[20-22 ก.ย.] follow #ial2010 ตามงาน Internet at Liberty 2010

Internet at Liberty 2010 เวิร์กช็อปและสัมมนา สองวันครึ่ง เรื่องเสรีภาพอินเทอร์เน็ต จัดโดย Google และมหาวิทยาลัย Central European University ที่บูดาเปสต์ ฮังการี

หัวข้อเกี่ยวข้องถึงนโยบายการกำกับอินเทอร์เน็ต การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ตเพื่อการพัฒนาสังคม ประชาธิปไตย และการศึกษา

มีนักเทคโนโลยี นักกฎหมาย นักนโยบายอินเทอร์เน็ต นักวิชาการ นักกิจกรรมสังคม บล็อกเกอร์ และนักหนังสือพิมพ์จากทั่วโลก เข้าร่วม โดยเฉพาะจากประเทศและภูมิภาคที่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและสิทธิมนุษยชนถูกคุกคาม ทั้งในพื้นที่ออฟไลน์และรุกเข้าสู่พื้นที่ออนไลน์

ชมสด — 21-22 กันยายน 2553, 14:00-23:15 เมืองไทย (9:00-18:15 UTC+2)

ทวีตติดแฮชแท็ก #IAL2010

มีชาวบ้านแถวนี้ไปร่วมอย่างน้อยสามคน @bact (ผม เครือข่ายพลเมืองเน็ต/โอเพ่นดรีม) @jiew (จีรนุช เปรมชัยพร หนังสือพิมพ์ประชาไท) และ @supinya (สุภิญญา กลางรณงค์ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ)

แถม: ชมบันทึกจากงาน Internet Governance Forum ครั้งที่ 5 ลิทัวเนีย

technorati tags: , , ,

How to get around censorship (a must of for Internet in Thailand)

อินเทอร์เน็ตเมืองไทยมีบั๊ก แจ้งบั๊กไปแล้ว คนมีอำนาจดูแลก็ไม่สนใจ ก็ต้องหา work around ไปพลาง ๆ ก่อน จะได้พอใช้เน็ตได้ตามสภาพ

วิธีหลบเซ็นเซอร์ การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย และการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

http://thainetizen.org/unblock

qrcode

แปลจาก Technical ways to get around censorship โดย ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (RSF)

technorati tags:
,

prachatai.com got censored, go prachatai.net instead

อ่านข่าวประชาไทได้ ที่ www.facebook.com/prachatai และที่ prachatai.net

หลังจากเว็บไซต์ประชาไท www.prachatai.com ถูกนายสุเทพสั่งปิดด้วยพ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยเป็นคำสั่งไปที่ผู้ให้บริการที่วางเซิร์ฟเวอร์ของประชาไท ทำให้เข้าเว็บประชาไทไม่ได้
ตอนนี้ทีมงานจึงมารายงานข่าวกันบนเฟซบุ๊ก และย้ายข้อมูลไปไว้ที่ที่อยู่ใหม่แล้ว
ช่วย ๆ กันกระจายข่าวครับ

(ฮูเรให้กับสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร – open source จงเจริญ)

update: ชมสถานการณ์สด ทาง ทีวีไทย http://udd.thaipbs.or.th

technorati tags:
,
,
,
,

Anti-censorship website got blocked by Thai university and ISPs

Reports from Thai netizens to Thai Netizen Network‘s mailing list showing yet another attempt from Thai authorities to shut down any media that’s not on their side. Unsurprisingly (and that’s sad to say so), the time comes to Freedom Against Censorship Thailand (FACT). Two commercial ISPs and one university have been reported that they blocked the anti-censorship blog.

It was found on Saturday 2009.04.25. Users who using Internet service of TOT, Buddy Broadband or Kasetsart University will not be able to access http://facthai.wordpress.com/.

Ministry of ICT recently admits they blocked nearly 9,000 urls, of which 6,200 are concerned as a treat to national security. Thai Netizen Network website reports the 66 Red-Shirt/Red-Shirted urls that MICT sent to every ISPs and major websites, urging them to entirely blocked the urls. Noted that this list does not included FACT’s url, but it got blocked anyway. With enough ignorance, the MICT block list also includes http://ning.com/ (a social network service), http://www.cbox.ws/ (a chat box service), and http://www.no-ip.org/ (a dynamic DNS service) — common services used by many Thai netizens and bloggers, orange or pink, watching AF TV or not.

The authorities probably expected that every Thai should sacrifices not just their rights and freedom, but also conveniences in everyday life in this time of Media War.

Fortunate enough, some ISPs can think by and for themselves (+their customers). While blocking almost every other urls in the MICT list, they don’t touch ning.com and no-ip.org. OK, stupid enough, CSLoxinfo still blocked mashable.com, a (Red-Shirt, huh?) IT news site.

I see necessity in this very situation to repeat it over that:
Government’s Security IS NOT EQUAL TO National Security.

ความมั่นคงของรัฐบาล ไม่เท่ากับ ความมั่นคงของรัฐ

Summary report on http://facthai.wordpress.com/ blockage:
Can’t access (BAD) from (at least) 3 ISPs: TOT, Buddy Broadband, Kasetsart University [source]

  • TOT – BAD (2009.04.25 13:07)
  • Maxnet – OK (2009.04.25 13:48)
  • Kasetsart – BAD (2009.04.25 14:32)
  • CAT HiNet – OK (2009.04.25 16:04)
  • Comcast (US) – OK (2009.04.25 16:36)
  • TOT – BAD (2009.04.25 17:15)
  • TOT – BAD (2009.04.25 17:33)
  • True – OK (2009.04.25 17:40)
  • TOT – BAD (2009.04.25 21:49)
  • True – OK (2009.04.25 23:14)
  • Buddy – BAD (2009.04.26 02:16)
  • CSLoxinfo – OK (2009.04.26 11:26)

technorati tags: 

STOP ONLINE MEDIA INTIMIDATION

English version here.

แถลงการณ์เรื่องการคุกคามสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์

สืบเนื่องจากกรณีพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้เข้าจับกุมนางสาวจีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท (http://www.prachatai.com) เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ของวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552 และได้มีการสืบปากคำพร้อมทำสำเนาข้อมูลในฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ส่วนตัวของ นางสาวจีรนุช และแจ้งข้อกล่าวหาว่าได้ทำการสนับสนุนผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหา เป็นผู้ให้บริการจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำผิด นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ซึ่งอาจเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยที่จะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงประเทศ และเผยแพร่ หรือส่งต่อ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) (3) (5) และ 15

เครือข่ายพลเมืองเน็ต คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) เครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย (FACT) เห็นว่าแม้รัฐอ้างว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นไปภายใต้อำนาจตามที่กฏหมายบัญญัติ ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเข้าข่ายการใช้อำนาจทางกฏหมายในการข่มขู่ คุกคาม สิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ ทั้งนี้เว็บไซต์ข่าวประชาไทถือเป็นหนังสือพิมพ์ออนไลน์ที่ทำงานบนกรอบของ จรรยาบรรณสื่อออนไลน์ซึ่งเป็นสื่อใหม่ที่เปิดพื้นที่ให้กับประชาชนผู้อ่านแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ทางผู้แลเว็บมีมาตรฐานที่เข้มงวดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ อยู่แล้วในการที่จะต้องเก็บข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ และการลบข้อความที่มีความละเอียดอ่อน และที่ผ่านมาก็ได้ประสานงานและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐเสมอมาในการลบข้อความดังกล่าว แต่โดยธรรมชาติของสื่ออินเทอร์เน็ตนั้นมีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา

ดังนั้น รัฐจำเป็นต้องใช้ความยืดหยุ่นในการกำกับดูแลสื่อออนไลน์ที่มีธรรมชาติทาง เทคโนโลยีแตกต่างจากสื่อทั่วไป อีกทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐควรยึดแนวทางการเจรจาประณีประนอมและใช้มาตรการที่ละมุนละม่อมไม่ใช่การปราบปราม

ทั้งนี้ข้อกล่าวหาว่าสื่อประชาไท สนับสนุนให้มีการนำเสนอเนื้อหาที่ขัดต่อความมั่นคงของชาตินั้นเป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไม่มีการให้คำนิยามที่ชัดเจนว่าจะนำไปสู่การขัดต่อความมันคงของชาติอย่างไร อีกทั้งเนื้อหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าละเมิดมาตรา 14 พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ นั้น ก็มิได้ปรากฏในเว็บข่าวประชาไทแล้วตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2551

ในทางตรงข้าม การใช้มาตรการที่อุกอาจเช่นการเข้าจับกุมในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่สร้างเงื่อนไขความยากลำบากในการขอประกันตัวของผู้ถูกกล่าวหา สะท้อนเจตนาที่จะสร้างแรงกดดันให้เกิดความตึงเครียดและก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความกลัว ความหวาดระแวงในสังคมมากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งในที่สุดแล้ว แนวทางของรัฐดังกล่าวจะไม่นำไปสู่การปกป้องสิ่งที่เรียกว่าความมั่นคงของชาติแต่อย่างใด

ดังนั้น ทั้ง 3 องค์กรดังกล่าว ซึ่งได้ร่วมกันยื่นหนังสือเสนอข้อเรียกร้องและคัดค้านการใช้นโยบายประกาศ สงครามกับสื่ออินเทอร์เน็ต (War Room) ให้กับนายกรัฐมนตรีโดยตรงเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2552 ซึ่งในครั้งนั้นนายกรัฐมนตรีได้รับปากที่จะใช้แนวทางการเจรจาร่วมกันโดยมีรูปธรรมในการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อให้ตัวแทนพลเมืองผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้พูดคุยเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน เพื่อแสวงหาแนวทางการปฏิบัติที่ควรจะเป็นร่วมกัน บนพื้นฐานของความเคารพในสิทธิเสรีภาพสื่อและพลเมืองตามหลักการสิทธิมนุยชนสากล

จากกรณีที่เกิดขึ้นนี้ ทาง 3 องค์กรมีข้อเรียกร้องต่อรัฐดังต่อไปนี้

  1. ขอให้รัฐยุตินโยบายการคุกคามสื่อออนไลน์ และ ไม่ใช้แนวทางการประกาศสงครามกับสื่ออินเทอร์เน็ต แต่เน้นการเจรจาและแสวงหาความร่วมมือบนพื้นฐานความเคารพต่อสิทธิเสรีภาพและเข้าใจธรรมชาติที่เป็นจริงของสื่อใหม่เช่นอินเทอร์เน็ต
  2. ขอให้รัฐบาลจัดเวทีและสร้างกลไกสำหรับการแลกเปลี่ยนให้ตัวแทนผู้ใช้สื่ออินเทอร์เน็ตและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจและกระทรวงไอซีทีฯ เพื่อนำไปสู่การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกันในการกำกับดูแลสื่อและชุมชนออนไลน์
  3. ขอให้รัฐยุติการผลิตซ้ำ ตอกย้ำทัศนคติเชิงลบ อันนำไปสู่ความบาดหมาง ตึงเครียดและสร้างรอยร้าวลึกขึ้นในสังคม โดยเฉพาะวิธีใส่ร้ายสื่อออนไลน์เช่นประชาไทว่าเป็น “เว็บหมิ่นฯหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ” “เป็นขบวนการทำลายล้าง” “มีคนหนุนหลัง” เป็นต้น เนื่องเพราะการใส่ร้ายดังกล่าวไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงแต่อย่างใด อีกทั้งสะท้อนถึงวุฒิภาวะในการบริหารประเทศของรัฐบาลประชาธิปไตย ซึ่งขัดต่อแนวทางการสร้างความเชื่อมั่นทั้งต่อพลเมืองไทยและประชาคมโลก

ทั้ง 3 องค์กรดังกล่าวข้างต้นมีความปรารถนาดีต่อรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐในการที่จะ ประสานความร่วมมือเรื่องสื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์บนการสร้างสมดุลย์ ระหว่างการกำกับดูแลกับสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ซึ่งรัฐมีหน้าที่โดยตรงที่ต้องธำรงพันธกิจอันสำคัญนี้

สุดท้ายนี้ เราขอให้สื่อมวลชนทุกแขนง รวมถึงสาธารณชน ร่วมกันแสดงจุดยืนเรียกร้องรัฐให้ใช้หลักรัฐศาสตร์ในการเจรจามากกว่าใช้กฏหมายปราบปราม เพื่อแสวงหาทางออกที่สร้างสรรค์ทดแทนการแก้ปัญหาด้วยการข่มขู่คุกคามอย่างที่ผ่านมา

ด้วยความเชื่อมั่นในสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีของพลเมือง

เครือข่ายพลเมืองเน็ต
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส)
เครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย (FACT)

วันที่ 8 มีนาคม 2552
วันสตรีสากล

(via Thai Netizen Network: แถลงการณ์เรื่องการคุกคามสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์, STOP ONLINE MEDIA INTIMIDATION)

technorati tags: , ,

XMLHttpRequest with "lese-majeste" in the url got blocked as well – Holy CS Loxinfo

อัปเดตต่อจากกรณี Mashable.com got blocked – ความมั่วของ CS Loxinfo กับการบล็อคเว็บ

จากการทดลองเพิ่มเติม พบว่า web api request (ซึ่งทำผ่าน url) ก็จะใช้ไม่ได้เช่นกัน

เช่น ผมลองใช้บริการย่อลิงก์ ของ bit.ly โดยใช้ url :

http://klongofconsciousness.wordpress.com/2009/01/23/dozing-german-arrested-for-lese-majeste/*

ปรากฎว่า bit.ly มันเงียบครับ ไม่แสดงผลลัพธ์อะไร (ตามปกติมันจะแสดงผลลัพธ์ลิงก์ที่ถูกย่อ ในช่อง “Shortened URL”)

เมื่อตรวจสอบดูก็พบว่า เมื่อกดปุ่ม “Shorten” ตัวหน้าเว็บ จะส่ง XMLHttpRequest ไปที่ http://bit.ly/api เรียกใช้บริการที่เซิร์ฟเวอร์ของ bit.ly เพื่อรับผลลัพธ์ (ตามลักษณะการเขียนโปรแกรมแบบ AJAX ซึ่งปัจจุบันนี้นิยมทั่วไป)

โดยในการส่ง request ที่ว่านี้ ก็จะทำในรูปของการเรียก url ปกติ ซึ่งกรณีนี้ ก็จะเป็นในรูปแบบนี้ :

http://bit.ly/api?method=shorten&long_url=http%3A%2F%2Fklongofconsciousness.wordpress.com%2F2009%2F01%2F23%2Fdozing-german-arrested-for-lese-majeste%2F&keyword=&history=1&t=1233903997567

method=shorten นั้นคือระบุว่า ใช้เรียกใช้เมธทอดที่ชื่อ shorten; long_url=… ก็ระบุว่าจะย่อลิงก์อะไร; ที่เหลือก็เป็นพารามิเตอร์ต่าง ๆ

จะเห็นว่าปัญหาอยู่ตรงที่ว่า long_url นั้นไม่ได้เข้ารหัส ดังนั้นถ้าใส่ลิงก์ที่มีคำว่า “lese-majeste” เข้าไปให้ bit.ly ย่อให้หน่อย
คำเดียวกันนี้ก็จะปรากฏอยู่ในพารามิเตอร์ที่จะส่ง XMLHttpRequest ซึ่งก็จะไปปรากฏอยู่ใน url — แล้วก็จะถูกบล็อคทันที (อย่างน้อยที่ทราบโดยไอเอสพีหนึ่งแห่ง คือ CS Loxinfo)

ดังนั้นสิ่งที่ request ดัง url ข้างต้น (หรือ url ใด ๆ ที่มีคำว่า “lese-majeste” หรือ “lesemajeste”)
จะได้รับ respond กลับมา
ก็จะเป็นหน้า “404 หลอก” ซึ่งไม่ใช่รูปแบบข้อมูลอย่างที่โปรแกรมคาดหวังไว้ (เช่น XML หรือ JSON) โปรแกรมจึงทำงานต่อไม่ได้ … ก็เลยเงียบ

เจ๋งไหม ?

(* เป็นข่าวเมื่อ 22 ม.ค. 2552 Klaus Brehmer ชายชาวเยอรมันคนหนึ่งนั่งในโรงหนังที่เวิลด์เทรด แล้วในขณะนั้นมีเพลงสรรเสริญบรรเลง คนในโรงหนังเลยโห่ ตะโกน และเอาน้ำราดหัวเขา จากนั้นตำรวจก็มาจับเขาไป – โอ้ อารยะประเทศ)


ใครที่เขียนโปรแกรมบนเว็บ/โปรแกรมที่ทำงานกับเว็บ แล้วมีผู้ใช้บริการหรือลูกค้า แจ้งมาว่าโปรแกรมทำงานผิดปกติ ลองเช็คเรื่องการบล็อคเว็บด้วย ถ้าคุณทำ request ใด ๆ ผ่านเว็บ ก็มีโอกาสจะโดนบล็อคได้เสมอ (หลายครั้งเกิดจากความมั่ว ๆ – Mashable.com ยังโดนได้เลย) ลองถามผู้ใช้บริการของคุณ ว่าใช้เน็ตยี่ห้อไหน ถ้าเป็นไปได้ ก็แนะนำให้เขาเปลี่ยนยี่ห้อไอเอสพีไปเลย ตัดปัญหา

ส่วนใครที่บล็อคเว็บแบบเหมารวม-มักง่ายแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐ หน่วยงานราชการ สถานศึกษา หรือไอเอสพี ก็ขอความกรุณาปรับปรุงการทำงานด้วย ถ้ามีคำสั่งศาลมาให้บล็อคก็บล็อคตาม url ที่ศาลสั่งมาไป ไม่ใช่ใช้ keyword filtering แบบนี้ มันกระทบกับคนอื่นเว็บอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย

อย่ามักง่าย


อัปเดต : ผมดันไปตั้งชื่อหัวข้อของโพสต์นี้มีคำว่า “lese majeste”, ใน url ของโพสต์นี้ ก็เลยมีคำนั้นไปด้วย ใครใช้ CS Loxinfo ก็จะกดเข้ามาดูโพสต์นี้ตรง ๆ ไม่ได้นะครับ. ถ้าใช้โปรแกรมอ่าน feed ที่ทำงานที่ฝั่งไคลเอนต์ก็อาจจะไม่ได้ด้วย – เพราะใน feed ของโพสต์นี้ ซึ่งใช้ Feedburner มันก็มีชื่อหัวข้ออยู่ด้วย (http://feeds.feedburner.com/%7Er/bact/%7E3/533175999/xmlhttprequest-with-lese-majeste-in-url.html). อย่างไรก็ตาม ยังสามารถอ่านได้ในหน้ารวมของบล็อก หรืออ่านผ่าน feed reader ที่ทำงานฝั่งเซิร์ฟเวอร์ อย่าง Google Reader. ลุ่มลึกดีครับ อารยะประเทศ.

technorati tags:
,
,
,

Mashable.com got blocked – ความมั่วของ CS Loxinfo กับการบล็อคเว็บ

Mashable, an Internet technology news blog [url: http://mashable.com/], got blocked by CS Loxinfo, one of the major ISPs in Thailand. Discovered on 2009.02.02, 04:59 local time (UTC+7).

เว็บไซต์ Mashable [url: http://mashable.com/] ซึ่งเป็นบล็อกที่เสนอข่าวสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ถูกปิดกั้นโดยซีเอสล็อกซ์อินโฟ โดยพบว่าถูกปิดกั้นเมื่อเวลาตีห้าของวันที่ 2 ก.พ. 2552

Here’s the (grand) reason / โดยซีเอสล็อกซ์อินโฟได้แจ้งว่า :

 

 

URL นี้ได้ถูกปิดกั้นแล้ว เนื่องจาก

มีคำสั่งศาลให้ปิดกั้น

หรือ

มีลักษณะเข้าข่ายที่อาจกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรืออาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

This URL has been blocked by

a Court order

Or

it could have an affect on or be against the security of the Kingdom, public order or good morals.

CS LoxInfo Plc.

 

 

เป็นความมั่วของ CS Loxinfo อีกครั้งหนึ่ง (หรือไม่ก็มั่วมาจากกระทรวงไอซีทีอีกทอด)


ลองดูกรณี CS Loxinfo มั่วบล็อคหน้าเว็บทุกหน้า ที่มีคำว่า ‘lese-majeste’ หรือ ‘lesemajeste’ อยู่ใน url, เข้าใจว่าคงต้องการบล็อคหน้าเว็บบางหน้า แต่เพื่อความสะดวกก็เลยใช้วิธีบล็อคคีย์เวิร์ดมันซะเลย (มัก)ง่ายดี ด่วน(ได้)ดี :

All these following (existing and non-existing) urls are all blocked by CS Loxinfo.
When trying to access any of them, the browser will show the infamous “Fake 404” screen (see below).

Conclusion: CS Loxinfo is likely to employed a keyword filtering at the url level, screening out any url that contains ‘lese-majeste’ or ‘lesemajeste’ string.

url เหล่านี้ทั้งหมดไม่สามารถเข้าได้ด้วยอินเทอร์เน็ตของ CS Loxinfo :

โดยทุกอันจะขึ้นหน้า “404 หลอก” เหมือนกันหมด

404 error : File not found
The URL you requested was not found

(ทดสอบเมื่อเวลา 5:45 น. 25 ม.ค. 2552 และอีกครั้งเมื่อเวลาตีห้าของวันที่ 2 ก.พ. 2552)

เมื่อทดสอบกับที่อยู่ url ต่าง ๆ ทั้งที่มีอยู่จริงและไม่มีอยู่จริง จำนวนหนึ่งแล้ว ได้ข้อสรุปว่า CS Loxinfo น่าจะใช้วิธีกรองคำที่ระดับ url (ที่อยู่ของหน้าเว็บ) โดยถ้าใน url มีคำว่า ‘lese-majeste’ หรือ ‘lesemajeste’ ก็จะบล็อคทันที และแสดงหน้า 404 หลอกดังกล่าว

ลองทดสอบด้วยตัวคุณเอง (ถ้าใช้ CS Loxinfo) พิมพ์ url อะไรก็ได้ แล้วตามด้วยคำว่า lesemajeste

ข้อสังเกตคือ น่าแปลกมากที่หน้าจอแสดงข้อผิดพลาด “404 Not Found” มันช่างเหมือนกันไปหมดทุกเว็บไซต์
ทั้งที่องค์กรตามที่อยู่เว็บดังรายการข้างบน น่าจะใช้ซอฟต์แวร์ CMS/เว็บเซิร์ฟเวอร์คนละตัวกัน
(Microsoft, Sun, Google, Apache – อย่างน้อย Apache กับ Microsoft นี่ไม่น่าจะเหมือนกันแน่)
ซึ่งโดยปกติควรจะมีหน้าจอ “404 Not Found” ที่แตกต่างกัน
แต่กลับพบว่ามีข้อความ “404 Not Found” เหมือนกันทุกประการในทุกเว็บไซต์ อย่างไม่น่าจะเป็นไปได้

หมายเหตุ : ลองดูหน้า “404 Not Found” แบบบ้าน ๆ ออริจินัล ได้ที่ :
http://www.royalthaipolice.go.th/lese-majeste

via หน้าเว็บทุกหน้าที่ url มีคำว่า lese-majeste ถูก CS Loxinfo บล็อคหมด, Thai Netizen Network, 25 ม.ค. 2552

อัปเดต : XMLHttpRequest ก็โดน

technorati tags: 

‘Censorship’ 2.0 : RoyalVDO.com – an organized User-DUPLICATED Content campaign

ดูคำชักชวนและวิธีการ ใน RoyalVDO.com ที่เชิญชวนให้คนนำวีดิโอเกี่ยวกับในหลวงไปอัปโหลดตามที่ต่าง ๆ เยอะ ๆ เพื่อเป็นการ “ถวายงาน” แก่ในหลวงท่านแล้ว ก็เห็นว่าควรจะเขียนอะไรบางอย่าง ก่อนที่อะไร ๆ มันจะบิดเบี้ยวเลยเถิดไปหมดในสังคมนี้ …

แม้แนวคิดโดยรวมของ RoyalVDO.com นั้น “เชื่อได้ว่า” คงจะมีเจตนาดี ผมพบว่ามัน “เกินพอดี” ไปหน่อย …

จากหน้า เกี่ยวกับ ของเว็บไซต์ดังกล่าว :

หากมีคนไทยจำนวนหนึ่ง ช่วยกัน DownLoad คลิปวิดีโอ แล้วนำไป UpLoad เข้าใน YouTube หรือเว็บ
อื่นๆ วันละตอน สองตอน หรือมากกว่า จนรวมกันได้มาก เป็นหมื่น เป็นแสน หากจะมีการสืบค้น โดยใช้คำ
ว่า King Thai หรือ King of Thailand หรืออื่นๆ ก็จะพบเป็นหมื่นเป็นแสนเรื่อง
ซึ่งแน่นอนในจำนวนนั้น ย่อม
จะมีคลิปวิดีโอ ที่ไม่เหมาะสม จาบจ้วง ปนอยู่ด้วย แต่กว่าจะดูคลิปนั้นได้คงจะลำบาก ซึ่งนับเป็นการ “สร้าง
น้ำดี ไล่น้ำเสีย” อย่างได้ผล

ส่วนบางท่าน อาจไม่มีเวลา DownLoad / UpLoad ก็สามารถร่วมกัน ถวายงานได้ โดยการเข้าไป โหวต ให้
เรื่องดีๆ นั้น มีดาว เรทติ้งสูง เพื่อให้เมื่อมีการสืบค้น คลิปดีๆ จะได้อยู่ในหน้าแรกๆ ส่วนคลิปไม่ดี (ถ้ามี)ก็
จะไปอยู่ในหน้าหลังๆ ลึกๆ โอกาสจะดูคลิปนั้น ก็คงจะลำบาก

(ตัวเน้น นั้นผมเน้นเอง)

ตามคำนิยามของ Google (เจ้าของ YouTube) ชัดเจนอย่างที่สุดว่านี่คือการทำ duplicate content ทำซ้ำเนื้อหาเยอะ ๆ โดยตั้งใจ เพื่อผลทางอันดับการค้นหา

Duplicate content […]

However, in some cases, content is deliberately duplicated across domains in an attempt to manipulate search engine rankings or win more traffic. Deceptive practices like this can result in a poor user experience, when a visitor sees substantially the same content repeated within a set of search results.

อย่างไรก็ตาม, ในบางกรณี, เนื้อหานั้นถูกทำซ้ำอย่างจงใจทั่วโดเมนต่าง ๆ เพื่อผลในการถูกจัดอันดับโดยเสิร์ชเอนจิ้น หรือเพื่อให้ได้จำนวนเข้าชมมากขึ้น. วิธีปฏิบัติที่ลวงตาเช่นนี้ อาจทำให้เกิดประสบการณ์ใช้งานที่ไม่ดี, เมื่อผู้ชมเห็นเนื้อหาเดียวกันจำนวนมากซ้ำ ๆ ในผลลัพธ์การค้นหา.

ในโลกข้อมูลข่าวสารทุกวันนี้ ลำพังปัญหา information overload มีข้อมูลข่าวสารล้นเกิน มันก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว แล้วจะไปซ้ำเติมปัญหาด้วยการทำซ้ำเนื้อหาอีกหรือ ? เนื้อหาที่ซ้ำ ๆ กันอย่างนี้ ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อ findability คือจะหาอะไรก็หาไม่ค่อยจะเจอ เจอก็เจอแต่ที่ซ้ำ ๆ ที่เคยเจอไปแล้ว เสียทั้งเวลา พลังงาน ทรัพยากร และอารมณ์ … ไม่มีอะไรที่ “พอเพียง” แม้สักอย่างเดียว

ทาง YouTube ได้แสดงออกอย่างชัดเจน ว่าไม่ต้องการเนื้อหาซ้ำ ๆ ลักษณะนี้ ดังจะเห็นได้จากคำอธิบายข้อความแสดงสถานะ Video Status Messages: Rejected (duplicate upload) ที่ระบุว่ามีการตรวจสอบแฟ้มวีดิโอทุกชิ้นที่ได้อัปโหลดเข้าไป เพื่อหลีกเลี่ยงวีดิโอที่ซ้ำ

แน่นอนว่าคุณบอกว่าคุณ “รักในหลวง” อยากจะเผยแพร่ผลงานของท่าน – ซึ่งประเด็นข้อนี้ไม่มีปัญหาอะไรเลย คนทั่วโลกเขาก็อัปโหลดคลิปต่าง ๆ เพราะอยากจะเผยแพร่อะไรบางอย่างเหมือน ๆ กัน ทุก ๆ คนมีสิทธิ์ที่จะทำได้

แต่ในขณะเดียวกัน ปรากฏว่า คุณก็อยากจะเอาเนื้อหา “อื่น ๆ” ออกไปให้พ้นหูพ้นตาชาวโลกเสียด้วย – ปัญหาในกรณีนี้คือ คุณจะอ้างสิทธิ์อะไร ในการไปรบกวนการใช้งานของผู้อื่น ? ที่แม้จะรักในหลวงเหมือนท่าน แต่เขาก็ยังต้องการใช้ YouTube และอินเทอร์เน็ตในเรื่องอื่น ๆ ด้วย ไม่ใช่เอาไว้ดูคลิปในหลวงเพียงอย่างเดียว

อะไรที่ไปกระทบรบกวนการใช้งานอื่น ๆ ?

เอาแค่ใน YouTube คีย์เวิร์ดชุดหนึ่งที่ทางเว็บ RoyalVDO.com แนะนำให้ใช้ คือ “King Thai”
นั้นก็ถูกใช้ร่วมกับคลิปอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับในหลวงพระองค์ปัจจุบันเลย (ไม่ว่าจะในทาง “ดี” หรือ “ไม่ดี” ตามคำนิยามของกลุ่มผู้จัดทำ RoyalVDO.com) เช่น Three King Cobras and a Thai Man in Cambodian Snake Show (โชว์งู), The Lion King – Hakuna Matata (Thai Ver.) (เพลงการ์ตูน),
King Naresuan Trailer 2! (ตัวอย่างหนัง นเรศวร), The king Of Phayao Thailand.01 (พ่อขุนงำเมือง), Cremation ceremory for King Rama VIII Part1 (พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ร.8) ฯลฯ

หรือมีคลิปอีกจำนวนหนึ่ง ที่เป็นคลิปที่เกี่ยวข้องกับในหลวง ถวายพระพรแด่ในหลวงพระองค์ปัจจุบัน แต่ไม่ได้มาจาก RoyalVDO.com
เช่น we love the king (ถวายพระพร จากพสกนิกรไทยในซิดนีย์ เมื่อปีที่แล้ว ถูกดันไปอยู่หน้า 16), Thailand Happy Birthday King! (ถวายพระพร ปีนี้ ถูกดันไปอยู่หน้า 17) — ซึ่งคำถามในกรณีนี้คือ ทางกลุ่ม RoyalVDO.com และผู้ “ร่วมด้วยช่วยกัน” สนับสนุนในทางต่าง ๆ นั้น จะอ้างว่ารักในหลวงมากกว่าคนอื่น ๆ หรืออย่างไร จึงอ้างสิทธิ์ได้ว่า คลิปแสดงความรักของฉันต้องมาก่อนคลิปแสดงความรักของคนอื่น ?

คลิปเหล่านี้ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับในหลวงแต่ไม่ได้มาจาก RoyalVDO.com และที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับในหลวง
แต่ใช้คีย์เวิร์ดหรือ tag ร่วมกับที่ RoyalVDO.com ใช้ ถูกดันลงไปอยู่หน้าท้าย ๆ เพราะต้องหลีกทางให้กับ คลิปจาก RoyalVDO.com เช่น
King Thailand : His Majesty the Kings Diplomatic Ingenuity (ซ้ำกัน 10+ ชิ้น),
King Thai King Bhumibol : Support for the Tsunami Survivors (ซ้ำกัน 8+ ชิ้น),
King Thailand : Songs Written by His Majesty the King (ซ้ำกัน 8+ ชิ้น),
King Thailand King Bhumibol : The Musical Monarch (ซ้ำกัน 10+ ชิ้น),
และอีกหลายสิบหลายร้อยคลิปที่ซ้ำ ๆ (ลองดูรายการผลลัพธ์การค้นหา “king+thai” และในแต่ละหน้าที่แสดงคลิปลองดูในช่อง Related Videos ด้านขวา)
ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ต้องการดูคลิปอื่น ๆ ที่ไม่ใช่จาก RoyalVDO.com บ้าง ก็จำเป็นต้องกดไล่ลงไปทีละหน้า ซึ่งในขณะนี้ต้องกดไปไม่ต่ำกว่าสิบหน้าจึงจะเจอคลิปอื่น ๆ บ้าง (ตามภาษาชาวเน็ต ในเว็บบอร์ดหรือห้องสนทนาในอินเทอร์เน็ต การกระทำเช่นนี้เรียกว่า flooding – ไม่รู้ว่าน้ำดีหรือน้ำเสียล่ะ รู้แต่ว่าน้ำท่วม ท่วมจนล้น)

แม้ตัวเนื้อหาของแต่ละคลิปนั้นจะได้จัดทำมาอย่างดี แต่ด้วยจำนวนซ้ำ ๆ ของมัน นอกจากไม่ได้ช่วยเพิ่มคุณค่าในทางเนื้อหาแล้ว (ดูคลิปเนื้อหาเหมือนกัน 10 ชิ้น ก็ไม่ได้ต่างอะไรก็ดูคลิปเดียว) ยังไปรบกวนการจะค้นพบเนื้อหาอื่น ๆ ด้วย (ซึ่งนี่เป็นเรื่องซีเรียสมากในโลกอินเทอร์​เน็ตทุกวันนี้ อินเทอร์เน็ตอย่างที่เรารู้จักในปัจจุบัน ไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่มีเสิร์ชเอนจิ้น-ที่ไม่ใช่ไดเรกทอรีสารบัญเว็บแบบ Yahoo! ในสมัยเริ่มแรก) ด้วยเหตุนี้ ความซ้ำ ๆ กันของคลิป จึงทำให้คลิปที่ซ้ำหมายเลข 2, 3, … นั้นมีสถานะไม่ต่างไปจาก อีเมลขยะ หรือ spam ในตู้จดหมาย – นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้ว ยังทำให้ยุ่งยากอีก

แล้วด้วยความเร็วอินเทอร์เน็ตระดับประเทศไทยของเรา ยิ่งทำให้มันกระทบต่อการใช้งานของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การ “ป่วน” (อาจจะโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์) แบบนี้ ถึงที่สุดแล้ว ในทางปฏิบัติ effectively ก็เป็นการปิดกั้นการเข้าถึง “เซ็นเซอร์” กลาย ๆ นั่นเอง แม้ไม่ได้ปิดกั้นโดยสิ้นเชิงเสียทีเดียว แต่ก็ทำให้เกิดความยากลำบาก (ซึ่งนี่เป็นข้อที่กลุ่มผู้จัดทำรู้ดี เพราะได้บอกอย่างชัดเจนในหน้า “เกี่ยวกับ” ดังกล่าว)

ผมไม่แน่ใจว่า ทางกลุ่มผู้จัดทำ RoyalVDO.com ได้ตระหนักบ้างไหมว่า อินเทอร์เน็ตนั้นเป็นพื้นที่สาธารณะ ที่ชาวเน็ตทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน วิญญูชนผู้มีอารยะพึงใช้พื้นที่สาธารณะอย่างเอาใจเขามาใส่ใจเรา ทรัพยากรใดที่มีจำกัด ก็พึงใช้ร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ใช่ใช้ราวกับว่าอินเทอร์เน็ตทั้งหมดเป็นของข้าคนเดียว จะทำอย่างไรก็ได้ จะใส่อะไรลงไปเท่าไหร่ก็ได้ โดยคิดถึงแต่จุดประสงค์ของตัวเอง และแม้เว็บไซต์อย่าง YouTube นั้นตามกฎหมายจะเป็นพื้นที่เอกชน แต่ตัวมันก็เป็นพื้นที่ที่มีคนหลาย ๆ คนมาใช้ร่วมกัน จนเกิดเป็นชุมชนขึ้น ผู้เข้าใช้งานทุกคนก็พึงเคารพคนอื่น ๆ ในชุมชนด้วย

… นั่นก็เรื่องหนึ่ง

แต่ความล้นเกินก็คือความล้นเกิน ความไม่ “พอเพียง” นั้นไม่มีที่สิ้นสุด ในหน้า “เกี่ยวกับ” ของ RoyalVDO.com ยังได้แนะนำต่อไปว่า :

ส่วนท่านที่เป็น ผู้บริหาร , เจ้านาย หรือ ครูอาจารย์ ท่านก็มีโอกาสถวายงานได้ โดยการ สั่งการ หรือมอบ
หมายให้ ลูกน้อง/ลูกศิษย์ UpLoad อย่างน้อยวันละ 1 เรื่อง และโหวต อย่างน้อย วันละ….. เรื่อง ก็ยังได้

เห็นแนวคิดอะไรไหมครับ ส่งเสริมการ abuse the power ไหมครับ ? เจ้านายสั่งให้ลูกน้องทำอะไร ๆ … ก็ยังได้

ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนล้วนมีปัญหากับการทุจริตคอรัปชั่น การซื้อเสียง การฉ้อโกง ที่ออกมาเดินขบวนกันเยอะ ๆ ใส่เสื้อเหลืองเสื้อแดงสีต่าง ๆ ตะโกนว่าจะสู้เพื่อในหลวง ก็เพราะมีปัญหากับการฉ้อฉลคดโกงทั้งนั้น (ส่วนอะไรคือสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าฉ้อฉลคดโกง ก็ว่ากันไป อาจจะไม่เหมือนกัน) แล้วลองพิจารณาสิครับ ว่าที่เชิญชวนให้ “สั่งการ หรือมอบ
หมายให้ ลูกน้อง/ลูกศิษย์ UpLoad อย่างน้อยวันละ 1 เรื่อง และโหวต อย่างน้อย วันละ….. เรื่อง ก็ยังได้”
นี้ มันเข้าข่ายอะไร ใช้อำนาจหน้าที่ จัดตั้ง ให้ลงคะแนนให้ ใช่ไหม ถ้าเป็นการเลือกตั้ง ก็เข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้งน่ะแหละ ว่าง่าย ๆ (ซึ่งถ้าผู้บริหารพรรครู้เห็นเป็นใจกับการกระทำแบบนี้ ก็อาจจะถึงขั้นยุบพรรคและตัดสิทธิ์ทางการเมืองผู้บริหาร 5 ปีก็ได้ เป็นเล่นไป)

รักพ่อนั้นดีครับ แต่อย่ารักกันแบบหน้ามืดตามัว หูหนวกตาบอด รักกันแบบพอดี ๆ พอเพียงแบบที่ท่านว่า จะเป็นผลดีต่อพระเกียรติของท่านมากกว่า

เลิกเถอะครับ ทำอะไรให้มันพอดี ๆ เสียบ้าง อย่าให้น่าเกลียด

technorati tags:
,
,
,
,
,
,
,
,
,

Protect Our Internet (English translation + Facebook)

followed up the previous post (get the media kit there).

ผู้ใช้ Facebook
เข้าร่วมกลุ่ม Protect Our Internet group
หรือเพิ่มแอพพลิเคชั่น Protect Our Internet application ได้ตามสะดวกครับ

[ ผ่าน pittaya ]


Manifesto from
Internet users and bloggers
who support rights and freedom of expression on the Internet

29 May 2008

Subject: A call for accountability from Thepthai Senpong and Thailand’s Democrat Party, and a call for all netizens to safeguard our rights and freedom of expression on the Internet

Reference is made to the disclosure made by Thepthai Senpong, the Democrat Party’s Assistant Secretary-General, of 29 websites that are allegedly “dangerous websites” that have lèse majesté content. He demanded that government and the Minister of Information and Communication Technology take action against such websites. This story has been widely reported in the news media.

We, the undersigned, would like to express our stance on this issue as follows:

1. We believe that the right and freedom of expression, especially the expression of diverse viewpoints that differ from the establishment’s views, must be respected and protected.

Every democratic society that wishes to see peace and harmony must fully support and protect its people’s freedom of speech. Mutual respect and understanding is one of the most crucial ingredients of peace in a society in which members are different and diverse. The only way we can learn to move toward such goal of mutual respect and understanding is by fostering an environment in which everyone feels free to express his or her opinions fully and responsibly.

The door that leads us toward mutual respect and understanding will slam shut as soon as our mouths and hearts are silenced.

2. We disagree with using the monarchy as a tool to achieve political goals.

Most of the websites and blogs that Thepthai identified are not full of content or information that can be considered offensive to the monarchy. Many websites present information that are academic in nature, full of supporting data and rationale. Thepthai’s indiscriminating allegation that lumped all these websites into one category is therefore a gross error that resulted from the lack of thorough fact-checking, an easy way of putting pressure to silence differing opinions without regard to due process, a way of using the monarchy as a political tool to destroy political opponents, and instigate harmful discordance among Thai people. All of these points show an alarming lack of the democratic spirit.

We, the undersigned, hereby demand that Thepthai Senpong and the Democrat Party show accountability for the aforementioned act, stop the wrongful slander against websites or persons, and immediately stop putting pressure or creating the momentum to suppress freedom of speech in whatever shape or form.

In addition, since Thepthai Senpong’s action was not the first time that allegation of lèse majesté was used as a tool to silence opponents, and since we still see such an unacceptable act in many instances occur regularly, whether at the hands of public officials, politicians, or members of the press, we also hereby demand every party to stop such a behavior.

Lastly, we would like to invite all netizens and citizens to use our right and freedom of speech equitably and responsibly, to jointly monitor and protect the Internet so that it may always remain the common space for learning, seeking wisdom, and accepting diverse viewpoints of fellow human beings, whether or not we agree with them.

With regards,

(The Undersigned)


Sign the petition at:
http://gopetition.com/online/19589


protect our freedom
on our Internet
join the manifesto

technorati tags:
,
,
,

Protect Our Internet — online petition

จาก http://gopetition.com/online/19589
(ดูต้นฉบับ และร่วมลงชื่อได้ที่ลิงก์ดังกล่าว)


แถลงการณ์จาก
ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและสื่อพลเมือง
ผู้สนับสนุนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

29 พฤษภาคม 2551

เรื่อง ขอเรียกร้องความรับผิดชอบจากนายเทพไท เสนพงศ์ และ พรรคประชาธิปัตย์ และขอเชิญชวนพลเมืองทุกคนร่วมกันปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ตามที่นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยรายชื่อ 29 เว็บไซต์ ว่าเป็นเว็บไซต์อันตรายที่ส่อเค้าหมิ่นเบื้องสูง พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศจัดการ ตามข่าวทางสื่อมวลชนทั่วไป ความแจ้งแล้วนั้น

พวกเราดังมีรายนามข้างท้ายมีความเห็นต่อกรณีดังกล่าว ดังต่อไปนี้

1. เราเห็นว่าสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ต้องได้รับการเคารพและปกป้อง

สังคมประชาธิปไตยทุกสังคม ที่ปรารถนาความสงบสุข สันติภาพ และความสมานฉันท์ จำเป็นต้อง ส่งเสริม และ ปกป้อง สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนอย่างเต็มที่

เหตุเพราะความเคารพและความเข้าใจอันดีต่อกัน “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมที่ผู้คนมีความแตกต่างหลากหลาย และหนทางเดียวที่จะนำเราไปสู่การเรียนรู้ที่จะเข้าใจและเคารพกันได้ คือสภาพสังคมที่เอื้อให้ทุก ๆ คน มีสิทธิเสรีภาพในแสดงออกด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่

ประตูที่จะนำไปสู่ความยอมรับเคารพซึ่งกันและกัน จะถูกปิดตาย เมื่อปากและใจของเราถูกบังคับให้ปิดลง

2. เราไม่เห็นด้วยกับการนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

รายชื่อเว็บไซต์และเว็บล็อกส่วนใหญ่ที่ถูกระบุชื่อ มิได้นำเสนอข้อมูลหรือเนื้อหาที่หมิ่นพระมหากษัตริย์ หลายแห่งนำเสนอข้อมูลทางวิชาการอย่างมีเหตุมีผล การกล่าวหาเว็บไซต์ต่าง ๆ เหล่านั้นอย่างเหมารวมของนายเทพไท เสนพงศ์ จึงเป็นความผิดพลาด ขาดการตรวจสอบข้อมูล เป็นการกดดันเพื่อปิดกั้นความคิดเห็นของคนอื่นโดยไม่เลือกวิธีการ เป็นการปลุกปั่นนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการทำลายฝ่ายตรงกันข้าม รวมทั้งเป็นการก่อความแตกแยกของคนภายในชาติ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นถึงการขาดจิตวิญญาณประชาธิปไตย

พวกเราดังมีรายนามข้างท้ายนี้ขอเรียกร้องให้นายเทพไท เสนพงศ์ และพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว และหยุดการใส่ร้ายป้ายสีเว็บไซต์หรือบุคคลอื่นอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งหยุดกดดันหรือสร้างกระแสให้มีการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ โดยทันที

และเนื่องด้วยการกระทำเช่นนายเทพไท เสนพงศ์ ในครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการใช้ข้อหาหมิ่นพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือในการริดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายอื่น ๆ และแม้การกระทำเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ แต่เราก็ยังพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวอยู่เสมอ จากทั้งหน่วยงานรัฐ นักการเมือง และสื่อมวลชน เราจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดพฤติกรรมดังกล่าวด้วยเช่นกัน

พร้อมกันนี้ พวกเราขอเชิญชวนชาวอินเทอร์เน็ตและพลเมืองทุกคน ให้ยึดมั่นในสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมและรับผิดชอบ และร่วมกันตรวจสอบดูแลและปกป้องพื้นที่อินเทอร์เน็ต ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้แสวงหาปัญญาและยอมรับความคิดอันหลากหลายของเพื่อนมนุษย์ ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยกับความคิดเหล่านั้นหรือไม่ก็ตาม

ขอแสดงความนับถือ

(ผู้ลงชื่อ)

สามารถร่วมลงชื่อทางออนไลน์ ได้ที่
http://gopetition.com/online/19589


ช่วยกันรณรงค์

หากเห็นด้วย ช่วยกันบอกต่อ / forward / โพสต์ลงบล็อก / ใส่ลงใน del.icio.us / ใส่เป็นลายเซ็นท้ายอีเมล / ปรินท์ไปแปะหน้าร้านเน็ต ฯลฯ ตามสะดวกครับ 🙂
(ที่ด้านท้ายของแถลงการณ์ในเว็บไซต์ มีลิงก์อำนวยความสะดวกอยู่ สำหรับพวก social bookmarking ทั้งหลาย)

ป้าย “เปิดเน็ต เปิดใจ :)” : 160×90 | 300×165


จะใส่รูปพร้อมลิงก์อย่างด้านล่างในบล็อก MySpace หรือ Hi5 ของคุณ ?
คัดลอกโค้ด HTML ในช่องนี้ไปใส่ได้เลย:


ปกป้องเสรีภาพของเรา
บนอินเทอร์เน็ตของเรา
ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์

technorati tags:
,
,