“ออกไป! ออกไป!” เมื่อคนซานฟราน ชัตดาวน์รถรับส่งพนักงานของกูเกิล

คนซานฟรานทนไม่ไหว บริษัทเทคโนโลยีบุก ทำบ้านแพง ขนส่งมวลชนพัง ผู้เช่าเดิมถูกไล่ ธุรกิจท้องถิ่นต้องปิดตัว

Tech workers vs. The rest of the City

คนท้องถิ่นมองว่าพนักงานของบริษัทเหล่านี้แทบไม่ได้มอบอะไรกลับให้กับท้องถิ่นเลย เช่น บริการอาหารและซักรีดบริษัทอย่างกูเกิลก็จัดหาให้พนักงานฟรี ตลาดที่คนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไปก็เป็นตลาดหรูๆ เก๋ๆ ที่คนท้องถิ่นไม่ได้ขายของ

กฎหมายปัจจุบันหลายอย่างเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจเทคโนโลยีและพนักงานของบริษัทเหล่านี้ที่มีกำลังซื้อสูงกว่า เช่นการยกเว้นภาษีกิจการเทคโนโลยี หรือ Ellis Act ที่อนุญาตให้ผู้ให้เช่ายกเลิกสัญญากับผู้เช่าได้ แม้ผู้เช่าไม่ได้ทำอะไรผิดก็ตาม โดยเปิดช่องว่า ผู้ให้เช่าสามารถยกเลิกสัญญาได้หากกำลังจะเลิกกิจการ – ผู้ให้เช่าสามารถ “กำลังจะเลิกกิจการ” ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

หลายปีที่ผ่านมามีคนถูกไล่ออกจากบ้านเช่าก่อนหมดสัญญาจำนวนมากเพราะเจ้าของจะปล่อยให้ผู้เช่ารายใหม่ที่จ่ายแพงกว่า

เมื่อบ้านก็แพง ธุรกิจท้องถิ่นก็ทำไม่ได้ ทำให้คนท้องถิ่นจำเป็นต้องย้ายออกเป็นจำนวนมาก

ที่น่าโมโหสุดในสายตาคนท้องถิ่นคือ บริษัทเทคโนโลยีอย่างกูเกิล แอปเปิล และบริษัทอื่นๆ จัดรถชัตเติลบัสรับส่งพนักงานของตัวเอง และใช้ป้ายรถเมล์สาธารณะเป็นจุดจอดรับส่ง ซึ่งนอกจากจะทำให้บ้านละแวกป้ายรถเมล์แพงขึ้น 20% แล้ว ยังทำให้รถเมล์ของรัฐทำกำไรไม่ได้ และส่งผลต่อการเดินทางของคนที่ไม่ได้เป็นพนักงานบริษัทเหล่านี้หรือไม่ได้เดินทางไปทำงาน

ชาวซานฟรานที่ไม่พอใจ ออกมาปิดการเดินรถรับส่งพนักงาน

“Public $$$$, Private Gains”

สถานะทางกฎหมายของรถบัสเอกชนเหล่านี้ยังคลุมเครือ และหลายคนก็ไม่พอใจที่นอกจากบริษัทเอกชนจะมาใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ตัวเองไม่ได้ลงทุนแล้ว ยังจะสร้างผลกระทบต่อคนท้องถิ่นอีก

ทุกๆ วัน มีรถบัสของบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้จอดที่ป้ายรถเมล์ของซานฟรานฯ ประมาณ 7,100 ครั้ง โดยไม่มีใบอนุญาตจอด (แต่ผู้บังคับใช้กฎหมายก็ไม่ได้ว่าอะไร) ทำให้รถเมล์ปกติที่จะเข้าจอดต้องล่าช้า และรถบัสเหล่านี้ไม่ได้จ่ายค่าบำรุงรักษาป้ายและระบบช่องทางรถเมล์ให้กับเมือง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลท้องถิ่นซานฟรานซิสโกกำลังจะลงคะแนนรับ/ไม่รับร่างกฎหมายที่จะทำให้รถบัสดังกล่าวถูกกฎหมาย และให้รถบัสเหล่านี้ทุกคันต้องจ่ายเงิน 1 เหรียญทุก 1 ป้ายที่จอด ให้กับขนส่งมวลชนซานฟรานซิสโก มีการคำนวณว่าขนส่งมวลชนซานฟรานซิสโกจะได้รับเงินประมาณ 1.5 ล้านเหรียญต่อปี แต่เงินจำนวนนี้อย่างมากก็จะครอบคลุมเฉพาะต้นทุนในการดำเนินงาน และจะไม่ทำให้ขนส่งมวลชนซานฟรานซิสโกมีกำไรไปปรับปรุงบริการอะไรเพิ่มได้

ที่ร้ายคือ เพิ่งจะมีบันทึกจากฝ่ายการเดินทางของกูเกิลหลุดออกมา เชิญชวนพนักงานกูเกิลไปแสดงความเห็นสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว โดยในบันทึกมีสคริปต์คำพูดให้พนักงานเอาไปใช้ได้ด้วย ว่าควรจะพูดอย่างไรถึงจะดูดี เช่นบอกว่า ถ้าไม่มีรถบัสก็คงต้องขับรถและจะทำลายสิ่งแวดล้อม หรือพวกเขาสนับสนุนร้านค้าท้องถิ่นอยู่เรื่อยๆ

สถานการณ์ตอนนี้ตึงเครียดน่าดู ถึงขนาดกูเกิลต้องจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยเพื่อคุ้มครองรถชัตเติลบัสของตัวเอง หลังจากเมื่อวันที่ 9 ธันวาคมปีที่แล้ว (2556) คนซานฟรานจำนวนนึงไปปิดล้อมรถของกูเกิล

เดินไปไหนย่อมมีรอยเท้า แต่บริษัทพวกนี้ตัวใหญ่ไปหน่อย ตีนเลยหนัก แถม “เผลอ” ไปเดินบนหัวชาวบ้านด้วย

ข้อมูลจากแคมเปญ “Heart of the City” — เผยแพร่ครั้งแรกที่ ประชาไท บล็อกกาซีน)

Green Apple

“ We love Apple. Apple knows more about “clean” design than anybody, right? So why do Macs, iPods, iBooks and the rest of their product range contain hazardous substances that other companies have abandoned? A cutting edge company shouldn’t be cutting lives short by exposing children in China and India to dangerous chemicals. That’s why we Apple fans need to demand a new, cool product: a greener Apple.

ประเด็นเรื่อง หรือ E-waste เป็นประเด็นร้อนมาได้ระยะนึงแล้ว โดยเฉพาะในต่างประเทศ แถบยุโรปและอเมริกาเหนือ ที่มีความตื่นตัวในเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมาก เนื่องจากขยะประเภทนี้ มีทั้งสารพิษ และไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ

วิธีหนึ่งในการกำจัดขยะพวกนี้ ก็คือการขนไปทิ้งในประเทศอื่น ในรูปของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใช้แล้ว (เช่น คอมพิวเตอร์มือสอง) โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา อย่างจีนหรืออินเดีย รวมทั้งประเทศไทย ความเป็นห่วงหนึ่งของกลุ่มที่เคลื่อนไหวเรื่องนี้ก็คือ ประเทศกำลังพัฒนาเหล่านั้น มีระดับเทคโนโลยีในการกำจัดขยะเหล่านี้ได้อย่างปลอดภัยอยู่ในระดับต่ำ (หรือไม่มีเลย)
และประชาชนยังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขยะประเภทนี้น้อย เหล่านี้เอง ที่ทำให้เกิดความเป็นห่วงว่า ขยะมีพิษเหล่านี้ อาจจะทำอันตรายให้กับประชาชนในท้องถิ่นนั้นได้

เท่าที่เคยอ่านจากนสพ.แถวนั้น มีความพยายามที่จะผลักดันกฎหมายภาษีขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยเรียกเก็บตั้งแต่ผู้ผลิตเลย แล้วก็จะนำเงินเหล่านั้น ไปใช้ในการกำจัดขยะอย่างปลอดภัย ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว

ใครใช้แมค ฝากบอกต่อ

ส่วนใครไม่ได้ใช้ (ผมก็ไม่ได้ใช้) ก็ฝากเหมือนกัน 😛

[ผ่าน anpanpon]

tags: , , , , , , ,

MacBook is NOT a Laptop

มีคนบ่นกันมากว่า เจ้า MacBook / MacBook Pro นี่มันร้อนจัด ๆ ร้อนเกินกว่าจะวางบนตักทำงานได้ ก็มีไปบ่น ๆ กะทางแอปเปิ้ล … ได้รับคำตอบประมาณนี้

.. ก็ MacBook มันเป็น “โน๊ตบุ๊ํค” (สมุดจด) นี่คะ ไม่ใช่ “แลปท็อป” (บนตัก) ไผใช้ให้สู (เสร่อ) เอาไปวางบนตักล่ะคะ ? ..

ใบ้แดก

tags:

au revoir

If you have a problem with your Internet/DNS after installing iTunes 5, try disabled Bonjour service, it probably is a troublemaker (at least in my case). You may need to restart your router/gateway and your machine as well.

Disabled that Bonjour

ลง iTunes 5 ไปเมื่อวาน ลองของใหม่ โหลด+ลงที่ทำงาน ก่อนกลับบ้าน พอกลับมาบ้านปุ๊บ อ้าว เวร เน็ตเล่นไม่ได้ คือมันเข้าเน็ตเวิร์กได้ปกติทุกอย่าง (ทั้ง LAN และ Wireless LAN) แต่เข้าเว็บอะไรไม่ได้เลย พบว่าปัญหามันอยู่ที่ DNS ก็นั่งงมอยู่นาน ถึงรู้ว่ามันมาจากเจ้า Bonjour Service นี่เอง — จัดการ disabled มันซะ เท่านี้ก็ใช้ได้ อ้อ อาจจะต้องรีสตาร์ทเราเตอร์กะเครื่องใหม่ด้วย