ensogo peel-off-the-day

เนื่องจากไม่ค่อยได้เข้าออฟฟิศ และที่บ้านก็ไม่เหมาะกับการทำงานเป็นอย่างยิ่ง (ไม่นอน ก็ทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่งานตัวเอง) ผมเลยใช้บริการร้านกาแฟนั่งทำงานเป็นประจำ (ถ้าไม่ได้เข้ามหาลัยนะ)

จริง ๆ ชอบบรรยากาศของ TCDC นะ โต๊ะกว้าง ไฟสว่าง มีหนังสือให้อ่านด้วย แต่มันไกลจากบ้านไปหน่อย (สมัครสมาชิก 2 ปี ได้ไปใช้จริง ๆ สิบครั้งได้มั้ง)

ส่วนใหญ่ก็อยู่แถวสยามนี่แหละ ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ได้ร้านประจำอยู่ร้านนึง แถวลิโด้ มี wifi ฟรี มีปลั๊กไฟให้เสียบ สบายแฮ นั่งนานหน่อยก็ได้ มีนิตยสารไทยและญี่ปุ่นให้ดู ชอบมาร้านนี้ บรรยากาศมันสบาย ๆ น่ะ เหมือนนั่งอยู่บ้าน (หลังที่เท่าไหร่ก็ว่าไป)

วันนี้ก็มานั่งปั่นงาน หลังจากไปเลือกตั้ง (และซื้อรองเท้าคู่ใหม่ รับรัฐบาลใหม่ อิอิ)

กำลังเพลิน ๆ ก็มีเสียงให้สังเกตได้ว่า เจ้าของร้านกำลังปวดหัวกับลูกค้าสองราย ที่กำลังวีนเรื่องคูปอง ensogo*

*ตัวกลางธุรกิจ “ดีลประจำวัน” (deal-of-the-day) ยี่ห้อหนึ่ง. ในโมเดลธุรกิจแบบนี้ ลูกค้าจะซื้อคูปองสินค้า/บริการจากเว็บไซต์ในราคาลดพิเศษ เพื่อไปแลกสินค้า/บริการกับทางร้านค้า. ไอเดียคือทางบริษัทตัวกลาง (เช่น ensogo หรือ Groupon) จะทำดีลกับร้านค้าเพื่อซื้อสินค้า/บริการคราวละมาก ๆ ในราคาลดพิเศษ จากนั้นเอามาขายเป็นคูปองย่อย ๆ ให้กับลูกค้ารายคน ลูกค้าแต่ละคนก็จะเอาคูปองดังกล่าวไปแลกสินค้า/บริการ – พูดอีกอย่างคือ เป็นโบรกเกอร์ในการรวมพลังผู้ซื้อ

“ทำไมไม่ทอน 30 เค้กมัน 70 คูปองมัน 100 นะ” (ทั้ง ๆ ที่คูปองมันก็เขียนอยู่ ว่าไม่ทอน)

ฟังแล้วก็เห็นใจร้าน – -” เจอลูกค้าเท้าสะเอว ขึ้นเสียง ทำไมไม่งั้นไม่งี้ จะเอาคูปองรวมกัน จะโน่นจะนี่ “ร้านคุณมีเค้กชิ้นไหนราคาใกล้ 100 ที่สุด”

แล้วอยู่ดี ๆ บรรยากาศร้านก็มาคุขึ้นมาซะงั้นน่ะครับ

บ่นไปในทวิตเตอร์ @lewcpe ก็ตอบกลับมาว่า อืม นี่แหละเป็นสาเหตุที่ดีลแบบนี้มันหมดเสน่ห์ไปสำหรับผู้ประกอบการ ฟังแล้วก็น่าจะเป็นงั้นจริง ๆ นอกจากจะปวดหัวแล้วยังทำให้บรรยากาศร้านเสีย ลูกค้าคนอื่นก็อาจจะเซ็งไปด้วย

สำหรับร้านขนาดใหญ่ หรือเป็นเชนหลายสาขา ที่เจ้าของกิจการไม่ต้องสัมพันธ์กับลูกค้าผู้ใช้คูปองโดยตรง เขาอาจจะไม่ได้รู้สึกตรงนี้ แต่ร้านเล็ก ๆ แบบนี้ ที่เจ้าของรันเอง มันก็น่าเห็นใจนะครับ ว่าจะได้คุ้มเสียไหม

เสียนี่ไม่ใช่แค่เรื่องเหนื่อย เรื่องปวดหัวนะครับ ทำธุรกิจยังไงมันก็ต้องเหนื่อยต้องมีเรื่องให้คิดให้จัดการน่ะ

แต่ยังรวมไปถึงเรื่องบรรยากาศร้านที่เสียไปด้วย (ซึ่งสำคัญนะ สำหรับร้านกาแฟแบบนี้) มันทำให้ควบคุมโทนร้านไม่ได้ (ทั้งจากลูกค้าที่วีน และจากตัวเจ้าของร้านเอง ที่พอหงุดหงิดมาก ๆ เข้า ก็อาจคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้) แบบนี้จะยังคุ้มไหม

แล้วก็เป็นไปตามคาด ตอนนี้เจ้าของร้านทั้ง 2 คน กำลังนั่งปรับทุกข์กัน ไม่ทำดีลใหม่แล้วนะ ถือว่าโง่ครั้งเดียวละกัน เราปวดหัว โดนด่าทั้งวัน แถมมีคนซื้อดีลชื่อเดียวกันได้เป็นสิบ (ตามกฎคือได้คนละไม่เกินห้า) แค่เติม s เติมอะไรไปท้ายชื่อ ก็ซื้อเพิ่มได้แล้ว ไม่เห็นทาง ensogo คุมเลย แจ้งไปหลายทีแล้ว ฯลฯ ปิดท้ายด้วยประโยค “ถ้าไม่ได้ทำให้มีกำไรเป็นสองเท่า ก็จะเลิกละ” … คือเขาก็อยากได้ลูกค้าเพิ่มแหละ แต่มันมี threshold ที่จะยอมแลกได้อยู่

อันนี้เป็นโจทย์ที่ธุรกิจคูปองส่วนลด คงต้องไปคิดต่อ ว่าจะทำยังไงให้ผู้ประกอบการก็ยังโอเคอยู่ด้วย จะตีหัวกินทีเดียว หลอกโง่กับหน้าใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ หรือจะทำธุรกิจกับร้านต่าง ๆ อย่างยาว ๆ

ถ้า brand loyalty มันขยับจาก brand ของร้าน ไปที่ brand ของธุรกิจคูปอง มันก็น่าสงสัยนะ ว่าโมเดลแบบนี้มันจะอยู่ไปได้นานแค่ไหน หรือว่าแบบนี้มันเข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคแล้ว คือ loyal กับราคาเป็นหลัก … แต่ถ้าเป็นแบบนั้น ก็จะมีร้านค้าจำนวนนึง ไม่เอาด้วยล่ะ โมเดลแบบนี้ เขาก็อยากจะมีที่มีทางในหัวใจลูกค้ามั่งน่ะ ไม่ใช่คนที่มาซื้อของราคาลดพิเศษ แล้วสะบัดตูดหนี ไม่กลับมาเหยียบร้านอีกเลย

ในฐานะผู้ประกอบการเล็ก ๆ เขาก็อยากจะทำงานที่เขาจะรักได้น่ะครับ

ในฐานะลูกค้าคนหนึ่ง เราก็อยากจะได้รับบริการในแบบนั้นใช่ไหมล่ะ

(จังหวะก่อนหน้านี้ เราจับได้ว่า เจ้าของร้านคนนึงเขาหลุดด้วย หลังโดนเร่งจากลูกค้ากลุ่มเบ้อเร่อที่เข้ามาใช้คูปอง แต่เขากลับมาได้แล้วนะ ไม่หลุดละ … จังหวะนี้ เจ้าของร้านอีกคน ขอโทษลูกค้าที่เข้ามาใหม่ว่า ขอโทษด้วย ทำไม่ทันจริง ๆ รับลูกค้าเพิ่มไม่ได้แล้ว … สู้ ๆ คร้าบบบบ)

// @lewcpe ตอบต่อใน Google+ (ทันสมัยเชียะ) ประเด็นเรื่อง off-peak น่าสนใจ

Waiting for Bangkok

เชียงใหม่ฝนตก สี่

18:46
(เย็นวันอาทิตย์)

กลับมาที่นิมมานอีกรอบ

ฝนตกตลอดเวลา

เที่ยวบินไปดอนเมือง ที่ราคาพอรับได้ มีอีกทีก็โน่น สามทุ่มสี่สิบ นกแอร์

ก็เลย หลังจากจองตั๋ว นั่งรถเมล์เข้ามาในเมืองใหม่

ถูกแซงคิวตอนซื้อตั๋วเครื่องบิน
“ขอโทษครับ” “ขอบคุณครับ”
สองประโยคติดกัน เป็นการห้ามปราม
พร้อมกับเดินเข้าไปที่หน้าช่องขายตั๋วทันที

รถเมล์วิ่งไปไหน สาย 6R เขียนว่า วนขวา
หนองหอย สนามบิน อะไรทำนองนี้
ขึ้นไปแล้วค่อยถามละกัน ไม่ได้รีบ

สุดท้ายได้ไปลงหลังมอ
เออ ยังไม่ได้มาแถวนี้เลยหนิ

ของกิน หนังสือเช่า ร้านซักรีด และสารพัดกิจการเท่าที่จะนึกออกได้ สำหรับเด็กหอ
บรรยากาศนักศึกษาอย่างที่สุด ประมาณแถวเชียงราก แต่หนาแน่นกว่าเยอะ
โน่น โต๊ะข้าง ๆ ใส่เสื้อคณะทั้งโต๊ะ ศึกษาศาสตร์

กินก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยไปหนึ่งชาม
(ถัดไปหน่อย มีร้านชื่อ ภูเก็ต – นานาชาติจริง ๆ ประเทศนี้)

แล้วก็เดินมาเรื่อย ๆ ผ่านคลองชล หอศิลป์
สุดท้ายก็กลับมาที่นิมมาน

ก่อนหน้านี้ไปนั่ง Sunday Cafe by Vajira and friends มา
ชอบนะ
แปลก ๆ นิดหน่อย อาจจะเพราะมันกันเองจัด แต่ดีทีเดียว 🙂

เปิดแผ่น เพลงแนวที่คิดว่า anpanpon มันต้องชอบแน่
เอาเพลง I love you, ono ของ Stereo Total ให้พี่เค้าเปิดด้วย
(ในโปสการ์ดโปรโมตงาน มีบอกด้วยว่า ให้นำเพลงของคุณมาเปิดได้หนึ่งเพลง)

Slot Machine มาด้วย มีกิ๊กเล็ก ๆ ร้อง+เล่นอคูสติก ดีนะ
(ถ่ายวีดิโอคลิปมานิดหน่อย ว่าจะส่งไป jiggaban.com พร้อม ๆ กับคลิปเมื่อคืนที่ขันอาษา รอไปดูที่นั่นละกัน ไม่รู้จะใช้ได้รึเปล่า)

มาเชียงใหม่คราวนี้ ได้พบได้เจออะไรเยอะแยะทีเดียว

และเป็นอีกครั้ง ที่ผมได้เดินทางไปสู่ผู้คน ไม่ใช่สถานที่

มีเพื่อนใหม่ ๆ 🙂


เชียงใหม่ฝนตก: หนึ่ง
สอง
สาม
สี่

technorati tags:
,
,

Sun-day Cafe

เชียงใหม่ฝนตก สาม

14:13
(บ่ายวันอาทิตย์)

อยู่ที่ Cafe de Nimman

มีงาน “Sunday Cafe”
Smirnoff น้ำเมาสีใสเป็นผู้สนับสนุน
เครื่องดื่มและขนมฟรี

บีนแบ็กเกลื่อนพื้น สีแดงขาว
ฝนข้างนอกตก

วชิราจะมาเปิดแผ่นที่นี่อีกแล้ว
มิกเซอร์ชุดเดียวกับเมื่อคืนเลย

ดูไปดูมา เหมือนจะมีแต่คนรู้จักกัน (ซึ่งผมไม่ได้รู้จักกับเค้านะ) ในร้าน
คลับคล้ายคลับคลางานที่ขันอาษาเมื่อวาน
กันเองดี

ฝนดูท่าจะหยุดแล้ว

ตก ๆ หยุด ๆ เป็นอย่างนี้ในทุกวันที่อยู่ที่นี่
จนไม่มีประโยชน์ที่จะถามว่า “ฝนตกรึเปล่า?”
เพราะชั่วเวลาหันไปดูว่าฝนตกไหม และหันกลับมาตอบ เมื่อคุณหันกลับไปดูฟ้าอีกที มันอาจจะกลายเป็นคนละอย่างกับที่เพิ่งตอบไปก็ได้
เมื่อวานไม่ได้ไปเที่ยวไหน กว่าจะออกจากบ้านก็หกโมงโน่น รอฝน

ออกจากบ้านมิเชลตอนเกือบบ่ายโมงได้
พี่อ้อแฟนแกมาส่งที่นิมมาน

กินราเม็งไม่หมด ปวดท้องที่กลางชาม
ไม่ค่อยได้กินอะไรเยอะ ๆ ก่อนบ่ายสามมานานแล้ว

ว่าจะเขียนโปสการ์ด ยังไม่ได้เขียน
จะเขียนอย่างไรดี ให้สื่อสารโดยไม่ทำลายความรู้สึกดี ๆ

แดง ขาว แดง ขาว

แถบสีที่บอกให้หยุด

ห่าง ๆ กันอย่างที่เธอว่า ดูจะดีกว่าจริง ๆ

วันนี้เป็นวันดีอีกหนึ่งวัน


ป.ล. Smirnoff จะจัดงานปาร์ตี้ที่กรุงเทพ 26 พ.ค. นี้ พี่ที่จัดงานเค้าว่า ใส่เสื้อขาวไปนะ เดี๋ยวจะมีโปรเจคเตอร์ยิง ๆ interactive art งานจัดที่ดาดฟ้าตึกจอดรถรถไฟฟ้าใต้ดิน รัชดา (ศูนย์วัฒนธรรม?) ใกล้เอสพลานาด – ตามรายละเอียดได้ที่ www.beclearlyoriginal.com (นี่เข้าข่ายโฆษณาเหล้านะ)


เชียงใหม่ฝนตก: หนึ่ง
สอง
สาม
สี่

technorati tags:
,
,

Infoshops in Thailand ?

เมืองไทยมี infoshop ที่ไหนมั่ง ?

ประชาไทเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับอินโฟชอปแห่งหนึ่งในบัลติมอร์:
Red Emma’s Bookstore Coffeehouse
(บล็อกถึงเมื่อปีที่แล้ว)

“อินโฟชอป” นี่ ภาษาไทยเรียกว่าอะไรดี ?
… “ร้านเล่า” ได้มะ ? … มีคนใช้แล้วดิ – -“
ร้านข้อมูล ไม่อ่ะ ร้านสาร ร้านข่าว … แงวว

เดี๋ยวนะ งี้ อินโฟชอป ขาย โค้ก ได้ป่ะ ? 😛

technorati tags:

Red Emma’s – collective’s infoshop

หนังสือ กาแฟ และอนาธิปไตย … ใน Red Emma’s Bookstore Coffeehouse โดย วิทยากร บุญเรือง

เมื่อปี ค.ศ. 2005 ที่ผ่านมา กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยจอห์นสฮอปกินส์แห่งสหรัฐอเมริกา ได้โหวตให้ร้านกาแฟแห่งหนึ่งเป็นร้านยอดเยี่ยมในใจของพวกเขา
แน่นอนว่าร้านแห่งนั้นต้องมีอะไรที่โดดเด่นกว่าร้านกาแฟทั่วไป

ร้านแห่งนั้นคือร้าน Red Emma’s Bookstore Coffeehouse ซึ่งมีความเป็นร้านหนังสือ ร้านกาแฟ และแหล่งหาความรู้ทางการเมือง ที่คุณก็มิอาจจะสามารถไปเสาะหาได้ในร้านสตาร์บัคส์ 😉

ที่สำคัญร้านแห่งนี้ยังจัดการบริหารแบบ worker ownership ซึ่งทุกคนที่ทำงานในร้านเป็นเจ้าของร้าน และมีส่วนร่วมกันอย่างเท่าเทียม

ร้าน Red Emma’s Bookstore Coffeehouse เป็นสถานที่ที่เรียกว่า ‘infoshop’ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของเหล่านักอนาธิปไตย ที่ใช้เป็นจุดนัดพบแลกเปลี่ยน และพักผ่อน

จุดเด่นของ infoshop คือมีบริการกาแฟ อาหาร รวมถึงหนังสือแนวอนาธิปไตย (ซึ่งจะขาดไม่ได้เลย) และงานศิลปะอื่น ๆ สำหรับใช้เป็นห้องเรียนของเหล่านักเคลื่อนไหวแนวอนาธิปไตย — เพราะนอกจากที่จะมีการพบปะพูดคุยกันธรรมดาพร้อมด้วยหนังสือ งานศิลป์ กาแฟ และอาหารแล้ว ใน infoshop ส่วนใหญ่มักที่จะมีการอบรมเชิงปฏิบัติการ (work shop) หรือจัดนิทรรศการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเมือง และวิธีการเคลื่อนไหวแบบอนาธิปไตยอยู่บ่อยครั้ง

ดังนั้นในร้าน Red Emma’s Bookstore Coffeehouse คุณจึงจะพบเห็นทุกอย่างดังที่กล่าวไป รวมถึงสินค้าที่มีราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ (ว่าอยู่ในสหรัฐอเมริกา ใจกลางโลกทุนนิยม!)

น่าไปเยี่ยมนะ

วันนี้เพิ่งไป ร้านหนังสือเดินทาง มา ตรงผ่านฟ้า ชอบ

tags:
|
|
|
|