Netizen Unite!

ศิริพร สุวรรณพิทักษ์ (ปุ๊ก) เว็บมาสเตอร์ 212cafe.com ได้ประกันตัวแล้ว — หลังนอนในห้องขังหนึ่งคืน

อ่านบล็อกของปุ๊ก: 212cafe.com เป็นข่าว!

เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หนังสือพิมพ์ มติชน ออนไลน์ และ ผู้จัดการ ออนไลน์ ลงข่าวชวนเข้าใจผิด และตัดสินปุ๊กไปแล้วในข่าว-โดยไม่ได้ตั้งอยู่บนหลักฐานที่ปรากฎ

มติชนพาดหัวว่า “จับเว็บมาสเตอร์เว็บโป๊ แพร่ภาพคลิปลับว่อนเน็ต” ถ้านักข่าวมติชนใช้เวลาสักหนึ่งนาทีดูเว็บไซต์ 212cafe.com เสียหน่อย ก็จะรู้ว่ามันไม่ใช่เว็บโป๊ (เว็บไซต์ที่มีแต่ภาพโป๊หรือเนื้อหายั่วยุทางเพศ)

ผู้จัดการพาดหัวว่า “ปดส.จับเจ้าของเว็บลามก แพร่ภาพเริงรักหนุ่มสาว” พร้อมลงรูปประกอบข่าว รูปหนึ่งเป็นภาพจับหน้าจอจากเว็บโป๊แห่งหนึ่ง-ซึ่งไม่ใช่ 212cafe.com ชวนให้ผู้อ่านเข้าใจผิดว่านั่นเป็นภาพที่จับหน้าจอมาจากเว็บ 212cafe.com (ล่าสุดได้มีการเปลี่ยนรูปแล้ว-แต่ไม่ได้แจ้งว่ามีการเปลี่ยนเกิดขึ้น)

อันนั้นเป็นเรื่องของการนำเสนอในสื่อ-การตัดสินโดยพาดหัว

อีกเรื่องก็คือ มาตรฐานในการจับกุมดำเนินคดีหรือการ “ขอความร่วมมือ” เรื่องที่เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

ที่ผ่านมาการ “ขอความร่วมมือ” มีในลักษณะด้วยจาวาทางโทรศัพท์บ่อย ๆ คำถามคือ มันเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ไหม กับการบอกกล่าวด้วยวาจา ทางโทรศัพท์ ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า อีกฝากหนึ่งของโทรศัพท์ ที่ขอความมือมานั้น เป็นใคร มีตำแหน่งหน้าที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น ๆ หรือไม่ ?

mormmam ในฐานะบล็อกเกอร์ ที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต และตัวเองก็มีสิทธิ์ที่จะถูก “ขอความร่วมมือ” ได้เช่นเดียวกับชาวเน็ตอื่น ๆ ก็ตั้งคำถามถึงมาตรฐานและขั้นตอนวิธีในการดำเนินคดีเช่นกัน ในบล็อกของเขา:
Cyber law, Process and Standard in Thailand

ที่ผ่าน ๆ มา เราก็จะเห็นเสมอ ๆ ว่า
ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายใหม่ ๆ อย่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต ทรัพย์สินทางปัญญา ที่คนจำนวนมากยังไม่ทราบกฎหมาย หรือยังสับสนกับกฎหมาย หรือขั้นตอนการดำเนินคดี และสิทธิของตน
ก็มักจะมีมิจฉาชีพ (ทั้งที่เป็นคนทั่วไปและที่เป็นเจ้าหน้าที่เสียเอง) ใช้ช่องว่างความสับสนลักลั่นตรงนี้ ไปหลอกลวงหากินกับประชาชนและผู้ประกอบการต่าง ๆ ตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเป็นการทำทีเป็นล่อซื้อ แล้วก็จับกุม จากนั้นก็บอกว่า ถ้ายอมจ่ายเงินจำนวนที่กำหนด ก็จะทำให้เรื่องเงียบปล่อยตัวได้ (ข่มขู่) เช่นกรณีร้านหนังสือที่ถูกจับเรื่องขายหนังสือแนะนำเกมที่แถมซีดีที่มีเกมละเมิดลิขสิทธิ์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือการกลั่นแกล้งอ้างกฎหมายที่เกี่ยวข้องขอเข้าตรวจค้นบ่อย ๆ ให้รำคาญ จนทำมาหากินไม่สะดวก จนต้องยอมจ่ายค่าคุ้มครอง ให้ไม่มารบกวน เช่นกรณีร้านเน็ตร้านเกม ถูกกลุ่มคนที่อ้างว่าได้รับมอบหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์เข้ามาตรวจค้น เรียกค่าเสียหาย … ที่สุดท้ายอาจกลายเป็น “ค่าโง่”

พวกเราได้ยินได้เห็นเรื่องราวเหล่านี้กันไม่รู้กี่ครั้งแล้วในสังคมนี้ ในบ้านเมืองของเรานี้

กลุ่มคนเหล่านั้นหลายกลุ่ม ที่ทนการกลั่นแกล้ง หรือการใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม ก็ได้มีการรวมตัวกันเพื่อปกป้องตัวเอง และช่วยเหลือเพื่อน ๆ ชะตากรรมเดียวกัน ต่อสู้

กลุ่มร้านเน็ต ร้านเกม (ปัญหาลิขสิทธิ์ ปิดดึก เด็กนักเรียนเล่นเกม) ก็มีการรวมตัวกัน
กลุ่มผู้ประกอบการคาราโอเกะ (ปัญหาลิขสิทธิ์ และการจัดเก็บซ้ำซ้อน) ก็มีการรวมตัวกัน
กลุ่มร้านหนังสือ (ปัญหาลิขสิทธิ์) ก็มีการรวมตัวกัน

ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่คนเล่นอินเทอร์เน็ต ชาวเน็ตทั้งหลาย จะลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตัวเองเช่นกัน

ตั้งแต่สิทธิในทางเศรษฐกิจ สิทธิในการทำมาหากินอย่างสุจริต ที่จะได้รับการคุ้มครองให้แข่งขันในกติกาที่เป็นธรรม ไม่มีตุกติก เช่น โกงจำนวนฮิตส์ สิทธิของผู้บริโภค ที่ควรจะได้รับบริการอย่างที่โฆษณา เช่น เว็บไซต์มีเนื้อหาที่ตรงกับคีย์เวิร์ดที่ค้น หรือที่จ่ายเงินค่าอินเทอร์เน็ตไปแล้ว ก็อยากจะได้บริการที่ดี ได้ความเร็วตามที่โฆษณาไว้ ไม่ถูก shape แบนด์วิธ โหลดบิทไม่ได้ เน็ตไม่ล่มบ่อย ๆ และเข้าเว็บไซต์ที่ถูกกฎหมายได้ทุกเว็บไซต์ – ไม่ใช่ว่าพอถูก “ขอความร่วมมือ” หน่อยเดียว ก็เข้าเว็บนั้นเว็บนี้ไม่ได้เสียแล้ว ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้มีคำสั่งศาลเลย

ในฐานะผู้บริโภคอินเทอร์เน็ต ที่จ่ายเงินรายชั่วโมง รายเดือน พวกเราก็ต้องคาดหวังกับบริการที่ดีเช่นที่ว่า ไม่อย่างนั้นเราก็ต้องเรียกร้องบริการที่ดีกว่า หรือหากตกลงกันไม่ได้ ก็เคลื่อนไหว หรือพึ่ง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค อะไรก็ว่าไป — ทำไมเพื่อนเราจ่ายเงินค่าบริการเท่ากันกับเรา แล้วเขาได้อินเทอร์เน็ตคุณภาพน้อยกว่าเรา ? (หรือเราไม่ได้เดือดร้อน ไม่ต้องสนก็ได้ ?)

ในฐานะที่ชาวเน็ต ก็เป็นพลเมืองเช่นกัน พวกเราก็ต้องปกป้องสิทธิในความเป็นพลเมืองของพวกเรา ที่จะต้องได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ

สิทธิเสรีภาพที่จะคิด พูด อ่าน เขียน ในทุกสิ่งที่ต้องการ ตราบเท่าที่ไม่ไปรบกวนสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น

ไม่ใช่ให้ใครมาปิดเว็บไซต์เอาตามอำเภอใจ — คนจะเขียนก็ถูกละเมิด คนจะอ่านก็ถูกละเมิด

ไม่ใช่ให้ใครมากล่าวหาว่าเป็นเว็บไซต์ผิดกฎหมายกันได้ชุ่ย ๆ — อย่างที่นักการเมืองของพรรคเก่าแก่เพิ่งทำ

ไม่ใช่ให้ใครมาใช้กฎหมายข่มขู่หาประโยชน์ได้ง่าย ๆ — กระบวนการยุติธรรมต้องโปร่งใส ผิดก็ว่าไปตามผิด ไม่มีปัญหา แต่ต้องอธิบายได้ และพยายามเข้าใจปัญหา และถือหลักที่ว่า จนกว่าจะพิสูจน์ได้หรือมีพยานหลักฐานชัดเจนซึ่งหน้าว่ากระทำผิด ผู้ต้องหาคือผู้บริสุทธิ์ ไม่ใช่ตัดสินไปก่อน (ไม่ว่าจะโดยสื่อ โดยเจ้าหน้าที่ หรือใครก็ตาม) หรือที่แย่หนักคือ จับไปซะเฉย ๆ ก่อนแล้วค่อยแจ้งข้อหาแบบ 2 บล็อกเกอร์ พระยาพิชัย กับ ท่อนจัน

พวกเรา ชาวเน็ต บล็อกเกอร์ ผู้สื่อข่าวพลเมือง และพลเมืองทุกคน มาร่วมมือร่วมใจกัน รวมตัวกันเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของเรา บนพื้นที่ออนไลน์แห่งนี้ และทุก ๆ ที่

(ไม่ว่าคุณจะเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย คิดเหมือน คิดต่าง เราอยากได้ยินเสียงของคุณ เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ในบล็อกของคุณ ตามความคิดของคุณ 😉 )


ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

technorati tags: , , , , ,

The Future of the Internet–and How to Stop It

อนาคตของอินเทอร์เน็ต และจะหยุดมันอย่างไร

เจอหนังสือเล่มนี้จากเว็บ EFF (มูลนิธิ Electronic Frontier Foundation — องค์กรต่างชาติ!)

The Future of the Internet—and How to Stop It
โดย Jonathan Zittrain
ศาสตราจารย์ด้านการปกครองและการวางระเบียบอินเทอร์เน็ต ที่ Oxford Internet Institute

หนังสือนี้อธิบายถึงกลจักรสำคัญที่ทำให้อินเทอร์เน็ตเติบโตและแพร่หลายไปทั่วอย่างทุกวันนี้
และเผยให้เห็นว่า ปัญหาต่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ตทุกวันนี้ ก็เกิดมาจากความสำเร็จอย่างรวดเร็วของอินเทอร์เน็ตเอง
และโดยไม่รู้ตัว ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกันเองนี่แหละ ที่จะนำมันไปสู่ระบบที่ถูกล็อก ทำให้นวัตกรรมต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา ก็จะถึงจุดจบ และนั่นก็จะนำไปสู่การควบคุมอินเทอร์เน็ตโดยคนไม่กี่กลุ่ม

หนังสือยกตัวอย่างถึง ไอพอด ไอโฟน เครื่องเล่นเกม เอกซ์บ็อกซ์ และกล่องรับทีวี ทิโว ซึ่งเป็นคลื่นลูกแรกของเครื่องใช้ที่ต่อกับอินเทอร์เน็ต
ที่ไม่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปแก้ไขดัดแปลงมันได้โดยง่าย เว้นแต่จะเป็นผู้แทนจำหน่ายเท่านั้น “เครื่องใช้ที่ถูกพันธนาการ” นี้ ไม่ค่อยเป็นที่รู้กันนักว่าเกิดขึ้น แต่สิ่งที่มันทำนั้น ไม่ธรรมดา — จีพีเอสถูกตั้งค่าใหม่ให้ดักรายงานความเคลื่อนไหวของผู้ใช้ตลอดเวลา เครื่องอัดวิดีโอดิจิทัลถูกสั่งให้ทำลายตัวเองจากระยะไกลหลังจากคดีฟ้องร้องผู้ผลิต แม้แต่แพลตฟอร์ม เว็บ 2.0 อย่าง กูเกิลแมชอัพ และ เฟซบุ๊ก โปรแกรมต่าง ๆ บนนั้น ก็สามารถถูกจับตามอง และถูกสั่งทำลาย จากศูนย์กลางได้เหมือน ๆ กัน
และเนื่องจาก โปรแกรมและเครื่องใช้ที่ถูกพันธนาการเหล่านี้ กำลังเบียด เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ไปเรื่อย ๆ
ธรรมชาติสูงสุดของอินเทอร์เน็ต – ความสามารถในการผลิตสร้างสิ่งใหม่ ๆ หรือนวัตกรรม – ก็อยู่ในความเสี่ยง

ทิศทางของอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันเป็นการสูญเสียโอกาสอย่างหนึ่ง ความอยู่รอดปลอดภัยของมันนั้น Zittrain บอกว่า ขึ้นอยู่กับผู้ใช้นับล้าน ๆ ของมันเอง ด้วยตัวอย่างจากเทคโนโลยีผลิตสร้างต่าง ๆ เช่น วิกิพีเดีย ที่จนถึงตอนนี้ยังรอดพ้นจากความสำเร็จของตัวเองมาได้ หนังสือเล่มนี้แสดงว่า เราจะสร้างเทคโนโลยีและโครงสร้างทางสังคมใหม่อย่างไร ที่จะอนุญาตให้ผู้ใช้ ทำงานได้อย่างสร้างสรรค์ และสามารถร่วมมือ มีส่วนร่วมในทางแก้ต่าง ๆ และกลายเป็น “พลเน็ต” (netizen) อย่างแท้จริง

มีใครได้อ่านแล้ว (เมืองไทยมีขายที่ไหนมั่ง ?) หรือสนใจเรื่องเหล่านี้ คุยกันได้เลยครับ

ลิงก์ :

technorati tags:
,
,
,

Goliath vs Networked Davids

Goliath vs Networked Davids
somewhat self-regulated Internet and power of grassroot reporters ?

ข้างล่างเป็นเมลที่เพิ่งส่งออกไป ขี้เกียจจัดหน้า แปะมันงี้เลยละกัน จะนอนแล้ว

เมื่อคนเล่นเน็ต/ผู้ใช้บริการ ตรวจสอบ เว็บไซต์/ผู้ให้บริการ
ที่ทำผิด norm [บรรทัดฐาน] ของสังคมอินเทอร์เน็ต (แม้ว่าอาจจะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม)

ผมคิดว่าเรื่องเว็บไซต์ ไม่ใช่เรื่องน่าสนใจนัก (เว็บไซต์ประเภทนี้มีเยอะแยะ)
เมื่อเทียบกับกระบวนการทั้งหมดที่ทำให้เรื่องมัน ‘แดง’ และ ‘ดัง’ ขึ้นมา
ผมคิดว่ากระบวนการนี้น่าสนใจ จึงขอลำดับเหตุการณ์คร่าว ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้ทราบกัน
(กรุณาอ่านต่อในรายละเอียดต่อเองในแต่ละลิงก์ – ศัพท์บางคำอาจจะใหม่ แต่ไม่น่าจะยากเกินทำความเข้าใจ)

ผมขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้ก่อน ก่อนจะเข้าส่วนของลำดับเหตุการณ์:

  1. เรื่อง blackhat SEO, spamdexing เป็นเรื่องผิดมารยาทต่อผู้ประกอบการรายอื่น
    และละเมิดสิทธิในการรับรู้ข่าวสารที่มีคุณภาพของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
    Google, Yahoo!, Microsoft และเสิร์ชเอนจิ้นต่าง ๆ ควรตรวจสอบ
  2. และ (1) ทำให้เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการปั่นตัวเลขจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บ
    ในแง่โฆษณาแล้ว ตัวเลขนี้มีผลต่อราคาเช่าพื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์
    ทำแบบนี้เท่ากับคนซื้อพื้นที่โฆษณาจ่ายเงินซื้อจำนวนผู้เยี่ยมชมปลอม ?
    เอเยนซี่โฆษณา, media buyer, และศูนย์วิจัย (ที่นำตัวเลขไปใช้) ควรตรวจสอบ
  3. ผมไม่มีปัญหาเท่าไรนัก กับเว็บประเภท xxx คิดว่ามันก็คงต้องมีที่ทางของมัน
    ถ้าต้องการป้องกันลูก พ่อแม่ก็ติด filter ที่เครื่องคอมแต่ละเครื่องได้
  4. แต่กรณีนี้เป็นกรณีพิเศษ ที่ (3) มีความสำคัญ
    เนื่องจาก (บริษัทที่บริหารโดย) ผู้รับผิดชอบเว็บไซต์ดังกล่าวนั้น
    เป็นผู้ดูแล “โครงการอินเทอร์เน็ตสีขาวเพื่อเยาวชน” และ
    “ปลาวาฬ เบราเซอร์ – ท่องเน็ตปลอดภัย ห่วงใยเยาวชน” ด้วย
    ซึ่งจุดประสงค์ของโครงการทั้งสองอันนี้ ขัดกับเนื้อหาประเภท xxx ในเว็บไซต์ดังกล่าวแน่
    ซึ่งเมื่อเป็นแบบนี้ ก็จะเห็นได้ว่า มี conflict of interest
    สสส., กระทรวงศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน,
    สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ในฐานะผู้ให้ทุน/สนับสนุน ควรตรวจสอบ
  5. เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และผู้ประกอบการบนอินเทอร์เน็ตให้ความสนใจมาก
    สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย และ สภาวิชาชีพผู้ดูแลเว็บไทย
    ควรจะให้ความเห็นและแสดงจุดยืนในเรื่องดังกล่าวข้างบนให้ชัดเจน เพื่อประโยชน์ของวงการอินเทอร์เน็ตไทย
    (หมายเหตุ: ผู้รับผิดชอบเว็บไซต์ในข่าว เป็นนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยคนปัจจุบัน
    http://www.webmaster.or.th/committee.html )

—-

เมื่อคนเล่นเน็ต/ผู้ใช้บริการ ตรวจสอบ เว็บไซต์/ผู้ให้บริการ
ที่ทำผิด norm [บรรทัดฐาน] ของสังคมอินเทอร์เน็ต (แม้ว่าอาจจะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม)

เริ่มจากอาการอยู่ไม่สุขของคนเล่นเน็ต
ที่ไปเจอหน้าเว็บแห่งหนึ่ง (เป็น subdomain ของเว็บไซต์ใหญ่อีกที)
จึงได้เขียนบล็อกเกี่ยวกับเรื่องนี้
http://pittaya.com/2008/03/19/xxx-kapook-com/

และข่าวได้กระจายออกไปด้วยเครื่องมือต่าง ๆ
รวมทั้ง IM, microblogging (twitter.com) และ social bookmark
http://zickr.com/internet/xxxkapookcom-1
http://duocore.tv/story.php?id=2630

ชาวเน็ตอื่น ๆ รู้และบอกต่อ เสริมมุมมองและการค้นพบเพิ่มเติมของตัวเอง
http://bact.blogspot.com/2008/03/xxxkapookcom.html
http://www.eblogbiz.com/2008/03/kapook-blackhat-seo.html
[…]
http://www.blognone.com/node/7279

ก่อให้เกิดปฏิกริยาจากตัวเว็บไซต์
ปรับเปลี่ยนหน้าเว็บที่ถูกพูดถึง
ทำให้ว่าง -> เปิดใหม่ เอารูปออก -> เปลี่ยนข้อความ

บล็อกเกอร์บันทึกและรายงานความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น
http://pittaya.com/2008/03/19/where-is-xxx-kapook-com/
http://pittaya.com/2008/03/20/xxx-kapook-com-relaunch/
http://projectlib.wordpress.com/2008/03/20/xxx-kapook-come-back-again/
http://pittaya.com/2008/03/20/x-file-xxx-kapook-com/

และนำไปสู่การรายงาน ของสื่ออินเทอร์เน็ตรายใหญ่
โดยใช้ข้อมูลและภาพจากบล็อกต่าง ๆ
พร้อมกับการสัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบเว็บไซต์ดังกล่าว
http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000034021

และปฏิกริยาสะท้อนกลับ (+แสดงเหตุผล/หลักฐานโต้แย้งคำให้สัมภาษณ์)
จากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
http://pittaya.com/2008/03/20/kapook-on-manager/
http://www.eblogbiz.com/2008/03/exoneration-from-kapook.html
[…]
http://arayachon.org/forum/arayachon/413

มีภาษาต่างประเทศด้วย (ญี่ปุ่น, อังกฤษ)
http://thaida.wordpress.com/2008/03/20/kapook%E7%A5%AD%E3%82%8A/
http://www.zezore.com/2008/03/21/news/blackhat-seo-on-kapookcom/

และนำไปสู่การเปิดเวทีเพื่อชี้แจงซักถาม โดยเว็บไซต์ดังกล่าว
ในวันเสาร์ที่ 22 นี้ (บ่ายโมง บ้านไร่กาแฟ เอกมัย)
โดยมีคนจากสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยเป็นผู้ประสาน
http://blog.macroart.net/2008/03/kapook-talk-with-webmaster-poramate.html

สรุปภาพรวมเรื่องเทคโนโลยีที่ทำให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้ ** (น่าสนใจมาก)
http://ipats.exteen.com/20080321/entry

ลิงก์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
http://pittaya.com/2008/03/21/feedbacks-from-the-blogosphere/

—-

ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ หลังจากนี้
สามารถติดตามได้จากบล็อกของ pit http://pittaya.com/
และบล็อกอื่น ๆ ครับ
ทีวีออนไลน์สองแห่งจะทำสกู๊ปเรื่องนี้ด้วย คือ
http://fukduk.tv/ และ http://duocore.tv/

ขอบคุณครับ

🙂

technorati tags:
,
,
,
,
,
,