#CAMRA องค์กรเพื่อ #สิทธินักดื่ม

Campaign for Real Ale (CAMRA) logo

กินเหล้ากันได้จริงจังมากครับ

Campaign for Real Ale (CAMRA) หรือ “กลุ่มรณรงค์เพื่อเอลของแท้” เป็นองค์กรผู้บริโภคที่โปรโมตเรื่อง เอลของแท้ ไซเดอร์ของแท้ ผับบริติชแบบดั้งเดิม และสิทธิของนักดื่ม เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ทำประเด็นเดียวที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร และเป็นสมาชิกก่อตั้งของสหภาพผู้บริโภคเบียร์แห่งยุโรป (European Beer Consumers’ Union – EBCU)

เอลนี่คือเบียร์ชนิดหนึ่ง ส่วนไซเดอร์คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากน้ำผลไม้หมัก โดยมากจะเป็นน้ำแอปเปิล

จุดประสงค์ของ CAMRA นั้นเพื่อ

  1. คุ้มครองและพัฒนาสิทธิผู้บริโภค
  2. ส่งเสริมคุณภาพ ตัวเลือก และความคุ้มค่า
  3. สนับสนุนผับในฐานะศูนย์รวมของชีวิตชุมชน
  4. รณรงค์เพื่อให้คนเห็นคุณค่าของเบียร์ ไซเดอร์ และแพรี่* แบบดั้งเดิม ในฐานะส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและประเพณีของชาติ
  5. ผลักดันการปรับปรุงร้านขายเบียร์ทุกแห่ง ตลอดจนทั่วทั้งอุคสาหกรรมผลิตเบียร์

(* perry เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากน้ำลูกแพร์หมัก บางทีก็เรียกว่า pear cider – แต่ CAMRA ไม่ยอมให้เรียกแบบนั้นนะครับ)

ทุกปี CAMRA จะจัดพิมพ์หนังสือแนะนำผับและโรงเบียร์ Good Beer Guide และยังมี Good Cider Guide และ Good Bottled Beer Guide เป็นรายสะดวก

นอกจากนี้ยังส่งเสริมและสนับสนุนเทศกาลเบียร์และไซเดอร์ทั่วประเทศ และจัดงาน Great British Beer Festival เป็นประจำทุกปี ที่ Earl’s Court (แถวนั้นผับดีๆ เยอะมาก / ไม่นับผับไทยนะ / ไม่ใช่ว่าผับไทยไม่ดี แต่มันคนละอย่างอ่ะ / วงเล็บมรึงยาวแซบซ้อนแมรก)

แล้วก็มีมอบรางวัล National Pub of the Year โดยกระบวนการตัดสินในรอบแรกจะให้สมาชิกในแต่ละสาขาโหวตผับที่ชอบมาก่อน แล้วผับที่ชนะโหวตก็จะเข้าสู่การแข่งขันระดับภูมิภาค ซึ่งจะมีกรรมการแวะไปนั่งกิน แล้วก็เลือกผับที่คิดว่าดีที่สุด มีรางวัล Pub Design Awards (จัดร่วมกับ English Heritage และ The Victorian Society) และรางวัล Champion Beer of Britain

ในทางหนึ่ง CAMRA ก็เรียกร้องสิทธิของนักดื่ม ที่จะได้เบียร์ดีๆ ผับดีๆ รวมไปถึงการยอมรับจากสังคมว่า การดื่มก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมนะเว้ย ไม่ใช่เรื่องบาปหนาสาหัส และโดยตัวการดื่มเองก็ไม่ใช่ปัญหาสังคม ในอีกทางหนึ่งองค์กรอย่าง CAMRA ก็ช่วยให้ผู้ผลิตรายเล็กๆ ที่ผลิตของมีคุณภาพ เป็นที่รู้จักมากขึ้นในตลาด ผ่านการส่งเสริม งานเทศกาล และการให้รางวัล ซึ่งสุดท้ายแล้วก็จะเป็นผลดีกับทั้งอุตสาหกรรมภาพรวมและกับผู้บริโภคเองด้วย

#สิทธินักดื่ม สุดๆ ครับ

แต่อะไรแบบนี้เกิดขึ้นในบ้านเรายากครับ เพราะกฎหมายยังไม่อนุญาตให้มีบริเวอรีขนาดเล็ก คือสุราแช่อะไรทำได้หมด แต่ถ้าเป็นเบียร์นี่ต้องทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาทขึ้นไป และผลิตไม่ต่ำกว่า 100,000 ลิตรต่อปี ก็เลยมีแต่สิงห์ ช้าง ไฮเนเก้น หรือโรงเบียร์ขนาดใหญ่อย่างตะวันแดง

ที่ตลกคือ ตอนนี้ตลาดเบียร์จากไมโครบริเวอรีในเขตเมืองเขตนักท่องเที่ยวโตขึ้นมาก มีการนำเข้าเบียร์จากไมโครบริเวอรีเล็กๆ ในเบลเยียม นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นมาขายในเมืองไทย บางล็อตนี่ทำแบบน้อยมากๆ จากบริเวอรีแบบกิจการครอบครัว ซึ่งหลายอันถ้ามาทำในเมืองไทยก็คงทำไม่ได้ แต่เรานำเข้าของพวกนี้ได้ :p กิจการที่โตในเมืองไทย ก็เลยเป็นกิจการนำเข้าเบียร์พวกนี้ครับ บริโภคอย่างเดียว ผลิตไม่ได้

เลยนึกถึงที่ กานดา นาคน้อย เขียนไว้เรื่องนี้ (เปิดเสรี “ข้าว เหล้า ไวน์” ก้าวให้พ้นจำนำข้าว) ว่าตลาดข้าวไทยจะพัฒนากว่านี้ ถ้าเปิดโอกาสให้ชุมชนแปรรูปข้าวเป็นเครื่องดื่มได้หลากหลาย รองรับตลาดภายในประเทศ รวมทั้งสร้างโอกาสตลาดต่างประเทศ

ตะกี้นึกได้อีกเรื่อง ว่าเราควรจะมีงานวิจัยเรื่อง ร้านเหล้าต๊อกในฐานะศูนย์รวมจิตใจของชุมชน เพราะบ้านเราก็ไม่ได้มีวัฒนธรรม public house ร้านเหล้าต๊อก ร้านน้ำชา ร้านของชำปากซอย อะไรพวกนี้น่าจะเข้ากะบริบทสังคมไทยมากกว่า

หลายเรื่องปนๆ กันครับ โพสต์นี้

ข้อมูล CAMRA จากวิกิพีเดีย โพสต์ครั้งแรกที่เฟซบุ๊ก Art Bact’  6 ก.ค. 2556

นึกไม่ออกว่าจะดื่มเบียร์อะไร? Google ช่วยได้!

beers! beers! beers!

เปิด Google Spreadsheet ขึ้นมา
ใส่คำว่า “lager” ที่เซลล์ A1
ใส่คำว่า “ipa” ที่เซลล์ A2
ไฮไลต์ทั้งสองเซลล์นั้น แล้วลากลงมา โดยที่กด Ctrl หรือ Option ค้างอยู่

มันจะ auto-fill เป็นชื่อเบียร์ชนิดต่างๆ ครับ

นี่สิครับ เทคโนโลยีเพื่อมนุษยชาติ!!

Google Auto-Fill

มันเป็นส่วนหนึ่งของฟีเจอร์ Auto-Fill น่ะครับ โดยข้อมูลพวกนี้เคยอยู่ใน Google Sets มาก่อน ลองดูกับชื่อรัฐ ชื่อประเทศ ยี่ห้อรถ ได้เหมือนกัน

via TechCrunch

อันนี้เด็ด

Free as in “FREE BEER” – Brau-Aktion in Berlin

วันเสาร์นี้ (1 มี.ค.) ที่โรงเบียร์ Hops & Barley Berlin เบอร์ลิน เค้าจะเสิร์ฟ “เบียร์ฟรี” กัน
ฟรีนี่ ไม่ได้หมายความว่า “ไม่ต้องจ่ายตังค์” นะ แต่หมายถึง “เสรี”

ฟรีเหมือนกับเสรีภาพในการพูด และเหมือนกับในเบียร์เสรีด้วย! (free as in free speech and in free beer, too!) อะไรทำนองนี้ (ล้อคำพูดของ ริชาร์ด สตอลล์แมน)

ใครอยากไปร่วม ก็เชิญที่ถนน Wühlischstraße 23 สี่โมงเย็นถึงตีสอง ตั้งแต่เที่ยงครึ่ง ครับผม

[ ลิงก์ Zeitgeisty.cc | ผ่าน ThaiBB ]

technorati tags:
,
,

free as in free beer

เมื่อคืนเมา ตื่นมา อ้าว นี่เรานอนอยู่ตรงหน้าบันไดชั้นสองนี่หว่า (ห้องผมอยู่ชั้นสี่)

กลางวันไปอสมท. แทนคุณพิสิต ไว้เขียนเล่าอีกที (ถ้าเขียน)

บ่าย ๆ ไปสยาม กินข้าว อ่านหนังสือ รอรถเมล์ และบังเอิญเจอเพื่อนที่ SIIT มันเพิ่งกลับจากญี่ปุ่น ก็เลยไปนั่งคุยกันลานพารากอนแป๊บนึง ก่อนแยกย้าย – สาวจีนข้างหลังน่ารักดี

ค่ำ ๆ ไม่รู้ไปไหนดี เปลี่ยว อยากไปเที่ยว แดนซ์ ๆ แต่ไม่ค่อยทีแรง เอาที่นั่งกินเบียร์เฉย ๆ ละกัน
ก็เลยไปที่ always never (ซอยแจ่มจันทร์ ทองหล่อ – กลายเป็นร้านที่ ถ้านึกอะไรไม่ออก ก็จะไปลงที่นี่ซะแล้ว สามอาทิตย์ที่ผ่านมา ไปมาสี่ครั้ง) ขึ้นรถไฟฟ้า ต่อรถเมล์เล็ก เดินเข้าซอย

ระยะทางจากปากซอยถึงร้าน กินเบียร์กระป๋องเล็กหมดพอดี เล่นคอม (ติดโน๊ตบุ๊คไปด้วย) กินเบียร์ คุยกับน้อง ๆ ในร้าน แรก ๆ เป็นอย่างนั้น แต่หลัง ๆ ก็กินแต่เบียร์ละ เริ่มคึก เนื่องจากดนตรีสดเริ่มบรรเลง สนุก ๆ เป็นกันเองดี

ลีโอหนึ่งกระป๋องเล็ก สิงห์สามขวดใหญ่ และแสงโสมนิดหน่อย .. ดึกไปหน่อยแฮะ เลยเถิด คิดได้จึงเรียกแท็กซี่กลับบ้าน มีอ้วกนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ควบคุมได้ ไม่เลอะเทอะ กลับบ้านได้โดยปลอดภัย

แต่จำอะไรไม่ได้เลย

จำไม่ได้ว่าเข้าบ้านมาได้ยังไง แล้วเข้ามาแล้วทำอะไรไปบ้าง

ตอนตื่นขึ้นมา ที่หน้าบันไดนั้น มองไปรอบตัว เฮ้ย กระเป๋าสะพายเราอยู่ไหนวะ?

มีโน๊ตบุ๊คในนั้นด้วย ลืมไว้ในแท็กซี่รึเปล่า ? ไม่สิ เพราะกุญแจเข้าบ้านมันอยู่ในกระเป๋าใบนั้น อ้าว แล้วมันอยู่ไหนล่ะ เราว่าเราสะพายมันตลอดนะ ไม่ได้เอาออกจากตัวเลย

แต่คิดอะไรไม่ออกแล้ว ก็เลยขึ้นบ้านดีกว่า นอนตรงนี้ต่อไม่ดีแน่ นอกจากจะเย็น และยุงเยอะแล้ว ยังไม่ค่อยจะสะอาดเท่าไหร่ ชั้นสองบ้านผมมันเป็นโกดังเก็บของ – เดี๋ยวถ้าจะเจอ มันก็เจอ

ขึ้นมาจะนอน อ้าว โอ๊ต(น้อง)มันกลับมาแล้วนี่หว่า งั้นตะกี้ที่กูนอนอยู่ มันก็เห็นดิ (อาจจะไม่ได้แค่เห็นด้วย เผลอ ๆ มีเดินข้าม) เสียภาพพจน์ว่ะ – -“

ตอนเช้าพ่อเดินมาถาม ทำไมทิ้งกระเป๋าไว้ครัวหลังบ้าน ชั้นหนึ่ง เอ้อ ไม่หายแล้วเว้ย แต่จำไม่ได้ว่าวางไว้ตรงนั้นตอนไหน ครัวหลังบ้านนั้นไม่ได้อยู่ในเส้นทางการขึ้นบ้านเลย จำไม่ได้จริง ๆ

วันนี้นอนปวดหัวทั้งวัน

เกือบ ๆ หกโมง ออย (DuoCore) โทรมาหา ถามว่าไปงาน Bill Hilf (แลบโอเพนซอร์ส ไมโครซอฟท์) รึเปล่า อ้าว วันนี้เหรอ อ่ะไป ๆ (ออยถามว่านอนอยู่เหรอ ตอบไปว่าเปล่า-โกหก) ไปถึงงานกำลังจะเริ่มพอดี รวม ๆ ก็ดีนะ ผมถามไปสองสามเรื่องหลัก ๆ และเขาตอบได้ดี ค่อนข้างประทับใจ รายละเอียดเดี๋ยวคงมีขึ้น Blognone (ขึ้นแล้ว) กับ DuoCore และที่อื่น ๆ ได้เสื้อมาสองตัว ยังไม่รู้ว่าจะใส่โอกาสไหนดี ส่วนหมวกนั้น สงสัยจะเหมาะกับวันจันทร์ เหลืองมาก ๆ

เพิ่งรู้ว่าพี่คนทำ Narisa.com ไปอยู่ไมโครซอฟท์แล้ว ผมเพิ่งเจอพี่เค้า (โดยยังไม่รู้ว่าเป็นใคร) เมื่อสองอาทิตย์ก่อนมั้ง ที่ True Life สยาม เค้ามาสาธิต Vista เออ ขำดี โลกใบนี้

อาหารเย็น ตอนเกือบห้าทุ่ม เป็นบะหมี่กระป๋อง+ไส้กรอกวุ้นเส้น ที่ใต้โรงหนังสยาม – เมื่อวานกินราเม็งฮะจิบัง คืนก่อนหน้านั้นกินง่วนหลี กับข้าวเต็มโต๊ะ

วันนี้ตอนบ่ายได้ดูช่วงท้าย ๆ ของ คำพิพากษาของมหาสมุทร หนังเงียบ ๆ ดี

สมควรแก่เวลานอนแล้ว – เป็นสุดสัปดาห์ที่นอนดึก(เช้า)จริง ๆ (วันศุกร์นั่งคุย+กินเบียร์ถึงหกโมงเช้า)

แม้เบียร์ไม่ฟรี แต่สามวันที่ผ่านเราล้วนคุยกันถึงเสรีภาพ, ถ้าจะเรียกมันว่า free beer ก็น่าจะโอเค

technorati tags:
,
,

England fans drinking Gelsenkirchen dry

เยอรมนีน่ะเป็น “เมืองเบียร์” แต่ “ไอ้ตัวกินเบียร์” น่ะ คือ คนอังกฤษ!

‘ถ้ายังเป็นหยั่งงี้ไปเรื่อย ๆ มันจะต้องหมดเร็ว ๆ นี้แน่ ๆ เราคงต้องปิดร้านในอีกสองสามชั่วโมง’ Ulrich Schiefele ผู้จัดการร้านสะดวกซื้อบอก ร้านของเขาขายเบียร์ไป 500 ลัง (20 ขวด ขวดละครึ่งลิตร) ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

‘เรารู้ว่าแฟน ๆ ชาวอังกฤษขึ้นชื่อเรื่องความกระหาย แต่นี่มันจะเกินไปหน่อย’ เขาบอกอย่างเหงื่อตก ระหว่างพยายามจะเติมตู้เย็นใบใหญ่ให้เต็ม

‘เรามีสำรองอยู่ 1,500 ลิตร’ Zdenka Tunjic ห้วหน้าพนักงานเสิร์ฟที่โรงเบียร์ ‘Brauhaus Hibernia’ บอก
นั่นคือ 4 เท่าของปริมาณที่ขายได้ในวันที่ทีมท้องถิ่น ‘Schalke 04’ แข่ง

กินเสร็จแล้วก็โวยวาย เล่นขำไปเรื่อย ดื่มเป็นดื่ม เชียร์เป็นเชียร์ … นี่แหละแฟนฟุตบอลอังกฤษ แหกปากร้องเพลงได้ตลอดเกม 😛

แต่ถึงไม่มีบอล ท่านผู้ดีทั้งหลายก็กินกันตะพึดตะพืออยู่ดี – -” เมากันได้ทุกศุกร์เสาร์ เห็นได้ตามถนนทั่วไป – -“

tags:




Hoegaarden

เห็น mk พูดถึงเบียร์ เลยขอหน่อย

Hoegaarden เป็น ‘เบียร์ขาว’ จากเบลเยี่ยม
ขาว ยังไง ก็ขาวน่ะ, มันจะขุ่นๆ ไม่ใส เนื่องจากไม่ได้ผ่านการกรอง

เอาว่า อร่อย ละกัน 😛

เว็บของตัวแทนจำหน่าย, เว็บของแฟนเบียร์ ข้อมูลเยอะดี, โหวต+รีวิว

เบียร์อีกประเภทที่ชอบคือ Pilsner, มันจะคล้ายๆ Lager แหละ แต่จะมีกลิ่นเครื่องเทศอะไรพวกนี้ด้วย
(เบียร์ส่วนใหญ่ที่ขายในเมืองไทย จะเป็น Lager)

แต่คนท้องถิ่นที่นี่ โดยเฉพาะที่ไม่ใช่วัยรุ่น จะชอบ Ale มากกว่า
โดยบางคนถ้าพูดถึง Lager จะใช้คำว่า continental beer หมายถึงเบียร์จากฝั่งทวีป(ยุโรป)
โดยมากแล้ว Ale จะไม่อัดก๊าซลงไปเพิ่ม

ส่วนอีกอันที่นิยมกัน ก็คือ Guinness
นี่ก็เป็นเบียร์ในแบบเฉพาะของมันเองเลย
(ถ้าจะจัดประเภท ก็อยู่ในชนิด Stout)

You’d love it, or hate it.
อาจจะพออธิบายรสชาติของเบียร์ยี่ห้อนี้ได้

เผอิญผม hate 😛

อ้วก

อ้วกที่ห้อง
ยังเหม็นๆ เปรี้ยวๆ อยู่เลย

ชีวิตฉัน -_-”

เมื่อคืนกินเบียร์ไป .. จริงๆ ก็ไม่เยอะนะ
แต่ไม่ได้กินเยอะขนาดนี้มานานแล้วมั้ง
1 330ml Asahi
2 500ml Budvar
2 pint (568ml) Hoegaarden

.. เอ ก็เยอะแฮะ -_-”

ตอนกินเสร็จ ออกจากร้าน ก็ยังดีๆ อยู่
กลับมาที่ห้องก็ยังโอเค

แต่กลางดึก นอนๆ อยู่ อึดอัดมาก
พอลุกขึ้นมา ก็อ้วกเลย
แหวะ

กุ้งเกิ้งที่กินเข้าไป ออกมาหมด
เสียดาย T-T
นานๆ จะได้กินที
(Tendon ร้าน Banzai คนในร้านน่ารัก 😉 )

ตกลงว่าผ่านแล้ว
ได้ทำ disser สมใจ
(ขอบคุณ พี่จอย ด้วย)

เมื่อคืนก็เลยไปฉลองกันนิดหน่อย
ก็ไปผับใกล้ๆ หอนี่แหละ
(หอพวกเค้านะ ไม่ใช่หอผม)

ไทย 4 ญี่ปุ่น 1 (ตามมาทีหลัง)
ไทย 4 นี่มี
ผม พี่โอ๋ (เรียน MSc informatics เหมือนกัน)
พี่จี๋ พี่นุ่น (PhD linguistics ทั้งคู่)
ญี่ปุ่น 1 นั่น ก็ linguistics ทำโปรเจกต์เกี่ยวกะการเีรียนภาษาของคนไทยด้วย แฟนพี่นุ่นเค้า

เป็นการกินเบียร์ที่สนุกไปอีกแบบ
คือไม่รู้ขุดเรื่องอะไรมาคุยได้ขนาดนี้

มือถือแก้วเบียร์ ปากคุยเรื่อง chomsky, universal grammar,
discourse, cohesion, halliday, evolutionary linguistic, .. บ้าบอคอแตก

คุยกันจนทุกคนเห็นว่า
ถ้าได้กลับไปเป็นอาจารย์จริง
(คือจริงๆ ก็ต้องไปเป็นจริงๆ แหละ ไม่ต้อง ‘ถ้า’
หมายถึง 3 ใน 4 ที่ไม่ใช่ผมน่ะ
ก็พี่ๆ เค้าเป็นอาจารย์กันอยู่แล้ว นี่คือมาทุนกันทั้งนั้น
มีเราน่ะเอ๋ออยู่คนเดียว)

ควรจะมีการส่งเสริมให้เปิดผับทำนองนี้
(คือเป็นผับเอาไว้นั่งคุยเรื่อยๆ ไม่มีอย่างอื่น)
ใกล้ๆ มหาลัย
เพื่อส่งเสริม “บรรยากาศทางวิชาการ”

หึหึ

โอ้ย เหม็นอ้วก