แอนิเมชัน – ประวัติศาสตร์ของอินเทอร์เน็ต

แอนิเมชันเล่าประวัติศาสตร์ความเป็นมาของอินเทอร์เน็ต

มันไม่ได้อยู่ดี ๆ ก็เกิดขึ้นโดยนักประดิษฐ์คนเดียวหรือกลุ่มเดียว แต่เกิดจากความพยายามในการสร้างเครือข่ายเพื่องานวิทยาศาสตร์ ความมั่นคง และเชิงพาณิชย์ ในศูนย์วิจัยต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ต่างคนต่างทำ ด้วยจุดประสงค์แตกต่างกัน เมื่อเวลาผ่านไปแต่ละคนก็เรียนรู้แนวคิดของกันและกัน สร้างมาตรฐานที่จะแลกเปลี่ยนกันได้ และเครือข่ายต่าง ๆ ก็เชื่อมต่อกัน และกลายเป็นอินเทอร์เน็ต

แนวคิดการสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ได้รับการสนับสนุนโดยโครงการ ARPANET (สหรัฐอเมริกา)

แนวคิด packet-switching ถูกสร้างขึ้นที่ National Physical Laboratory (สหราชอาณาจักร) (พร้อม ๆ กับที่ห้องปฏิบัติการอื่น ๆ) เพื่อหลีกเลี่ยงความคับคั่งของเครือข่าย

แนวคิด distributed computer network ถูกสร้างขึ้นศูนย์วิจัย RAND เพื่อให้มันใจว่าระบบจะยังทำงานแม้โหนดจำนวนหนึ่งในเครือข่ายจะทำงานไม่ได้

แนวคิด inter-networking (การเชื่อมต่อของเครือข่ายกับเครือข่าย) และแนวคิดการส่งผ่านข้อมูลโดย physical layer ถูกสร้างขึ้นในโครงการ CYCLADES (ฝรั่งเศส) ที่ Institut de Recherche d’lnformatique et d’Automatique (ปัจจุบันคือ INRIA)

เทคโนโลยีจาก ARPA ถูกสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ International Telecommunication Union (ITU) นำไปใช้สร้างมาตรฐาน X.25 มาตรฐานนี้ถูกนำไปใช้โดยเครือข่ายต่าง ๆ เช่น SERCnet ซึ่งเป็นเครือข่ายระหว่างสถานศึกษาและหน่วยงานวิจัยในสหราชอาณาจักร (ต่อมาเป็น JANET), International Packet Switched Service (IPSS) ถูกสร้างโดยความร่วมมือของ British Post Office, Western Union International และ Tymnet เพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์, เครือข่ายสาธารณะสำหรับผู้ใช้ทั่วไปโทรศัพท์เข้าไปใช้ อย่าง CompuServe, America Online, Prodigy ก็เกิดขึ้นด้วยเทคโนโลยีนี้ รวมไปถึง FidoNet

OSI model (Open Systems Interconnection model) ถูกสร้างขึ้นโดย ISO และโปรโตคอล TCP, IP, และเทคโนโลยีต่าง ๆ จากโครงการต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ ก็ถูกเอามาประกอบกันในโมเดลนี้ แล้วในที่สุด เครือข่ายต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เชื่อมต่อกัน กลายมาเป็นอินเทอร์เน็ตอย่างทุกวันนี้

ไอคอนต่าง ๆ ในแอนิเมชันข้างบน เอามาจากโครงการ PICOL – PIctorial COmmunication Language ไอคอนสำหรับงานสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ได้ฟรี – เป็นครีเอทีฟคอมมอนส์

via Thai Netizen Network facebook

Another Sunny Day animation

I just love this song. It reminds me a long walk over a city I used to spent a good part of my life in. It was raining in the morning, but the sky went very clear after that. Found this animation in YouTube, and love it also. Thanks to this interconnectivity and hypertextuality. — Another Sunny Day, Belle & Sebastian.

my blip.fm: http://blip.fm/bact

technorati tags:
,
,

Language is What Culture Looks Like

Typographics
อนิเมชันโดย Boca (a.k.a. Marcos Ceravolo) และ Ryan Uhrich หลักสูตรออกแบบดิจิทัล Vancouver Film School

ในตอนต้นของหนัง มีคำพูดนี้:

“Typography is What Language Looks Like”
— Ellen Lupton

Ellen Lupton เป็นนักออกแบบกราฟิก นักเขียน ภัณฑารักษ์ และนักการศึกษา
เธอเป็นหนึ่งในกลุ่มนักออกแบบ 33 คน ที่ร่วมลงชื่อในคำประกาศ First Things First 2000 manifesto (อ่าน) ซึ่งเป็นการตั้งคำถามถึง คุณค่า ของการออกแบบ นักออกแบบควรจะคำนึงถึงคำถามทางสังคมการเมืองหรือไม่ นักออกแบบควรจะวิพากษ์และประกาศจุดยืนในงานของตัวเองหรือไม่ ตัวอย่างเช่น จะไม่โฆษณาสินค้าหรืออุตสาหกรรมที่เป็นอันตรายต่อสังคม ซึ่งนี่คือคำถามที่นำไปสู่คำถามในเชิงต่อสู้ที่ว่า นักออกแบบและการออกแบบ จะต้านทาน cultural hegemony การครอบงำผูกขาดทางวัฒนธรรม หรือไม่ อย่างไร

Thinking with Type คือหนังสือของเธอ ที่เกี่ยวกับไทโปกราฟี (typography)

ติดตามงานของเธอได้ที่บล็อก Ellen Lupton: Design Writing Research

ไปดูตัวพิมพ์โลดแล่นอย่างมีชีวิต และอย่าลืมว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง สร้างและถูกสร้างความหมายใหม่ ได้

Pulp Fiction in Typography:

Tramp Typography:

สนใจเรื่องไทโปกราฟี ลองค้นเน็ตดู มีเยอะแยะ อันนี้เป็นอันนึงที่เจอ I Love Typography

Designers who devote their efforts primarily to advertising, marketing and brand development are supporting, and implicitly endorsing, a mental environment so saturated with commercial messages that it is changing the very way citizen-consumers speak, think, feel, respond and interact. To some extent we are all helping draft a reductive and immeasurably harmful code of public discourse.

นักออกแบบที่ทุ่มเทอย่างถวายหัวเพื่อการโฆษณา การตลาด และการสร้างตราสินค้า กำลังสนับสนุนและรับรองโดยอ้อม ต่อภาวะแวดล้อมทางจิตใจที่เปี่ยมปรี่จนเกินรับไปด้วยถ้อยคำเชิงพาณิชย์ ซึ่งมันกำลังเปลี่ยนแปลงวิถีที่ผู้บริโภค-พลเมือง พูด คิด รู้สึก ตอบสนอง และโต้ตอบ เกือบจะพูดได้ว่า พวกเราทั้งหมดกำลังช่วยร่างรหัสความเชื่อสาธารณะที่ก้าวถอยหลังและเป็นอันตรายอย่างหาที่สุดไม่ได้

— First Things First Manifesto 2000

โฆษณา: ดีไซน์ + คัลเจอร์ โดย ประชา สุวีรานนท์ สนพ.ฟ้าเดียวกัน ออกแล้ว! หนังสือแห่งปีของผม หยิบจับอ่านแล้ว รู้สึกได้เลยว่า ตั้งใจทำมาก ๆ ลองไปหาอ่านไปที่งานหนังสือ บู๊ทฟ้าเดียวกัน (N13) และบู๊ทโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

ads: Design + Culture by Pracha Suveeranont is out now! Published by Same Sky Books. — My Book of the Year.

Design + Culture

ปรับปรุง 2008.04.04: แก้ไขคำแปล “citizen-consumers” จาก “ลูกค้า-พลเมือง” เป็น “ผู้บริโภค-พลเมือง” และที่พิมพ์ตก เพิ่มรูปปกหนังสือ “ดีไซน์+คัลเจอร์”

technorati tags:
,
,
,

Interstella 5555

Interstella 5555: The 5tory of the 5ecret 5tar 5ystem
พูดแบบรวบรัดตัดความ มันคือ มิวสิควีดิโอเพลงจากอัลบั้ม Discovery ของ ดาฟท์ พั้งก์ (Daft Punk) โดยทุกเพลงเป็นอนิเมชัน และแต่ละเพลงก็เอามาร้อยต่อกันเป็นหนังยาว ไม่มีบทพูด มีเสียงประกอบนิดหน่อย

บางเพลงอาจจะคุ้น ๆ เพราะถูกนำไปเป็นเพลงประกอบโฆษณา หรือประกอบอะไรอย่างอื่น ล่าสุดก็โนเกีย รุ่นฟังเพลง สีขาวส้ม อันเล็ก ๆ น่ะ (เพลง Digital Love)

ทั้งหมด ทุกตอน มีให้ดูใน YouTube แต่ต้องกดไล่ไปทีละตอนเองนะ ถ้าอยากดูแบบต่อเนื่อง ก็ต้องไปหาดีวีดีล่ะ

technorati tags:
,
,
,

A Fish with a Smile

สั้น สวย ง่าย งาม … เหงา และ อบอุ่น

“คนป่วย” พูดถึงอนิเมชั่นเรื่องนี้ ของ จิมมี่ เหลียว
A FISH WITH A SMILE: หมายเหตุคนเหงา

[ผ่าน anpanpon]

tags:
|
|

Cat Soup

อ่านบล็อกคุณ Pradt เกี่ยวกะอนิเมะเรื่อง Cat Soup (ねこぢる草 nekojiru-sou) แล้วก็อยากดูขึ้นมาทันที เลยจัดการ torrent มาดูซะ 😛

เฮ้ย ชอบมาก

หนังสั้น ๆ 30 นาที แทบไม่มีคำพูด (ดังนั้นไม่ต้องไปหา sub ก็ได้) ดูแล้วไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรหรอก แต่ชอบ

น่ารัก ประหลาด สวย เพี้ยน ตื่นตา ตัวละครและฉากสุดจินตนาการ

ถ้ามีโอกาสลองไปหามาดูกันครับ

tags: , ,

Tokyo Godfathers

ไม่ได้ดูหนังนานแล้ว

เรื่องล่าสุดนี่ยังจำไม่ได้เลย ว่าเรื่องอะไร อาจจะเป็น [thaifilmdb] ล่ะมั้ง ? (รอบที่สาม?)

เมื่อสองสามวันก่อน เห็น Patsonic แนะนำเรื่องนี้ เราเองก็ไม่ได้ดูอะนิเมะมานานแล้ว ก็เลยไปหาดาวน์โหลด(แบบผิดกฎหมาย)มาดู

สนุกดีทีเดียว รวม ๆ ก็คือชอบ

เล่าไม่เป็น ไปอ่านที่ anpanpon เขียนถึงละกัน (นั่งดูอยู่ด้วยกัน)

ป.ล. เห็นชื่อเรื่องตอนแรก เดาไปว่าเดี๋ยวไอ้เด็กบ้านี่ ต้องถูกยากูซ่าเลี้ยงขึ้นมาแล้วกลายเป็นเจ้าพ่อแน่ … มั่วสุด ๆ 😛 เพิ่งจะมาเก็ทตอนหนังจะจบ ว่ามัน godfather จริง ๆ

tags: , ,