปในเว็บบล็อกของตน

…ทั้งหมดนี้ที่เกิดขึ้นขณะที่ผู้บริหารรายนั้นยังคงพูดอยู่บนเวที

ในเวลาไม่นาน เรื่องนี้ก็แพร่ไปทั่วทั้งการประชุม (ใครบางคนอ่านบล็อกของแดนระหว่างอยู่ในการประชุม) และบรรยากาศในช่วงที่เหลือของช่วงของผู้บริหารรายนั้น ก็เปลี่ยนไป ผู้ฟังมีท่าทีเย็นชากับผู้บริหารบนเวทีอย่างรู้สึกได้ (ในเวลาต่อมา ผู้บริหารรายนั้นถูกให้ออกจากงาน จากผลงานที่ย่ำแย่)

นี่คือตัวอย่างของ วงจรทำข่าวที่มีทั้งผู้สื่อข่าวอาชีพและผู้สื่อข่าวพลเมืองร่วมกันทั้งสองทาง รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่สื่อยุคเก่าไม่มีทางทำได้เลย เพราะในวงจรแบบเก่านั้น กว่าผู้อ่านจะได้มีส่วนร่วม ก็ต้องรอให้นสพ.ตีพิมพ์แล้ว (และนั่นคือการประชุมก็ได้จบลงไปแล้ว) ซึ่งจะทำให้ไม่มีทางเกิดเหตุการณ์แบบในตัวอย่างนั้นได้เลย

ได้เวลาผู้สื่อข่าวพลเมืองแล้ว

หากเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เป็นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย – ระบอบที่เน้นการมีส่วนร่วมของพลเมือง

เช่นนี้แล้ว ก็ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่พวกเราควรจะส่งเสริม และลองมาเป็น “ผู้สื่อข่าวพลเมือง” กันดู

เพื่อสื่อสารสิ่งที่พวกเราเห็น คิด หรือได้รับผลกระทบ โดยไม่ต้องผ่านสื่อกระแสหลัก-พ่อค้าคนกลางแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีทางเลือกอื่นอีกต่อไป

เราไม่ได้เรียกร้องให้พลเมืองทั้งหมดลุกขึ้นมาทำข่าวกันทุกวันแทนผู้สื่อข่าวอาชีพ หากเราอยากเห็นวงจรการทำข่าวที่พลเมืองมีส่วนร่วมมากขึ้น ตั้งแต่การรับข่าวสารอย่างรู้เท่าทัน ร่วมตรวจสอบ ร่วมทำข่าวกับผู้สื่อข่าวอาชีพ ไปจนถึงทำข่าวทั้งหมดด้วยตัวเอง

จะมีใครพูดแทน พลเมือง ได้ดีกว่า พลเมืองด้วยกัน ?

“ขอพลังจงอยู่กับคุณ!” 😉


คำสำคัญ

grassroots journalism, grassroots media, citizen journalism, citizen reporter, citizen media, podcasting, vblog, webcasting, videoblogging, RSS, syndication, peer-to-peer, p2p, cyber journalism, participatory journalism, สื่อพลเมือง, ผู้สื่อข่าวพลเมือง, สื่อรากหญ้า, indymedia

อ้างอิง

หนังสือ We the Media: Grassroots Journalism by the People, for the People โดย Dan Gillmor สนพ. O’Reilly ISBN 0-596-00733-7

บทความเกี่ยวข้อง

เว็บที่เกี่ยวข้อง


ตีพิมพ์ครั้งแรก 24 ก.ค. 2550 ใน นักข่าวพเนจร

แก้ไขเพิ่มเติมเล็กน้อยสำหรับตีพิมพ์ใน ประชาไท และ พลวัต

เพิ่มบทความเกี่ยวข้อง 27 ส.ค. 2550

โพสต์ใหม่ใน bact.cc 14 ม.ค. 2554

Don’t put all your eggs in the Internet

อย่าแม้แต่จะคิดพึ่งพิงช่องทางใดช่องทางหนึ่งเป็นหลัก เตรียมหาทางเลือก ทางสำรองเอาไว้ตลอดเวลา

เมื่อวานและวันนี้ อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยยังอยู่ในสภาพพิการ เข้าได้บ้างไม่ได้บ้าง และช้าอืด

พื้นที่สาธารณะ สื่อพลเมือง เวทีประชาธิปไตย ฯลฯ อะไรก็ตาม
อินเทอร์เน็ตคือโอกาส แต่ไม่ใช่คำตอบเบ็ดเสร็จที่จะโถมตัวเข้ามาหมด
วิทยุชุมชน ทีวีชุมชน หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ศาลาประชาคม วัด โรงเรียน เหล่านี้ยังมีความสำคัญเสมอ
นอกจากจะมองมันเป็น “ทางสำรอง” สำหรับคนเมืองผู้มีอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์แล้ว
มันยังเป็น “ทางหลัก” ในอีกหลายพื้นที่ ที่แม้แต่คอมพิวเตอร์ก็ยังไม่มีด้วย (เลิกหวังกับ แลปทอปร้อยเหรียญ ได้แล้ว — รัฐบาลกลัวอะไร?)

ส่วนตัวการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของไทยเอง ก็ควรจะทบทวนด้วยไหม ว่าได้เทน้ำหนักการเชื่อมต่อออกต่างประเทศไปกับประเทศใดประเทศหนึ่ง เส้นทางใดเส้นทางหนึ่ง มากเกินไปไหม
มีเส้นทางสำรอง เส้นทางทางเลือก ที่พอเพียงหรือไม่ ?

หากเกิดภัยธรรมชาติสร้างความเสียหายให้กับเส้นทางบางเส้นทาง เส้นทางที่เหลือจะยังรองรับการจราจรที่เพิ่มขึ้นคับคั่งขึ้นได้หรือไม่ ?
ทั้งที่เพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติ จากการที่ต้องแบกรับการจราจรจากเส้นทางอื่นที่เสียไป และที่เพิ่มขึ้นจากความตื่นตระหนกของผู้คน เช่น ตอนที่เกิดสึนามิเมื่อสองปีก่อน การจราจรบนอินเทอร์เน็ตก็พุ่งขึ้นสูงทันที ทุกคนอยากรู้ข่าว

แน่นอนว่า เส้นทางสำรอง เส้นทางทางเลือก เหล่านี้ คือต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมา แต่ถ้าคำนึงว่า อินเทอร์เน็ตคือสาธารณูปโภคพื้นฐานของสังคมเรา (ส่วนหนึ่ง เป็นส่วนน้อยของประเทศอยู่ แต่ก็เป็นส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ) ไปแล้ว การมีหลักประกันตรงนี้ ก็น่าจะเป็นความมั่นคงของประเทศด้วย
หน่วยงานที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ เกี่ยวกับความมั่นคง น่าจะให้ความสนใจตรงนี้ด้วย (คิดว่าเขาคงดูกันอยู่แล้วแหละ)
ใครจะแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ? ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการช่องทางสื่อสาร รัฐ หรือใคร หรือจะแบ่งกันยังไง

และเมื่อช่องทางการสื่อสารทุกช่องทาง โทรศัพท์ โทรสาร โทรทัศน์ วิทยุ อินเทอร์เน็ต ฯลฯ มีความสำคัญต่อชีวิตของผู้คนในสังคม
ก็ควรจะมีการจัดสรรทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัด ไปอย่างเป็นธรรมด้วยไหม ?
คลื่นวิทยุ คลื่นโทรทัศน์ คลื่นโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์ เวลารายการโทรทัศน์ เวลารายการวิทยุ วงโคจรดาวเทียม อินเทอร์เน็ต ฯลฯ
เหล่านี้ ผู้คนในสังคมทั้งหมด ควรจะมีส่วนในการจัดสรรจัดการด้วยไหม ? ในเมื่อสุดท้ายแล้ว ก็คือพวกเขาที่เป็นผู้ได้/เสียผลประโยชน์

คำถามที่อยากถามก็คือ ทุกวันนี้ เรา, ประเทศไทย รัฐที่เขาว่าปกครองด้วยระบอบประชาชนเป็นใหญ่น่ะ, มีช่องการสื่อสารอะไรบ้าง ที่เรียกได้เต็มปากว่าเป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน
ที่จะเป็นพื้นที่สาธารณะของประชาชนได้จริง ๆ น่ะ

ที่เห็นอยู่ ก็กระจุกอยู่แค่กับ กลุ่มทุนขนาดใหญ่ รัฐ และ กองทัพ — หรือกล่าวรวมก็คือ ผู้ปกครอง ผู้มีอำนาจ ทั้งหลายนั่นเอง

“ประชาชนคือเจ้าของประเทศ” พูดก็อย่างหนึ่ง ทำก็อย่างหนึ่ง … ก็เห็นกันอยู่อย่างนี้ คิดว่าเขาจริงใจไหมล่ะ ?

หรือจริง ๆ จะจัดสรรทรัพยากรสื่อสารไปก็เท่านั้น เพราะครื้มอกครื้มใจเมื่อไหร่ เขา ๆ ทั้งหลาย ก็จัดสรรรถถังไปยึดทีวียึดโน่นนี่ได้อยู่แล้ว ใครจะทำไม ?

มีดอกไม้แถมให้ด้วย!

technorati tags:
,
,
,

YouFest – YouMedia

หลังจากพร่ำเพ้อเกี่ยวกับสื่อนฤมิต และสื่อพลเมือง มาได้พักใหญ่ ก็ได้โอกาสทำอะไรซักที

งาน YouFest ตอน YouMedia จะเป็นการพบปะพูดคุยของผู้สนใจเรื่อง สื่อนฤมิต สื่อทางเลือก สื่อพลเมือง วารสารศาสตร์รากหญ้า พื้นที่สาธารณะของประชาชน ใครอยากคุยอะไร คุยเลย เต็มที่ ใครปิ๊งใคร จะไปทำอะไรกันต่อ เอาเลย (พูดหยั่งกะงานดูตัว … แต่มันก็ ใช่นะ)

คนสนใจด้านนี้ในเมืองไทย (และคนไทยเมืองนอก) มีไม่น้อย เพียงแต่อาจจะไม่ได้รู้จักกันมากเท่าไหร่ วงพูดคุยนี้น่าจะเป็นโอกาสอันนี้

งานจัด เสาร์ 20 มกราคม 2550 บ่ายโมงไปจนกว่าจะเหนื่อย ที่ อินเทอร์เน็ตไทยแลนด์ ตึกไทยซัมมิท รถใต้ดิน เพชรบุรี
ดูแผนงานคร่าว ๆ และข้อมูลการเดินทางที่ วิกิ

ใครมีไอเดียอะไร เสนอได้เลยนะครับ ทุกอย่างปรับแก้เพิ่มลดได้หมด เปิด อิสระ เสรี งานนี้เป็นของ “คุณ” (นั่นหมายถึง “เรา”)

ข้อมูลงาน ที่เว็บพลวัต : YouFest : YouMedia — งานของคุณ : สื่อของคุณ

technorati tags:
,
,
,
,

Democracy Player

“ทีวีคือสื่อกระแสหลักที่นิยามยุคสมัยของเรา และเวลานี้ก็เป็นโอกาสที่คุณจะสร้างวัฒนธรรมทีวีที่ลื่นไหล หลากหลาย น่าตื่นเต้น และสวยงาม”

Democracy Player (หรือรู้จักกันในชื่อ Democracy และ DTV) เป็นแอพพลิเคชั่นโทรทัศน์อินเทอร์เน็ต พัฒนาโดยมูลนิธิวัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วม (Participatory Culture Foundation – PCF) มันสามารถดาวน์โหลดวีดิทัศน์โดยอัตโนมัติจาก “ช่อง” ที่ใช้เทคโนโลยี RSS พร้อมทั้งจัดการและเล่นวีดิทัศน์เหล่านั้น ตัวโปรแกรมพัฒนาขึ้นบน XULRunner และเป็นซอฟต์แวร์เสรี

Democracy Player ทำงานได้บน Windows, OS X, และ GNU/Linux โดยตัวมันได้รวมเอาความสามารถของ RSS aggregator, BitTorrent client และโปรแกรมเล่นสื่อ VLC (หรือ Xine สำหรับ GNU/Linux). Democracy Player เป็นส่วนหนึ่งของ Democracy TV Platform ซึ่งรวม Broadcast Machine (โปรแกรมเอาไว้แพร่ภาพ) และ Video Bomb (แนะนำวีดิทัศน์ออนไลน์ — digg สำหรับวีดิทัศน์) อยู่ด้วย

getdemocracy.com — เว็บอย่างเป็นทางการของ Democracy Player


ตัว DTV สามารถดูทีวีดูหนัง ได้จากหลายแหล่ง รวมทั้ง YouTube, Google Video นอกจากนี้ยังสามารถโหลดหนังได้ผ่าน BitTorrent อีกด้วย
โดยเนื้อแล้ว มันก็คือ RSS aggregator ของ video podcast นั่นเอง

แต่สิ่งที่ทำให้เจ้า DTV น่าสนใจขึ้นมาก็คือ เรื่องราวที่มันนำเสนอ และต้องการจะทำ

ตัว “เวทีโทรทัศน์ประชาธิปไตย” (Democracy TV Platform) ที่ทางมูลนิธิวัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วม ต้องการจะสร้างขึ้นมานั้น เท่าที่ผมเข้าใจ มันก็คือส่วนหนึ่งของ สื่อพลเมือง นั่นเอง เป็นการสร้างพื้นที่ใหม่ให้กับพลเมือง ซึ่งนอกจากจะเป็นทางเลือกนอกเหนือจากสื่อกระแสหลักอื่น ๆ ในปัจจุบัน จากมุมมองของผู้ชมแล้ว ในมุมของพลเมืองทั่วไป ที่ต้องการสื่อสารอะไรบางอย่างกับสังคม มันอาจจะเป็นทางเดียว

พูดมาแบบนี้ บวกกับเห็นคำว่า ประชาธิปไตย บางคนอาจจะคิดไปว่า เอ๋ สงสัยจะมีแต่ช่องการเมืองให้ดู
ไม่ใช่เลยครับ ถ้าใครเคยได้ใช้ จะพบว่า ช่องมันหลากหลายมาก มีแทบทุกแนว ตั้งแต่รายการสำหรับเด็ก การศึกษา ธุรกิจ เทคโนโลยี มีหมด — คำว่า ประชาธิปไตย ในแง่นี้ คงหมายถึง คนดูอยากดูอะไร ก็เลือกเองได้ ไม่ต้องถูกยัดเยียด หรือ คนสร้างอยากสร้างอะไร ก็เอาเลย สร้างเอง เผยแพร่เอง บนเวทีที่เค้าจัดไว้ให้แล้ว เต็มที่ (“อิสระยังอยู่กับเรา!” :P)

สำหรับคนที่สนใจด้านเทคนิค ตัว DTV นี้ เขียนอยู่บน XULRunner เช่นเดียวกับ Mozilla Firefox, Songbird ฯลฯ

(คำพูดด้านบนสุดมาจากเว็บของ มูลนิธิวัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วม แปลโดย wonam — อ้างอิงแบบวนกลับ :P)

tags:
|
|
|
|
|
|

Your Guide to Citizen Media

อย่าหวังพึ่งใครมาก พึ่งตัวเองบ้าง

สื่อพลเมือง วารสารศาสตร์รากหญ้า วารสารศาสตร์พลเมือง … (แปลมั่ว)

  • Your Guide to Citizen Journalism — a quick overview of the field, learn the jargon เริ่มที่นี่ ถ้าคุณยังใหม่อยู่
  • We the Media (book) — Grassroots Journalism by the People, for the People หนังสือที่พูดถึง “วารสารศาสตร์รากหญ้า”
  • The Citizen’s Handbook — A Guide to Building Community คู่มือสร้างชุมชนพลเมืองออนไลน์
  • Citizens and Media (e-book/French) — Practical guide for dialogue between citizens and media คู่มือสื่อกับพลเมือง เผยแพร่โดย UNESCO (ภาษาฝรั่งเศส)
  • Center for Citizen Media — keep update on CitMedia here ติดตามเรื่อง “สื่อพลเมือง” ที่นี่

ใครว่าง ๆ ก็แปลกัน 😛

(ผมตกงาน แต่ยุ่ง .. ไม่ค่อยได้หวี)

tags:
|
|
|
|
|

story of, by, and for citizen

เลิกอ่านอย่างเดียว !

  • Citizen journalism ประชาชนเป็นคนหาข่าว ทำข่าว รายงานข่าวเอง
  • Civic Journalism ประชาชน/ผู้รายงานข่าว เป็นส่วนหนึ่งในข่าว (ความเคลื่อนไหวในสังคม) คือไม่ใช่แค่ผู้รับสาร/ส่งสาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของสารนั้นด้วย (แต่อาจไม่เหมือนกับ citizen journalism ตรงที่ว่า ประชาชนอาจจะยังไม่ได้เป็นผู้รายงานข่าวเสียเอง)

(ขอคำแปลภาษาไทยสวย ๆ สื่อ ๆ หน่อย ทั้งสองคำ)

  • We the Media หนังสือเกี่ยวกับ “สื่อรากหญ้า” (glassroot media)

ศูนย์ศึกษา/วิจัย/สนับสนุน, “think tanks”, บล็อก

  • Center for Citizen Media ศูนย์ศึกษาร่วมของคณะวารสาร เบิร์กลีย์ กับคณะนิติ ฮาร์วาร์ด (Berkman Center for Internet & Society) ผู้อำนวยการคือ Dan Gillmor คนเดียวกับที่เขียนหนังสือเล่มข้างบน
  • Center for Media and Democracy
  • Independent Media Center
  • PressThink บล็อกของ Jay Rosen อาจารย์วารสารที่ NYU ผู้สนับสนุน/โปรโมตแนวคิด civic journalism

บางกอกโพสต์ 14 มีนาคม 2549: Citizen journalism in action ..
“ Interestingly named, The Media Slut is a new medium covering Thailand’s political unrest ”
สื่อใหม่รายงานความเป็นไปของสถานการณ์บ้านเราขณะนี้