ชื่ออะไรมันก็ “จริง” ทั้งนั้น

ในช่วงนี้ที่มีการถกเถียงกันมากว่า นโยบายการบังคับใช้ชื่อจริงใน Google+ เป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่ จากมุมมองต่าง ๆ ดานาห์ บอยด์ (danah boyd) ได้โพสต์บล็อกนี้ : “Real Names” Policies Are an Abuse of Power

โพสต์ดังกล่าวพูดถึงนโยบายการบังคับให้ใช้ “ชื่อจริง” โดยโต้ว่า ชื่ออะไรมันก็ “จริง” ทั้งนั้นแหละ ในบริบทหนึ่ง ๆ และมันมีเหตุผลที่ชอบธรรมในการใช้ “ชื่อปลอม” (pseudonym)

ในโพสต์ยังเล่าถึงถึงประวัติการใช้ “ชื่อจริง” ของเฟซบุ๊ก เนื่องจากเป็นมักถูกอ้าง (อย่างผิด ๆ) เสมอว่าเป็นตัวอย่างของการใช้นโยบายชื่อจริงที่ประสบความสำเร็จ

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวก็คือ ในช่วงแรกที่เฟซบุ๊กจำกัดอยู่เฉพาะนักศึกษามหาลัยชั้นนำ มันเป็นเรื่องเข้าใจได้ที่จะใช้ “ชื่อจริง” ที่คนในมหาลัยใช้เรียกคนคนหนึ่ง นั่นคือชื่อดังกล่าวเป็นชื่อที่ “จริง” ในบริบทของชุมชนมหาลัยช่วงนั้น ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อตามกฎหมายก็ได้ เช่นคนก็ใช้ชื่อ Bill (ชื่อเล่น) แทนที่จะเป็น Williams (ชื่อตามกฎหมาย) โดยชื่อ Bill มันก็ไม่ได้จริงน้อยไปกว่า Williams (เผลอ ๆ จะจริงมากกว่าด้วยซ้ำสำหรับเพื่อน ๆ ของเขา)

หรือกรณี Lady Gaga เฟซบุ๊กก็ไม่ได้บังคับให้เธอใช้ชื่อตามกฎหมาย (ซึ่งสำหรับแฟน ๆ ชื่อตามกฎหมายของเธอนั้นไม่ได้สำคัญหรือจริงเท่าชื่อ Lady Gaga)

นั่นคือ ในบริบท (หรือถ้าจะใช้ภาษาของ Google+ ก็ต้องบอกว่า “Circles”) ที่ต่างกัน เราสามารถมีชื่อที่ต่างไปได้ และชื่อแต่ละชื่อมันก็ “จริง” ได้เท่า ๆ กัน

สุดท้ายบอยด์ย้ำว่า คนเรามีสิทธิเลือกชื่อได้ว่าจะใช้ชื่ออะไรก็ได้ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นชื่อตามกฎหมาย ในวงสังคมที่เราเลือก ไม่ว่าจะเพื่อวัตถุประสงค์อะไรก็ตาม

โดยเฉพาะถ้าคำนึงถึงผู้ถูกคุกคามและจะอยู่ในอันตรายถ้าใช้ชื่อตามกฎหมาย คนเหล่านี้มีความชอบธรรมเต็มที่จะใช้ชื่อปลอม และบริการต่าง ๆ จะต้องคำนึงถึงจุดนี้ นั่นคือความปลอดภัยของชีวิตคนเป็นเรื่องสำคัญสุด

ดานาห์ บอยด์ ทำวิจัยเรื่องสังคมออนไลน์และวัยรุ่น ร่วมเขียนหนังสือ Hanging Out, Messing Around, and Geeking Out: Kids Living and Learning with New Media (2009) [โหลด PDF ฟรี] ปัจจุบันทำงานอยู่ไมโครซอฟท์รีเสิร์ช จบการศึกษาจาก School of Information ที่ UC Berkeley และ MIT Media Lab เธอย้ำว่าบล็อกของเธอนั้นเป็นมุมมองส่วนตัวของเธอ และไม่ได้เขียนให้กับนายจ้าง ตามทวีตเธอได้ที่ @zephoria

danah boyd เปลี่ยนชื่อของเธอจากชื่อตอนเกิด และเลือกจะเขียนชื่อของเธอเป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด

“autonym” หมายถึง ชื่อที่ตั้งให้กับตัวเอง

ชื่อบล็อกนี้คือ bact’ is a name


อ่านเรื่อง “สงครามชื่อ” โดยอาจารย์มะนาว ต่อได้ที่เว็บไซต์เครือข่ายพลเมืองเน็ต

Private surfing in Ubuntu – using Tor+Privoxy

ท่องเว็บเงียบ ๆ ในอูบุนตูลีนุกซ์

(สำหรับวินโดวส์ ดูที่ http://wonam.exteen.com/20060923/tor )

Tor (ตอร์) เป็นเครือข่ายและโปรแกรมช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการท่องเว็บ นอกจากนี้ยังอาจช่วยให้เราสามารถเข้าเว็บที่ถูกบล็อกได้อีกด้วย

Privoxy (ไพรว็อกซี่) เป็นโปรแกรมพร็อกซี่ที่ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการท่องเว็บเช่นกัน โดยสามารถดักจับ ‘คุกกี้’ และกรองเนื้อหาบางอย่าง เช่น โฆษณา ออกไปได้

ติดตั้ง Tor และ Privoxy ใน Ubuntu

1 – ติดตั้งแพคเกจ “tor” และ “privoxy”
จะใช้เมนู System -> Administration -> Synaptic Package Manager
หรือจะใช้คำสั่งที่คอมมานด์ไลน์ก็ได้ คือ:

sudo apt-get install tor privoxy

2 – ปรับตั้งค่าของ Privoxy โดยแก้ไฟล์ /etc/privoxy/config:

sudo gedit /etc/privoxy/config

3 – เพิ่มบรรทัดนี้เข้าไป (รวม จุด ตรงท้ายสุดด้วย):

forward-socks4a / localhost:9050 .

โดยจะเพิ่มเข้าไปที่ไหนของไฟล์ก็ได้
(เพื่อความอ่านง่าย แนะนำให้เพิ่มแถว ๆ ส่วนที่ชื่อว่า “FORWARDING” / “forward-socks4”)

4 – (ทำหรือไม่ก็ได้) หากไม่ต้องการให้บันทึกปูมการทำงานของโปรแกรม (log) ให้ใส่ # หน้าบรรทัดที่เขียนว่า “logfile logfile”

5 – (ทำหรือไม่ก็ได้) หากไม่ต้องการให้บันทึกคุกกี้ที่ถูกดักจับ ให้ใส่ # หน้าบรรทัดที่เขียนว่า “jarfile jarfile”

6 – รีสตาร์ท Privoxy ใหม่ โดยใช้คำสั่ง:

sudo /etc/init.d/privoxy restart


ตั้งค่า Firefox ให้ใช้งาน Tor

ในที่นี้ จะใช้ปลั๊กอิน Torbutton เนื่องจากไม่ซับซ้อน ติดตั้งง่าย.
ปลั๊กอินอื่น ๆ ที่ใช้ได้เช่นกัน โดยอาจมีลูกเล่นมากกว่า/ซับซ้อนกว่า เช่น FoxyProxy

1 – ติดตั้ง Torbutton โดยไปที่หน้าเว็บ: https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/2275

2 – ปิดไฟร์ฟ็อกซ์ และเปิดใหม่

3 – ที่มุมล่างขวา จะเห็นข้อความว่า “Tor Disabled” (ตอร์ปิดใช้งาน)

4 – เมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น หรือต้องการเข้าเว็บที่ถูกบล็อก ให้คลิกที่ข้อความข้างต้น มันจะเปลี่ยนเป็นคำว่า “Tor Enabled” (ตอร์เปิดใช้งาน)

5 – ท่องเว็บได้ 🙂


เรียบเรียงจาก Step by step with Tor ที่ Ubuntu Forums
ลีนุกซ์ดิสโทรอื่น ๆ ทำคล้าย ๆ กัน แต่จะแตกต่างกันเรื่องตำแหน่งไฟล์ตั้งค่า (คอนฟิก)

updated 2007.05.30: เอกสารโดยละเอียด (ภาษาอังกฤษ) ดูที่:
Running the Tor client on Linux/BSD/Unix – ติดตั้ง client (สำหรับใช้งานดูเว็บ); และ
Configuring a Tor server – ติดตั้ง server (เพื่อช่วยให้คนอื่นดูเว็บได้ดีขึ้น – ยิ่งมี Tor server เยอะ ก็ยิ่งทำให้เครือข่าย Tor มีประสิทธิภาพดี)

updated 2007.05.31: เพิ่งเห็นว่า ที่ ubuntuclub ก็มีลงไปแล้ว

technorati tags:
,
,

Smooth OperaTor

เว็บเบราว์เซอร์ ระบบนิรนาม พร็อกซี่ รวมกัน

Opera + Tor + Privoxy = OperaTor

ใส่ในไดรฟ์ยูเอสบีได้ สบาย ๆ ใช้ง่าย ไม่ต้องติดตั้งอะไรเลย (รันได้โดยตรงจากยูเอสบี – เป็น portable apps) เหมาะมาก ลองแล้วชอบครับ

คำเตือน (สำคัญ)

การใช้งาน Java, BitTorrent ในตัว Opera, และโปรแกรมอีเมลและแชท IRC ในตัว Opera นั้น จะไม่ถูกทำให้เป็นนิรนาม
เนื่องจากโปรแกรมเหล่านั้นไม่ได้ใช้ค่าพร็อกซี่ของ Opera — ควรระมัดระวังเรื่องนี้ด้วย

ปรับปรุง 2008.03.19: ปรับปรุงลิงก์ (เดิม http://letwist.net/operator ; ใหม่ http://archetwist.com/opera/operator), เพิ่มคำเตือน

technorati tags:
,
,

Bloggers Handbook in Thai

คู่มือสำหรับบล็อกเกอร์ และนักเคลื่อนไหวไซเบอร์
แปลจาก Handbook for Bloggers and Cyber-dissidents ของ องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน (Reporters without Borders หรือ RSF)
แนะนำวิธีการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเคลื่อนไหวทางสังคม ตั้งแต่วิธีการเลือกเครื่องมือ แนวปฏิบัติ และเทคนิคในการเขียนบล็อกแบบไม่เปิดเผยตัวตน

ฉบับภาษาไทย แปลเสร็จแล้วสองบท (จาก 13 บท)

ขอขอบคุณ คุณคนชายขอบ ที่ได้กรุณาแปลสองบทแรกให้อย่างรวดเร็ว รวมถึงผู้ร่วมตรวจทานทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย
หากท่านใดได้แปลเพิ่มเติม สามารถส่งมาได้ที่ facthai AT gmail.com — ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

[ลิงก์ คู่มือสำหรับบล็อกเกอร์ และนักเคลื่อนไหวไซเบอร์ @ เว็บล็อก กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย (FACT)]

technorati tags: , ,

Tor + FoxyProxy

One of the fundamental contrasts between free democratic societies and totalitarian systems is that the totalitarian government [or other totalitarian organization] relies on secrecy for the regime but high surveillance and disclosure for all other groups, whereas in the civic culture of liberal democracy, the position is approximately the reverse.
— Geoffrey de Q Walker *

(หนึ่งในความแตกต่างพื้นฐาน ระหว่าง สังคมเสรีประชาธิปไตย และ ระบอบเผด็จการ ก็คือ การดำรงอยู่ของ รัฐบาลเผด็จการ [หรือองค์กรเผด็จการอื่น ๆ] นั้น ขึ้นอยู่กับ การปกปิดความลับของฝ่ายบริหาร แต่กลับตรวจตราและเปิดโปงอย่างเข้มข้นกับกลุ่มอื่น ๆ, ในขณะที่ ในวัฒนธรรมพลเมืองของระบอบเสรีประชาธิปไตยนั้น ตำแหน่งที่ว่า เกือบจะกลับกัน)

เมื่อวานและวันนี้ ลองใช้ Tor + FoxyProxy extension ร่วมกับ Firefox ท่องเน็ตดู
ทดสอบเทคโนโลยีเพื่อความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์

เต่าเกือบจะกัดยาง … เน็ตอืดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังพอรับได้
คิดไม่ออกว่า ถ้าไปเล่นที่เมืองไทย ซึ่งเน็ตคงช้ากว่าที่นี่ (ตอนนี้ใช้ DSL 6 Mbits) มันจะอืดกว่านี้แค่ไหน

อีกอย่างคือ ถ้าเปิดเว็บหลาย ๆ ที่พร้อมกัน บางทีมันจะเปิดไม่ได้ เนื่องจากมันเปิืด connection ไม่ทัน

คือเท่าที่เข้าใจ Tor มันใช้วิธี “ฝาก” คำร้อง (request) ของเรา ไปยัง Tor node อื่น ๆ หลาย ๆ ต่อ ก่อนจะส่งข้อมูลที่ร้องขอย้่อนกลับมาให้เรา เพื่อพรางต้นตอของคำร้อง … นี่ก็จุดแรกของความช้า เพราะมันหลายต่อ
อีกจุดก็คือ ถ้าเกิด node มันน้อย เรา(และคนอื่น ๆ)ก็มีโอกาสที่จะขอไปยัง node เดิมซ้ำ ๆ ซึ่ง 1) node นั้นมันก็จะรับไม่ไหว (เป็นที่มาของ failed connection) 2) โอกาสที่จะถูกตามรอยกลับมันก็ง่ายขึ้น

จากที่คิดเอาเอง คาดว่า ถ้าเกิดมีคนใช้ Tor กันมาก ๆ เข้า ความเร็ว+ความเป็นส่วนตัว มันคงดีขึ้นแน่

ตัวติดตั้งของ Tor รุ่นปัจจุบัน มีแบบขายยกชุดด้วย (Tor & Privoxy & Vidalia bundle) ซึ่งก็ใช้สะดวกดี ผมปิด Privoxy ทิ้ง เพราะเหมือนมันจะตีกับ FoxyProxy (ผมเซตไม่ค่อยเป็น) ส่วนตัว Vidalia นี่ดีมาก ทำให้เซต Tor ได้ง่ายขึ้นจมเลย เป็น GUI หมด แนะนำให้ดาวน์โหลดชุดนี้

เราเดินไปซื้อหนังสืออะไรในร้านมาอ่าน ก็ไม่มีใครคอยมาเช็ค/มีโอกาสได้เช็คน้อย (เว้นว่าเราจ่ายด้วยบัตรเครดิต/เดบิตที่เป็นชื่อเราเองหรือคนใกล้ชิด อันนี้ก็ง่ายเลย)
แต่ทำไมเราจะเข้าไปดูเว็บไหน ต้องเปิดโอกาสให้ใครมาตามรอยด้วย ?

Wikipedia: (?) | (เสรีภาพพลเมือง?)

tags:
, . , , , , ,

Anonymous Users as Good Users

Cathy Ma — an MPhil student, at Department of Sociology, the University of Hong Kong, doing research in internet cultural movements, copyleft, folksonomy, commons-based peer production and etc… including Wikipedia.

Her research paper presented at Wikimania 2005 conference,
Wikipedia – Anonymous Users as Good Users
(วิกิพีเดีย – ผู้ใช้นิรนามในฐานะผู้ใช้ที่ดี)

tags:



TorPark : A quick Firefox jumps over a lazy watch dog

Browse anonymously with TorPark.

Tor (anonymous Internet connection)
+
Portable Firefox (Firefox on USB drive)
=
TorPark .. “Turn any internet terminal into a secure connection.”

TorPark เป็นโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ขนาดเล็ก (6 MB) สำหรับ Windows ที่ใช้ได้จากยูเอสบีไดร์ฟทันที
จุดเด่นของโปรแกรม นอกจากจะไม่ต้องติดตั้ง (ทำให้ไม่ทิ้งร่องรอยการใช้งานไว้บนเครื่อง) แล้ว ยังทำการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตผ่านโปรแกรม Tor ซึ่งทำให้การติดตามร่องรอยการใช้อินเทอร์เน็ตทำได้ยาก

เราสามารถพก TorPark ใส่ยูเอสบีไดร์ฟไปใช้งานที่อื่นได้ เช่น ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ (ยกเว้นร้านพี่หน่อย ที่ใช้ลีนุกซ์ทั้งร้าน :P) หรือคอมพิวเตอร์สาธารณะตามโรงเรียนและห้องสมุด

ขอขอบคุณคุณ (นิรนาม..ละกัน) ที่แนะนำเข้ามาทางอีเมล

p.s.
It seems like TorPark is not open source (how it can be not ?). And all the download links are broken.
If you use non-Windows platform, or want to use Firefox+Tor but not TorPark,
there’s a page explains how to do so: http://www.jgmnet.org/torfaq.html (it is for Firefox 1.0, but you can applied it).

Anonymity Won’t Kill the Internet

‘ ความเป็นนิรนาม ’ (anonymity)

ถ้ารู้ว่าเราเป็นเรา แต่ไม่รู้ว่าเราเป็นใคร อันนี้เรียกนิรนามได้มั๊ย ?
อย่างผมส่งอีเมลไปสองฉบับ หาคน ๆ นึง
ถ้าเค้ารู้ว่าสองฉบับนั้นส่งจากคน ๆ เดียวกัน .. อันนี้แสดงว่าเค้ารู้ว่า เราเป็นเรา (คนส่งฉบับแรกกับฉบับที่สอง เป็นคนเดียวกัน) .. แต่ไม่จำเป็นว่าเค้าจะต้องรู้ว่าผมเป็นใคร

(หรือการเก็บข้อมูลของ เราเป็นเรา ไปเยอะ ๆ ในที่สุดก็จะหาได้ว่า เราเป็นใคร ?)

สำหรับการซื้อขายของและธุรกรรมส่วนใหญ่ (เท่าที่ผมนึกออก) บนอินเทอร์เน็ต ผมว่าการที่รู้ว่า เราเป็นเรา มันก็พอแล้วมั้ง ไม่จำเป็นจะต้องรู้ว่า เราเป็นใคร
(ถ้าไม่นับเรื่องให้ที่อยู่เพื่อรับของนะ — ใช้ตู้ปณ.เอาละกัน หรือมีวิธีอื่นหว่า ?)

  • Anonymity Won’t Kill the Internet ความเป็นนิรนามจะไม่ฆ่าอินเทอร์เน็ตหรอก
  • Anonymity on a Disk ซีดีระบบปฏิบัติการ ที่จะทำให้การใช้อินเทอร์เน็ตแบบนิรนามเป็นเรื่องง่าย ๆ —
    Anonym.OS LiveCD

both articles from WIRED News

(เผื่อเอาไว้สั่งซีดีโป๊)

Wasting Collaboration

😛

WASTE is an anonymous, secure, and encryped collaboration tool which allows users to both share ideas through the chat interface and share data through the download system. WASTE is RSA secured, and has been hearalded as the most secure P2P connection protocol currently in development.

Not so related, read about Mesh network research at Microsoft Labs.