สื่อและขบวนการทางสังคมในมาเลเซีย: กรณีศึกษา หนังสือพิมพ์ Malaysiakini

รายงานจากวิชา ขบวนการทางสังคม เรียนเมื่อปีที่แล้ว

เทอมนั้นเป็นเทอมที่หนักที่สุด เพราะเทอมก่อนหน้านั้นเกรดห่วยจนติดโปร ก็เลยต้องลงทะเบียนเรียนมันซะ 4 วิชาเลย เพื่อดันเกรด แล้วต้องได้ทุกวิชา B+ อะไรแบบนี้ ถึงจะรอด สุดท้ายก็รอด แบบหืด ๆ (หลุดได้ B มาตัวนึง แต่รอดเพราะได้ A มาช่วยอีกตัว) เทอมนั้นเป็นเทอมที่สนุกดี ได้ไปลงสนามเล็ก ๆ น้อย ๆ (จากวิชานี้และอีกวิชาคือ วัฒนธรรมเมือง) ได้พบกับคนที่ต่อสู้มาทั้งชีวิต และบอกว่า เอ็นจีโอแค่สนับสนุนก็พอ ชาวบ้านจะนำเอง (แปลว่า เอ็นจีโออย่าเสือกเยอะ)

เลือกมาเลเชียกีนี เพราะว่ามันน่าสนใจดี ในฐานะที่ตัวมันเองก็เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงในสังคม ที่ต่อเนื่องมาจากขบวนการเคลื่อนไหว Reformasi (ปฏิรูป) คือไม่ต้องมาบอกว่าสื่อต้องเป็นกลาง สื่ออย่าเลือกข้าง มาเลเชียกีนีก็พูดตรงไปตรงมา ว่าเขา เลือกข้าง คืออยู่ข้างคนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ไม่ได้รับความยุติธรรมจากนโยบายของรัฐ แล้วก็ต้องการการเปลี่ยนแปลงการปฏิรูป แน่นอนว่าด้วยการวางตำแหน่งตัวเองแบบนี้ ก็ย่อมจะมีปัญหากับรัฐบาล กับกลุ่มที่จะเสียประโยชน์ แต่คนก็ให้ความเคารพมาเลเชียกีนีที่เขาเลือกจะ ไม่เป็นกลาง แบบนี้ ไม่ต้องมาแอ๊บ

กรณีมาเลเชียกีนี ทำให้เราเห็นว่า สื่อต้องมีพันธกิจ มีฟังก์ชั่น มี contribution อะไรกับสังคม กับสาธารณะ ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าจะมีสื่อไปทำไม และสาธารณะจะให้ สถานะพิเศษ กับสื่อไปทำไม

วิชานี้ได้อ่านงานสนุก ๆ เยอะดี โดยเฉพาะแนว cultural politics

btw ใครสนใจจะสมัคร
ปริญญาโทและปริญญาเอก สังคมวิทยา มานุษยวิทยา ที่ท่าพระจันทร์ เขายังรับสมัครอยู่จนถึง 29 ธันวา นี้นะ

สื่อและขบวนการทางสังคมในมาเลเซีย: กรณีศึกษา หนังสือพิมพ์มาเลเซียกีนี
(ถ้าอ่านแล้วฟอนต์มันโย้ ๆ ไปดาวน์โหลดฟอนต์ TH Sarabun PSK มาติดตั้งก่อนนะครับ)

รายงานวิชา ขบวนการทางสังคม ภาคการศึกษา 1/2552 หลักสูตรสังคมวิทยาและมานุษยวิทยามหาบัณฑิต สาขาวิชามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อาจารย์ผู้สอน: นลินี ตันธุวนิตย์) – 19 ต.ค. 2552 (ปรับปรุงเล็กน้อยเพื่อเผยแพร่ 25 ธ.ค. 2553)

technorati tags: , , , ,

What is an alternative media ?

บางทีเราอาจจะต้องดีใจในบางขณะ ที่เราอยู่ในสถานะถูกควบคุมคุกคามเช่นนี้ เพราะนี่อาจจะเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า เรายังเป็นสื่อทางเลือกอยู่ และไม่ได้ลืมความเป็นตัวตนของเราไป

บางทีการเป็นสื่อทางเลือก อาจจะหมายถึง การทำให้ตัวเองอยู่ในฐานะหมิ่นเหม่ ท้าทาย “เป็นตัวปัญหากับความคิดกระแสหลัก” อยู่ตลอดเวลาเช่นนี้ก็เป็นได้

เพราะที่สุดแล้ว สิ่งที่สื่อทางเลือกท้าย ไม่ได้เป็นสิ่งจำเพาะใด ๆ เป็นการเฉพาะเจาะจง ไม่ว่าจะเป็นศาสนจักร สถาบัน วิทยาศาสตร์ ท้องถิ่น หรือโลกาภิวัฒน์ แต่สิ่งที่สื่อทางเลือกท้าท้าย ก็คือสิ่งที่เป็น “ปกติ” “ธรรมชาติ” ในสังคม

ในวันที่ศาสนจักรมีอำนาจเหนือสังคม สื่อทางเลือกคือเหล่านักวิทยาศาสตร์ผู้กล้าตายที่ประกาศว่าพระเจ้าไม่ได้สร้างโลก มนุษย์กำหนดชะตากรรมตนเองได้ พวกเขาเป็นตัวปัญหาของสังคม หลายคนถูกตราหน้าว่าเป็นพวกนอกศาสนานอกรีต และถูกเผาทั้งเป็น

เวลาผ่านไป ในวันหนึ่ง วันที่วิทยาศาสตร์ได้กลายเป็นวาทกรรมที่มีอำนาจเหนือสังคม สิ่งที่สื่อทางเลือกเสนอก็จะไม่ใช่วิทยาศาสตร์อีกต่อไป แต่เป็นคุณค่าที่วิทยาศาสตร์ได้กดทับมัน ในชื่อที่ผู้คนเหล่านี้สร้างคุณค่าใหม่ให้มันอีกครั้ง ในชื่อ “ภูมิปัญญาท้องถิ่น”

และในวันที่ภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านี้ ได้กลายเป็นวาทกรรมหลักในสังคม
ก็เป็นหน้าที่ของสื่อทางเลือกนี้แหละ ที่จะท้าทายภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านี้ ด้วยชุดวาทกรรมท้าทายใหม่ ๆ

ทั้งหมดนี้เพราะอะไร ก็เพราะภารกิจของสื่อทางเลือกนั้น ไม่ใช่อะไรมากไปกว่า การเสนอทางเลือกให้กับสังคม

“นักปฏิวัติท้ายที่สุดแล้วจะเป็นนักปฏิรูปที่ขยันที่สุด ก้าวหน้าที่สุด
ในทางตรงข้าม นักปฏิรูปหากทำการปฏิรูปเพียงลำพังโดยปราศจากเป้าในการปฏิวัติ
ก็จะเป็นผู้รักษาระบบแห่งการกดขี่ที่ขยันที่สุดอย่างขันแข็งที่สุดเช่นกัน”

โรซา ลุกเซมบวร์ก, นักทฤษฎีมาร์กซิสม์และนักปรัชญาสังคมชาวยิวเยอรมันเชื้อสายโปแลนด์

technorati tags:
,
,

me(dia)

มีเพื่อนส่งลิงก์นี้มาให้ดู น่าเสียดาย…เว็บประชาไท (ผู้จัดการออนไลน์) ในนั้นเขาว่า เขา “เปิดโปง” เบื้องหลังคนสนับสนุนประชาไท

ผมก็งง ๆ ข้อมูลทั้งหมด เขาก็มีเผยแพร่ไว้ใน เกี่ยวกับประชาไท ตั้งนานแล้วนี่นา อย่างน้อยก็มากกว่าหนึ่งปีล่ะ ที่ผมเคยกดดู – มันเรียกว่าเปิดโปงตรงไหนนะ

เรื่องรสนากับปลื้ม ผมก็งง ๆ – เอ เขานับ “ส่วนใหญ่” กันยังไงนะ ลองอ่านดูในความเห็นท้ายข่าว มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่านี่นา เรื่องมีคนมา “รุมด่ารสนามากกว่าปลื้ม” (แน่นอนว่ามีคนตั้งคำถามต่อท่าทีกระทบกระเทียบของรสนา ว่าไม่จำเป็นต้องพูดไปถึงวงศ์ตระกูลของปลื้มเขาเลย)

ผมก็คงบอกแทน คิดแทนคนอื่น ๆ ไม่ได้ ก็ลองดูข้อมูลจากหลาย ๆ ที่ละกันครับ

สื่อ/แหล่งข่าว/บล็อก ๆ หนึ่งไม่สามารถมีข้อมูลที่รอบด้านได้ และก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น

แต่สื่อหลาย ๆ ที่ หลาย ๆ มุมมอง รวมกัน ก็สามารถที่จะให้ข้อมูลที่รอบด้านขึ้นได้

นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราจึงต้องรักษาเสรีภาพและความหลากหลายของแหล่งข่าวเอาไว้ ให้สามารถเสนอหลายมุมมอง เสนอหลายแนวคิดที่แตกต่างกันได้

ผมคิดว่าสำหรับสื่อต่าง ๆ ในฐานะสื่อ ๆ หนึ่ง ของแต่ละที่
เขาก็มีสิทธิที่จะให้น้ำหนักและเสนอประเด็นอะไรที่เขาเห็นว่าสำคัญน่าสนใจได้ และเนื่องจากประเด็นที่สำคัญน่าสนใจนี้ อาจมีอยู่มาก เขาก็อาจจะเลือกเสนอประเด็นที่ยังไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูด เพื่อให้ในภาพรวมมันมีความครอบคลุม

เช่น ทีวีแต่ละช่อง เมื่อพิจารณาเฉพาะช่อง อาจจะมีสัดส่วนรายการที่พิกลพิการ อันนั้นข่าวน้อยไป อันนี้บันเทิงน้อยไป อันนี้เน้นกลุ่มผู้ชมวัยนั้นน้อยไป อันนี้เน้นกลุ่มผู้ชมระดับนี้มากไป … แต่เมื่อพิจารณาในภาพรวมแล้ว เราอาจพบว่า สัดส่วนมันอาจจะกลมกล่อมพอดีก็เป็นได้ (ในทางกลับกับ การพยายามบังคับช่องไม่กี่ช่องให้อยู่ในสัดส่วนกลมกล่อมพอดี แต่ไม่สามารถไปปรับช่องอื่น ๆ ได้ ในภาพรวมมันก็อาจจะยังคงบิดเบี้ยวพิกลพิการอยู่ก็เป็นได้) คนเราดูทีวีแค่ช่องเดียวเสียทีไหน

กล่าวคือ ถ้าเขาเห็นว่า ประเด็นอะไรมีสื่อแหล่งอื่นพูดถึงไปแล้ว เขาก็อาจจะเลือกไปเสนอประเด็นอื่น ๆ ที่เขาเห็นว่าสำคัญเช่นกัน-แต่ยังไม่คนพูดถึง

นั่นแปลว่า การไม่ได้เสนอประเด็นอะไร อาจไม่ได้แปลว่าเขาเห็นว่าประเด็นที่เขาไม่เสนอเองนั้นไม่สำคัญ – เขาอาจเห็นว่ามันสำคัญ เพียงแต่คนอื่นเสนอไว้ดีแล้ว ก็เลยไม่รู้จะเปลืองพื้นที่ไปเสนอซ้ำอีกทำไม ถ้าไม่สามารถเสนอแง่มุมมองใหม่ ๆ ได้

“องค์กรนั้น บุคคลนี้ ทำเรื่อง x เรื่อง y เอาไว้มากมาย ทำไมไม่พูดถึง ? ทำไมถึงพูดถึงแต่เรื่อง i เรื่อง j ?”

ก็น่าจะถามต่อไปว่า

“ถ้าพื้นที่สื่อจำนวนหนึ่งได้เสนอเรื่อง x เรื่อง y ไปแล้ว ก็น่าจะเป็นการสมควรไม่ใช่หรือ ที่พื้นที่สื่ออีกจำนวนหนึ่ง จะเสนอเรื่อง i เรื่อง j ด้วย ? ทั้งนี้เพื่อความรอบด้านยิ่งขึ้นของข้อมูลข่าวสารในภาพรวม”

หรือจะมีใครมีชีวิตด้านเดียวบ้าง ?

ในอุดมคติแล้ว เราทั้งหมดสมควรที่จะเสนอทั้ง x, y, i และ j (อาจในน้ำหนักต่างกันไป ตามความลำดับสำคัญที่แต่ละคนเชื่อ)

แต่หากพื้นที่สำหรับ x และ y กำลังล้นทะลัก มองไปทางใดก็มีแต่ข้อมูลด้านนี้

จำเป็นแค่ไหน สิ้นเปลืองเท่าใด ที่จะต้องเสนอ x และ y ซ้ำ ๆ อีก ?

บกพร่องแค่ไหน เสียหายเท่าใด หากไม่ได้เสนอ i และ j ให้สังคมได้รับรู้ด้วย ?

การจะให้น้ำหนักว่าประเด็นอะไรสำคัญนั้น เป็นสิทธิ

ส่วนการจะต้องไม่ปกปิดบิดเบือนข้อเท็จจริงนั้น เป็นหน้าที่

technorati tags: , ,

Ode is essential reading!

ได้ลิงก์ดี ๆ มาอีกอัน จากวิกิ YouMedia,

จักรพงษ์ คงมาลัย แนะนำนิตยสารทางเลือก “Ode”:

Ode นิตยสารทางเลือกเพื่อความเปลี่ยนแปลงที่ดีของโลก

ใน ยุคที่สื่อสิ่งพิมพ์ และการเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อมีปัจจัยทางธุรกิจมาเกี่ยวข้อง ทำให้เกิดเป็นสื่อกระแสหลัก (Mainstream Media) ที่เดินตามกระแสทุน กับสื่อทางเลือก (Alternative/Independent Media) ที่เป็นอิสระจากกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ และนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่แตกต่างให้กับผู้อ่าน

Ode เป็นนิตยสารจากยุโรปที่ประกาศตัวเองเป็นนิตยสารทางเลือก ที่มีอุดมการณ์หลักที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลก ด้วยการนำเสนอเรื่องและเหตุการณ์ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับโลก ผ่านบทความ ข้อเขียน บทสัมภาษณ์ ผลงานการวิจัย และเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆ ทั่วโลก

Jurriaan Kamp และ Helene de Puy สามีภรรยาชาวเนเธอร์แลนด์ อดีตนักหนังสือพิมพ์และเป็นสมาชิกของกลุ่มนักคิดที่ไดรับการยอมรับในเนเธอร์แลนด์ เริ่มก่อตั้งนิตยสารด้วยการวาดโครงสร้างของนิตยสารที่ทั้งสองอยากสมัครเป็นสมาชิกหากมีอยู่จริง นิตยสารที่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ สืบเสาะหาไอเดียที่สร้างสรรค์ และบทความชั้นยอดมาตีพิมพ์ และที่สำคัญรับโฆษณาเฉพาะสินค้าและบริการที่มีความรับผิดต่อสังคมเท่านั้น

และ เขาทั้งสองก็ทำได้สำเร็จในปี 1995 แม้ว่าจะถูกตั้งคำถามจากสื่อด้วยกันว่า Ode จัดอยู่ในนิตยสารประเภทไหน หรือต้องการเปิดประเด็นเรื่องความรับผิดชอบของสื่อ และอีกมากมาย แต่ Ode ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มผู้อ่าน และใช้การบอกต่อจากกลุ่มผู้อ่านถึงเพื่อนๆ โดยสมาชิกสามารถส่งนิตยสารให้เพื่อนได้ฟรีโดย Ode เป็นผู้จัดส่งให้ ด้วยวิธีนี้ทำให้ Ode มีกลุ่มผู้อ่านที่เรียกได้ว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน Ode เป็นนิตยสารรายเดือนที่ตีพิมพ์สามภาษา คือ ดัทช์ โปรตุเกส และอังกฤษ และมีนักเขียนประจำที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติอย่าง Paulo Celho นักเขียนชาวบราซิล Noam Chomsky นักภาษาศาสตร์ และนักวิเคราะห์การเมือง และมีขาจรอย่าง Arundhati Roy, Bono วง U2,Sting,RobertRedford, Naomi Wolf และอีกมากมาย

ถ้าอยากรู้ว่า Ode เป็นทางเลือกที่แตกต่างอย่างไร ลองเข้าไปดูได้ที่ www.odemagazine.com

[ลิงก์ Ode | ผ่าน jakrapong.com]

technorati tags:
,
,