ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์: พิทักษ์สิทธิตัว มั่วสิทธิคนอื่น?

เพิ่มเติม: 2009.10.12 – เสียงในอินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับเรื่องนี้ จากพันทิป.คอม และ ทวิตภพ (ล่างสุด)
ไม่ใช่หน้าที่นสพ.

หลังจากสื่อหลักรวมตัวจัดตั้ง ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ กันไป (ข่าว: ประชาไท ไทยโพสต์ ไทยรัฐออนไลน์) เนื่องจากต้องการรวมตัวกันรักษาสิทธิของตัว ในเรื่องการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะจากเว็บท่า (portal site) ทั้งหลาย ที่คัดลอกเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฟรี ๆ แถมตัดราคาโฆษณาแข่งกับเว็บไซต์หนังสือพิมพ์อีก

ผมสนับสนุนการปกป้องสิทธิของตัวเอง ของบรรดาสมาชิกชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ผู้สร้างสรรค์ผลงานควรมีสิทธิในงานของตัว ในส่วนที่เขาได้สร้างสรรค์เพิ่มเติมขึ้นมา

อันที่จริง บล็อกเกอร์ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต่าง ๆ ก็ถูกทั้งเว็บท่าและเว็บไซต์ของสื่อเอง ละเมิดลิขสิทธิ์อยู่เรื่อย ๆ มาโดยตลอดเช่นกัน
(ตัวอย่างเว็บท่า1, ตัวอย่างเว็บท่า2, ตัวอย่างสื่อ1, ตัวอย่างสื่อ2) เพียงแต่ส่วนใหญ่ไม่มีกำลังจะไปเรียกร้องอะไรได้มากนัก โดยไม่กระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวันเขาพวกเขา
นาน ๆ จะมีฮึดอย่าง @iannnn บ้าง (ภาคแรก, สอง, สาม)
แต่ก็เห็นได้ว่า มันเหนื่อย ใช้เวลา และความพยายามมากมายแค่ไหน
ก็เลยยังไม่ได้มีการรวมตัวอะไรเป็นเรื่องเป็นราวนัก เพื่อปกป้องสิทธิของกลุ่มตัวเอง
ผมเลยมองว่า จริง ๆ การตั้ง ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ก็เป็นเรื่องที่ดี ชาวเน็ตจะได้ดูเป็นแบบอย่าง และตระหนักในสิทธิของตัว ลุกขึ้นมาจับมือกัน ช่วยกันปกป้องลิขสิทธิ์ของตัวเองบ้าง

แต่หลังจากประกาศ ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ไม่นาน วันนี้เว็บไซต์สื่อหลักแห่งหนึ่ง ก็ทำซะเอง 🙁 เอารูปถ่ายจำนวน 6 รูป ของสมาชิกเว็บไซต์รถไฟไทยดอทคอม ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ ไปใช้ โดยไม่ได้ขออนุญาต แถมยังตัด (crop) เอาเครดิตในรูปทิ้ง แล้วใส่ลายน้ำชื่อหนังสือพิมพ์ของตัวเองเข้าไปในรูปด้วย ราวกับว่าเขาเป็นเจ้าของสิทธิ์ในรูป

เข้าทำนอง พิทักษ์สิทธิตัว แต่มั่วสิทธิคนอื่นไหม แบบนี้?

การเคลื่อนไหวเรื่องลิขสิทธิ์ของ ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ จะไม่มีน้ำหนักเลย หากยังมีสมาชิกที่ละเมิดลิขสิทธิ์เสียเองแบบนี้อยู่
สมาชิกของชมรมฯ จำเป็นจะต้องดูแลตรวจสอบ กวดขันกันเองให้มาก ไม่ให้มีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นอีก ให้การเคารพทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นนั้นเป็นนโยบายสำคัญขององค์กรสื่อที่เป็นสมาชิก เมื่อกวาดบ้านตัวเองให้สะอาดเรียบร้อย การเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเองก็จะมีน้ำหนัก ไม่มีข้อครหา และได้รับการสนับสนุนจากชาวเน็ตครับ

เอาใจช่วย 🙂

(ต้นข่าวจากทวิตเตอร์ ขอบคุณ @AdmOd)

—-

เพิ่มเติม: 2009.10.12ชาวพันทิป.คอม ก็คุยเรื่องนี้ เริ่มประเด็นโดย หมอแมว (@mor_maew)

เขารำพึง หลังพบ คำตอบมาตรฐาน (ผมอ่านแล้วนึกถึงคำตอบจากบล็อกเกอร์ชื่อดังอีกราย ที่เขียนคู่มือทวิตเตอร์และหนังสือหลายเล่ม คำตอบของเขาต่อกรณี xxx ในตำนาน ก็ประมาณนี้ ให้โทรไปบอก-เงียบ ๆ อย่าเขียนลงเน็ต-กระโตกกระตาก — ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้นะ แล้วมันก็มีที่มาที่ไป ไม่ใช่ไร้เหตุผล เพียงแต่ผมคิดว่า มันขาดเหตุผลของฝ่ายอื่นด้วย):

@mor_maew: คำพูดบางคำอย่าง เลิกเอามือพิมพ์คีย์บอร์ด แล้วโทรมาแจ้ง กับ ใส่เครดิตที่มาที่ไปแน่นอน หากตรวจสอบได้ โอ้วเจ็บ
@mor_maew: สรุปแล้ว จับได้ก็ขอโทษ จับไม่ได้ก็หากินกันไปว่างั้น?
@mor_maew: ไม่ใช่หน้าที่นสพ.ในการตรวจสอบที่มาของภาพที่ลงหน้าหนึ่ง เป็นหน้าที่เจ้าของภาพที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่านั่นคือภาพของตน

เสียงของหมอแมว ก็สะท้อนเสียงในใจของบล็อกเกอร์ธรรมดา ๆ คนนึงอย่างผมเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอขอบคุณ น้ำใจของ @evoflo ด้วย ที่ช่วยรับเป็นธุระ ทั้งที่ไม่ใช่ภาระงานของตัว จะแจ้งเรื่องให้ผู้เกี่ยวข้องภายในได้รับทราบและดำเนินการต่อไป

—-

(ว่าจะ quote ทวีต @AdmOd รู้สึกเหมือน การขโมยทองเขามาใส่ พอเจ้าของมาทวงก็ให้คืนแล้วจบกันเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ผิด [protected tweet/ได้รับอนุญาตแล้ว] มาใส่ในที่เขียนข้างบนด้วย แต่รู้สึก เอ มันหมายถึงเรื่องอะไรหว่า ลายน้ำหนังสือพิมพ์ หรือว่า แหวนทองนายก … เดี๋ยว งง ไม่เอาดีกว่า :p)

technorati tags: ,

On various little and BIG things

ปรับปรุง 2008.03.31: แก้สะกดผิด (สระเกิน ที่มองไม่เห็นบนวินโดวส์) เพิ่มลิงก์พี่ไตร แสงศตวรรษ และ technorati แปะคลิป / และตกลง network interface ไม่ได้เจ๊งครับ ปรากฎว่าสงสัยจะ update package อะไรไปแล้วมันเจ๊ง พอลงโอเอสใหม่ มันก็ใช้ได้เหมือนเดิมครับ เน็ตเวิร์ก (ตอนนี้ใช้ Ubuntu 8.04 Beta อยู่)

คลิป Kapook ชวนคุย วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2550 ที่บ้านไร่กาแฟ ขึ้นแล้วนะครับ (ตั้งแต่เมื่อวานเที่ยง ๆ ได้ ผมเพิ่งจะต่อเน็ตได้ network interface โน๊ตบุ๊คเจ๊ง)

ที่ Duocore http://duocore.tv/ (ตอนพิเศษ xxx.kapook.com)
ที่ FukDuk http://fukduk.tv/ (รอ 1 เม.ย. รายการ “กำไข่ ใส่ข่าว”)

เชิญดูและพิจารณานะครับ ความเห็นของผู้คนต่าง ๆ น่าจะพอเห็นใน blogosphere บ้างแล้ว

ความเห็นของผมสั้น ๆ ตอนนี้ ก็คือ งานนี้ คุณปรเมศวร์ แฟร์ ตอบทุกคำถาม แม้จะยืดยาวกินเวลาไปหน่อย โดยเฉพาะในช่วงแรก และออกนอกเรื่องไปไกลหลายทีในช่วงถัด ๆ มา แต่ยังไงคุณปรเมศวร์ก็พยายามตอบทุกข้อ และทุกข้อก็พอฟังได้ – เป็นข้อ ๆ ไป – แต่อย่าเอาคำตอบทั้งหมดมาร้อยกัน เพราะมันจะไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่นัก บางข้อมันขัดกันเอง – แต่โดยรวมไม่น่าเกลียดครับ ฟังได้ (เชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่คนนะครับ ก็พิจารณาเป็นข้อ ๆ ไป)

แต่ที่(ผม)ฟังไม่ได้จริง ๆ ก็คงจะเป็นทีมงานของ Kapook คนหนึ่ง (เสื้อดำในวิดีโอ) และบางคำที่พี่ไตร-ชีพธรรม (เสื้อ eBay) พูด ลองดูในวิดีโอเองนะครับว่าเป็นอย่างไร (ผมไม่ได้รู้จักพี่ไตรเป็นการส่วนตัว แต่ก็ติดตามผลงานมาตลอด ตั้งแต่สมัยผมทำงานใหม่ ๆ และต้องไปเกี่ยวข้องเรื่องจัดอบรมที่ซอฟต์แวร์ปาร์ค และก็ชอบลีลาการอบรมของพี่เขามาก รู้สึกว่าคนนี้เกิดมาเพื่อสื่อสารเพื่อเป็นโค้ชจริง ๆ ผมเลยรู้สึกผิดหวังในทัศนคติของพี่เขาเรื่อง “ขี้อิจฉา อวดดี อยากเด่น” ฯลฯ – แต่นั่นก็เป็นเรื่องของตัวผมเอง ไม่ได้เป็นความผิดของพี่เขา)

อยากให้ดูคลิปที่ว่าจนจบนะครับ จะได้ฟังความเห็นของทุก ๆ คนอย่างรอบด้าน (เพิ่งดูคลิปของ Duocore จบ พบว่ามีตัดไปบ้างบางส่วน แต่เหมือนเป็นการตัดต่อให้ภาพมันต่อเนื่องมากกว่า เท่าที่ดู ไม่น่าจะมีประเด็นสำคัญอะไรถูกตัดออกไป ยกเว้นช่วงสุดท้ายที่ อดัม FukDuk ซักถามคำถามหลายคำถาม พร้อมข้อมูลประกอบที่ปริ๊นท์ออกมาหลายหน้า — คุณออย Duocore แจ้งว่า ตอนท้ายนี้ไม่ได้เป็นการตัด แต่ที่หายไปน่าจะเป็นเพราะแบตหมดแล้ว แต่ไม่ต้องห่วง ยังไงดูได้ที่เว็บ fukduk.tv ครับ 1 เม.ย. นี้)


(ข้างล่างนี้เกี่ยวข้องกับเรื่อง Kapook น้อยมาก ๆ)

เมื่อคืนได้แลกเปลี่ยนกับ MacroArt, jittat และ sugree ผ่าน twitter (บนรถเมล์ ผ่านมือถือ) ประเด็นสำคัญที่ผมคิดว่าควรจะต้องย้ำตรงนี้ก็คือ ไม่ใช่เรื่องทุกเรื่องที่เราจะจัดการกับมันแบบ ‘ ส่วนตัว’ ได้ (และหลายครั้งถึงทำได้ ก็ไม่ควรทำ) — ถ้าเป็นเรื่องประโยชน์ส่วนตัว ความเสียหายส่วนตัว แน่นอนว่ามันคงจะดีกว่า ถ้าจัดการกันแบบส่วนตัวได้ แต่เมื่อไรที่มันเป็นเรื่องประโยชน์สาธารณะ ความเสียหายสาธารณะ ผมไม่คิดว่าการจัดการแบบส่วนตัวจะสามารถทำได้ (และถึงทำได้ ก็ต้องไม่ทำ)

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่อง ถ้าเห็นว่ามีปัญหาอะไร ก็รายงานไปที่ผู้ต้องหาสิ (เอาจริงสิ ? รายงานไปที่ ผู้ต้องหา นะ) — ผมเห็นเหมือน sugree ว่าเราควรจะมีที่กลางที่เราสามารถเชื่อใจเชื่อถือได้ เพื่อที่เราจะได้รายงานไปที่ดังกล่าวได้ และกระบวนการทุกอย่างต้อง มีส่วนร่วมได้-โปร่งใส-ตรวจสอบได้ (ทำนองเดียวกับการแจ้งไปที่ Bugzilla หรือส่ง support ticket หรือติดตามพัสดุผ่านเว็บ FedEx) —
ซึ่งตอนนี้ผมเห็นว่าไม่มี — จึงเป็นเรื่องปกติที่ผู้คนจะวิ่งไปแจ้งสื่อมากกว่าแจ้งตำรวจ หรือถนนพังก็แจ้งทีวี เพราะแจ้งทางการมาแล้วห้าปีไม่เห็นมีใครมาทำอะไร แจ้งแล้วก็เงียบหาย แจ้งทีวีสิเร็วดี ออกอากาศปุ๊บ รุ่งขึ้นมาเลย หรือในกรณีทุกวันนี้ อินเทอร์เน็ตก็เป็นช่องทางหนึ่ง ที่เราสามารถสื่อสารกับคนอื่น ๆ มาได้มากกว่า กว้างกว่าเดิม อย่างง่าย ๆ — ซึ่งก็มีทั้งเรื่องบอกเล่า ชื่นชม เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย

ในกรณีที่ไม่เห็นด้วยนั้น คนเขียนก็อาจจะไม่ได้หวังให้ไปเอาผิดอะไรกับใครด้วยซ้ำ เพราะหลายทีที่มันไม่ได้ผิดกฎหมาย (และเพราะไม่ผิดกฎหมายจึงไปแจ้งตำรวจไม่ได้ อย่างเรื่อง SEO ตำรวจเขาคงงง ๆ มันไม่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว) แต่เขียนไปเพื่อแจ้งให้คนอื่นได้ทราบสิ่งที่เกิด และบอกเล่าความคิดเห็นของเขากับสิ่งเหล่านั้น ว่าเขาไม่เห็นด้วยนะ เพราะอะไร ส่วนคนอื่นจะคิดอย่างไร ก็เป็นเรื่องของแต่ละคน และแต่ละคนก็มีสิทธิที่จะโต้แย้งได้อย่างเท่าเทียมเช่นกัน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่สาธารณะ

อินเทอร์เน็ตมีคุณค่า เพราะมันไม่ได้บรรจุแต่เพียง “ความจริง” แต่มันยังมี “บทสนทนาเพื่อแสวงหาความจริง” บรรจุรวมอยู่ด้วย (เราเรียกมันสั้น ๆ ว่า “ความคิดเห็น”)

ไม่ว่าเราจะมีระบบแจ้งเหตุที่น่าเชื่อถือแล้วหรือไม่ อินเทอร์เน็ต/มณฑลสาธารณะจะต้องเป็นที่ที่เราสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นธรรมต่อเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างเสรี ถ้าสิ่งที่เราพูดนั้นมีมูล มีเหตุที่เชื่อถือได้อันทำให้เราเชื่อเช่นนั้น และเราพูดไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ เราก็ควรจะได้รับการปกป้องทางกฎหมายด้วย (ดูกรณี ชินคอร์ป vs สุภิญญา ที่ชินคอร์ปฟ้องสุภิญญา หลังเธอให้สัมภาษณ์ถึงการเอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจครอบครัวของอดีตนายก ซึ่งสุดท้ายศาลอาญามีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง “เนื่องจากเห็นว่าเป็นการกล่าวแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและติชมด้วยความเป็นธรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งเป็นวิสัยของบุคคลและประชาชนพึงกระทำได้ ไม่ได้เป็นการมุ่งประสงค์ใส่ความบริษัทให้ต้องเสียชื่อเสียงหรือถูกดูหมิ่น เกลียดชังแต่อย่างใด” [ผมหวังให้พี่ไตรได้อ่านตรงนี้])

เมื่อคืนตอนที่ผมแลกเปลี่ยนกับทุก ๆ คน (อย่างทุลักทุเล จิ้ม ๆ บนมือถือ) ผมคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องของเว็บใดเว็บหนึ่ง หรือกระทั่งเป็นเรื่องเจาะจงเฉพาะอินเทอร์เน็ต แต่ผมคิดถึงกรณีทั่วไปทั้งหมดเลย (คิดว่าคนอื่น ๆ ก็น่าจะประมาณนี้) เป็นเรื่องของสิทธิในการ(ไม่)สื่อสาร สิทธิที่จะ(ไม่)รู้ และสิทธิที่จะ(ไม่)พูด แน่นอนว่าในกรอบที่จะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่(ต้องพูดแต่ไม่)พูดด้วย – แต่ย้ำว่านี่เป็นการรับผิดชอบต่อสาธารณะ

สิทธิในการสื่อสารเป็นสิทธิโดยธรรมชาติ เราทุกคนเกิดมาพร้อมสิทธิอันนี้ เป็นสิทธิที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่ได้โดยไม่ต้องถูกรับรองโดยกฎหมาย
เราทุกคนนั้นเมื่อเกิดมาก็ดู ก็ฟัง ก็พูดได้เหมือนกันหมด การกระทำใด ๆ ที่จะทำให้เราดูไม่ได้ ฟังไม่ได้ พูดไม่ได้ (เช่น ดูไม่ได้เพราะเขาเห็นว่าเราโง่เกินไปที่จะดูพระเล่นกีต้าร์ หรือพูดไม่ได้เพราะเราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ หรือกลัวว่าจะถูกฟ้องหมิ่นประมาท) ย่อมเป็นการริดรอนสิทธิโดยธรรมชาติของเราอันนี้ทั้งสิ้น

คุณ MacroArt สนใจประเด็น code of conduct จรรยาบรรณของบล็อกเกอร์/สื่อพลเมือง จึงขอเสนอลิงก์ด้านล่างอีกรอบครับ

(เมื่อวาน tweet หลายเรื่องมาก เช่น เรื่องหลักฐาน การทำลายหลักฐาน ความเสียหายที่เกิดต่อสาธารณะแล้ว ฯลฯ ยังไงไปกดหาใน twitter นะครับ ปวดฉี่ ไปแล้ว อยู่ร้านเน็ต หวัดดีครับ)

technorati tags:
,
,
,
,
,
,
,

Burmese Anti-Blogging Measures

Niknayman (ต้องลงฟอนต์พม่าก่อน ถึงจะอ่านได้) บล็อกพม่าที่รายงานเหตุการณ์ลุกฮือในพม่าเมื่อกันยาปีที่แล้ว รายงานว่า:
รัฐบาลทหารพม่า ใช้เทคนิควิธีหลายอย่าง เพื่อสกัดกั้นบล็อกเกอร์/ผู้สื่อข่าวพลเมืองในอินเทอร์เน็ต
วิธีมีตั้งแต่การปิดกั้นให้เข้าบล็อกไม่ได้
การแทรกคำต่าง ๆ เข้าไปในบล็อก
การเปลี่ยนทางลิงก์ในบล็อก (ไปโผล่เว็บโป๊แทน)
ไปจนถึงการพยายามทำให้อินเทอร์เน็ตช้าลง เพื่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะได้เข้าถึงบล็อกและเว็บไซต์เหล่านั้นไม่ได้

Committee to Protect Bloggers: Report on Anti-Blogging Measures from Burmese Blogger

Irrawaddy: Burmese Regime Attacks Bloggers

(รายงานเข้า iReport)

เพิ่มเติม (2008.01.26): จากที่เพื่อนชาวพม่าเล่าให้ฟัง รัฐบาลทหารได้ควบคุมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในพม่าอย่างเข้มงวดมากขึ้น หลังเหตุการณ์ลุกฮือดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้มีการรายงานสถานการณ์ใด ๆ ไปยังนอกประเทศ

เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตของพม่ายังไม่ทั่วถึง การใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่จึงทำที่ร้านอินเทอร์เน็ต ซึ่งรัฐบาลทหารก็มีคำสั่งให้ร้านอินเทอร์เน็ตทุกร้าน ห้ามไม่ให้ผู้ใช้นำอุปกรณ์ใด ๆ มาใช้กับคอมพิวเตอร์ของร้าน เพื่อป้องกันการส่งไฟล์ภาพหรือข้อมูลใด ๆ (จากกล้องหรือแฟลชไดรว์)
และบังคับให้ร้านอินเทอร์เน็ตจะต้องจับภาพหน้าจอของคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง ทุก ๆ 15 นาที เพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่รัฐตรวจสอบ ร้านใดที่ไม่ปฏิบัติตามนี้ จะถูกปิด

นอกจากนี้ยังพบว่า อีเมลที่มีไฟล์แนบจะถูกกรองทิ้ง (เมื่อพิจารณาข้อนี้ ร่วมกับข่าวข้างต้น ที่ว่ามีการบล็อคและการแทรกข้อความ ทำให้เดาได้ว่า การจราจรอินเทอร์เน็ตที่วิ่งเข้าออกพม่า จะถูกจับตามองตลอด)

technorati tags:
,
,

Blog provider ethics / Censorship from the "house owner"

OKNation silently censors users’ blogs — iTeau reported, Your Blog Is Banned By Me, Your Second Big Brother

จริยธรรมของบล็อกเกอร์ — จริยธรรมของผู้ให้บริการบล็อก

ชวนอ่าน
คำสั่งของพี่รอง (Your Blog Is Banned By Me, Your Second Big Brother) โดย iTeau

อย่างที่เป็นที่รู้กัน (เงียบ ๆ) มานานแล้วว่าบริการบล็อก OKNation (ที่โฆษณาว่าพื้นที่นี้ “อิสระทางปัญญา ทุกคนมีสิทธิเขียน เผยแพร่ความคิด”) มีการลบบัญชีผู้ใช้ และลบบล็อกอย่างเงียบ ๆ หลายครั้ง

ลองอ่านและพิจารณากันดูครับ คิดเห็นอย่างไร มีประเด็นน่าสนใจหลายอย่าง เช่น ใครเป็นเจ้าของเนื้อหาในบล็อก ? ผู้เขียน หรือ ผู้ให้บริการพื้นที่ ?
เชิญแลกเปลี่ยนที่บล็อกคุณ iTeau ได้เลย 😉

technorati tags:
,
,